การปฏิบัติธรรมโดยฟังธรรมจากพ่อครูและสมณะสิกขมาตุสำคัญอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข15 กันยายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

การปฏิบัติธรรมโดยฟังธรรมจากพ่อครูและสมณะสิกขมาตุสำคัญอย่างไร _ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ คือการฟังธรรมจากพ่อท่าน และสมณะสิกขมาตุมีความจำเป็นแค่ไหนกับการปฏิบัติศีล ปฏิบัติธรรมครับ ขอสัมมาทิฏฐิจากพ่อท่านด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า... ฟังสัมมาทิฏฐิจากอาตมาดีๆ ถามว่าจำเป็นแค่ไหน จำเป็นที่สุด ยิ่งกว่าอะไรใดๆทั้งหมดในความเป็นชีวิต โปรดฟังอีกครั้ง การปฏิบัติศีลปฏิบัติธรรมนี้ จำเป็นแค่ไหน จำเป็นที่สุด ของชีวิตคนทุกคน ถ้าใครๆไม่เข้าใจ ไม่ปฏิบัติศีลไม่ปฏิบัติธรรม ชีวิตจะขึ้นๆลงๆ ชีวิตจะตกต่ำได้ดี ได้ดีตกต่ำ หมุนเวียนแล้ววนเวียนอีก อยู่ในโลกีย์อยู่อีกนาน มาก นานเท่านานเลย โดยเฉพาะศีลธรรมที่เป็นโลกุตระของพระพุทธเจ้า จริง มีศีลธรรมของศาสนาอื่นๆอีกหลายศาสนาแต่เป็นโลกียธรรมทั้งนั้น มีศาสนาพุทธเท่านั้น ที่เป็นโลกุตระ โลกุตรธรรม หมายความว่า เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ แล้วพระพุทธเจ้านี้เป็นผู้ที่ตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง ตรัสรู้โลกุตรธรรมนี้แหละ ซึ่งเป็นศีลธรรม ธรรมะที่แตกต่างจากโลกียะคนละขั้วกัน ทวนกระแสกัน Contrast กัน หรือออฟโพสิทกัน ตรงกันข้ามกันเลย ทวนกันเลย นี่คือ ธรรมะของพระพุทธเจ้าตรัสรู้ในโลกและเอามาประกาศ คนรู้ยาก ไม่ใช่เข้าใจได้ง่ายๆ เพราะมันทวนกระแส ไม่ไปตามน้ำ แต่ทวนน้ำ ก็ต้องยาก แต่ มันมีความจบ มีความบริบูรณ์ มีความสัมบูรณ์ อะไรจบ อะไรบริบูรณ์ อะไรสัมบูรณ์ คือ ความเป็นคน คุณเกิดมาเป็นคนแล้ว คุณจะมีชีวิตเป็นคนต่อไป เป็นชีวิตที่บรรลุธรรมของโลกุตระแล้ว จบ จบมี 2 ขั้น ขั้นที่ 1 จบแบบโลกียะ แล้วเป็นแบบโลกียะที่วิเศษด้วย คือ โลกุตระ เป็นโลกียะที่เป็นโลกุตระ หรือเป็นอาริยธรรมที่แท้จริง หมายความว่า แม้จะเป็นแบบโลกี

อ่านต่อ

ยะที่เขาเป็น เช่น เขาปฏิบัติดี ไม่ปฏิบัติชั่ว ละเว้นชั่วประพฤติดี ชั่วดีเป็นโลกียะ พระพุทธเจ้าก็มีธรรมะของท่าน สอนให้คนทำดีละชั่ว ดีชั่วไม่เที่ยง ดีชั่วเป็นสมมติ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบกาละ เทศะ ฐานะ สมมุติ จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ไม่ได้หมายความว่าเท่าเดิม คงเดิม เป็นอย่างนั้นไปตลอดไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 1 + 2 เป็น 3 2 + 2 เป็น 4 ตายตัว ไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับ กาละ เทศะ ฐานะ กาละ คือ เวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ เทศะ คือ สถานที่ องค์รวมของพื้นที่นั้นๆ ฐานะคือตัวบุคคลเอง จะมีภูมิธรรม จะมีความรู้ความสามารถเท่าไหร่ที่จะมาร่วมกับ สามเส้า กาละ เทศะฐานะ จึงจะมาปฏิบัติธรรมได้สมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ครบ กาละ เทศะ ฐานะ ไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าครบ กาละ เทศะ ฐานะ สมบูรณ์แบบ มาพูดที่คุณซึ้งซื่อบอกว่า การฟังธรรมจาก พ่อครู สมณะ สิกขมาตุ จำเป็นแค่ไหนกับการปฏิบัติธรรม อันนี้ก็อีกประเด็น ฟังจากอาตมาหรือฟังจากสมณะ สิกขมาตุ ซึ่งจะเป็นธรรมะที่เป็นสามัญญตา เป็นศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา แปลว่า เป็นความเห็นไปในทางเดียวกัน อธิบายธรรมะหัวข้อก็จะไปทางเดียวกันไม่ขัดแย้งกัน เป็นหนึ่งเดียวกันไป แต่มีคนละระดับเท่านั้นเอง แต่ไปในทางเดียวกัน ทั้งข้อศีล ทั้งความเห็น ทั้งทิฏฐิ ทั้งศีล เป็นไปในทางเดียวกัน ถามว่าจำเป็นแค่ไหน ตอบว่า จำเป็นที่สุด เพราะว่าแนวทางของอาตมาก็ดี ของสมณะของสิกขมาตุก็ดี เป็นแนวทางโลกุตระที่เป็นสัมมาทิฏฐิที่สุดแล้ว เป็นหนึ่งเดียว ขอย้ำ เป็นหนึ่งเดียว เป็นที่สุดเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ในปัจจุบันนี้อาตมาขอรับประกัน ตัวเองเป็นผู้รับประกัน แล้วผู้อื่นที่ปฏิบัติธรรมบรรลุได้ ก็รับรองช่วยอาตมา ผู้ที่เป็นชาวอโศก ชาวอโศกจะรับรองอาตมา แม้แต่ผู้ที่ยังไม่เข้ามาเป็นชาวอโศกที่ เข้าใจแล้วก็ยังมีที่จะรับรองว่า อาตมาเป็นโลกุตระธรรมของพระพุทธเจ้าในยุคนี้ ผู้ที่เข้าใจเชื่อถือก็จะเชื่อว่าอาตมาเป็นผู้มากอบกู้โลกุตรธรรม ศาสนาพุทธต้องเป็นโลกุตรธรรม ใช้คำว่า ต้อง Have to เลยนะ จะต้องเป็นโลกุตระ ถ้ายังไม่เป็นโลกุตระ ธรรมะนั้นยังไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าทีเดียว เป็นโลกียะก็เป็นดีชั่วซึ่งไม่เที่ยง ดี ชั่ว นั้นไม่เที่ยง อาจจะพยายามพากเพียรทนปฏิบัติดีให้ได้แน่นอนคงทนนาน ได้ อุตสาหะวิริยะเพื่อจะให้ยืนยาวปฏิบัติที่ให้ยืนยาวก็ทำได้ แต่ไม่เที่ยง เพราะไม่เข้าใจกรรมวิบากที่เป็น อจินไตย ไม่รู้จักการเวียนวน ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย คนนี้ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตายเป็นล้านๆชาติ เพราะฉะนั้นในเรื่องของความจำหรือการบันทึก การเกิดการตายหรือชีวิตที่จะผ่านไปเรียกว่า บุพเพสันนิวาส เป็นการระลึกความเป็นไปของตัวเองก่อนเก่า มันจำไม่ได้หมดหรอก เพราะฉะนั้นมันจะยาวนานไปก็ลืมแล้ว แล้วก็นึกว่าใหม่ไป มันก็ไม่เที่ยง แล้วก็เปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย ตามสมมุติ แต่พระพุทธเจ้าของท่านนั้นเที่ยง แม้ทำดี ปฏิบัติดีอย่างโลกียะ ก็ดีอย่างเที่ยง ไม่ได้มีการตกต่ำเป็นธรรมดา อวินิปาตธรรม นิยตะ เที่ยง สัมโพธิปรายนะ มีแต่ไปสู่ที่สูงที่สุดถ่ายเดียวอย่างนี้เป็นต้น ธรรมะโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าจึงเป็นธรรมะที่พิเศษ วิเศษ เกินกว่า โลกียะ เกินกว่าศาสดาเทวนิยมทั้งหลาย ที่ท่านก็รู้ของท่านตรัสรู้ของท่าน แล้วท่านก็เอามาสอน เป็นศาสนาของท่าน แต่ของพระพุทธเจ้านี้ ชัดๆจริงๆก็คือ อย่างที่ศาสดาเทวนิยมทั้งหลายรู้ พระเจ้าเคยเป็นหมดแล้ว ศาสดาแบบใดพระพุทธเจ้าก็เคยเป็นมาหมดแล้ว เกิดตายตายเกิด ไปเป็นจริงๆเลยนะ ไม่ได้หมายความว่า เชื่อเอา คิดเอาว่า ท่านเป็น ไม่ใช่ แต่ไปเป็นจริงๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้มาพูดเอาแต่เฉพาะว่า อย่างนั้นฉันรู้ แต่ว่าฉันเคยเป็นมาแล้วด้วย ได้มาแล้วด้วย ทำอย่างนั้นทำมาแล้วได้มาแล้วด้วย เหมือนอาตมาหลายๆอย่าง อาตมายังไม่อยากพูดเกินไป เพราะโลกียะมันต้องเป็นมาก่อนรู้มาก่อน มันเป็นฐานสามัญของโลกียะ เมื่อมีฐานโลกียะแล้ว ถึงจะมีอีกอันหนึ่งเป็นโลกุตระ แปลกแยกแตกต่างไปจาก แต่แปลกแยกแตกต่างไม่ได้หมายความว่า แย่ลงแต่ดีขึ้นกว่า สูงสุดกว่า เช่นทำดีแล้วยังวนกลับไปชั่วอีก ของพุทธนั้นไม่เลย ได้แล้ว สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) ไม่ทำแล้วชั่วต่ำ ถ้ามีกรรมต่อไปมีแต่กรรมดีอย่างเดียว เจริญยิ่งๆไป จนไม่มีใครจะไล่กุศลธรรมที่เป็นสัมภาระวิบาก ที่สั่งสมในอัตภาพของแต่ละคน พระโพธิสัตว์จะมีกุศลสั่งสมไปจนใครไล่ไม่ทัน อาตมาเกิดมาในชาตินี้ไม่มีใครจะได้ทำได้ง่ายๆ เป็นสัจจะที่เกิดจากกรรมไม่ใช่เอาแต่พูด กัมมัสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ กัมมังสัตเตวิภัชติ กัมมุนาวัตตติโลโก โลกุตรธรรมของพุทธเจ้านั้นจบเลย เลิกสลายจิตมนุษย์เลย จิตวิญญาณ อัตภาพเลิกหมดเลย เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่เอาแล้ว ดับ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ตายแล้ว แยกธาตุตัวเองเป็น ดิน น้ำ ไฟ ลม ไปเลย นี่สุดยอด สุดยอดแห่งความสุดยอดเลย คุณบรรลุแล้วเป็นอรหันต์ สามารถทำจิตนิยามของคุณแยกธาตุ เป็นดินน้ำไฟลมเลย ก็ได้แล้ว แต่คุณยังไม่ยอมจบ คุณยังจะเกิดอีก ยิ่งจะตั้งจิตเป็นพระโพธิสัตว์อีก เป็นอรหันต์ แล้ว โพธิสัตว์ไปอีก จนกว่าจะสูงสุดไปถึงพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น สัจธรรมของพระพุทธเจ้านี้ สรุปอีกทีหนึ่งว่า เป็นคนเกิดมาแล้ว ไม่เอาสิ่งนี้ คุณจะวนเวียนอยู่ในนรก สวรรค์ แล้วสวรรค์มันก็เป็นของ เก๊ ไม่เที่ยงไม่แท้ ลมๆแล้งๆ เสพอารมณ์ สวรรค์มันคือ ของเก๊ เสพอารมณ์ กว่าคุณจะรู้ว่าอารมณ์มันเป็นอนัตตา มันเป็นมายา หลอก ไม่ง่าย ก็จะมีความเข้าใจที่เรียกว่าปัญญาเข้าใจชัดเจนว่า ไม่ยึดเลย วางปล่อย ซึ่งมันเป็นภูมิปัญญา เป็นพลังงานของจิต ที่มีแรงจนกระทั่งมันเข้าใจ อย่าไปยึดถือ เป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นของเราเลย ภาษามันพูดได้แค่นี้ มันไม่เอาเป็นเรา เป็นของเราเลย วางให้มนุษยชาติเลย บางคนเป็นโพธิสัตว์ ก็มีแต่พากเพียรให้เจริญยิ่งๆขึ้น ทิ้งความไม่เที่ยงมาเป็นความเที่ยง เพราะฉะนั้นผู้ที่ตรัสรู้หรือผู้ที่บรรลุความเที่ยง ในเรื่องของโลกุตระก็เที่ยง แต่โลกียะเขาไปหลงว่าเที่ยงแล้วเที่ยงไม่จริง ของโลกียะนึกว่าเที่ยง อย่างพระเจ้า เป็นสมมติไม่มีตัวตน อย่างศาสดาทุกศาสดา นึกว่าตัวเองเที่ยงเป็นศาสดาถาวรไม่จริง โลกุตระถึงจะรู้ว่า โลกียะนี้ไม่จริง เป็นศาสดาเที่ยง ไม่จริง เป็นคนรวยเป็นต้น คุณจะรวยไปได้อีกกี่ชาติ ไม่จริงหรอก ชาตินี้คุณต่อให้รวยอย่างสุจริตด้วย ก็ไม่เที่ยง เป็นสมบัติผลัดกันชม เปลี่ยนไป เป็นกรรมวิบาก เพราะคุณจะรวยคุณก็ต้องไปเอาเปรียบเขามา คุณต้องไปแย่งเขามา แล้ววิบากก็ดึงกันไปดึงกันมา สมบัติผลัดกันชม แย่งกันไปแย่งกันมา เหมือนเด็กแย่งตุ๊กตากันนี่แหละ ใครเก่งก็แย่งได้ โดยตามหลักเกณฑ์ของโลกของสังคมถือว่าสุจริต โดยสัจจะแล้วผู้ที่ไม่ไปแย่งใคร มีแต่ให้ สร้างให้ มีแรงงาน มีความรู้ ความสามารถ ก็สร้างๆๆ เป็นสิทธิของตัวเอง 100% คนนี้ก็ให้ให้ให้ คนนี้เป็นเจ้าหนี้ตลอดโลกแตกเลย คนนี้ที่ได้แต่ให้ให้ให้ โดยที่ไม่เอาคืนด้วย เขาจะตอบแทนคืนมาก็ดี แต่เราก็ให้ต่อไปอีกคืนไปอีกโดยไม่สะสม เป็นคนไม่สะสมเลย แล้ว ยิ่งคนจะต้องมีลูกหนี้เยอะ แล้วลูกหนี้จะใช้หนี้คืนอีก ก็ยิ่งจะมีมากขึ้นๆๆ แล้วเราก็ยิ่งจะไม่เอาๆๆ เรายิ่งไม่เอา เขาก็จะยิ่งยัดเยียดมา ท้าทายให้มาพิสูจน์เลย ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา ยิ่งไม่เอายิ่งมี ยิ่งไม่มียิ่งมี ยิ่งสูญยิ่งอนันตัง ยิ่งสูญ ยิ่ง Infinity นับไม่ถ้วนเลย นี่เป็นสัจจะ เพราะอาตมาพิสูจน์ธรรมะของพระพุทธเจ้ามาถึงชาตินี้ มากอบกู้โลกุตระธรรมของพุทธขึ้นมา ถึงไม่ได้ไปพูดสิ่งที่ไม่จริง อาตมาพูดว่าเป็นไก่ตัวพี่อย่างนี้เป็นต้น สรุปแล้วคุณซึ้งซื่อ ปฏิบัติศีลธรรม หรือ จะฟังธรรมจากพ่อท่าน สมณะ สิกขมาตุ จำเป็นแค่ไหน ก็จำเป็นสิ เพราะผู้นี้รู้มาก่อนได้มาก่อนคุณแล้วก็เชื่อไหมว่า ทางสายนี้เป็นทางตรง เป็นทางหนึ่งทางเดียวของพระพุทธเจ้าเลย เชื่อไหมล่ะ เชื่อก็เอา แต่ถ้าคุณยังลังเล ก็ไม่เต็มที่ พูดไปก็จะหาว่าบังคับ ประเหลาะ ศึกษาดีๆ 650914 ฟังธรรมศีลข้อ 1 ให้ลึกซึ้งถึงกรรมวิบาก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน