ฟังธรรมศีลข้อ 1 ให้ลึกซึ้งถึงกรรมวิบาก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข15 กันยายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ฟังธรรมศีลข้อ 1 ให้ลึกซึ้งถึงกรรมวิบาก พ่อครูว่า... ที่มันไม่ดีนี่ อาตมาจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมคุณไม่รู้สึกมั่นใจดีๆกับธรรมะพระพุทธเจ้า ถ้าคุณไม่ปฏิบัติไปตามลำดับ คุณไม่เริ่มต้นตามลำดับ จนบรรลุ ตามลำดับอย่างไร จรณะ 15 ของพระพุทธเจ้านี้เป็นลำดับ โดยมีศีลเป็นข้อเริ่มต้นศีลข้อที่ 1 คุณก็เอาข้อที่ 1 มาปฏิบัติให้จริงจัง ให้ละเอียดลออลึกซึ้ง จนกระทั่งได้ไปถึงขีดขั้นที่สมบูรณ์แบบแล้ว ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ ๑. ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ข้อนี้เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง. พ่อครูว่า... ไม่ฆ่าสัตว์แม้สัตว์จะฆ่าเรา เราก็ไม่ถือโทษโกรธสัตว์เลย อภัย อโหสิ เพราะตาย ถ้าเรายังไม่ยอม ปรินิพพานเป็นปริโยสาน หรือแม้คุณยังไม่เป็นอรหันต์ คุณก็วางใจอย่างนี้แหละ เรียนรู้ตามธรรมะพระพุทธเจ้า ใครจะทำร้ายเราก็เป็นวิบากของเขา แต่เราไม่ไปพยาบาทไม่โกรธเคือง ไม่ถือสาต่อ ไม่ตอบโต้ ทำก็เป็นวิบากของเขา เขาจะมีวิบาก ผูกพัน เขาจะถือสา เขาจะแก้แค้นตอบโต้อะไรอยู่ก็เรื่องของเขา เราก็วางปล่อย เพราะฉะนั้นเขาจึงทิ้งการฆ่าสัตว์ เว้นขาด แล้วพิสูจน์ไปแต่ละชาติๆ เลย ไม่ใช้อาวุธ ไม่ใช้ของที่จะไปใช้ประหารคนอื่น ไม่ใช้แม้แต่ ตัวร่างกายใช้ไม้ใช้มือ ใช้ศอก ใช้เข่า ที่จะไปทำร้ายคนอื่นก็ไม่เอา มีความละอาย ละอายอย่างไร ละอายว่า ถ้าเราไปทำอย่างนั้นมันเป็นพฤติกรรมที่เลว ไปทำร้ายสัตว์อื่น ไม่ว่าจะไปทำร้ายสัตว์ใด จะเอาชนะกัน ก็ทำร้ายคู่ต่อสู้ เขาจะเจ็บก็เอาชนะให้ได้ เขาจะเกิดบาดแผลก็เอาให้ชนะให้ได้ จนเขาจะตายหรือตายก็ชนะ มันก็เป็นวิบากแก้กันไปแก้กันมาไม่รู้จบ เพราะฉะนั้นไม่ต้อง เรื่องนี้ลึกซึ้ง แม้แต่เราจะ

อ่านต่อ

ผูกวิบากโดยการให้เขากับเราจะต้องผูกวิบากกัน แก้แค้นกันเหมือนหนังจีนไม่มีจบ ไม่ได้เรื่อง ไม่ว่าโกวเล้งหรือกิมย้ง ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้เลย มีแต่จะแก้แค้นไม่รู้จบ แต่ของพระพุทธเจ้ารู้จบไม่แก้แค้น สุดท้ายไม่แก้แค้น วาง มีแต่ความเอ็นดูละอายว่า เขาทำกับเราอย่างนั้นเขาไม่รู้เขาเลยทำอย่างที่น่าละอาย แต่เรารู้แล้วอย่าไปทำ ความรุนแรงโหดร้าย เบียดเบียนผู้อื่น มันน่าละอาย คนที่มีปัญญา รู้จริงๆเข้าใจจริงๆ ว่าการที่จะไปทำอะไรร้ายกับคนอื่น ทำร้ายจนกระทั่งถึงบาดเจ็บฆ่าตาย มันแน่ชัดอยู่แล้ว แม้แต่จะไปทำให้เขาทุกข์ร้อนลำบากลำบน ก็ร้าย มันเป็นความเลวไม่ใช่ของน่าทำ ไปคิดจะทำก็เริ่มเลวแล้ว พูดว่าจะทำก็เลวไปอีก ลงมือทำก็ยิ่งเลวสำเร็จ ผลก็สมบูรณ์แบบในความเลว เพราะฉะนั้นกรรมวิบากเป็นเรื่องจริงคนเชื่อกรรมวิบากแล้ว แล้วก็เชื่อการเกิดการตายเวียนเกิดเวียนตายอีก เราเป็นผู้ไม่ทำชั่ว ทำแต่ดี เกิดอีกกี่ชาติๆ ก็มั่นคง เมื่อดีแล้วก็ดีถาวรเลย ไม่ไปทำชั่วอีกเลย นี่แค่โลกีย์ จึงขอลัดไปหาโลกุตระเลย โลกุตระนั้นเหนือดีเหนือชั่ว ตรงที่เรียนรู้สุขและทุกข์ สุขทุกข์นี้เป็นปรมัตถ์ เป็นเรื่องของรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นเรื่องของจิตแท้ๆ ถ้าคุณยังมีอวิชชา คือความไม่รู้ ความรู้ที่พระพุทธเจ้าท่านสอน วิชชา ความรู้มีสารพัดในโลกหรือศาสดาเทวนิยม โลกีย์มีความรู้เยอะแยะ แต่ความรู้อันนี้เป็นของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่าความรู้สัมมาทิฏฐิ คือตรงกับของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่ตรงกับของพระพุทธเจ้าไม่เรียกว่าสัมมาทิฏฐิ เรียกว่าเป็นความมิจฉาทิฏฐิ เป็นเหมือนศาสดาอื่นๆที่เป็นเทวนิยม ก็ได้ แต่ไม่ใช่สัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า ถ้าของพระพุทธเจ้าต้องตรงกับของพระพุทธเจ้าทั้งเหตุทั้งผล ทั้งมรรคและผล ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ถูกหมด ตรงกันหมด แล้วเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น ไม่มีเป็นอื่นเลย สัจจะของพระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น แม้แต่การไม่ฆ่าสัตว์เป็นเบื้องต้นเลยของพรหมจรรย์ เป็นเบื้องต้นของศาสนาพระพุทธเจ้า เราไม่ฆ่าสัตว์ก็ทั้งนั้น ถ้าเรามีจิตใจว่าฆ่าสัตว์เลวร้าย เราจะไม่ฆ่าคน เพราะว่าคนมีค่ามากกว่าสัตว์เดรัจฉาน และคนนี้แหละ จะเป็นวิบาก ซับซ้อนอีกหมุนรอบเชิงซ้อน คุณฆ่าสัตว์ สัตว์มันก็จะต้องจองเวรตอบคุณแน่นอน คุณฆ่าสัตว์มันก็โกรธ มันก็รักชีวิตของมัน มันก็ต้องผูกพัน มันก็ต้องพยาบาทแน่นอน คนที่ยิ่งไม่พยาบาท ยิ่งสูงขึ้นเป็นอาริยบุคคลไม่พยาบาท กลับเป็นวิบากที่หนักยิ่งกว่าซับซ้อนไปอีก ยิ่งไปฆ่าพระอรหันต์ อนันตริยกรรม คุณจะต้องใช้หนี้วิบากอีกนับไม่ถ้วนเลยอนันตริยกรรม อนันตัง เป็นกรรมที่นับไม่ไหว คุณจะต้องใช้หนี้กรรมอีกไม่รู้กี่ชาติ เหตุปัจจัยมันคำนวณยาก แต่มันนับไม่ถ้วนแล้วจะไหวหรือ ชีวิตคุณจะเกิดตายอีกเท่าไหร่ แล้วเป็นบาปเป็นนรกอีกด้วย ไม่รู้กี่นับชาติไม่ถ้วน คุณจะไปทำหาอะไร เป็นกรรมวิบากที่เป็นนรก นับชาติไม่ถ้วน เอาไหม ตกนรกนับชาติไม่ถ้วนอยู่นั่น วนเวียนอยู่นั่น เอามั้ย แค่ภาษาฟังให้ดีมันเป็นสัจจะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการขู่ หรือพูดเล่นๆ ไม่ใช่ว่าอยู่ที่พระเจ้าพระเจ้าสั่งได้หมด จะให้ดีหรือชั่วก็อยู่ที่พระเจ้า เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างเดียว อันนั้นเป็นโลกียะ ไม่จริงหรอก กรรมเป็นของตนวิบากของตนเองขึ้นมาใส่ กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของกรรมตนเอง คำสอนของพระพุทธเจ้าคนละเรื่องกับโลกียะเทวนิยม ไม่ใช่พระเจ้าเป็นใหญ่พระเจ้าบันดาลพระเจ้าสั่งพระเจ้าประสงค์ทุกอย่างไม่ใช่แต่เป็น ของตน ของตนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเริ่มต้นตั้งแต่รู้จักเรื่องเกี่ยวพันกับสัตว์และคน อย่าไปสร้างวิบากเป็นอันขาด สร้างได้ แต่เป็นกุศลวิบาก เราพาสร้างเป็นเจ้าหนี้เขา แต่เราไม่ได้ไปทวงเอา เราไม่ต้องไปขอรับคืน ไม่ต้องเอาดอกมาให้เรา แต่เรา พูดง่ายๆว่า เรามีบุญคุณกับเขาหมด แต่เราไม่ยึดถือว่าเป็นบุญคุณของเรา แต่โดยสัจจะมันทำแล้วมันก็ต้องเป็นของเรานั่นแหละ แต่เราไม่ต้องคิดว่าเป็นของเราเลย ใครจะกตัญญูกตเวทีก็เรื่องของเขา ดีของเขา ถ้าเขาอกตัญญู ก็เรื่องของเขา กรรมเป็นอันทำ ทำอย่างไรเป็นอย่างนั้น ไม่ผิดเพี้ยนไปจากกรรม กรรมเป็นอันทำ คุณจะทำอย่างนี้แล้วบอกว่าไม่ใช่อย่างนี้ อย่าโง่ให้เท่าทักษิณเลย ทำแล้วก็ว่าตัวเองไม่ได้ทำ แล้วก็บอกว่าตัวเองทำดีด้วย ทำที่ทำชั่วแท้ๆก็ยังไม่รู้ นอกจากไม่รู้แล้วคิดว่าตัวเองไม่ทำอีก คนก็ยืนยันหลักฐานอีกเท่าไหร่ หน้าแข็งไม่รับรู้ด้วย มันเกินคนจริงๆ ตัวอย่างในยุคนี้ อาตมาเห็นแล้วก็ โอ้ คุณเกิดเมืองเหนือแต่ไปดันชื่อใต้ ก็เป็นอย่างนี้แหละ มันเป็นคนผิดเพศ เป็นคนละเรื่องกัน ผิดฝาผิดตัวไปหมด มันไม่จริง เกิดเหนือดันชื่อใต้ เป็น อจินไตย นึกไม่ออกหรอก ต้องเป็นเช่นนี้เพราะเป็นตัวอย่างของ มนุษยชาติ โดยเฉพาะประเทศไทย ยิ่งกว่าเทวทัตสมัยพระพุทธเจ้า 650914 ฟังธรรมศีลข้อ 1 ให้ลึกซึ้งถึงกรรมวิบาก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน