ทำไมพ่อครูไม่แต่งเพลงโลกุตระต่อ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข17 กันยายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ทำไมพ่อครูไม่แต่งเพลงโลกุตระต่อ _สินพุทธ สุขพูล · กราบ...นมัสการพ่อครูฯ ที่เคารพอย่างยิ่งครับ ผมได้ฟังพ่อครูฯ เล่าเรื่องในอดีต เกี่ยวกับการทำงานโทรทัศน์ช่อง 4. ในสมัยนั้น และแต่งเพลงในยุคนั้น ผมเกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2499 ผมไม่มีโอกาสได้ดูพ่อครูฯ เป็นพิธีกรโทรทัศน์เลย เพราะผมยังเด็กมาก โทรทัศน์สมัยนั้นก็มีน้อย ถ้าเป็นคนจนๆ หมดสิทธิ์เลยครับ แต่เรื่องเพลงนั้น ผมเคยได้ยินเพลงที่พ่อครูฯแต่งมาตลอด ตั้งแต่ ผู้แพ้- ผู้ครองรัก- อย่าบอน- ชื่นรัก ผมก็ได้ยินมาตลอด และ มีอีกหลายเพลง ซึ่งผมก็ชอบ ผมรู้แต่เพียงว่า ผู้แต่งคือ รัก รักพงษ์ มารู้ช่วงหลังๆ ว่า เป็นเพลงของพ่อครูฯ ที่เเต่งเมื่อประมาณ ปี 2535 ผมก็อายุ 36 ปีแล้ว คำถามผม คือ ทำไมปัจจุบัน พ่อครูฯ ไม่คิดจะแต่งเพลงอีกหรือครับ เพลงสุดท้ายที่ พ่อครูฯ แต่ง คือ เพลงสมรรถนะ... ผมเข้าใจ ว่า เพลงแนวโลกีย์ พ่อครูฯ คงไม่แต่งแล้วล่ะ แต่ผมมีความเห็นว่า พ่อครูฯ น่าจะแต่งเพลง แนวโลกุตระ นะครับ ปัจจุบันนี้ ผมคิดว่า พ่อครูฯ ยังสามารถแต่งเพลง ได้อยู่นะครับ ผมไม่ได้ฟังเพลง พ่อครูฯ ที่แต่งขึ้นมาอีกเลยในปัจจุบันนี้ ผมเลยอดฟังเพลงพ่อครูฯใหม่ๆ อีกเลยครับ ( กราบนมัสการ พ่อครูฯ ครับ ). พ่อครูว่า... อาตมาออกมาทำงานตั้งแต่อายุ 15-16 ทางโทรทัศน์ ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ทำรายการคนเก่งรุ่นจิ๋วเป็นต้น จนกระทั่งได้ไปร่วมงานโทรทัศน์ช่องแรกของประเทศไทย 2498 ทำมาจนกระทั่งเรียนจบ ก็เข้าทำงานโทรทัศน์อยู่ที่ช่อง 4 เลย จนกระทั่งลาออกมาทางธรรมะ ไม่ได้ไปเข้าทำงานที่อื่นเลย อาตมาก็รู้ก็เห็นก็เข้าใจ ก็อยู่ในสายสื่อสาร รู้ทั้งความเป็นไปของสังคม รู้ทั้งสิ่งที่มนุษยชาติที่จะใช้เยื่อใยอะไร ประสานกันไว้ดีที่สุด ซึ่งมันสุดยอดอาตมาสรุปแล้ว สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ สุนทรียภา

อ่านต่อ

พ ถ้าชีวิตไม่มีสุนทรียภาพเลย มีแข็ง มีแต่สุญญภาพ 0 จบ มันต้องมีด้วยนะ แต่ถ้า มีแต่ 0 อย่างเดียว ไม่มีสุนทรียภาพนะ ว้าเหว่ แห้งแข็ง มันไม่ไหวเลย ไม่ได้ นี่ ก็เห็นในสภาวะของโลกในทุกอย่างจะต้องมี 2 คู่กันช่วยกัน คำว่าศิลปะหรือสุนทรียะ จึงเป็นสุดยอด แล้วศิลปะต้องเป็นมงคลอันอุดม ไม่อยากพูดมากไปถึง ศิลปินต่างๆที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นเรื่องหลอกลวง ทำให้ชีวิตไม่เป็นองค์รวม ทำให้ชีวิตแตกแยก ทำให้แข่งดีแข่งเด่นทำให้ชีวิตเลอะเทอะ เอาอะไรยืนยันว่าเป็นศิลปะไปหมด เอาขี้หมามาใส่ขี้โม้ เอาขี้หมูไปใส่ขี้ไก่อะไรเละเทะ แล้วก็มายืนยันว่าเป็นศิลปะ ซึ่งไร้สาระมากกว่ามากเลย คนไม่รู้บอกว่าเอ็งคิดไม่ถึง หัวไม่ถึง เอ็งคิดไม่ออก บอกหัวไม่ถึง ใช้โวหาร ดูถูกดูแคลนกันไป อาตมาจึงสรุปที่ตัวเองได้ว่า ทำไมชาตินี้อาตมาถึงต้องมาเรียนศิลปะ ต้องเป็นนักศึกษานักเรียนศิลปะ วิชาอื่นๆก็พอเรียนได้แต่ ไม่ได้ไปเรียนอย่างอื่น นอกจากเรียนศิลปะและไม่ได้ต่ออะไรอีก อาตมาเคยสมัครเรียนเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์นะ คณะเศรษฐศาสตร์ตั้งแต่ 2499 ผ่านมา 66 ปีแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้เรียน อาตมาไม่ได้เข้าเรียน มีแต่จะไปอย่างมากก็งานแข่งฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ซึ่งนอกนั้นอาตมาก็ทำงานไป แล้วอาตมาก็เข้าใจว่าอาตมาต้องมาเรียนศิลปะเพราะมันเป็นสุดยอด ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม คำนี้ยิ่งใจมันเป็นโลกุตระ ต้องเป็นไปถึงโลกุตระจึงเรียกศิลปะอันยิ่งใหญ่ นอกนั้นไม่ใช่ศิลปะ อาตมาพยายามแยกตั้งแต่คนทำเรื่องลามก แล้วมาหลอกคนว่าเป็นศิลปะ จนกระทั่งไปถึง ราคะ ซึ่งมีเยอะมากแล้วก็มาถือว่า ราคะ เป็นศิลปะ ซึ่งมันไม่ใช่ ยังไม่ถือว่าเป็นศิลปะ ขั้นที่ 3 สาระ ถ้ายิ่งไม่มี สุนทรีย์เลย แข็งเป๊ก เรียกว่าสารคดี มีแต่เนื้อกับกระดูก ไม่ไหวเลย มันไม่มีรสชาติอะไรเลย มันไปไม่คล่องไปไม่ออก คนกลืนไม่ไหว แต่อย่าให้ไปใส่สีสันเรื่องสุนทรียมากไปจนคนไม่เอาเนื้อหา มือถือเนื้อหาแล้วคายทิ้งเลยก็ไม่ดี เป็นแต่เพียงผสมส่วนให้คนเขาเอาเข้าไปแล้วเขาจะกินเนื้อ เหมือนกับการกินยาต้องเอาน้ำตาลหุ้มหน่อยสีกลิ่นบ้าง แต่เนื้อยาต้องเยอะ เป็นธรรมชาติและเขาจะได้ยาไปรักษา ซึ่งมันต้องประมาณ 90 ต่อ 10 สุนทรีย์ 10 ส่วน สาระอีก 90 ส่วน แล้ว 10 ส่วนนี้ชี้ชวนได้ก็จะได้ประโยชน์สูงสุด อาตมาวาง จากการแต่งเพลงแล้ว ที่จริงอาตมาเข้าใจเรื่องเพลงการ มันเป็นสุนทรียที่ชี้ชวนให้คนชอบคนพอเป็นไป เอ๊ ท่านดินไท เพลง ยายสำอาง คนที่แต่งเพลงทุกวันนี้คนแต่งเพลงมีเยอะ เก่งๆ ที่เป็นศิลปินแห่งชาติ อาตมาไม่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติเลย ไม่ได้รางวัลเลยในงานทางด้านศิลปะเรื่องของเพลง อาตมาไม่ได้รับคำยกย่องเชิดชู มากมายเลย เพราะอาตมา จริงๆด้วยเหตุปัจจัยแล้วอาตมาไม่ต้องไปเด่นทางโน้นหรอก เพราะมันไม่ใช่สาระเนื้อแท้ของตัวอาตมา เนื้อแท้อาตมาต้องเด่นทางโลกุตระ ขนาดพยายามทำงานโลกุตรธรรมขนาดนี้แล้ว ยังไม่ได้แค่ไหนเลย มันยาก พยายามลากสังขารอายุขัยให้ไปต่อเรื่อยๆไม่งั้นมันจะขาดตอนเพราะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องที่ มนุษย์ควรได้ และประเทศไทยก็เกิด อัญญธาตุ ที่พร้อมจะปลูกฝังแพร่กระจายให้ผู้อื่นเผื่อไปอีก ศิลปะมันต้องมี 2 อย่าง สาระศิลป์ กับ สุนทรียศิลป์ สาระ 90% สุนทรีย์ 10% ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะหลงเอาแต่สุนทรี เอาแต่น้ำตาล เอาแต่สีแต่กลิ่น เอาแต่ประเทือง เด็กๆมันไปกินยาเอาพวกนี้ใส่ให้ดู หลอกๆ ใส่ไว้ มันมากมันก็กินเพลินจนอิ่ม ก็ถ่มเนื้อยาทิ้งหมด สู่แดนธรรม.. สมัยก่อน อาจารย์สอนว่า น้ำตาล 20 เนื้อยา 80 สมัยนี้น่าจะ 40 50 พ่อครูว่า... สรุปแล้วเรื่องของศิลปะมันทิ้งไม่ได้ ต้องเข้าใจว่าเป็นศิลปะ แต่เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นลามก ราคะ ราคะมันมากที่สุด ลามกพอรู้ได้รู้ทันมันก็ไม่ค่อยนิยม แต่ราคะ มันอยู่ในเนื้อคน คนมันติดค่าราคะเยอะ แล้วราคะจัดจ้านด้วยก็เลยมาก ก็เลยต้องลดราคะให้มาเป็นสาระ ถ้าเป็นสารคดีจะเป็นสาระแท้ๆก็ไปไม่ออกก็ต้องมีสุนทรียผสม ได้พอสมควร ใครผสมได้สัดส่วนที่ดีขึ้นก็เรียกว่า ธรรมะ เป็นศิลปะขั้นที่ 4 ผสมส่วนได้ดีที่สุดจนกระทั่ง ล้างกิเลส ขัดเกลากิเลสได้ เรียกว่า ขั้นโลกุตระ ล้างกิเลส ขัดเกลากิเลสได้ เรียกว่า โลกุตระ มีศิลปินแห่งชาติคนหนึ่ง รำพึงรำพันว่า ศิลปะมีโลกุตระด้วยหรือ เข้าหูอาตมาเลย ได้ยิน เขารำพึงรำพันเพราะเขาไปชมศิลปะที่เราแสดงที่สันติอโศก บอกว่านี่ ศิลปะขั้นโลกุตระ เขาก็เป็นศิลปินแห่งชาติก็บอกว่า ศิลปะมีโลกุตระด้วยเหรอ เราก็ต้องยืนยันว่ามีสิพระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า ศิลปะเป็น อุตระ เป็นมงคลอันอุดม อุตระคือโลกุตระนี่แหละ ที่เหนือชั้นกว่าโลกียะ เป็นมงคลอันอุดม ซึ่งใครเอาไปใช้ ก็ลดกิเลสได้ นิยามความหมายของมันก็คือว่า เป็นไปเพื่อ ลดละหน่ายคลาย งานนี้ ถ้าใครเอาไปเสพเอาไปใช้ก็ทำให้คนลดกิเลสได้ อย่างนี้เรียกว่าศิลปะอันเป็นมงคลอันอุดม นี่คือนิยามหรือเงื่อนไขของอันนี้ คือการกำหนดความหมายของมันคืออันนี้ว่า โลกุตระเป็นอย่างไร สรุปอีกทีนึง โลกุตระคือ อันนี้คุณรับไปใช้แล้ว สัมผัสแล้ว ทำให้กิเลสคุณลดได้ นั่นจึงจะชื่อว่า ศิลปะที่เป็นมงคลอันอุดมหรือเป็นศิลปะขั้นโลกุตระ ถ้ายังลดกิเลสไม่ได้เลยไม่ถือว่า เป็นศิลปะอันเป็นมงคลอันอุดมไม่เป็นโลกุตระ สู่แดนธรรม... ศิลปินที่ทำงานตรงนี้ได้สำเร็จคือแม่ครัว แม่ครัวชาวอโศก พ่อครูว่า... แม่ครัวชาวอโศกทำคนกินไม่ลงสิ มันไร้รสชาติโลกียะ สู่แดนธรรม.. พยายามปรุงแต่งให้น้อย พ่อท่านเคยชวนกินต้มสวรรค์ เป็นอาหารโลกุตระ พ่อครูว่า... ใครเคยกินไหม ต้มสวรรค์คือได้ผักอะไรมาก็ใส่น้ำเข้าและต้มออกมา รสไหนรสนั้น เท่าที่ ต้นไม้มันจะมีรสให้ ใส่เข้าไปกี่อย่างก็แล้วแต่ ต้มออกมานี่แหละคือต้มสวรรค์ คำตอบ ทำไมไม่แต่งเพลงอีก เพราะงานที่อาตมาทำตอนนี้ อย่าหาว่า ยกตัวเองหลงตัวเองเลย คือ อาตมาต้องพยายามที่จะทำความละเอียดลออของโลกุตระนี้ให้ยิ่งๆขึ้น ฟังธรรมะของอาตมายุคนี้ขณะนี้ตอนนี้ไป ฟังดีๆเถอะ อาตมาพยายามที่จะแจกแจงให้เห็นความละเอียดละออซับซ้อนหลายชั้นเชิง ของโลกุตรธรรม พยายามเพิ่มความลึกซึ้งละเอียดลอออันนี้ อยู่ไปเรื่อยๆ เพราะว่าอาตมาก็ยังไม่รู้จะตายวัน ตายพรุ่งนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ก็ต้องพยายามทำ ก็ยังรู้สึกว่า หนังสือปัญญา 8 เล่ม 1 ก็ยังไม่ออกเลย ที่เขียนอยู่นี่ ยังไม่ได้ตัดเป็นเล่ม 2 กับเล่ม 3 ตอนนี้ประมาณ 800 หน้า ตัดเป็น 400 กว่า 2 เล่มก็ใช้ได้ เป็นเล่ม 2 เล่ม 3 ก็คิดว่าจะจบเล่ม 3 ไม่ต่ออีก เพราะรู้สึกว่ามันจะวนและละเอียดลึกขึ้นไปมากเกินไป มันเหมือนจะเป็นขั้น อภิภุยยะมากเกินไป 650916 ประเทศไทยคือ Pioneer หัวเจาะประชาธิปไตยโลกุตระ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน