610105_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สุดยอดวรรณะกรรมโลกุตระของโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
610105_ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สุดยอดวรรณะกรรมโลกุตระของโลก
สมณะเดินดินว่า… วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก พวกเราก็เป็นผู้รอดชีวิต เพราะในปีใหม่นี้ ก็มีผู้ที่เสียชีวิตไปหลายร้อยคน ในอุบัติเหตุ ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าศาสนาพุทธในเมืองไทยขยับตัว มีพระผู้ใหญ่ ออกมาทำงาน ไม่ให้พระบวชเล่นๆ หรือว่า ขายพระเครื่อง แต่ก็มีพระที่ไปเสก กระเป๋าถือ แทนพระเครื่อง ในขณะที่มีเรื่องดีๆ ก็มีเรื่องร้ายๆมาผสม นายกฯเปิดใจกับสื่อมวลชนเร็วๆนี้ ว่าตนเองไม่ใช่ทหารแล้ว ตนเองเป็นนักการเมือง ตั้งแต่เป็นนายกฯ ชีวิตหมดความเป็นส่วนตัว ต้องทำงานทั้งวัน ทั้งคืน กลางคืนพักผ่อน นอนก็ไม่เต็มตื่น มีเรื่องในหัวเยอะ มีงานต้องคิด ต้องวางแผนตลอดเวลา อาหารก็กินได้น้อยลง แต่ไปตรวจสุขภาพ หมอก็บอกว่าไม่เป็นไร คนที่ศรัทธา ก็บอกว่าไม่มีนายกคนไหน ทำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างนี้ แต่คนที่ไม่ศรัทธา ก็บอกว่า ใครมากำหนดชีวิตท่าน พวกนักการเมือง ก็ยิ่งยำท่านใหญ่เลย บอกว่ากลืนน้ำลายตัวเอง บอกว่าตั้งใจจะสืบทอดอำนาจ ก็แล้วแต่มุมมอง แต่วันนี้ เราคงจะได้ฟังธรรมะสอง จะเป็นธรรมะ 1 ได้อย่างไรจาก พ่อครู พ่อครูว่า... วันนี้ อาตมาคิดว่า น่าจะพูดถึงเรื่องของ การเมือง มากหน่อย อาตมาก็รู้สึกว่า ประทับใจที่นายกตู่ กล้าอาจหาญ กล่าวว่า ผมเป็นนักการเมือง อาตมารู้สึกสบายใจ ที่ประกาศต่อสาธารณชน โดยตนเองก็เป็นเบอร์ 1 ของประเทศ ขณะนี้ และกล่าวไปต่อสาธารณชน มันเป็นเรื่องที่จริงใจ จริงจัง และเป็นเรื่องที่จะต้องทำงานนั้นให้ดี เท่ากับประกาศไปแล้ว ก็บอกว่า จะทำงานนี้ให้จริง และทำงานนี้ให้ดี อาตมาเข้าใจตามประสา อาตมานะ ผู้ที่เจตนาประกาศอย่างนี้ ต่อสาธารณชน ในขณะที่ตนเองทำหน้าที่นี้อยู่จริง ไม่ต้องไปพูดเรื่องว่า เป็นทหาร จำเป็นต้องมาเป็นนั
อ่านต่อ
กการเมืองเท่านั้นนะ ไม่ต้องพูดเลย ตอนนี้พูดว่าผมเป็นนักการเมืองเลย อาตมาก็โล่งอก แล้วอาตมาก็เข้าใจท่านประยุทธ์ ว่าเป็นผู้มีจิตใจอย่างไร ตามประสาอาตมา ท่านพูดกล่าวอย่างนี้ จึงเป็นคำที่อาตมาเห็นน้ำหนัก สื่อถึงความจริงใจ ตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติงาน ไปจากที่กล่าวไปแล้วเป็นต้นไป เพราะฉะนั้น ก็เชื่อว่า ประเทศไทยจะมีอะไรดีๆขึ้นมาอีก ไม่ใช่มาพูดเอาใจ แต่พูดกันอย่างจริงใจ อาตมาเห็นนายกมา เท่าที่อายุอาตมา อาตมาเกิด ปี 2477 ก็เห็นประชาธิปไตยมา ตั้งแต่เริ่มตั้งไข่มา ก็ 83 ปีกว่าแล้ว ก็เห็นนายกฯมา 29 คน ในความจริงใจ ที่ทำประชาธิปไตย ทุกคนก็ทำตามเต็มที่ตนเอง ไม่ว่าจะนายกคนไหน ก็แล้วแต่ ทำงานประชาธิปไตยเต็มที่ แต่ก็เป็นประชาธิปไตย ตามภูมิปัญญา ตามกิเลสแต่ละคนก็ได้แค่นี้นะ อย่างทักษิณ เขาก็บอกว่า เป็นประชาธิปไตย เขาก็หลงเพ้อพูดไป ทั้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอะไรเลย ความรู้ทางสัจธรรม ก็ต่ำมาก นึกว่าตนเองสูง ฉลาดในทางธรรมด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไม่ใช่ ในทางโลก เข้าใจว่าตนเองเป็นประชาธิปไตย ก็ไม่ใช่ เป็นประชาธิปไตยเก๊ แสนเก๊ ทางธรรมะ ก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง มันก็ยิ่งแย่ใหญ่ เหมือนกับธัมมชโย ทางธรรมก็ไม่รู้เรื่อง ทางโลกก็เละเทะ ไม่มีความรู้ทางธรรมะ แต่แสดงตนเองว่า มีธรรมะ แล้วเอาไปใช้กับโลก เลยเอาโลกมาปนกับธรรมะ เละเลย คนที่ไม่เข้าใจ ก็หลงไป มันเป็นเครื่องปรุงแต่ง โดยเอาอวิชชา เอาความโง่ของมนุษย์ มาปรุงแต่ง แล้วคนโง่ เป็นธาตุเดียวกับที่เขาปรุงแต่ง มันก็ไปด้วยกัน อย่างทักษิณ ก็ตอนนี้ แน่จริงแล้ว ทำไมต้องหลบลี้ หนีหาย ตนเองกลัว ที่จะต้องมาเปิดเผย รับวิบากตนเอง แม้แต่ทางการเมือง ก็ถูกพิพากษาลงโทษ ติดคุกไปแล้ว เหมือนกันเลย สำหรับเส้นทางพี่ชาย และน้องสาว ทางด้านธัมมชโย ก็เป็นรูปรอยเดียวกัน เป็นแต่เพียงเขาชะลอไว้ เท่านั้นเอง ก็คงจะเกรงใจมากกว่า เห็นว่าเป็นพระ เป็นเจ้า ที่จริงเป็นปาราชิกไปแล้ว โลกทุกวันนี้ มันสับสนจริงๆ สิ่งที่มันไม่ถูกต้อง เละเทะ แล้วก็อยู่กับความเละเทะ อาตมาบอกตรงๆว่า สะอิดสะเอียนจริงๆ ก็เลยบวช แล้วอยู่ด้วยกับทางเถรสมาคมไม่ไหว ก็เพราะมันเน่า ก็เลยลาออกมา ด้วยความจริงใจ อาตมารู้ตัวว่า ไปทำอะไร ในวงการศาสนากระแสหลักของเถรสมาคม อาตมาถ้าอยู่ต่อไป ทำงานไม่ได้ มาบวชแล้ว ทำงานไปพอสมควร 4 ถึง 5 ปี บวช 2513 พอ พ.ศ.2518 ก็ประกาศแยกตัว เป็นนานาสังวาสแล้ว แต่เพราะความขี้โกงของเถรสมาคม ก็เลยฟ้องร้องเรา ทำให้เสียเวลาอีก แต่อาตมาก็ทำงาน ต่อสู้ไปด้วยสัจจะ เอาความจริงเข้าต่อสู้ จนกระทั่งทุกวันนี้ ถือว่า สบายแล้ว ทำงานไปได้ตลอด จนกว่าจะตาย อาตมามั่นใจว่า สูตร E=C(mc 2 +A) เป็นสูตร Coefficient ต่อจากไอน์สไตน์ เป็นนามธรรม เป็นพลังงานทับทวี ก้าวหน้าเป็น Coefficient ที่สูงยิ่งกว่า ก็ขนาด สูตรของไอน์สไตน์ คนก็ยังไม่ค่อยจะรู้ได้ง่ายๆ จนตายจากไปแล้ว อาตมาก็ว่า ยิ่งยาก ละเอียดกว่า แต่ก็ต้องทำ เป็นสิ่งที่เป็นสัจธรรมของโลกของมนุษยชาติ ทำงานมาจนถึงวันนี้ อายุก็ปูนนี้ อาตมาก็ยังว่า อาตมามีพลังเต็ม ที่ตั้งใจทำงาน อย่างที่รู้ๆ เห็นๆ คงไม่ได้ทำอย่างเสียไม่ได้.. ไม่นะ.. อาตมาว่า อาตมาตั้งใจทำเต็มที่ ตลอดเวลา ไม่เหยาะแหยะ เพราะอาตมาเห็นว่าธรรมะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของมนุษยชาติ และใครจะเห็นว่า อาตมาหลงคลั่งไคล้พระพุทธเจ้า ก็ไม่เป็นไร อาตมาก็จะบอกว่า คลั่งไคล้ธรรมะพระพุทธเจ้า ก็ไม่เป็นไร อาตมารับเลย ไม่เถียง ไม่แย้ง อาตมาพอใจ ภาคภูมิใจ สิ่งนี้ที่สุด และก็พยายามเอาสิ่งนี้สาธยาย แจกจ่าย ให้คนเห็นว่า เป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นสิ่งประเสริฐของมนุษย์ ถ้าสามารถได้โลกุตรธรรม ของพระพุทธเจ้าแล้ว ทุกอย่างสำเร็จหมด ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ รัฐกิจ สังคมกิจ ครบ อยู่ในนี้หมดเลย เรื่องของมนุษยชาติ เป็นวิทยาศาสตร์ในตัว มีเหตุ มีผลครบ ทุกอย่างมาแต่เหตุ คำนี้ของพระพุทธเจ้า ก็คือวิทยาศาสตร์ 100% ถ้าหากมนุษย์ได้องค์รวม ความรู้ศาสตร์นี้แล้ว เขาจะอยู่กับมนุษยชาติ อย่างไม่ถ่วงโลก มีแต่ทำให้โลกดีที่สุด อาตมาพาพวกชาวอโศกทำ ไม่เหมือนชาวพุทธกระแสหลักจริงๆ เพราะนั่นยังเป็น โลกียะ นี่เป็นโลกุตระ ขออภัยไม่ได้พูดข่มยกตน แต่พูดสัจธรรม อาตมามั่นใจว่า มีผลสำเร็จ ในชาวอโศก มีผลได้จริง ไม่ใช่ว่าพูดแล้ว ไม่มีผลให้สัมผัส แต่ชาวโลกเขาไม่ค่อยเข้าใจ ศาสนาทั่วโลก มีศาสนาพุทธศาสนาเดียว ที่เป็นโลกุตระ แต่ในเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่ได้ผิดเพี้ยนไปมากแล้ว ขนาดชาวไทยยังไม่ค่อยเข้าใจชาวอโศกเลย ไม่ต้องไปพูดถึงต่างประเทศ ที่เป็น เทวนิยม Theism กับ Atheism มันคนละทิศทางเลย เดินหันหลังชนกันแล้วเดินกันไปคนละข้าง โลกุตระ จึงเป็นธรรมคุ้มครองโลก เพราะไม่มีตัวตน ไม่เห็นแก่ตัว แต่สร้างสรรค์ ขยันเพียร ทำสมรรถนะ มีความสามารถสูง และไม่หวงแหน มีแต่เพื่อมวลประชาชน ถ้าผู้ที่สามารถปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าสำเร็จ บรรลุอรหันต์ แม้ไม่เป็นอรหันต์ ก็จะรู้แล้ว ผู้นั้นจะมีชีวิต โดยไม่ต้องสะสม มีชีวิตไม่ต้องมีอะไร เป็นของตัวเองเลย จะอยู่กับสังคม กับโลกได้ อยู่ได้อย่างสบาย ก็ไม่กังวลว่า จะอยู่ไม่รอด ทำงานให้กับผู้อื่น ให้กับสังคม ประเทศชาติอย่างเดียว ชีวิตให้ผู้อื่นดูแล เลี้ยงดูไว้ ปรปฏิพัทธาเมชีวิกา อย่างอาตมา จะนั่ง นอน เดิน กิน ก็มีผู้กำกับให้หมด อาตมาก็มีหน้าที่ทำงานเพื่อผู้อื่น เขาจะช่วยเหลือดูแลเลี้ยงดูไว้ เป็นการพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าอย่างสูงสุด เป็นนักการเมือง หรือฆราวาส ทำงานให้สังคมไป ไม่ต้องกลัวว่า ใครจะไม่ช่วยดูแล เลี้ยงดูไว้ ทำเพื่อประชาชนอย่างจริงใจ จริงจัง ทุกคนจะพร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมช่วยเหลือ เกื้อกูลตลอดเวลา ไม่ขาด ไม่เกินหรอก จะได้ตามที่ บารมี องค์ประกอบจะมีได้ เป็นอย่างนั้นอย่างแท้จริง
ก็มาอ่าน sms
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน อยู่อย่างคนรวยนั้นเป็นบาป _รถแห่ หาดใหญ่ 28 ธ.ค. 2560 ...ผมไม่ได้ยึดติดกับวัดใด ศึกษาจากภิกษุเฉพาะผู้ปฎิบัติดีทุกวัด แต่เมื่อมาเจอสมณะชาวอโศก ผมขอฟันธงเลยว่า ไม่มีที่ใดในโลกที่จะปฎิบัติได้ดีเท่ากับชาวอโศก กุฎิเรียบง่าย ไม่พกย่าม กางร่ม ไม่รับเงิน ไม่มีตู้บริจาค ฉันมังสะวิรัต วันละมื้อ อาหารที่ฉันนั้น ฉันแบบไม่สนใจในรสชาติ เพื่อดับกิเลสจริงๆ แต่ไม่เข้าใจเหมือนกัน มีผู้ให้ร้ายสันติอโศกต่างๆนาๆ และข่าวลือ หรือตัดต่อคลิปบางช่วงบางตอนมาให้ดู กล่าวหาว่า พ่อครูอวดอ้างเป็นอรหันต์ต้องปาราชิก พ่อครูว่า... ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น อาตมาก็เป็นคนจริง ไม่เป็นคนที่ปลอม เพราะศาสนาพุทธกระแสหลัก เป็นเช่นนั้นจริงๆ ผิดจริง อาตมาก็มาอธิบายว่า อย่างนั้นผิด มันก็เลยเกิดกระแสต่อต้านกัน อาตมาไม่มีอำนาจ ทางโน้นมี อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย เต็มเลย แต่อาตมามีแต่ ธรรมาธิปไตย ธรรมรักษาอาตมาอยู่ ธัมโมหเวรักขติ ธรรมะจาริง ก็เลยอยู่ได้ ทำอย่างสบายๆ ทำได้ตรงๆ ตำหนิได้ อย่างนิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง ตำหนิสิ่งที่ควรตำหนิ ยกย่องสิ่งที่ควรยกย่อง ทางโน้นก็มีแต่สิ่งผิด เมื่อพูดก็เลยเหมือนว่าเขา พูดสิ่งที่ดีที่ถูก มันก็ตรงกับสิ่งที่เราเป็นอีก ก็ต้องเลือกพูด ให้ใช้เวลาที่มีเท่าที่ได้ ก็มีคนจะให้อาตมาอายุ 200 ปีนะ อาตมาก็ว่าคงไม่ไหว วันนี้ให้หมอฟันตรวจ เขาก็บอกว่าฟันอายุได้ถึง 150 แน่นอน แต่เหงือกไม่ค่อยดี บอกว่าสีฟันสะอาดดีครับ อาตมาได้คำชมจากหมอฟันมาหลายคนว่าสีฟันสะอาด มีหมอฟ้ารัก และอีกหลายคน บอกว่าทำอย่างไรรักษาฟันได้ดีอย่างนี้ วิธีของอาตมาก็ว่า คือกินอาหารมื้อเดียว และแปรงฟันทีเดียว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไร ทำให้ฟันไม่สะอาดอีก เหตุมันถูกต้อง ผลมันก็เลยเป็นอย่างนี้
ทีนี้เมืองไทย ขณะนี้ด้วย ภูมิธรรมอาตมา อาตมาว่า เมืองไทยดีที่สุดในโลก สงบและเจริญสูงสุดในโลก น่าสงสารอเมริกามาก ย่ำแย่ไปเรื่อยๆ ที่เขาบอกว่าเจริญๆ แม้แต่อังกฤษ เขาสู้ประเทศไทยไม่ได้ ประเทศไทยอยู่สงบ ดีที่สุดเลย เศรษฐกิจก็ดี ที่เขาบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ก็ fake เป็นการหาเรื่อง ข่าวลวง หาเรื่องทำข่าว ทำอะไรออกมาว่าเศรษฐกิจไม่ดี เมืองไทยนี้เศรษฐกิจดี เศรษฐกิจคืออะไร อาตมาก็ยังไม่รู้จะว่าอย่างไร ผู้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ท่านบอกว่า ให้ประเทศไทยจะรวยหมด ไม่มีคนจนเลย การแก้ปัญหาเศรษฐกิจว่า จะให้คนรวย อาตมาว่าพูดทางนี้มันก็เป็น concept หรือ paradigm ที่ใช้ไม่ได้แล้ว มันเป็นแนวคิดที่ พูดออกไปเต็มๆว่า เป็นความคิดองค์รวม ที่มันไม่ใช่ ธรรมชาติของคนนั้น ต้องอยากรวยกันทั้งนั้น ตั้งหน้าตั้งตา แต่รวยทุกคน แล้วคุณจะไปทำให้คนรวยทุกคน ได้ไหมในโลก ...ไม่ได้ การจะรวยนั้น แต่ละ ประเทศเป็นบาป บาปคืออะไร แต่ละประเทศ หาทางเอาเปรียบประเทศอื่น เพื่อสร้าง GDP ให้แก่ตัวเองทั้งนั้น นี่บาปแล้ว ประเทศสร้างเศรษฐกิจด้วยบาป ทุกประเทศ แม้แต่ประเทศเล็กน้อย ก็อยากจะสร้างเศรษฐกิจแบบนั้น ก็บาปน้อย แต่ประเทศที่ได้เปรียบมาก ก็บาปมาก การตั้งใจเอาเปรียบเขา ตั้งใจโลภ ทำความโลภ ให้สมโลภ ก็บาปแล้ว กิเลสโลภ ก็หนาอ้วน แล้วชีวิตของคนไทย มีแนวคิดว่าจะให้กิเลสโต มันเจริญหรือไง พูดกันด้วยภาษาโลกุตรธรรม ของพระพุทธเจ้า ก็ชัดเจน เช่นนี้ การจะแก้ปัญหาด้วยการให้คนไปรวย ไปสร้าง concept กระบวนทัศน์ paradigm ให้คน หวังว่าจะรวยคิดจะรวยในอนาคต ไปสร้างกระบวนทัศน์อย่างนี้ มันก็เจ๊งสิ ไม่ใช่ มันต้องบอกให้คนลดลง อย่าไปคิดรวย ต้องคิดอยู่กับความน้อย อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวกะ อสังสัคคะ วิริยารัมภะ มาเป็นคนมักน้อย กล้าจน ความจนไม่ใช่สิ่งน่ารังเกียจ อโศกมาเป็นคนจน พวกคุณมาเป็นชาวอโศกนี่ รวยมากขึ้น หรือลดลง ก็ลดลง มันถึงจุด สันตุฏฐิ ไม่เหมือนก่อน พลังงานความอยาก กระสันแย่งชิง เอามามาก เอาเปรียบมาก เหมือนกับแต่ก่อน มันลดลงใช่ไหม นี่คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ต้องให้คนมาจนอย่างนี้ ในหลวงเรา คือ ศาสตร์พระราชา ต้องบริหารประเทศ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ รัฐกิจ สังคมกิจ ด้วยแบบคนจน ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา นี่คือ ปราชญ์พระองค์จริง พยายามเงี่ยโสตสดับพระราชดํารัส เอามาคิดพิจารณาให้ดี อาตมาก็สงสารประเทศไทย ผู้ที่จะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ประกาศว่าต่อไปคนไทยจะก้าวหน้า จะรวยๆ ก็ผิด ประเทศไหนก็ตาม ถ้าทำคนในประเทศให้ลดน้อยลง มีน้อยลง จนลงๆ แต่อยู่ดีกินดี มีเลี้ยงตัว พอกินพอใช้ ตามศาสตร์พระราชา พอกินพอใช้ พอเพียง รู้จักความพอเหมาะ พอดีไหม มันคือสุดยอดของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ใช่ไปมีความต้องการ เป็นปากเปิด ปากกรวย ไม่รู้จักจบสิ้นอย่างนั้น มันเป็นไปไม่ได้ด้วย แล้วก็บ้าวิ่งไล่ตามเงา โดยไม่เป็นผลสำเร็จ เหน็ดเหนื่อย หมาหอบแดด ตายเปล่าด้วย การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จึงเป็นสมบัติผลัดกันชม คนนี้แย่งได้มาก รวย คนนี้ได้น้อย แต่ก็ไม่ยอมหรอก จะต้องพยายามให้รวย พอได้รวย อีกคนก็จนลง ก็เป็นสมบัติผลัดกันชม พูดสั้นๆ แต่ที่จริงมีปฏิกิริยาลูกโซ่ยาวกว่านี้ อิทัปปัจจยตา แต่ก็จะเป็นทิศทางนี้ เพราะฉะนั้น คนไหนที่มาคิดให้ได้ คิดให้ได้ว่า ถ้าจะเป็นคนที่ไม่ต้องรวย จะบอกว่าจนเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก ไม่มีกินมีใช้ ..ไม่ใช่..ชาวอโศกที่เป็นคนจน แต่เป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก ดูสินี่ กินได้ทั้งนั้น เทคโนโลยีกินไม่ได้ ในหลวงของเราถึงได้ตรัสว่า เราไม่เอาหรอก ก้าวหน้าที่เป็นอุตสาหกรรม ก้าวหน้าแบบนั้น เราไม่เอา มันมีแต่ถอยหลังเข้าคลอง เป็นพระราชดำรัสที่ลึกซึ้งมาก ผู้ที่จะเข้าใจตามพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงเป็นชาวอาริยะ เป็นชาวศิวิไลซ์แท้ๆ เป็นโลกุตรชน อาริยชนจริงๆ จึงจะเข้าใจพระราชดำรัสได้ ประเทศไทยเป็นผู้เจริญ มีแต่คนดูถูก เอาไปสร้างวัตถุ สร้างอาวุธเก่ง สร้างเครื่องหลอก เทคโนโลยีหลอกคน จนกระทั่งทุกวันนี้ อันนี้ ตั้งแต่มันมีมา อาตมาไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยมีสักอัน ไม่เคย ไม่เป็นด้วย ไม่รู้เรื่อง แต่ใครเขาจะมาเกี่ยวข้อง จะใช้ก็มา ให้ดูและใช้ตามอย่างนั้น แต่ตนเองไม่ต้องพึ่ง แต่มันมาให้เราเกี่ยวข้อง ก็ต้องร่วมไปกับโลก แต่ตนเอง อาตมาว่า อาตมาไม่พึ่งอันนี้ มันทำให้คนมักง่าย ใจเร็ว ด่วนได้ ทุกวันนี้ คนเสื่อมไปไกล เห็นแก่ตัวไม่ยุ่งกับใคร จนจะเดินชนรถเขาพัง รถชนคนพวกนี้ รถพังนะ ไม่ใช่คนพัง ก็คนมันด้านมันแข็งมาก
ต่อมา _กันตวรรณ... การเป็นผู้ให้ หรือเป็นผู้รับ เป็นทางเลือกสองทาง คู่ขนานกัน ในดวงชาตาอย่างเดียวกัน คุณจะป่วยเองรอคนมาช่วย หรือคุณจะไปช่วยผู้ป่วย คุณจะเป็นเจ้าหนี้ หรือเป็นลูกหนี้ คุณจะเป็นโจทย์ หรือจำเลย ฯลฯ เหล่านี้เรามีสิทธิ์เลือกเองได้ครับ พ่อครูว่า... เราเลือกได้นะ ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ เราเป็นผู้ให้ ก็เป็นเจ้าหนี้ เราจะเป็นโจทก์ หรือจำเลย ทุกวันนี้ ท้วงตู่เขาอยู่ทุกวันนี้ มีข้อหาให้แก่สังคมมนุษย์อื่นทุกวันนี้ เรามีสิทธิ์เลือกเองได้
SMS _0499... หนูไม่ชอบฝรั่งตั้งแต่เกิด หนูเคยกินมังส.ฯ บริสุทธ์ 4 ปีครึ่ง วิบากมาเพียบ เกือบตาย เกินฐาน ตอนนี้เริ่มทานมังส.ฯ อนุบาล ทั้งที่ตอนนี้หนูเป็น สว.สอบตกอ่ะ
