ชีวิตจากดาราโลกียะถึงโลกุตระของพ่อครู.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชีวิตจากดาราโลกียะถึงโลกุตระของพ่อครู _หลวงตาแด่ธรรม ธัมมรักขิโต : พ่อครู หัวใจประชาธิปไตยไม่บังคับใคร ปกครองด้วยพระธรรมวินัย สาธุ พ่อครูว่า...แน่นอน อาตมาไม่ศรัทธาเรื่องการบังคับเลย ชัดเจนในเรื่องการบังคับ ว่ามันไม่มีประโยชน์สำหรับอาตมา แต่คนอื่นเขาอาจจะต้องใช้อยู่บ้าง ใช้การบังคับก็ต้องใช้อยู่บ้าง แต่อาตมา ในชีวิตนี้อาตมาว่าอาตมาไม่ได้บังคับใครเลย ให้อิสรเสรีภาพเต็มที่ มันเป็นการพิสูจน์ว่า อาตมาพยายามจะให้ความรู้ ประพฤติให้เห็น พูดให้ฟัง คิดอย่างไรก็อธิบายทุกอย่างให้เข้าใจต่างๆนาๆ เสร็จแล้วเขาก็ไปตัดสินเอง แล้วก็ไปประพฤติเอง ได้เอง เป็นเอง อาตมาจึงได้คนชนิดที่ทุกคนมีอิสรเสรีภาพหมด ไม่ประเล้าประโลม ไม่หลอกลวง ไม่โฆษณาเพื่อชี้ชวนให้อยากได้ มีแต่พูดผ่าๆ แรงๆ ตรงๆ เปรี้ยงๆ มันแข็ง อาตมาจะเทศน์แข็ง แล้วก็รับเอาเอง ผู้ที่ได้ฟังก็รับรู้เอาเองตัดสินเอาเอง อาตมาจึงได้คนที่มาเป็นชาวอโศกเป็นแก่นๆเนื้อๆ เพราะว่า เป็นวิธีคัดเลือกของอาตมา เพราะอาตมามีความเห็นว่า ธรรมะโลกุตระนี้มันยากมาก เพราะฉะนั้นจะปลูกฝังลงเป็นแก่น จะต้องให้เป็นของจริงๆ คนจริงๆ มีบารมีจริงๆเข้ามาก่อน มาเป็นแก่นแกน มาเป็นกลุ่มแรก กลุ่มต้น เพื่อจะได้ช่วยกัน เข้ามารวมตัว โลกุตรธรรมมันสูญไปแล้ว ตามที่พระพุทธเจ้าสมณโคดมท่านทรงพยากรณ์เอาไว้ว่ามันจะเสื่อม ในอาณีสูตร แล้วมันก็เสื่อมจริงมาถึงยุคครึ่งพุทธกัปป์ 2,500 ปี จาก 5,000 ปี มันเสื่อมจริงๆ อาตมาพูดความจริงไม่ได้พูดเล่น อาตมาอุบัติขึ้นมาศาสนาพุทธมันเสื่อมมาก มันไม่เป็นศาสนาพุทธ แต่อาตมาเป็นบอร์นทูบี จะต้องเป็นอย่างนี้ต้องมาทางนี้แน่นอน อยู่ในทางโลกไป 36 ปี อายุ 36 ปี ก็จบ มันไปไม่ออกแล้ว ไปไม่ได้แล้ว ต้องมาทางนี้ มาทางธรรม แต่แรกเลยก็เคยเล่า เคยอธิบาย บันทึ
อ่านต่อ
กไว้ก็มี อาตมาไม่ได้คิดอ่านจะมา กอบกู้ ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโพธิสัตว์จะมากอบกู้อะไร เป็นแต่เพียงว่ามันเป็นสัจจะว่า มันหน่ายทางโลกมา ก็เลิกก็ทิ้งเลยไม่ไยดีทางโลกเลย ออกมา ตอนแรกก็ยังเป็นฆราวาสแต่งตัวเป็นฆราวาสโกนหัว นุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อคอกลมสีขาวรองเท้าก็ไม่ใส่ เดิน แล้ว อาตมาเป็นดาราโทรทัศน์นะ ที่เป็นโทรทัศน์ช่องแรกของประเทศไทยเลยนะ อาตมาทำงานโทรทัศน์ ตั้งแต่ช่องแรก เปิด พ.ศ. 2498 พ. ศ. 2498 เขาเปิดมิถุนายน เดือนธันวาคมอาตมาก็เริ่มเข้าไปทำงาน อาตมาเรียนอยู่ที่เพาะช่าง อาจารย์สมจิตร สิทธิชัย ไปตามหาหนุ่มๆสาวๆ ตอนนั้น อาตมาก็ยังหนุ่มอยู่แน่นอน พ. ศ. 2498 อายุ 20 -21 ปี อาจารย์สมจิตรก็ไม่ได้เจตนาจะเอาอาตมามาหรอก ก็ไปตามในชมรมเยาวชน ซึ่งจะมีชมรม จะมาหาคนทำรายการเด็ก ก็ไปเจอน้องแดง นิภา ธรรมปรีชา ตอนนั้นอายุ 17 ปี เขาก็ชอบใจมากเลย ก็เลยชวนน้องแดง จะให้มาทำงานโทรทัศน์ ทำรายการเด็กเป็นพิธีกร น้องแดงนั้นศรัทธาอาตมามาก เชื่อถือนับถืออาตมามาก ก็มีข้อแม้กับอาจารย์สมจิตรว่า ถ้าจะเอาหนูมาต้องเอาพี่รักมาด้วย อาจารย์สมจิตรก็เลยยอมให้อาตมาติดมาด้วย เสร็จแล้วก็จะมาปั้นให้เป็นพิธีกร ก็ถามว่า ทำรายการเด็กจะทำอย่างไรดี อาตมาก็ช่วยคิด อาจารย์สมจิตรไม่ได้คิดว่าจะให้มาทำอะไรหรอก อาตมาก็บอกว่า เป็นรายการถามปัญหาตอบปัญหาสิ จะเอาเด็กรุ่นไหน เด็กรุ่น 7 -15 ขวบ ก็เอาปัญหาทางเข้าไปแล้วก็ให้รางวัลเป็นตุ๊กตาตุ๊กตาก็ได้ แล้วจะตั้งชื่ออะไร อาตมาก็ช่วยคิดอีก คนเก่งรุ่นจิ๋ว เขาก็ชอบใจ ก็เลยเป็นรายการเด็ก รายการแรกของประเทศไทย เกิดขึ้น ก็เปิดให้น้องแดงเป็นพิธีกร ทีนี้ จะไม่เอาอาตมาก็ไม่ได้ เงื่อนไขจะต้องให้เอาอาตมาไปช่วย ตอนแรกอาจารย์สมจิตรจะให้ช่วยอยู่นอกจอ น้องแดงก็บอกว่าไม่ได้ จะให้เข้าไปช่วยในจอ อาจารย์สมจิตรก็ไม่ได้ศรัทธาอาตมาเลย อาตมาก็เลยตามใจ เสร็จแล้วก็ให้เข้าไปช่วยกัน น้องแดงก็เป็นพิธีกรอยู่ 1 ครั้ง 2 ครั้ง แค่นั้นเอง บอกว่าไม่ไหวหรอกพี่รัก พี่รักเอาไปเถอะ อาจารย์สมจิตรก็ไม่ยอมอีกแหละ เขาก็รู้อาตมาแต่งเพลงผู้แพ้ แต่งเพลงชมรม เพลงดรุณวอลซ์ อาตมาแต่งส่งเพลงเข้ามาก่อน ตัวยังไม่เข้ามา โดยอาตมาใช้นามปากกาว่า เกื้อปรียา โดย อ.องุ่นมีชื่อว่า ปรียา อาตมาเลยเอาไปเป็นนามปากกา เขาก็ใช้เพลงอาตมาร้องไป เสร็จแล้วเขาก็อยากจะเจอตัวผู้แต่ง อาตมาก็เลยถึงวาระ ชมรมวันใดวันหนึ่ง อาตมาก็เลยไปปรากฏตัวอยู่ในชมรม ที่เขานัดเป็นเวลากัน อาตมาก็ไปปรากฏตัวตอนอายุ 21 ปีแล้ว ก็โข่งแล้ว น้องแดงก็ 17 ไปปรากฏตัว อาตมาก็ยังนุ่งกางเกงขาสั้นใส่เสื้อเชิ้ตไปธรรมดา ใส่แว่น คนเขาก็ ยอมรับนับถืออยู่เหมือนกัน เสร็จแล้วก็อยู่ในชมรมนั้น จนกระทั่งอาจารย์สมจิตรไปเจอ แล้วพาน้องแดงมา อาตมาก็ติดมาด้วย ทำได้ 2 ครั้งน้องแดงก็ไม่สบาย บอกว่าทำไม่ไหวแล้วพี่รักทำ อาตมาก็บอกอาจารย์สมจิตร อาจารย์สมจิตรก็ยังไม่ยอมให้อาตมาเป็นอีก ก็ไปเอาพี่อู๊ด หม่อมราชวงค์พิศวาส นาควานิช แม่ของ ผบ.ทบ. ก็ให้พี่อู๊ดมาเป็นแทนน้องแดง อาตมาก็ยังเป็นผู้ช่วยอยู่เช่นเดิม พี่อู๊ดเขาก็ไม่ถน้ด อาจารย์สมจิตรสิ้นทางเลี่ยงไม่ออกก็เลยให้อาตมาเป็นพิธีกรเอง จัดการเอง คนเดียวเลย อยู่ในรายการ อาตมา one man show เลย พออาตมาทำ มันก็ดูดี หนังสือพิมพ์ลงข่าวเลย โอ้โห ดีจังเลย มันเป็นธรรมชาติ เขียนเชียร์อาตมาในหนังสือพิมพ์ อาตมาก็ไม่รู้ว่าเขาเขียนเชียร์ เมื่อเขาเขียนเชียร์เท่านั้นแหละก็ได้เรื่องเลย ตั้งแต่วันนั้นมา อาตมาก็เลยต้องทำงานโทรทัศน์ ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 3 เท่านั้นอยู่โรงเรียนเพาะช่าง อาตมายังถีบจักรยานทำงานส่งหนังสือพิมพ์อยู่นะ ตอนนั้น แต่งเพลงผู้แพ้แล้ว เสร็จแล้วมาทำงานโทรทัศน์ตอนแรกก็ยังส่งหนังสือพิมพ์อยู่ จนกระทั่งพอได้รายได้จากโทรทัศน์ ชักมีคนรู้จัก จักรยานราเล่ย์ ขอจากลุงหมอนายแพทย์สุรินทร์ เขาใช้มาตั้งแต่เป็นนายแพทย์ระดับต้นจนเป็นผู้อำนวยการ จนมีรถประจำตำแหน่ง เขาก็ใช้จักรยานคันนี้มา ขอเขาไป เขาก็ส่งมาทางรถไฟ อาตมาก็เลยใช้ส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้านตามตลาด ก็เรียนหนังสือด้วยการส่งหนังสือพิมพ์ อาตมาทำอะไรเป็นคนบุกเบิกเริ่มต้นใหม่ๆเยอะหลายอย่างมากทีเดียว อาตมาเป็นดีเจคนแรกของประเทศไทย ก็ไม่มีใครรู้หรอก ตั้งแต่สมัยวิทยุ วิทยุพึ่งมี 1 วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ช่องวิทยุ 1 ปณ 3 วิทยุรักษาดินแดนเกิดขึ้นอีก ห้องส่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสร็จแล้วอาตมา คลุกคลีทางด้านนี้ ทำวิทยุทำละครวิทยุ ลุงเหงี่ยมพี่เป็นผอ.อยู่วิทยุ อาตมายังเด็กอยู่นะ ตอนนั้นยังไม่ถึง 20 ปีจนกระทั่งถึง 20 กว่า เขาก็เชื่อมืออาตมา อาตมาจะทำละครวิทยุให้ก่อนทั้งนั้น จนกระทั่งรักษาดินแดนเกิดขึ้น ตอนนั้นอาตมาพักอยู่กับพี่ล้วน ควันธรรม ตอนนั้นไม่มีที่อยู่ก็เลยไปอยู่กับพี่ล้วน วาสนาอาตมาก็จะไม่ได้เป็นนักร้อง เขาก็เอาไปเป็นคนทำครัว เป็นคนเลี้ยงลูกเขา อาตมาก็ทำไป พอดี อาตมามีที่อยู่แล้วด้วย แม่ก็โทรมป่วยหนัก แล้วทรุดไม่มีเงินส่งอาตมาแล้ว อาตมาก็จำเป็นจะต้องอาศัยอยู่กับคุณล้วน รับใช้เขา ซักผ้าให้เขา เลี้ยงลูกให้เขา เจ้าแหลมเจ้าหลิม ซึ่งตายไปหมดแล้ว ส่วนเจ้าหมึกยังอยู่ วิโรจน์ ควนธรรม แต่วิโรจน์เป็นลูกอีกเมียหนึ่ง อาตมาเมื่ออยู่กับคุณล้วน คุณล้วนได้สปอนเซอร์ จากนาฬิกา Rolex ก็โฆษณาทางวิทยุ ก็ให้อาตมา ไปเป็น แต่ก่อนไม่ได้เรียกดีเจ ก็ไปบรรยาย เป็นคนแรกเลย บรรยายแล้วก็มีโฆษณา โฆษณาสินค้า ที่วิทยุรักษาดินแดน ร.ด เอาแผ่นเสียงของคุณล้วนกับเมียแก แม่นายหลิม สะอาด นิลอร่าม เอาไปเปิด อาตมาก็แต่งกลอนบรรยายว่าจะมีเพลงนี้คนนี้ร้อง บรรยายเป็นกลอน เสร็จก็เปิดเพลง เปิดเพลงเสร็จก็มาพูดแล้วบรรยายเป็นกลอนนำเพลงอีก แต่ก่อนนี้เยอะ มีกลอนนำเพลงเยอะ อาตมาแต่งโคลงแต่งกลอนมาตั้งแต่อายุ 11-12 แต่งฉันทลักษณ์มาแต่เก่าแก่ อาตมาถึงเป็นดีเจคนแรกของประเทศไทย ที่นำทำอันนี้ขึ้นมา อย่างนี้เป็นต้น มาถึงโทรทัศน์ อาตมาออกโทรทัศน์มาประจำ จนทำรายการเพิ่ม จากคนเก่งรุ่นจิ๋ว คนกล้านักกีฬาน้อย และอีกหลายรายการ เป็นคนทำรายการเด็กคนแรกในประเทศไทย จนกระทั่งอาตมาเรียนจบปี 5 จากโรงเรียนเพาะช่าง จบปวส. จบแล้วก็ยังทำงานหาเงินลำไพ่ได้จากโทรทัศน์ เสร็จแล้วก็มีโรงเรียนต่างๆเขาชอบ เพราะว่าอาตมาอยู่กับเด็กอยู่กับโรงเรียน นักเรียนกับเยาวชน โรงเรียนต่างๆก็ชอบ อาตมาก็มี Talent ทางด้านแต่งเพลง ก็ไปแต่งเพลงให้โรงเรียนต่างๆประกวด งานกาชาด งานศิลปหัตถกรรม เขาเอาเด็กโรงเรียนต่างๆประกวดได้ถ้วย อาตมาก็ไปแต่งเพลงให้โรงเรียนต่างๆโรงเรียนเบญจมราชาลัย โรงเรียนสตรีวิทย์ โรงเรียนสตรีประเทืองวิทย์ แต่งให้ ซ้อมให้ คัดเลือกเด็กมาซ้อมร้องแล้วก็ไปแข่ง แล้วชนะได้ถ้วยมาเยอะแยะ อาตมาเลยยิ่งมีกู๊ดวิลทางด้าน กับโรงเรียนต่างๆเยอะ อย่างน้องๆอาตมาลูกคุณลุง อาตมาไม่ต้องให้สอบเข้าหรอก ฝากเข้าโรงเรียนนั้นโรงเรียนนี้สบายมาก มันเป็นเอกสิทธิ์ เพราะว่าเราช่วยเขา เขาก็เลยช่วยเราบ้างอย่างนี้เป็นต้น แต่ว่าเป็นอิทธิพลก็ไม่เชิง เทคนิคบางมด เขาชอบเพลงแม่มูลที่ทำกับคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ตอนนั้นได้เงินอยู่สิ มาทำละครต่อต้านคอมมิวนิสต์ ฟังวิทยุ ก็ร่วมมือกับคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ทำรายการภาคอีสานภาคกลาง อาตมาก็จัดทีมภาคอีสานสมาคม เอาพวกเราไปจัด ส่วนทีมภาคกลางก็มีอีกทีมนึง อาตมาก็รวมอยู่ในทีมภาคกลางด้วย มีคนแสดงละครวิทยุต่อต้านคอมมิวนิสต์ แต่ก็แต่งเรื่องไม่ทัน เขียนเรื่อง แต่งเพลงด้วย อย่างเพลงแม่มูลหรือแม่จ๋า เป็นเพลงต่อต้านคอมมิวนิสต์ด้วย มันก็ติดตลาดคนก็ชอบ จนกระทั่งเทคนิคบางมดชอบ มาขอให้อาตมาแต่งเพลงให้แก่บางมด อาตมาก็แต่งให้อีก เพลงไม่ลืมบางมด ซึ่งไม่ใช่เพลงมาร์ช นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท... เป็นประวัติของพระโพธิสัตว์ที่คนบันทึกเอาไว้ให้ศึกษาเป็นข้อมูล พ่อครูกว่าจะเข้ามาทางศาสนาก็มาทำงานอื่นมามาก เดี๋ยวนี้เด็กนักเรียนนักศึกษาให้มีประสบการณ์มากกว่าเอาแต่ทางตำรา 650914 ฟังธรรมศีลข้อ 1 ให้ลึกซึ้งถึงกรรมวิบาก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