ความเห็นของคุณกับของเราคนละอย่างก็นานาส้งวาส.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความเห็นของคุณกับของเราคนละอย่างก็นานาส้งวาส _เดชา อำพร : ไม่ใช่แต่แค่ผู้นำอโศกหรอก เพศหญิงเป็นเพศอ่อนไหวง่าย ชอบประจบประแจง,ชอบเอาอกเอาใจนายเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของศาสนา แม้แต่อดีตท่านยันตโร,ท่านอดีตภาวโนพุทธา,ท่านอดีตนิกรโณ,ฯลฯ ก็มีลูกศิษย์โดยเฉพาะที่เป็นหญิงแวดล้อมใกล้ชิดอยู่มากมาย(จนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมานั่นแหละ) ถ้าตัวอาจารย์ไม่เป็นผู้บอกห้ามลูกศิษย์ที่เป็นหญิงเองซะแล้ว ก็จะมีสาวกเพศหญิงมาแวดล้อมใกล้ชิดเป็นธรรมขาติ ไม่ต่างกัน ส่วนจะอ้างว่าเป็นอรหันต์แล้วจะต้องใช้"สติวินัย" ก็ประมาณว่าคนเขามองว่าท่านผู้นำอโศก"พูดเองเออเอง,ชงเองกินเอง"ประมาณนั้น นั่นแหละ ท่าน"หลวงตาบ." ก็ประกาศอ้อมๆเหมือนกันว่า"ชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายของเรา" ส่วน"อดีตเจ้าสำนักธรรมโกย"ก็บอกว่าเราเป็น "ต้นธาตุต้นธรรม"(ให้ไปตีความกันเอาเองว่าท่านต้องการสื่ออะไร?) ประมาณนั้นแหละเยอะแยะ แต่ส่วนมากก็รับรอง,ยอมรับกันเองในหมู่ลูกศิษย์ที่ถูกครอบงำจิตด้วยความศรัทธาในตัวอาจารย์แล้ว เท่านั้น ถ้าอย่างนี้พอถึงขั้นเป็นหัวหน้าสำนัก ก็จะพากันสรุปเอาเองว่าตนบรรลุแล้วทั้งนั้น ก็ไม่ต้องพากันยึดวินัยกันล่ะ ก็ลองใช้"มหาปเทส"ดูว่าเหมาะสมหรือไม่? มี"ปรโตโฆสะ" ฟังเสียงกู่ร้องจากบุคคลภายนอกเขาบ้างก็จะดีนะท่าน.. ด้วยความเคารพครับ … พ่อครูว่า…อย่างนี้คุณไม่นับถือใครเลยไม่ชอบอันไหนเลยคุณก็ไปตั้งสำนักเองแต่คุณยังไม่มีจุดสำคัญที่จะตั้งสำนักเองเลยจะตั้งสำนักก็เป็นสำนักเละเทะ สำนักอื่นจะไม่ยึดถือวินัยก็เรื่องของคุณแต่สำนักเรายึดถือพระธรรมวินัย ไปขี้ตู่ว่าเขาไม่ยึดธรรมวินัยเอง คุณเก่งชะมัดเลย เราฟังเสียงภายนอกอยู่แล้ว ฟังแล้วก็เอามาวินิจฉัย แต่ฟังของคุณแล้วมันไม่เข้าร่องเข้ารอยก็ตัดสินแล้วว่าพวกคุณไม่เข้าร่องเข้
อ่านต่อ