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน อโศกบริหารเศรษฐกิจเพื่อสะพัดสู่สังคม _6451... ตื่นตาตื่นใจไม่คิดว่าจะมีในประเทศนี้ ผลประโยชน์เป็น 0 พ่อครูว่า... ถ้าคนไทยคิดบ้าง อโศกอวดตัว แต่ก็จริงที่บอกสิ่งที่ตนเองเป็น ยถาวาที ตถาการี พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น ยถาการี ตถาการี จะ ทำอย่างไร ก็พูดอย่างนั้น เราเป็นผู้ที่ ผลประโยชน์เป็นศูนย์ ถ้าทำได้ถึงแล้ว อย่างพวกเรา มาทำงานในนี้ ไม่มีรายได้ ไม่เอารายได้ มีชีวิตสบายไปแต่ละวัน อาตมาว่า แต่ละคนอยู่ในชุมชน ก็สมบูรณ์แล้ว สำเร็จในการสร้าง เศรษฐกิจ สังคมกิจ รัฐกิจ อยู่อย่างบริหาร เป็นรัฐศาสตร์ เป็นสังคมที่สุขสบาย สงบ มีกิน มีใช้ พอเพียง ไม่ได้โลภ ไม่ได้ต้องการมากมายกว่านี้ มีความพอ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวกะ อสังสัคคะ วิริยารัมภะ เป็นคนมีน้อย อัปปิจฉะ ไม่ต้องมีมาก มีพอถาวร สันตุฏฐิ ปวิเวกะ คือกายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก ชาวอโศก ถ้าจะพูดถึงหลักเกณฑ์ธรรมะแล้ว จบอรหันต์แล้ว สังคมอโศก เป็นสังคมอรหันต์ไปแล้ว คือมีกตญาณแล้ว จบกิจแล้ว รู้แล้วว่าเราจบแล้ว อยู่สบาย ก็ไม่ต้องคิดกังวลอะไรข้างหน้า บริหารอยู่กันอย่างนี้ สบาย ไม่มาก สงบสบาย ไม่ต้องแย่งชิงใคร แล้วสร้างสรรค์ เหลือไปแจกจ่าย คนอยู่ที่นี่ ทำแล้วไม่ต้องมีรายได้ส่วนตัว ทำได้ให้ส่วนกลางบริหารไปเลย เป็นเศรษฐกิจที่จะสะพัดไปสู่ข้างนอก สร้างโรงเรือน อาคารบวร อาคารที่จะให้เกิดการสะพัด ให้เป็นที่จะเรียกว่า การค้าสินค้า ร้านค้าขาย ประชารัฐ เราก็ทำ ไม่ได้สร้างเพื่อหาเงินหาทองให้แก่ตัวเอง สร้างเพื่อเป็นอาคาร ให้แก่ประชาชน ประชาชนสามารถมาค้าขายได้ อาตมามีบารมีเท่านี้ ถ้ามีบารมีมากกว่านี้ จะสร้างอาคารใหญ่ในเมือง แต่บารมีอาตมา ได้แค่ชายขอบ ไกลหน่อย สร้างอาคารใหญ่ 11 ไร่ จะไปสร้าง 11 ไร่ ในเมือง ไม่มีเงินพอ ไปสร้างอาคารใหญ่อย่างนี้ ยิ่งไม่ได้ ก็เลยมีที่ตรงนี้ สร้างตรงนี้ ให้เป็นตลาด เป็นที่ค้าขาย ไม่ว่าจะเป็นค้าขายสินค้า สินค้าแห้ง หรือสินค้าสด ทำไว้สองข้าง ก็มาจองได้ เราก็จะคัดเลือกหน่อย ว่าจะเป็นผู้มาค้าขายอาศัย ที่นี่มีเงื่อนไข ข้อแม้ หลักเกณฑ์บ้าง เท่านั้นเอง ก็เชิญมาติดต่อ หรือว่า มาค้าขายได้เลย เพราะเราทำอาคารที่ใช้ได้แล้ว ส่วนตอนแรก ข้างล่างจะเป็นร้านค้า ข้างบนจะเป็นการศึกษา แต่ก่อนว่า จะสร้างมหาวิทยาลัย เป็นห้องวิจัย เป็นห้องแลป แต่ตอนนี้ก็ล้มเลิกเจตนานี้แล้ว ...พอ.. บารมีเราเท่านี้ ก็หยุด ก็เลยกลายเป็นที่กว้าง เชิญเลย ทางจังหวัดจะมาใช้งานอะไร ก็ได้เลย ไม่ใช่พูดอวดโต แต่มันมีมาแล้ว ก็เลยว่าจะมาใช้ ก็เชิญเลย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ก็มาใช้ได้เลย ก็อยู่ในอำเภอวารินชำราบ ยินดีที่จะร่วมมือกับทางรัฐ หรือแม้แต่ประชาชน ก็เชิญมาร่วมใช้สอย ทำประโยชน์ร่วมกัน อาศัยสถานที่ เพื่อเป็นอาคารใช้สอย เท่าที่รู้อยู่ ก็มีแต่การศึกษา กับการค้าขาย แต่ไม่ใช่ทำเพื่อพรรคการเมือง สมาชิกอาศัย ยังไม่เอา ทำให้แต่ทางราชการกับประชาชน แค่นี้ก่อน นี่คือสิ่งที่อาตมาพูด เหมือนคุยตัว แต่ก็จริงใจ ผลประโยชน์เป็นศูนย์ ไม่เคยคิดว่า จะได้ผลประโยชน์อะไร จากอาคารนี้
_6242... ช้อบ..ชอบ..ฟาย3ตัว.. น่ารักอ่ะ!! ยิ้มน้อย..ยิ้มหญ่าย (มีลวดจัดฟันด้วย)..ยิ้มยากกก.. ฝากชื่นชม...ในความคิดสุดบรรเจิด ของคนต้นคิด..ต้นเรื่อง..มีฝีมือปั้นระดับเทพ...ค่ะ อิอิ/ตุ๊กAS พ่อครูว่า... คนปั้นเขาเรียนจบศิลปากรมา ทั้งพี่ ทั้งน้อง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ต่างๆในนี้
_จาก คนที่กำลังเห็นความเป็นฤาษี เริ่มผุดเกิดมีในใจ ... พระคุณท่านครับ ความทุกข์ที่เกิดในใจ จากการอยู่ร่วมในหมู่คณะ ที่เราเข้าไปเลือกอยู่ด้วย แล้วที่มันมีเรื่อง ให้ต้องต่อสู้ในใจ คือ ระหว่างความเห็นที่ไม่เสมอกัน เหตุหลักๆ คือ การไม่ค่อยจะเปิดใจฟังกันและกัน ให้จบครบกระบวนความ แล้วก็โดนฟันธง สับทิ้ง ถูกปัดออกไปเลย หรือ ยิ่งเจอความเห็นที่ใหญ่กว่ากวาดทิ้ง กับ ความทุกข์ที่เกิด จากบุคคลมีศีลไม่เสมอสมานกัน หากต้องมาอยู่ในที่เดียวกัน ความทุกข์ด้านใด ? จะลึก หรือ มากกว่ากันครับ ? และ ทั้งสองด้านจะพิจารณาหาทางเอาหมวดธรรมข้อใด แนวปฏิบัติใด ? มาแก้ใจที่เป็นทุกข์ให้หมดไปได้ครับ กราบขอบพระคุณครับผม พ่อครูว่า… คุณถามรวมหมดเลย เท่ากับอธิบายธรรมะพระพุทธเจ้าไปหมดเลย อาตมาไม่ไหว นะ อธิบายให้ไม่ได้ ไม่เก่งพอ ก็ขอตอบว่า คุณเอาของคุณก็แล้วกัน คุณมีอันใดก็จัดการแก้ไขของตนเอง อย่าไปคิดเผื่อกว้าง เอาอะไรมามากมาย คุณจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าหรืออย่างไร ถึงเอาเรื่องมากๆนั้นมาใส่หัว เอาของคุณก่อนเถอะนะ ขออภัยที่ตอบตรงๆ สั้นๆ
SMS วันที่ 5 มกราคม 2561 (ช่วงฉายซ้ำ) _0499... พ่อต้องเป็นพุทธสาวกซ้ายหรือขวาแน่ๆ เพราะสร้างกลุ่มพุทธแท้ๆ(มาจน) มีศีลเคร่ง ทานมังสวิรัติ ฯลฯ หนูคงเกิดทัน แต่เป็นจุลินทรีย์อ่ะ แหะๆๆๆ
สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน มหาภูตรูป 4 กับ อุปาทายรูป 24 ต่อมาเอาแผนยุทธศาสตร์ชาติมาอ่านให้ฟัง ยุทธศาสตร์ชาติ สร้างความสามารถในการแข่งขัน ชู มหาอำนาจทางการเกษตร แม่เหล็กท่องเที่ยวโลก 4 ม.ค. 2561 พ่อครูว่า... ถูก ถ้าทำได้อย่างนี้สมบูรณ์ เป็นแต่เพียงว่า อย่างชาวอโศกทำอย่างนี้แหละ คือทำให้การเกษตรมีพลังอำนาจ เป็นแต่เพียงว่า ทำให้ก้าวหน้าอย่างมาก แต่ไม่มีเชิงแข่งขัน เอาชนะคะคานใคร จะเรียกว่าเป็นแม่เหล็กท่องเที่ยวโลก อาตมาว่าคนฉลาด จะมาท่องเที่ยวแดนอย่างนี้ คนไม่ฉลาดจะไปท่องเที่ยวแดน disneyland หรือ las vegas ดูเหมือนว่าเขาประกาศแล้วว่า ประเทศไทย เป็นสถานที่ที่มีผู้มาท่องเที่ยว เป็นสถานที่อันดับ 1 ของโลก ประเทศไทย ไม่ใช่ Disneyland หรือ ลาสเวกัส เพราะมันเป็นแดนอบายมุข เช่น เป็นแดนกีฬาดัง มีนักกีฬาใหญ่ ราคาแพง ไม่ใช่ หรือเป็นนักเต้น ร้องรำ อบายมุข ดังใหญ่ระดับโลก ราคาค่าตัวสูง ไม่ใช่ เมืองไทยไม่ใช่อย่างนั้นสักอย่าง เมืองไทยมีนักท่องเที่ยวมามาก แสดงถึงโลกมีปัญญา ประชากรโลกมีปัญญา รู้ว่า ควรจะไปเที่ยวที่ไหน จริงๆแล้วอาตมารังเกียจคำว่า เที่ยว อาตมาไม่มีใจจะไปเที่ยวที่ไหน มานานแล้ว อาตมาว่าเที่ยวคือเรื่องเลว การท่องเที่ยวนี้มันเลว ภาษาไทยนี้นะ คำว่าเที่ยว คือแย่ ผู้หญิงคนเที่ยว แปลว่าผู้หญิงไม่ดี มาเที่ยวนี้ มันใช้ไม่ได้ ไม่รู้โลก ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่รู้ธรรมชาติ ยังต้องการไป เห็นว่ามันเป็นอย่างไร มันจะมีอะไร มหาภูตรูป ในมหาจักรวาล มีแค่ มหาภูตรูป 4 อุปาทายรูป 24 ไม่มีอะไรจะรู้เกินนี้ ถ้าเข้าใจสมบูรณ์แบบ รูป 28 นี้ เท่านี้แหละ ไม่มีอะไรเลย ในดิน น้ำ ลม ไฟ มันก็ไม่อยากเที่ยว แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน มันยังไม่อยากเที่ยวเลย คนที่ไม่มีเงิน ไม่มีทอง ไม่ได้ถูกครอบงำความคิด ให้อยากไปเที่ยวตรงไหน ถ้ามันจำนน มันจน มันก็ไม่คิดอยากเที่ยวในหัว