พ่อครูผู้ปราบมารเพื่อยังพุทธศาสนาให้ถึง 5000 ปี.docx
เนื้อหาในไฟล์
พ่อครูผู้ปราบมารเพื่อยังพุทธศาสนาให้ถึง 5000 ปี ที่อาตมาพูดได้อย่างนี้เพราะอาตมาทำงานมา 50 กว่าปี มีคนที่ ได้ยินได้ฟัง เข้าใจได้รับการศึกษาตามที่อาตมานำพาทำ ตรวจสอบหลักฐานมีพระไตรปิฎกกับพฤติกรรม ที่อาตมาปฏิบัติประพฤติกับพวกเรามาประพฤติตาม สอดคล้องกับหลักฐานพระไตรปิฎกหรือไม่ ไม่มีอะไรจะยืนยันอ้างอิงได้เท่ากับพระไตรปิฎกใช่ไหม พยัญชนะมันอาจจะแปลไม่ตรงกับภาษาบาลีตรงที่เดียว แต่ก็ใช้ได้ดีมากอยู่แล้ว แปลเป็นภาษาไทยขนาดนี้อาตมาก็ต้องขอบคุณมากที่ท่านแปลจากพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีมา สื่อมาให้อ่าน เป็นภาษาไทย 45 เล่มนี้ ก็ขอบคุณอย่างยิ่งแล้ว ใช้ได้ ไม่ต้องดีกว่านี้ ดีขนาดนี้ ปฏิบัติตามให้ถูกต้องให้ดีเต็มที่เถอะ ใครจะเก่งรู้มากกว่านั้นเขาบอกว่าแปลมาผิดๆ จะปล่อยให้ถูกไหมก็เชิญ แต่ขนาดที่แปลไว้แล้วก็เป็นพระอรหันต์ไปตั้งร้อยชั้นแล้ว ปฏิบัติตามเถอะ เพราะฉะนั้น ใครจะไปยึดถืออย่างไรก็แล้วแต่ อย่ามาบอกว่าอาตมาเป็นพระสารีบุตรอาตมาเจริญกว่านั้น นี่ก็เป็นคำพูดอย่างที่เรียกว่า ฟังแล้วอยากอ้วกแตกหรือน่าหมั่นไส้มากหรือเปล่า หรือฟังแล้วอาจจะบอกว่ากล้าพูดได้อย่างไรอาตมาพูดความจริง 2. อาตมาไม่รู้สึกหิวหรือกระหาย อันนี้ก็เป็นอจินไตย อาตมาพูดความจริงตรงๆพูดชัดเจน อาตมาอ่านอาการ ลิงค นิมิต ของจิตวิญญาณ เป็น อาการของจิตที่มันเป็นสภาพ มีอาการของสุข มีอาการของทุกข์ มีอาการของชอบอาการไม่ชอบ มีอาการต่างกัน มีความต่างกันเล็กๆน้อย มันมีลิงคะ มันมีความต่างกันของ 2 สภาวะอยู่ในจิต จริงมั้ย อาตมารู้จักจิต เจตสิก รูป นิพพาน อาตมาว่าจิตของอาตมาเป็นนิพพาน ถูกรู้ด้วยตัวเองด้วยปัญญาอันยิ่ง ปัญญา ญาณ วิชชา รู้อาการว่ามันไม่มีแล้วความต่าง ลิงค ของสองสภาพเทวะ สภาพที่ต่างกันอยู่มันไม่มี มันมีหนึ่งเดียว จะเรียกด้วยภ
อ่านต่อ
าษาว่าหิว กระหาย มันไม่มีอาตมาไม่เคยหิวข้าว ไม่เคยหิวน้ำ ไม่เคย ตั้งแต่อาตมาบรรลุธรรม รู้ความจริงต่อเวทนาหมดแล้วอาการผลัก อาการดูด อาการชอบ อาการชัง มีแต่อาการเฉยๆ ซึ่งพูดแล้วก็ยากมันเป็นอจินไตย อาการอุเบกขา อาการฌาน เป็นเรื่องอจินไตย ที่เข้าใจไม่ได้ง่ายๆหรอก บุคคลที่อยู่ด้วยกันมีสัจจะหนึ่งเดียวตรงกันคือนิพพาน จะเข้าใจกันว่าจริง ผู้ที่มีความไม่รู้สึกหิวกระหาย เช่นว่าร่างกายควรต้องให้อาหาร มันบกพร่องเกิดอาการ 32 ของร่างกายทำหน้าที่ของมัน มันมีอัตโนมัติ พอมันบกพร่องก็จะสะดุดตรงนั้นตรงนี้ อะไรที่ขาดแล้วแต่สรีระของแต่ละคน อวัยวะส่วนนั้นส่วนนี้ทำงานไม่เต็มที่ของมัน ของใครก็ตามที่สะดุดความไม่เต็มที่สมดุลก่อนก็แสดงอาการ ตับเป็นต้น หัวใจเป็นต้น ปอดเป็นต้น ไตเป็นต้น แม้แต่เรื่องของน้ำเลือดน้ำหนอง ต่างๆนานา มันก็ไม่เต็มเต็ง ไม่เต็มที่ของมัน บกพร่องทางด้านสรีระ ซึ่งก็สัมพันธ์ทางด้านจิต เขาก็เรียนรู้วิชาการทางแพทย์ วิชาการทางวิทยาศาสตร์ ก็พยายามทำให้สมดุลคงที่ มันก็ถูกแล้ว ก็ทำกันไป ในความจริงที่ไม่รู้สึกหิวกระหายคือจิต แต่ร่างกายมันต้องการ มันโหยหา หรือมันขาด กว่ามันจะรู้สึกโหยหา ถ้าให้อาตมาอดข้าวก็ตั้งหลายวันกว่าจะโหย ทางร่างกาย เพราะจิตเราอยู่เหนืออาการทางสรีระ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นจิตมันเหนือกว่าสรีระ มันจึงไม่ได้รู้สึกหิวกระหายได้ง่าย ต้องอดไปตั้ง10 วัน 20 วัน 30 วันจึงโหย มันก็รู้สึกธรรมดา หากอดแค่ 3 วัน 4 วัน มันก็ไม่มีอะไรมากมาย ไม่มีอาการโหย ไม่ได้เร่งรัดเกินไป ต้องให้ได้ทันที เพราะคนเรามันทนได้ สมณะฟ้าไท…แสดงว่าสรีระของพุทธเจ้าที่ทำทุกรกิริยาเป็นร่างกายที่พิเศษ แสดงว่าพ่อครูก็มีสรีระพิเศษกว่าคนปกติทั่วไปใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…ใช่ เคยกินอาหารวันเว้นวัน ไปบิณฑบาตวันเว้นวัน แต่ว่าชาวบ้านขอร้องว่าจำวันที่ไปบิณฑบาตไม่ได้ ก็เลยเลิกฉันวันเว้นวัน ตอนนั้นทำเป็นเก๋เท่ แต่ฆราวาสเขายุ่ง วันนี้มาเดี๋ยววันนี้ไม่มา ปกติถ้ามาทุกวันสบายดี วันเว้นวันไม่ดีมันยุงยาก
_อาตมาเป็นคนแห้งมาแต่ไหนแต่ไร ก็พูดยาก อาตมาเป็นคนแห้ง ทางสรีระ เขาว่า เยี่ยวเหลืองแล้ว คุณก็อัดน้ำไปเดี๋ยวเยี่ยวก็ใส แต่มันก็จะเหลืองตามปกติของอาตมา แต่เขาว่าต้องกินน้ำ เยี่ยวจึงใส มันละลายออกมา ก็มันสีเหลืองสีเข้มอะไรก็เป็นธรรมดาก็เป็นเรื่องของอาตมา แต่เขาก็บอกว่าต้องใส อาตมาก็เลยจำนนต้องดื่มน้ำไป ดีไม่ดี สุขภาพเราจะดีกว่าเดิมด้วย หากไม่ต้องดื่มน้ำมาก สรีระของอาตมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ อาตมาก็ไม่ประหลาดอะไรเป็นแต่เพียงบางอย่างยากหน่อย คือ อาตมาเข้าใจเจตนาดีตามความรู้ เขาก็ยืนยันความรู้ว่าถูกต้อง ต้องอย่างนี้ ก็เป็นเจตนาดี เขากลัวบกพร่องผิดมาตรฐาน Standard ของเขา ก็เอา ที่จริงมันก็ลำบาก Standard ของอาตมาบ้างเหมือนกัน อาตมาก็จำนนเพราะพอทนได้ก็ไม่มีปัญหา อาตมาดื่มน้ำเพื่อผู้อื่น เป็นคนแห้งมาแต่ไหนแต่ไร แต่จะให้อาตมาบวม มันคนละเรื่อง อาตมาไม่ใช่คนท้วม อาตมาเป็นคนแห้ง _อาตมาไม่มีรสอร่อย มีแต่การรับรู้รสตามความเป็นจริง รสอร่อยและไม่อร่อย ถ้าคุณมีอร่อย คุณก็จะมีไม่อร่อย แต่อาตมาไม่มีแล้วอร่อยก็ไม่มี ไม่อร่อยก็ไม่มี รู้ความจริงตามความเป็นจริง รสของอันนี้มันก็เป็นของอันนี้ รสของอันนั้นมันก็เป็นของอันนั้น กลิ่นอันนั้นก็เป็นของอันนั้น รูปของอันนั้นก็เป็นของอันนั้น เสียงมันก็เป็นของอันนั้น 1 1 1 หนึ่งไม่มีสอง นี่คือสภาพของที่อาตมาศึกษากับพระพุทธเจ้ามาเรียนและปฏิบัติธรรมกับตนเองได้แล้วอาตมาเป็นคนไม่มีรสอร่อย มีแต่รับรู้ความจริงตามความเป็นจริง
_อาตมาเคยถูกรถชนลอยกระเด็น กล้ามเนื้อแตกที่ขา กระดูกไม่แตก เกิดเป็นพังผืดมีรอยบุ๋มที่ขา แต่กล้ามเนื้อข้างในมันช้ำมันแตกมันบวมระบม รักษาตั้งหลายเดือน หายเสร็จแล้วกล้ามเนื้อมันก็จับตัวกันไม่เหมือนเดิมมันก็พิการแล้ว กลายเป็นขาบุ๋ม เนื้อและกล้ามเนื้อประสานกัน แต่ข้างนอกไม่มีแผล นี่ก็แสดงถึงอาการหนังเหนียวจริงๆ แต่ข้างในมันไม่เหนียวเพราะมันแรงมาก ข้างในมันแตก ก็มารักษากันตั้งหลายเดือน
_อาตมารับมอบหน้าที่จากพระสมณโคดม ให้มากอบกู้ศาสนาให้ถึง 5,000 ปี พ่อครูว่า…อันนี้ยิ่งใหญ่มาก และมันก็จริงจัง มีหลักฐานอยู่ในพระไตรปิฎก มหาจัตตารีสกสูตร ในสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 ยืนยันชัดเจนว่า ผู้ที่จะมากอบกู้สืบทอดศาสนาพุทธในยุคที่มันเสื่อมแล้ว งั้นต้องเป็นผู้ที่มีความจริงมามีสัจธรรม เป็นโพธิสัตว์มากอบกู้ อาตมาว่าอาตมารู้ตัว รู้ความจริงว่าอาตมาเป็นผู้นั้น แล้วอาตมาก็ประกาศตัวเอง แล้วก็พิสูจน์ตัวเอง เอาพระไตรปิฎกมายืนยันตัวเอง พิสูจน์ตัวเอง เพราะอาตมาพูดตรงตามพระไตรปิฎกตั้งแต่โน้นมา เขาเข้าใจไม่ได้เขาไปแปลพระไตรปิฎกผิดเพี้ยนไปเข้าข้างเทวนิยมส่วนมาก อาตมาก็มาขยายความกลับเป็นอเทวนิยม มาเป็นพุทธ เขาไม่เข้าใจความอเทวนิยมแล้ว จึงยาก เขาไม่ค่อยเข้าใจ คือไม่เข้าใจเสียเลย ไปยึดมั่นถือมั่นในทางเทวนิยม หรือยึดมั่นถือมั่นในพยัญชนะบัญญัติ เข้าไม่ถึงสภาวะ
มาพูดถึงสภาวะ สภาวะแรกของ สังโยชน์ข้อที่ 1 คือ สักกายะ คุณต้องทำทิฐิ ความเห็น ความรู้ ความเข้าใจ เป็นตัวนำหน้าของปัญญา คุณจะเกิดปัญญาได้จะต้องมีสัมมาทิฏฐิ แล้วคุณจะต้องมีความรู้ในการวิจัยธรรม เรียกว่า ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ จะมีความรู้ได้ต้องปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ไปทีละคู่ๆ ด้วยรูปนาม เช่น มรรคองค์ 8 ต้องทำสัมมาทิฏฐิให้ครบ 10 ข้อ ถ้าคุณเข้าใจสัมมาทิฏฐิ 10 ข้อนี้ไม่ได้ ข้อที่ 1 เข้าใจเรื่อง การทำใจในใจ เรื่องการทำทาน ถ้าคุณทำใจในใจไม่เป็น ทานอย่างไรจึงมีผล มีอานิสงส์ หมายถึงมีผลมีอานิสงส์เป็นโลกุตระ แม้แต่การทำทานก็อ่านจิตตัวเองออก แล้วจิตของคุณสาเปกโข หวังจะได้อะไรตอบแทนหรือเปล่า ถ้าคุณก็ทำใจในใจอยากได้อะไรตอบแทน คุณไม่มีผลไม่มีอานิสงส์ ถ้าหากไปหลงผิดได้สิ่งตอบแทนค่อยๆมีปฏิสัมพันธ์ มีการเกี่ยวข้องกับการตอบแทน เกี่ยวข้องกับภพชาติ ไปมีภพมีชาติ สั่งสมภพชาติ ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว 1. ยังมีความหวังให้ทาน สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2. มีจิตผูกพันในผลให้ทาน ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3. มุ่งการสั่งสมให้ทาน สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4. ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ คุณเข้าใจกันหรือ แล้วมีที่ไหนสอนว่าทานแล้วอย่ามีภพมีชาติ มีไหม ? ลองตรวจดู สัมมาทิฎฐิ 10 ไล่ไปแต่ละข้อ ตั้งแต่ ทินนัง ยิฎฐัง หุตัง…
อย่างเก่งก็อธิบายไปตามพยัญชนะ หรือไม่ก็ทำตามจารีตประเพณีไป อาตมาพามาทำยังได้เนื้อได้หนังเลย ทำทานให้กิเลสลดได้เป็นหุตัง ข้อที่ 4 คือ เป็นส่วนแห่งบุญ(ปุญญภาคิยา) ให้ผลวิบากแก่ขันธ์(อุปธิเวปักกา).
1. ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด) (อัตถิ . ทินนัง) . . . . 2. ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) 3. สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) 4. ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว มีแน่ (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก) ปฏิบัติแล้วผลของมันเป็นสุขหรือทุกข์ลดกิเลสได้หรือไม่ ผลของวิบากของคุณ ได้ละกิเลสมีมรรคผลหรือไม่ ก็ไม่รู้ทำดีชั่วตื้นๆตามโลก สุกตคือดีแล้ว ทุกฏ คือ ดีหรือไม่ดีไม่รู้จัก สุกต ทุกฏ แปลว่าดีและชั่วก็ไม่ผิด กำปั้นทุบดินแต่มันไม่มีรายละเอียด ดีอยู่แค่ไหน ดีแค่โลกีย ดีชั่วตามจารีตประเพณีตามเทวนิยม แต่ถ้าดีของพระพุทธเจ้ามันขัดเกลากิเลส หมดโศกหมดทุกข์เป็นโลกุตระ ละเอียดไปถึงขนาดนี้ ใครบ้างอธิบายสัมมาทิฏฐิตามที่อาตมาอธิบายและเทียบเคียงกับมิจฉาทิฏฐิ 10 ที่คุณไปยึดถือกันอยู่ ใครบ้างมาอธิบาย อาตมาถึงบอกว่าอาตมาเป็นไก่ตัวพี่ มันเลี่ยงไม่ได้ สัจจะมันไม่มีทางเลี่ยงอะไรได้เลย แต่คนไม่ยอมรับคุณก็เลยหมั่นไส้ คือไม่เชื่อว่าจะมีคนดีในโลกมาเกิด อาตมาก็ว่าน่าสงสารคนเหล่านั้น อาตมาเป็นคนดีมาเกิด คุณไม่เห็นว่าอาตมาเป็นคนดีก็น่าสงสารจริงๆ จะโง่ดักดานไปถึงไหน คนดีมาเกิดให้เห็นทั้งทีแล้วก็พยายามอธิบายสิ่งที่ดีของพุทธเจ้า บอกตัวเองเป็นลูกพระพุทธเจ้ามาสืบทอดธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่เชื่อ ก็ไม่รู้จะไปบังคับกันอย่างไรเขาเชื่อตาม Concept ที่เขาบอกว่าพระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ พระผู้รู้ต้องเป็นอย่างนี้ เรียบทั้งร้อย มาทำเอะอะมะเทิ่งอย่างโพธิรักษ์ พูดอวดดีด้วย แต่ไม่รู้ว่าคุณอวดโง่ อาตมาอวดดี อวดฉลาด อวดรอบรู้ มาพูดความจริงมีคำจริงคำเดียว เลี่ยงไปกว่านั้นมันก็ไม่ครบ พูดให้ครบ 5. โลกนี้ มี (อัตถิ อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ . . 6. โลกหน้า มี (อัตถิ ปโร โลโก) หมายถึง โลกโลกุตระ ต่างกันอย่างไร ก็มาชี้แจงเพื่อเข้าสู่โลกใหม่ โลกอื่น โลกหน้า โลกโลกุตระ ได้รู้โลกโลกุตระขึ้นบ้างได้หรือยัง ได้เหยียบย่างเข้าสู่โลกโลกุตระบ้างหรือยัง ได้จนกระทั่งถึงจิตจริงๆ เขามี ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มีก็มีได้ก็ได้ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ทำไมไม่มีปัญหาอะไรเลยชาตินี้ จะไม่มีใครมาให้ตำแหน่งยศศักดิ์ ได้ข่าวว่านายตูนก็ได้สายสะพายเลย โบราณเขาเรียกว่าจะได้เป็นเจ้าพระคุณเป็นพระยา จนกระทั่งไปเป็น สมเด็จเจ้าพระยา เป็นคนที่ทำประโยชน์ให้แก่สาธารณสุข ในหลวงก็เลยพระราชทานให้ นายตูน Bodyslam วันนี้ก็ได้เหรียญตา ชีวิตอาตมาไม่มีปัญหาอะไรเลยไม่ได้เหรียญตราเลย ถ้าหากได้ขึ้นมาก็จะทำให้ลำบาก แต่นี่อาตมาสบาย อิสระเสรี independent สุดยอดของ Freedom สบายมาก ชาตินี้มาถึงอายุป่านนี้ พยายามต่อให้ยาวที่สุดได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ตั้งเป้าด้วยที่เป็นตัวเลขบังเอิญ 151 ปี มีประวัติเป็นที่ไปที่มา หมออารีย์บอกว่าจะอยู่ 150 ปี อาตมาก็เลยจะอยู่ 151 ปี อาตมามีชีวิตอยู่เป็นชีวิตเพื่อปราบมาร เพื่อให้สิ่งที่ดีที่มีประโยชน์แก่มนุษยชาติ โดยมั่นใจว่าเป็นผู้เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาขยายความ ทำความเข้าใจสิ่งที่ผิดเพี้ยนให้ถูกต้อง เอาไปปฏิบัติประพฤติให้เกิดผล เพื่อให้ธรรมะถูกต้องและยืนยาวไปถึง 5,000 ปี ตอนนี้ก็ครึ่งพุทธกัปของพระสมณโคดมแล้ว ทำหน้าที่ให้ได้จริง
640310_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พ่อครูผู้ปราบมารเพื่อยังพุทธศาสนาให้ถึง 5000 ปี