ารอยแต่คุณว่าเราไม่เข้าร่องเข้ารอยก็โอเค คุณก็ต้องเห็นอย่างนี้ อาตมาก็ต้องเห็นอย่างนี้ จบแล้ว คุณเข้าใจไหม คุณยังไม่เข้าใจก็จะมาแหย่อาตมาอย่างนี้ _เดชา อำพร : ขอบอกตามตรงแม้แต่ท่านผู้นำอโศกให้มีปัจฉาสมณะถึง4ท่านแวดล้อม ซึ่งแม้แต่จะเป็นเพศชายเช่นเดียวกันก็ตาม แต่คนเขามองว่า ท่านมีลักษณะการยินดีใน"ระบบศักดินา"(ที่มีข้าทาสบริวารคอยติดตามรับใช้)นะครับ ถ้าท่านบอกบรรลุอรหันต์แล้ว น่าจะปล่อยวางในเรื่องสังขารร่างกายได้ มันจะถึงวาระอย่างไรก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติไป น่าจะดีกว่ามั้ยครับ? คนภายนอกเข้าใจว่าอยู่ชุมชนอโศกเหมือน"มาติดคุก" แต่คนอโศกเข้าใจว่า"ชุมชนอโศก เป็นดินแดนอิสระของปัญญาชน" (ไม่ควรพูดว่า"ชุมชนอโศกเป็นคุกของปัญญาชน" แบบนี้ฟังแล้วเข้าใจผิดได้นะจ๊ะ..) พ่อครูว่า…มาถามได้เลยสมณะทั้งหลายอาตมาจะใช้สมณะทั้งหลายหรือไม่ อาตมาไม่เคยจะใช้สมณะ มีแต่สมณะจะช่วยใช้ด้วยสติสัมปชัญญะปฏิภาณของท่าน อาตมาจะไม่ชี้ใช้ใครคุณรู้เสียบ้าง จริงอาตมาไม่ใช้ใคร ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็เอา ขอให้คนอื่นช่วยบ้างถ้าทำเองได้อาตมาทำเอง คุณไม่รู้จักอาตมาพอหรอก มาสมัครรับใช้เองอาตมาก็ไม่ได้ใช้เขาด้วย เขารับใช้เองจนอาตมาต้องห้ามหลายๆอย่าง บางอันบอกว่าพอแล้วมันมากไป อย่างนั้นด้วย คุณยังเข้าใจสัจธรรมเข้าใจความจริงยังไม่ครบได้แต่ขี้ตู่ไป เป็นการตู่ที่ผิด โดยเฉพาะเป็นการตู่พระอริยเจ้า อาบัติรับประทานหัวนะ คุณเหมือนมารที่ว่าพระพุทธเจ้า บอกว่าเมื่อบรรลุแล้วตายเสียสิ เหมือนเปี๊ยบเลย คุณเองทำไมช่างเหมือนมารเลยใช่ตัวมารจริงๆ เป๊ะเลย พูดกันอย่างเดียวกับมาร เชิญคุณทำตามที่คุณว่าเลย อาตมาไม่ทำแบบคุณ ในนี้ใครติดคุกยกมือขึ้น ยกมือขึ้นชาวอโศก ไม่มีสักคนเลย ทำไมคุณตาบอดขนาดนั้นพูดอยู่ข้างนอก นอกจากไม่ได้ติดคุกแล้วยังมาเรียนรู้วิธีออกจากคุกด้วย ฟังไว้คุณนี่คือคำตอบของชาวอโศกไม่ใช่คำพูดของคุณ คุณชักจะเลอะเทอะใหญ่เดาส่งพูดไปทั่ว ระวังนะมันบาป พูดผิดจริงที่กรรมเป็นของของตน ทำกรรมแล้วมันเป็นจริง คนอโศกเข้าใจว่าชุมชนอโศกเป็นดินแดนอิสระของปัญญาชน ไม่มีใครชวนหรอก อาตมาก็ไม่ได้พูดเชิญชวนชี้หว่านล้อมให้มาเยอะ ก็พูดถึงสัจธรรมทั้งนั้นว่าดีควรมาก็จะมีปัญญาคุณมาก็มาอย่างนี้เป็นต้น คนมีปัญญาเขาก็มั่นใจ อาตมามั่นใจว่าได้ให้อิสรเสรีภาพแก่คนทุกคน ไม่ได้ไปแคะออกมา ไม่ได้ไปปะเหลาะ ปะเหลาะหว่านล้อม คุณฟังแล้วเข้าใจอย่างนี้ใช่คนที่เขาเข้าใจถูกเขาก็เข้าใจถูกแล้ว ส่วนคนเข้าใจผิด คนที่เข้าใจความถูกเป็นความผิดคนนั้นผิด คนที่เข้าใจความผิดเป็นความผิดคนนั้นถูก ทิฏฐิของคุณเดชาก็ไปทางสายหลับตา มหาบัวจึงเป็นพระอรหันต์ ซึ่งตรงกันข้ามกับอาตมาเต็มร้อยเลย หันหลังชนกัน 180 องศา เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกประหลาดอะไรหรอกที่คุณเดชากับอาตมามันเห็นกันคนละทาง คนละพวกคนละเรื่อง ดาวคนละดวง แน่ๆเลยไม่น่าสงสัยอะไร คุณเดชากับอาตมาก็จบกันตรงที่ว่าเป็นนานาสังวาส คุณก็เห็นของคุณอย่างหนึ่งอาตมาก็เห็นของอาตมาอย่างหนึ่ง คุณเดชาก็พิสูจน์ของคุณไป อาตมาเห็นเป็นคนละอย่างแล้ว คุณยังข้องใจสงสัยอาตมาในเรื่องผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนไหว แล้วไม่เชื่อว่าอาตมาแข็งแรงมากกว่า เอาอาตมาไปเปรียบเทียบกับสมีต่างๆทั้งหลาย คุณไม่รู้จักอาตมาหรอก คุณเอาอาตมาไปเปรียบเทียบกับสมีทั้งหลาย คุณยังมีความคิดไม่เจริญเท่าไหร่ ยังไม่สามารถที่จะรู้ความจริงของความจริง ว่าอาตมาคือใคร สมีทั้งหลายคือใครคุณไม่สามารถรู้ เอาอาตมาไปปนกันเละ เพราะคุณเดชามีทิฐิแบบ โลกียะแบบเดียรถีย์หลับตา เพราะฉะนั้นก็ปฏิบัติอยู่อย่างเทวนิยม ก็คงจะเป็นคนที่จะต้องมองอาตมาอยู่อย่างนี้จะเห็นแย้งไปอีกนานเพราะว่าคุณฟังธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่เป็น ฟังแล้วไม่รู้จักจบ ไม่รู้จักที่เข้าใจแล้วพอแล้วไม่มีคุณจะแย้งไปได้เรื่อยๆเพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าก็เป็นอย่างหนึ่งธรรมะของคนเห็นก็เป็นอย่างหนึ่งอาตมาจะพูดไปเท่าไหร่ คุณก็จะแย้งเพราะมันเป็นคนละกระแสคนละอย่าง อาตมาจะพูดธรรมะพุทธเจ้าเป็นอย่างไรคุณก็จะแย้งได้ทุกมุม เพราะของคุณก็กระแสหนึ่ง อาตมาก็กระแสหนึ่งก็ต้องแย้งกันไป อาตมาไม่ได้สงสัย แต่อาตมาก็ยินดีรับฟังความคิดของคุณ อาตมาก็วิจารณ์กันไปบ้าง คุณก็ว่าอาตมาสิไม่ฟัง ก็ไม่เป็นไรอาตมายินดีคบหากันนะ ไม่มีปัญหาอะไรก็ค่อยๆทำกัน สักวันคุณเดชาคงจะเมื่อยคงจะรู้เอง จนกว่าคุณจะรู้จักกันหยุดการพักแล้วรู้จักจบ จะเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์เป็นอย่างไร แล้วคุณก็จะฟังอาตมารู้เรื่องจะเข้าใจอาตมาในอนาคต
640312_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก ระบอบการปกครองของมนุษย์ ที่สุดยอด