คนที่คิดอยากเที่ยวในหัว ถูกครอบงำความคิดว่า ต้องไปเที่ยว กับคนที่มีเงินทอง ไม่รู้จะใช้อย่างไร ก็ไปใช้ในการท่องเที่ยว เท่านั้นเอง พระอาริยะระดับหนึ่ง จบเที่ยวแล้ว ไม่ท่องเที่ยว เที่ยวไปตรงนั้น ตรงนี้ มันพอแล้ว คือมันรู้ในมหาภูตรุป กับอุปาทายรูป ในชีวิต ตั้งแต่ ปสาทรูป กับ โคจรรูป คนที่มีประสาท และก็ประสาททำงาน ไม่บกพร่อง ไปเกี่ยวข้องกับอะไรขึ้นมา คือ โคจรรูป หรือ วิสยรูป สัมผัสแล้วก็มี ภาวรูป 2 มีอิตถีภาวะ กับปุริสภาวะ จาก 2 อย่างนี้ก็เกิดสภาพต่างๆ เป็นธรรมะ 2 คนที่อวิชชา ก็ปรุงแต่งกัน จนเต็มโลกขึ้นมา ผู้ที่เรียนรู้ รูป 24 ตั้งแต่จิตวิญญาณเป็นตัวตั้ง มันไม่มีสถานที่อยู่ที่ไหน อยู่ในคูหาสยัง ในร่างกายเรานี้ นอกจากนี้ ก็อาศัยภายนอก สัมผัสจิตเรา คนที่จับหทยรูปได้ รู้ กาย เวทนา จิต ธรรม คือ รวมหทยรูป แล้วก็เรียนรู้ กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม จากหทยรูป ของชีวะ ชีวิตก็มี ชีวิตรูป มี ชีวิตินทรีย์ กับชีวิต ที่มันมีความปลอม ชีวิตอวิชชา โง่ สุขทุกข์ ชีวิตจริง มันไม่มีสุขทุกข์ อะไร กลางๆ มีธรรมะ 2 อาศัยธรรมะ 2 ทำงาน จิตใจพระอรหันต์ ไม่มีบวกมีลบ ไม่มีดูดมีผลัก อะไร จากนั้นก็อาศัยปริเฉทรูป รู้กายวิญญัติ วจีวิญญัติ และ วิการรูป อีก 5 จนสามารถทำให้วิการรูป เบาที่สุด ลหุตา เป็นจิตที่ดีที่สุด คล่องแคล่วที่สุด ไวที่สุด แล้วทำกรรม การงาน กิริยาทุกอย่าง กัมมัญญตา อยู่ในนี้ ออกมาเป็น กายวิญญัติ วจีวิญญัติ วิการรูป 5 สุดท้ายอยู่ที่ ลักขณรูป 4 คือ อุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจตา อาตมาไม่ได้ท่องนะ แต่ว่ามันเป็นสภาวะ จึงออกมาได้อย่างนี้ คนที่เป็น อรหันต์ สูงสุดแล้ว ก็ จะอยู่ที่ อุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจตา ถ้ายังไม่ปรินิพพาน ไม่สลายรูปนามนี้ ไม่สลาย H 2 O อรหันต์แยก H 2 O หมดเลย ไม่มีธาตุน้ำนี้แล้ว คนนี้คือธาตุน้ำ ไม่เหลือที่เป็นอัตภาพของคน จบแล้ว นั่นคือปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ผู้ที่ยังไม่สุดตัวนี้แล้ว พระอรหันต์อยากจะให้อะไร เกิดอยู่ เป็น วิภวตัณหา เป็นความอยาก ที่ไม่มีภพ อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ จะรู้ดี เพราะอาตมายังไม่คิดตัด คิดจะต่อสืบต่อศาสนาพระพุทธเจ้าต่อไป จะยังไม่คิดตัดสันตติ ไม่คิดจะตาย แบบไม่ต่อภพชาติแล้ว ยังไม่หยุด ยังไม่เลิก ยังจะทำงานอันนี้ต่อไปอีก เพราะฉะนั้น จึงรู้จัก สิ่งที่เกิด อุปจยะ แปลว่า พลังงานให้เกิด ถ้าไม่เกิด ก็อยู่เฉยๆ อยู่เฉยๆจะอยู่ทำไม มีพลังงานมาแล้ว ก็ต้องทำงานสร้างสรรค์ให้เกิด ผู้ที่สามารถควบคุมพลังงานตนเอง จะให้อะไรมันเกิด จะให้อะไรไม่เกิด ก็อยู่ที่ สันตติ จะต่อให้เกิด หรือไม่ต่อให้เกิด อยู่เฉยๆ แม้ว่าพลังงานสุดท้ายของเรานี้ อุปจยะ หรือสันตติ คุณจะไม่ทำอะไรแล้วจบ ไม่คิดต่อ มันก็จะเสื่อม เป็นธรรมดา ชรตา นี่คือลักษณะรูปสุดท้าย ชรตา แต่ถ้าคุณฮึดมาอีกสักวาระ ไม่ปล่อยให้สูญสลาย ก็เติม พลังงานสัมประสิทธิ์ Coefficient ต่อไปอีกได้ เพราะคุณสามารถควบคุมสัมประสิทธิ์ Coefficient เป็นพลังงานที่สามารถให้เกิดอะไรต่อไปอีกได้ ไม่สลาย ไม่สูญ จนหม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive