610108_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะสองของประชาธิปไตย.docx
เนื้อหาในไฟล์
610108_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะสองของประชาธิปไตย
สมณะเดินดินว่า… วันนี้ วันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้ เป็นวันบวร ของชาวราชธานีอโศก มีคนมาถามว่า ปีนี้จะมี งานฉลองหนาว ไหม ดูเหมือนว่า เราฉลองหนาวกันที่ราชธานีอโศก เป็นระยะๆ แต่งานฉลองหนาวประจำปีของชาวอโศก พ่อครูกำหนดให้จัดที่ ภูผาฟ้าน้ำ วันที่ 27-29 ม.ค. 2561 ปีนี้ก็ยังมีอยู่ มีคนอยากจะรู้ว่า จะมีกิจกรรมอะไร อาตมาถาม ท่านถิรจิตโต ก็บอกว่าเป็นช่วงวันพักผ่อนชาวอโศก อาจารย์ 1 ก็มีความเป็นห่วงว่า หนาวมากๆ หากไม่มีเครื่องมือป้องกันความหนาว อาจจะไม่ได้ฉลองเท่าไหร่ เป็นการทรมานร่างกายเหมือนกัน อย่างนั้นคนที่จะไป ก็คงต้องเตรียมอุปกรณ์ที่จะอยู่กับอากาศที่หนาวเย็น บางปีฝนก็ตกมาด้วย ปีนี้พ่อครูบอกว่า จะไม่ไปฉลองหนาว อาจจะส่งเสียงไป เนื้อหางานฉลองหนาวก็คือ ให้ไปพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติที่หนาวเย็น ปีนี้ถ้าไป ก็อาจจะมีตัวเลือกอีกตัวหนึ่ง คือที่ ภูฟ้าผาธรรม ห่างจากภูผาฯ 12 กม. มีอาคารสถานที่ ที่ใครจะไปเลือกพักได้ ก่อนงานฉลองหนาว ก็จะมีงาน"รำลึกถึง อาหมอฟากฟ้าหนึ่ง อโศกตระกูล ครบรอบ 10 ปี ที่จากไป อาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2561 ที่ปฐมอโศก มีอรรถกถา มีชาดกกล่าวถึง ค้างคาวในถ้ำ ภิกษุก็ไปบำเพ็ญ ท่องอภิธรรมในถ้ำ อานิสงส์ของการผ่านหู ทำให้มาเกิด เป็นภิกษุ ที่สนใจอภิธรรมกัน เด็กๆก็ลองตั้งใจฟัง น่าจะรับรู้ได้อานิสงส์ มากกว่าค้างคาว พ่อครูว่า... เด็กๆก็ตั้งใจฟังบ้าง หลวงปู่คงจะต้องพูดถึงเรื่องใหญ่ เรื่องการเมือง ก็ตั้งใจฟัง รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ก็ได้บันทึกไว้ ในจิตใจเรา มันมีความพิเศษ ที่บันทึกไว้ตลอด เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ บางทีเราไม่รู้เรื่อง เอาออกไปใช้ไม่เป็น แต่มันก็อยู่ในฮาร์ดดิสก์นั้น จนเมื่อเราโ
อ่านต่อ
ตขึ้นมา พอจะดึงขึ้นมาได้ หรือ เราจะรู้เส้นสาย เส้นทาง ของสิ่งเหล่านี้ อยู่ในกระเป๋าไหน พอจะรู้เส้นทาง ที่จะดึงออกมาใช้ได้ในอนาคต อะไรทุกอย่าง ไม่มีอะไรอยู่โดดเดี่ยว มันจะมีสิ่งสัมพันธ์ ต่อเนื่องเป็นสายโซ่ สั้นบ้างยาวบ้าง ขาดช่วงบ้าง มันเป็นธรรมดา ธรรมชาติ ก็ไม่เสียหายอะไร ตอนนี้ หลวงปู่ก็พูดกับผู้ใหญ่ ที่มีความเป็นปัจจุบัน กำลังมีอะไร ควรจะต้องให้สัญญาณ พอจะบอกกันให้รู้ ให้เข้าใจ ได้เร็วๆ ไม่อย่างนั้น ไม่ทันการ ทุกวันนี้ อะไรก็เร็วไปหมด หากช้าไป เหตุการณ์บ้านเมืองจะลำบากมาก บางทีก็จำเป็น ก็ต้องขอเวลา เด็กๆ มาอยู่ที่นี่ ไม่ต้องห่วงหรอก พัฒนาไปให้ดีๆ เด็กก็ตาม ที่ได้มาอยู่ในที่นี้แล้ว เป็นเด็กที่มีบุญมาก มีบารมี มีบุญมาก เข้ามาได้ เข้ามาอยู่ในที่นี้ สามารถจะได้ฟังสิ่งเหล่านี้ เด็กข้างนอก ไม่มีโอกาส จะได้ฟังหรอก เด็กของเรา อาตมาชื่นชมว่า มีบารมีสำคัญ แต่ละคน แต่ละเด็ก แต่ละคน ได้มาอยู่ในหมู่กลุ่มสิ่งแวดล้อมมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ได้มาศึกษาในสถานที่ มีสิ่งประกอบ มีการกินการอยู่ ที่สะอาดบริสุทธิ์ ทั้งหมดนี้แหละ เรียกว่า สัปปายะ ตามศัพท์ของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ดี ที่สบาย ที่เจริญสูงสุดแล้ว เพราะฉะนั้น พยายามให้ดีๆ อดทนเอา สู้กิเลส แม้จะขัดแย้ง ไปไม่รอด ก็พยายามเข้าใจให้ได้ว่า เป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดแล้ว ตั้งใจให้ดีๆ ตั้งใจฟัง ตั้งใจรับรู้ไป หลวงปู่วันนี้ ตั้งใจจะพูดถึงเรื่องการเมือง ซึ่งพวกเราจะต้องรู้เรื่องการเมือง เพราะการเมืองนี้ เป็นเรื่องของคน คนที่ไม่เอาการเมือง คือคนที่เข้าใจผิด เรียกว่ามิจฉาทิฎฐิ คนที่ไม่เอาการเมือง ที่เข้าใจผิด เป็นมิจฉาทิฐินั้น คือคนที่ ได้ฟังคำพูด คำสอนของคนอีกชนิดหนึ่ง หนีจากสังคม มนุษย์หรือคน ไม่ได้เป็นสัตว์โขลงเล็ก เหมือนเสือ หรือสิงโต แยกเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือตีกัน ทะเลาะกัน แล้วแบ่งแยกกลุ่มไปเรื่อยๆ จะไม่เป็นกลุ่มใหญ่ ส่วนมนุษย์ที่เจริญแล้ว อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ มนุษย์มีพันกว่าล้านคน ประเทศที่มีมากที่สุด มีคนอยู่กันถึงประเทศละพันล้านคน ประเทศอินเดีย หรือจีน เป็นต้น ส่วนที่มาฟังอยู่นี้ ก็น้อยนิด มีตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบ มีน้องน้ำมนต์ น้องเพลง 6 ขวบเอง นอกนั้นก็สิบขวบกว่า ยังไม่ถึง 20 ก็เยอะ ก็ตั้งใจฟังดีๆ เรื่องการเมือง เป็นเรื่องของมนุษย์ สังคม มนุษย์ที่อยู่รวมกัน เป็นกลุ่มใหญ่ มนุษย์ที่หลงผิด ก็หนีไปอยู่กลุ่มเล็ก ปลีกตัวไปอยู่กลุ่มเล็ก กลายเป็นผีตองเหลือง คนป่า อยู่นานเป็นล้านๆชาติ พวกผีตองเหลือง หรือพวกคนป่า อยู่เป็นกลุ่มเล็กเท่านั้น มนุษยชาติที่เจริญ จะมา อยู่รวมกัน เป็นกลุ่มใหญ่ ได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี ความเจริญจะซับซ้อน ว่ามีความคิดเหมือนกันมีสิ่งที่เข้าใจตรงกัน จึงอยู่ร่วมกัน ได้อย่างสงบ อบอุ่น มีประโยชน์แก่กันและกัน สูงสุด ก็จะเป็นคนที่เห็นแก่มนุษย์ ทุกคน ไม่รังเกียจรังงอน แม้จะมีความเห็นต่างจากเรา มีความคิดต่างจากเรา ประพฤติต่างจากเรา รุนแรงกว่าเรา เราก็ไม่โกรธ ไม่ชิงชังเขา เพราะเขายังไม่เจริญ ยังมีนิสัยมีความประพฤติที่ไม่ดี เราก็สงสารเขา ถ้าหากว่าสอนเขาได้ นำพาเขาได้ ให้เขาเปลี่ยนจากความไม่เจริญนั้น เป็นความเจริญได้ ก็ชวนให้เขา พัฒนาเจริญขึ้นมา สังคมทุกวันนี้ ทั้งโลกเข้าใจจุดสำคัญอันนี้แล้วว่า ความเจริญของมนุษย์ ผู้เจริญสูงสุดนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเป็นผู้ค้นพบความเจริญสูงสุด ก็ค่อยๆรวมคนขึ้นมา หลวงปู่เป็นผู้ที่สืบเชื้อพระพุทธเจ้ามา ก็เอาความจริง ความรู้ มาเปิดเผย ก็มีพวกเราที่มีเชื้อ เชื้อของศาสนาพุทธ เชื้อของความเจริญ ที่จะพัฒนาขึ้นมาตามลำดับๆ เข้าใจ ฟังรู้เรื่อง ก็เลยมารวมกัน เป็นชุมชนชาวอโศก เป็นหมู่บ้านต่างๆ ในชาวอโศกเยอะ ในประเทศไทย แล้วก็จะเพิ่มขึ้นอีก หลวงปู่มั่นใจว่า พวกเราจะโตขึ้นไป แล้วรู้สิ่งที่หลวงปู่พูดไป แล้วคิดตามให้ดี สังเกตดูความจริงได้ว่า จริงหรือไม่ หลวงปู่มั่นใจว่า จะเดินขึ้นไปต่อ มันไม่ง่าย ถึงอย่างนั้นความเจริญของสังคมทุกวันนี้ มันเจริญสูงสุด จึงมีความเสื่อมสูงสุดด้วย ความเสื่อมสูงสุดคือ ร้ายเลวแรง แต่แฝงไปด้วยความหลอก ขณะนี้ ความเป็นจริง ในเรื่องของ ความแรงที่สุด ที่จะทำร้ายกัน เป็นพลังงานทำร้าย หรือเรียกว่า พลังงานที่เรียกว่า ระเบิดปรมาณู ระเบิดนิวเคลียร์ หรือระเบิดไฮโดรเจน เป็นเรื่องเล็กละเอียดเข้าไป แต่ระเบิดแรงมาก จึงเป็นภาวะซับซ้อน ขณะนี้ พลังงานที่สร้างสิ่งเหล่านี้ได้ เป็นอาวุธฆ่าคน ระเบิดพวกนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าสัตว์ หรือทำประโยชน์อะไรอย่างอื่น แต่ได้สร้างมาฆ่าคนโดยตรง คนที่สร้างมา จึงเป็นบาปอย่างมาก เมืองไทยไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ เมืองไทยจึงไม่มีบาป เมืองที่เขาสร้างอยู่ ก็เป็นบาปตามสัจธรรม มีกรรมวิบากจริง คนที่พัฒนาให้มันเก่ง ระเบิดได้เก่ง แรงมาก ฆ่าคนได้มาก นี่ต่างคนต่างมั่นใจว่า ของตนเก่งกว่า ซุกซ่อนไว้ สุดท้ายเขาจะฆ่ากันเอง แต่พวกเรานี้ เป็นพวกรอดได้ เพราะจะไม่ไปร่วมมือ ในสิ่งเหล่านี้ ก็พยายามปลีกตนออกจากสงคราม ที่เขาจะฆ่ากันอย่างนี้ เราไม่มีสิ่งที่จะไปร่วมมือ หรือแข่งขันกับเขา แล้วเราไม่เห็นดีที่ต้องไปทำร่วม เพราะว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรยิ่งใหญ่ คนไม่มีความรู้ ก็นึกว่าเป็นประโยชน์ใหญ่ ตามภูมิของเขา ก็ต้องให้เขาทำไป ตามวิบากของเขา สิ่งนี้เป็นสิ่งลึกซึ้ง เป็นกรรมวิบาก พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ เป็นอจินไตย ข้อที่ 3 อจินไตย 4 พุทธวิสัย ฌานวิสัย กรรมวิบาก โลกจินตา โลกจินตา คือความซับซ้อน ในความคิดของมนุษยชาติ เป็นความคิดที่เสื่อม ที่เลวร้ายด้วย ก็มีเยอะ เราก็ไม่จำเป็นที่ต้องไปดิ้นรนรู้ โลกจินตา ชาวปุถุชนทำ คิด เราไม่จำเป็นต้องไปรู้ เขาทำไม่ดีหลายอย่าง เราก็ไปห้ามเขาไม่ได้หรอก เขาจะรุนแรงกับเราด้วย ฆ่าเราได้ด้วย
ก่อนจะพูดอะไรต่อก็ขอพูด sms _อวิชชา จังเลย.... แม้บุญบารมีจะยังเป็นชาวอโศกไม่ได้เต็มตัว ก็จะเพียรศึกษาปฏิบัติตามแนวทางของชาวอโศกให้ได้มากที่สุด พุทธที่จริงที่วิเศษจริง เห็นได้แต่ในชาวพุทธอโศกเท่านั้นในทุกวันนี้ เทศน์ธรรมะของท่านพ่อครู วิเศษลึกซึ้ง ไพเราะมาก ขอกราบนอบน้อมนมัสการครับผม พ่อครูว่า... ก็มีความเข้าใจได้ซาบซึ้งได้ สิ่งเหล่านี้บังคับกันไม่ได้ บางคนรู้แล้ว ซาบซึ้ง เอาตาม เชื่อฟังแล้วทำตาม ปฏิบัติตาม เขาก็ได้ไปตามด้วย จนกระทั่งเข้ามาเป็นเนื้อใน ไปตามลำดับ แต่ก็เป็นเรื่องยาก เพราะว่ายอดพีระมิดสิ้นสุดสูงที่สุด มันน้อยคน ก็จะเป็นไปตามลำดับ จะเอามากทันทีไม่ได้ ปลอมแปลงไม่ได้ สมมุติเล่นไม่ได้ ต้องเป็นไปตามจริง อาตมาเอง ไม่ได้ตื่นเต้น ไม่ได้น้อยใจ เสียใจ เข้าใจสิ่งเหล่านี้ดี เข้าใจดี กำลังใจเต็มที่ ไม่ได้ย่อหย่อน พยายามฝืนสังขาร ให้ไปถึง 151 ปี ขอพูดนิดหนึ่ง พยายามลุ้นไปตามลำดับ ใช้พลังงาน Coefficient สัมประสิทธิ์ช่วยจริงๆ พยายามจัดการรูปนาม ให้ลงตัว สมดุล ให้มีพลังงานเสริม เป็นการพิสูจน์พลังงานสัมประสิทธิ์ ที่หลวงปู่เป็นผู้ชัดเจน แต่ยังอธิบายไม่เก่ง แต่จะมีคนเอาไปใช้ทางวัตถุก่อน พลังงานสัมประสิทธิ์ เหมือนไอน์สไตน์ เอาพลังงานไปใช้ทางวัตถุ เกิดรุนแรงได้ แต่นี่ไม่ใช่พลังงานรุนแรง รุนแรงทางอีกทางหนึ่ง คือทางสร้างสรร ต่อความยั่งยืนของชีวภาพ ไม่ใช่วัตถุธาตุ แต่นี่ต่อความยาวยืนของ จิตภาพ หรือชีวภาพ พูดไว้ดักไว้เลย อาตมาไม่เจตนาให้เขาเอาไปทำ อย่างที่แบบไอน์สไตน์ค้นพบ E=mc 2 ซึ่งเขารู้กันแล้วเรื่องแบบนี้ ว่าตอนนี้ไม่พยายามทำ เขารู้กันมาก แต่คนทำมีน้อยกว่า คนมิจฉาทิฏฐิ ก็จะสร้างไว้เพื่อป้องกันตัว เบอร์หนึ่งก็คือ เกาหลีเหนือ ที่ทำอยู่ นอกนั้นก็มีอีกหลายประเทศ ที่เขามีทุนรอน และมีความกลัว เพื่อป้องกันประเทศตัวเอง สิ่งเหล่านี้เป็นภาวะเป็นจริงในมนุษยชาติสังคม ในความคิดของมนุษย์ เมืองไทยนี่แหละ ถ้าจะพูดแล้ว ในเมืองไทย หลวงปู่เคยพูดถึงสวิตเซอร์แลนด์ เป็นตัวอย่างของความสงบสุข ไม่สร้างความรุนแรงได้สนิท ยิ่งกว่าประเทศไทย หลวงปู่ว่าอยากได้ คุณสมบัติแบบนี้จังเลย แบบ Switzerland มาเป็นในเมืองไทย แต่อยากได้ ก็ไม่ได้ ต้องเป็นไปตามสัจจะที่จะมีองค์ประกอบ ตามบารมี จะเป็นไปตามเหตุปัจจัย ตถตา ทุกอย่าง ไม่บังคับ หรือบีบคั้นไม่ได้เลย ในทุกกัปป์ ทุกยุคสมัย ในวัฏสงสาร จะเป็นเช่นนั้น ก็ต้องเป็นไปตามลำดับ
_โยมบุญหนา บุญมี ...กระผมขออนุญาตใช้ห้องนี้กราบถึงพ่อครูและท่านแสนดิน ขอกราบแทบเท้าพ่อครูและหมู่สมณะด้วยความคารวะอย่างสูงยิ่ง กระผมได้ฟังพ่อครูย้อนหลังแล้ว ท่านเมตตาต่อกระผมตลอดมา พี่น้องก็เรียกหาเสมอ ท่านธัมมาก็อยากให้อยู่ฟ้าอภัย อาแซมดินก็โทรหา ท่านวินก็อยากให้มาช่วยสอนที่ศีรษะฯ พี่น้องลูกหลานทั้งหลาย ได้แสดงน้ำใจจะช่วยดูแล พอดีคุณหมอจุฬาภรณ์ มีนัดมาก วันนี้ดูค่า PSA ในสามเดือนนี้ลดลงจาก 18.9 แต่วันนี้วัดได้ 15.50 วันที่ 8-10 มค. หมอไส้เลื่อน หมอฉายแสง และหมอมะเร็งต่อมลูกหมาก จะประชุมวางแผนการรักษา หลังจากไ้ด้ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ได้ใช้เวชศาสตร์นิวเคลียร์ และตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(Nuclear Medicine, MRI)แล้ว ลูกๆ เขาช่วยดูแลรับส่ง ถ้ายังอยู่ในการดูแลของหมอที่กรุงเทพ เขาก็ขอรับผิดชอบดูแลพ่อด้วย ช่วงนี้ก็พยายามให้มาอยู่สันติ แต่ในสามเดือนนี้ หมอนัดถี่จริงๆ พวกลูกจึงพยายามให้อาหารแบบหมอเขียวให้มากที่สุด หรืออย่างน้อยก็อาหารชมร. กระผมขอกราบเรียนรายงานเท่านี้ก่อน ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง โยมบุญหนา พ่อครูว่า... ก็เป็นภาวะ สาราณียธรรม 6 ที่ลงตัว
_มีคำถามของนักเรียน หลวงปู่คะ ลูกได้ยินข่าวแว่วๆมาว่า จะฉลองหนาวปีนี้ เป็นปีสุดท้ายหรือคะ
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ธรรมะสองของระบอบประชาธิปไตย พ่อครูว่า... การเมืองตอนนี้กำลังร้อน แต่ก็ไม่ค่อยร้อนมากหรอก ในเมืองไทย อยู่ในสภาพที่เป็นไปได้ หนาวก็ไม่หนาวมาก ร้อนก็ไม่ร้อนมาก ใช้ได้ หนาวขนาดนี้ อาตมาว่ากำลังดีทีเดียว ยิ่งหน้าร้อน ถ้าอากาศเป็นอย่างนี้ตลอดกาล ก็เยี่ยมเลย แต่มันไม่ได้หรอก ใจปรารถนาเอา มันไม่ได้ ต้องเป็นไปตามสัจธรรม เรามาพูดถึงการเมือง อาตมาได้ประกาศตัวเองมานานว่า เป็นนักการเมือง ซึ่งอยู่ในร่างของสมณะ นักบวช สมณะ ประกาศว่าเป็นนักการเมือง มาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เปิดตัวทำงาน ร่วมกันในการชุมนุม ในพ.ศ. 2549 เริ่มต้นมา ปัจจุบันนี้ กี่ปีแล้ว ก็ครบนักษัตรแล้ว พลเมืองต้องมีการเมือง ต้องทำงานอย่างที่ ในเมืองเขาทำกัน เพราะคนในเมือง เป็นคนส่วนใหญ่ เป็นสังคมใหญ่ สังคมคนป่า เป็นสังคมที่ เป็นสังคมเล็ก ไม่มากหรอก อย่างไรๆก็ไม่มีมากเลย ธรรมชาติสัจจะแล้ว คนปลีกเดี่ยว อยู่ป่า จับกลุ่มในป่าก็ตาม เป็นหมู่เล็ก แต่ถ้าเผื่อว่า ประชาชน คนมาอยู่ในเมือง มันได้ถึงพันล้านคน อย่างที่เห็น ในป่าอยู่พันล้านคนไม่ได้หรอก มันไม่เป็นป่าหรอก พันล้านคน ป่ามันไม่เหลือ ก็จะอยู่อย่างคนเมือง เราอยู่อย่างคนเมือง จึงเป็นคนเมือง ที่ไม่ทิ้งธรรมชาติ เราได้พยายามสร้างต้นไม้ แม่น้ำ ลำธาร เป็นธรรมชาติขึ้นมา แต่จะมากอย่างไร ก็ไม่เหมือนป่า อาตมาพาทำจนป่านนี้ สร้างให้เหมือนอย่างไร ก็ไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนป่าจริง เพราะมันต้องเป็นอย่างนั้น พยายามสร้างไปเถอะ จะไม่เปลี่ยนสภาพ เราเข้าใจจังหวะเวลา อย่างราชธานีอโศก จะให้เป็นตัวอย่างของสังคมเมือง ที่ไม่ใช่เมือง แบบป่าคอนกรีต แต่จะเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ร่มเย็น สุขสําราญ มีธรรมชาติได้อาศัย ดินทำงานของมัน น้ำทำงานของมัน ไอน้ำอบอุ่น ตามธรรมชาติจะไม่ร้อนมาก ไม่เหมือนป่าคอนกรีต จะร้อนอย่างไรก็ไม่เหมือนป่าคอนกรีต หลวงปู่ประกาศตนเองว่า เป็นนักการเมือง ต้องขยายความว่า การเมืองคืออะไร ตอนนี้เหตุการณ์บ้านเมือง ใครได้ดูคลิปบ้าง คลิปผู้ใหญ่ลีของ หลุยส์ เคเนดี้ เพลงผู้ใหญ่ลี ...Louise Kennedy เนื้อเพลง ผู้ใหญ่ลี - ไก่ พรรณนิภา เพลง : ผู้ใหญ่ลี พ.ศ.สองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด สุกรนั้นไซร้ คือหมาน้อยธรรมดา หมาน้อยหมาน้อยธรรมดา หมาน้อยหมาน้อยธรรมดา ...... พ่อครูว่า... จาก เนื้อร้องเดิม ของ ศักดิ์ศรี ศรีอักษร คนอุบลนี่แหละ อันนี้เป็นเรื่องที่เราสืบเนื่องจากเขามี อยากฟัง ต้นฉบับเก่า จริงๆ มีไหม...ร้องว่า ...สายัณห์ ตะวันร้อนฉี่ ผู้ใหญ่ลีขี่ม้าบักจ้อน แดดฮ้อนๆ ใส่แว่นตาดำ ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำ ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำ ถอดแว่นตาดำ ฟ้าแจ้งจางปาง ฟ้าแจ้ง ฟ้าแจ้งจางปาง ฟ้าแจ้ง ฟ้าแจ้งจางปาง ...... คอกลมเหมือนดั่งคอช้าง เอวบางเหมือนยางรถยนต์ รูปหล่อเหมือนตอไฟลน หน้ามนเหมือนเขียงน้อยซอยซำ เขียงน้อย เขียงน้อยซอยซำ เขียงน้อย เขียงน้อยซอยซำ...... อันนี้ก็เป็นเรื่องเก่า ที่เอามาให้เห็นว่า มันก็มีการสืบเนื่อง เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ต่อกันมาเรื่อยๆ พิมพ์เพชรรุ้ง ก็เอามาออกรายการ เขาก็พูดถึง Louise Kennedy หลุยส์/ลูอิส เคนเนดี้ เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานของสหรัฐในเมืองไทย ผู้ชื่นชอบเพลงนี้อย่างมาก จนได้บันทึกลงแผ่นซิงเกิลสปีด 45 และร้องออกรายการทางไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม เธอบอกว่า เพลงนี้เป็น Thai protest Song หมายถึง เพลงในการประท้วง ในยุคนั้น เป็นช่วงที่เรากำลังมุ่งหน้า พัฒนาประเทศตามแบบฝรั่ง สั่งการแบบ บนลงล่าง โดยไม่ได้มีความเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้าน นักพัฒนาเข้าไม่ถึงความต้องการ ที่แท้จริงของชาวบ้าน จึงเป็นการพัฒนาที่ถอยหลัง แบบหน้ากลัว อย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงกล่าวไว้ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง มันจึงเป็นการพัฒนาแบบ หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา เขาบอกว่า เป็นเพลงประท้วงแบบ folk คือพวกเพลงลูกทุ่ง หมายถึงว่า ทางการสั่งมา ผู้ใหญ่ลียังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย บอกว่าสุกร คือหมาน้อยธรรมดา พ.ศ. 2504 หลวงปู่อายุเท่าไหร่? ศักดิ์ศรี อายุอ่อนกว่าอาตมานิดหน่อย แต่เขาแต่งงาน หลวงปู่ไม่ได้แต่งงาน เพลงนี้ดังมากในยุคนั้น เสร็จแล้วสุนทราภรณ์ ก็เอามาทำใหม่ ฮิตอีก ตามแบบ pop song ก็ดัง
การเมืองประชาธิปไตย เป็นการเมืองสูงสุด เผด็จการสู้ไม่ได้ คอมมิวนิสต์สู้ไม่ได้ ยิ่งเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ แบบชาวอโศกนี้ จะเป็นประชาธิปไตย ที่จะเป็นการเมืองเยี่ยมยอดสุด เรียกว่าประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทีนี้ ประชาธิปไตยก็มีผิดเพี้ยน ไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นประชาธิปไตยปลอม ผิดไปจากประชาธิปไตยจริง คือเดี๋ยวนี้เข้าใจกันทั่วโลกเลย ก็แบ่งเป็น 2 อย่างง่ายๆ 1. ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน 2. ประชาธิปไตยแบบส่วนร่วม หรือประชาธิปไตยส่วนรวม ซึ่งเป็นอิสระเสรีภาพสูงสุด กับแบบมีผู้แทน ต้องมีเลือกตั้งเลือก ผู้แทนมีประชุมสภา เป็น เผด็จการทางรัฐสภา ได้ อย่างที่ทักษิณเขาทำ ซึ่งเลวร้ายที่สุดเลย ทุกวันนี้คนก็ยังเข้าใจไม่ได้ โดยเฉพาะคนมีเลือดโลกีย์ ชอบความรวย หรูหรา ได้มากๆ เป็นโลกียะตื้นๆ ทุกวันนี้ชาวอโศก ก็ยังไปหลงใหลการเมืองแบบนี้อยู่ อีกไม่น้อย ยังพูดกันไม่รู้เรื่อง ก็มี ซึ่งมันมีอำนาจมาก ขนาดเป็นชาวอโศกแล้วนะ ก็ยังมีมิจฉาทิฏฐิแฝงอยู่ เพราะว่ามีเลือดโลกีย์ ชอบได้บำเรออัตตา บําเรอลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทางทุนนิยม มีอยู่ไม่น้อย เดี๋ยวนี้ก็ยังแย้ง เป็นธรรมดา เราก็ไม่ไปติดใจ มันเป็นธรรมดา จำไว้ มีการเมือง 2 แบบนี้ ตอนนี้ สังคมไทย การเมืองไทย เป็นการบริหารประเทศด้วยคณะคสช. คณะคสช.ไม่ได้เลือกผู้แทน แต่คณะคสช.หรือคณะของพลเอกประยุทธ์ เป็นการเมืองแบบมีส่วนร่วม ไม่ใช่การเมืองแบบผู้แทน การเมืองแบบผู้แทนนั้น เป็นการเมืองขาเดียว ไม่ใช่การเมืองสองขา การเมืองที่มีส่วนร่วมนั้น เป็นการเมือง 2 ขา ส่วนการเมืองที่เป็นแบบผู้แทน เป็นการเมืองที่ ไม่มีใจ มีแต่กาย มีแต่ร่างตื้นๆ ภายนอก ภายในจิตวิญญาณไม่มี ไม่ลึกซึ้ง ภายในจิตวิญญาณ ไม่สมบูรณ์แบบ การเมืองขาเดียวนี่ อันนี้อาตมาพยายามยืนยันอธิบาย คนก็ยังไม่เข้าใจ แต่ไปบังคับความเข้าใจคนไม่ได้ เขาจะไม่ค่อยเข้าใจ ระหว่างประชาธิปไตย 2 ขา กับประชาธิปไตยขาเดียว มันเป็นจิตนิยาม มีกายกับใจ มีร่างกับใจ พีชนิยามมีร่างกับธาตุรู้ แต่ไม่ใช่จิตนิยาม พืชพันธุ์ ธัญญาหาร มีอัตตา ISH มันสร้างตัวมันเองอย่างเดียว แต่ไม่ไปทำร้ายใคร ทำร้ายใครไม่เป็น แต่จิตนิยาม เซลล์ชั้นต่ำ แม้ไม่เจตนาทำร้าย แต่มันทำร้าย เพราะว่ามันไม่รู้ มันโง่ ใครจะมาทำร้ายมัน มันก็ต้องป้องกันตัวเอง ฆ่าอันอื่นได้ แต่พืชนี้ ไม่ไปทำร้ายอะไรตอบเลย พืชนี้ใครทำร้ายมัน มันก็ไม่ตอบโต้ แต่ถ้าเป็นสัตว์แล้ว ใครไปทำร้ายมันๆก็ทำร้ายตอบได้ บางอย่างทำร้ายได้แรงมากเลย ไวรัส หรือเซลล์เล็กๆ มีพิษร้ายแรงมาก ความซับซ้อนพวกนี้ ความรู้ที่ศึกษาไปแล้ว จะรู้และเข้าใจ จะไปโทษมันทีเดียว ไม่ได้ มันไม่รู้เรื่องหรอก แต่มันก็เป็นตัวมันเองแบบนั้น เป็นสัตว์ชั้นต่ำ เป็นสัตว์ชั้นสูงขึ้นมา ก็จะเจริญรู้ แล้วเห็นแก่ผู้อื่น มีความรัก 10 มิติ ที่สูงขึ้น ก็ค่อยๆศึกษาไป นั่นคือลักษณะแกนของความรู้ประชาธิปไตย แบบผู้แทน กับประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เมืองไทยขณะนี้ เป็นประชาธิปไตยที่ไม่ใช่แบบผู้แทน แน่นอน แต่เป็นประชาธิปไตยที่มีส่วนร่วมโดยปัญญา มีปัญญาเข้าใจ ในความเป็นประชาธิปไตยดี ดีกว่าทุกๆชาติ อาตมาขอพูดเช่นนั้นเลย เป็นความลึกซึ้ง เช่นนั้น ต่อมาขออธิบายให้ละเอียด โดยมีตัวอย่าง เป็นประชาธิปไตย 2 แบบ ก็ขอยกตัวอย่าง คือแบบ ทักษิณ ชินวัตร กับแบบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แบบทักษิณ ก็เห็นลายอยู่แล้ว พอมีของพลเอกประยุทธ์ขึ้นมา แม้จะไม่เป็นประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง อย่างที่ทักษิณ ชูป้ายเลย เป็นประชาธิปไตยขาเดียว เป็นศิษย์อเมริกา เป็นดอกเตอร์อเมริกา ก็เลยเป็นทาสความคิดแบบอเมริกา เต็มที่ สูงสุดได้แค่ทักษิณนี่แหละ ทีนี้ พลเอกประยุทธ์ ก็เป็นอีกสายหนึ่ง เป็นประชาธิปไตย 2 ขา เป็นประชาธิปไตย ที่รู้จักประชาธิปไตยดีกว่า โดยที่เรียกว่า ก็เข้าใจแบบเลือกตั้ง มีผู้แทน ก็เข้าใจ แต่ก็ยังเห็นว่า ตอนนี้ต้องทำแบบนี้ ยังไม่ใช่เวลาที่จะไปเลือกตั้ง ทำด้วยความมั่นใจ ตั้งใจ ที่จะช่วย แต่มันก็มีมวลประชาชน ที่ยังถือหาง จะต้องเลือกตั้ง เขาไม่ได้เป็นพวกของทักษิณ แต่เขายังมีความเอียงไปทางเลือกตั้ง ยังมีข้างโลกีย์ ใช้อำนาจสภา จนกระทั่งฝ่ายนั้น จะเอียงไปทางฝ่ายสภา จนบอกว่าเป็นประชาธิปไตย คือ คุณชวน หลีกภัย บอกว่าประชาธิปไตยนอกสภา ไม่มี ประชาธิปไตยต้องมีแต่ในสภา ถึงขนาดนั้นเลย แล้วเข้าใจว่าประชาธิปไตยนั้น มีแต่ในสภา สภาเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ก็ใช้สภาเป็นอำนาจใหญ่ เพราะฉะนั้นจะฟังเสียงประชาชนไม่ครบ เสียงประชาชน ไม่ใช่เป็นใหญ่ แต่เขาก็ว่าประชาชนเป็นใหญ่ แต่เขาเอาสภาเป็นหลัก ไม่ได้เอาประชาชนเป็นหลัก แต่มันซ้อนที่ว่า ถ้าประชาชนยังไม่เข้าใจประชาธิปไตยพอ ก็ต้องใช้อำนาจรัฐมาบริหาร ก็ถูก ถ้าหากรัฐบาล หรือผู้บริหารนั้น ยังมีความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พรรคพวก มีโลกียะมาก มันก็ล้มเหลว อย่างที่มันเป็น มันมีตัวอย่างมาหมดแล้ว ประชาชนไทยเอง เข้าใจมากขึ้นแล้ว ในยุคนี้ จึงเป็นมวล และทุน ให้แก่พลเอกประยุทธ์ แม้จะมีคนที่ทำเป็นสู่รู้ว่า ตอนนี้ทุนของพลเอกประยุทธ์หมดแล้ว คือหมายถึงหมู่ประชาชน ที่จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นผู้ที่ไม่เห็นด้วย ต้องการให้ออก อาตมามั่นใจว่าเสียงในประชาชนในประเทศไทยขณะนี้ เกือบ 70 ล้านคน จะมีสิทธิ์ไปเลือกตั้งแค่ 40 ล้านก็ตาม เขาก็ไปตีความว่า เดาเอาว่า คนที่เห็นด้วยกับพลเอกประยุทธ์ มีจำนวนน้อยกว่า คนที่ต้องการ ให้ออกมาเลือกตั้งอีก สำหรับอาตมานั้น ชัดเจนว่า ถึงแม้จะเลือกใหม่ พลเอกประยุทธ์ก็จะได้ เพราะว่าประชาชนเข้าใจเกินกว่า ความเข้าใจเดิมแล้ว เปลี่ยนวิสัยทัศน์แล้ว เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ เปลี่ยนความคิดองค์รวมแล้ว เป็นการวัดค่าประชาชนคนไทย ตามที่อาตมามีเจโตปริยญาณ หยั่งรู้จิตมนุษย์เท่าที่พูดนี้ อย่างบริสุทธิ์ใจ ที่พูดนี้ไม่ได้มีส่วนได้เสีย กับพลเอกประยุทธ์ อาตมาก็มีคณะประชาธิปไตย ของอาตมา และเป็นประชาชนที่อยู่ในกลุ่มใหญ่ ไม่ได้ขาดไปจากสังคมโลก แม้จะเชื่อมต่อไปยังประชาธิปไตยโลก ก็เชื่อมต่อ แม้จะเป็นกลุ่มเล็กของชาวอโศก ก็มีความบริสุทธิ์ใจ มันมีความซับซ้อน ลึกซึ้ง มันมีเชิงแฝงกล เกมการเมือง เป็นความไม่บริสุทธิ์ แล้วความบริสุทธิ์ที่สุดคืออะไร ก็คือความถูกตรง ตามหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์ที่อาตมาได้นิยามเอาไว้ เป็นนิยามข้นๆไว้ 10 ข้อ 1. งานการเมืองต้อง มีคุณธรรม และเป็นกุศลเพื่อมวลมนุษยชาติ 2. นักการเมืองต้อง “รู้จัก” ประชาธิปไตยที่แท้ 3. นักการเมืองต้อง “สอน” หรือ เผยแพร่ประชาธิปไตย ให้กับประชาชน (ประชาชนก็ใส่ใจขวนขวายเรียนรู้ ไม่ใช่รู้แค่ว่าไปเลือกตั้งเท่านั้น) อาตมานี้สอนการเมืองประชาธิปไตย แต่ขอบอกไว้ว่าจะไม่ไปรับตำแหน่งอะไร แต่ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ ไม่เป็นข้าราชการด้วย ข้าราชการนั้นคือ นักการเมืองประจำ นักทำงานรับใช้ประชาชนประจำ แต่ทุกวันนี้ กลายเป็นศักดินา เบ่งใหญ่ นี่ก็ผิดอีก 4. นักการเมืองต้องเป็นผู้ พึ่งตัวเองได้ แล้ว 5. นักการเมืองต้องเป็น ผู้มักน้อยสันโดษ รู้พอ ไม่สะสม เป็นเครื่องชี้บ่งเลย ไม่จำเป็นจะต้องไปรวย ประชาชนเขารวย เขาจะอุดหนุนมา กระเป๋าของนักการเมืองใหญ่คือประชาชน คือสมบัติของประชาชน เขาอยากจะช่วยเลย ถ้าหากเราทำเพื่อประชาชน ประชาชนผู้มีปัญญา จะช่วยเต็มที่เลย มีเท่าไหร่ ก็เอาให้หมดตัว อย่างนั้น นักการเมืองต้องเป็นผู้มักน้อย ใจพอ กล้าจน ไม่โลภ ไม่สะสม เราได้บทเรียนจาก “คนรวยแล้วไม่โกง”มาแล้ว เอาคำว่ารวยแล้วไม่โกงมาหลอก แต่มันโกงคนเดียวไม่พอ โกงทั้งตระกูล ตั้ง 5 แสนล้าน 6. นักการเมืองต้อง ไม่ทำงานการเมืองเป็นอาชีพหากิน ไม่มอบตนในทางผิด พ้นมิจฉาชีพ 5 1). การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง 2). การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง 3). การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4). การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) 5). การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พระไตรปิฎก เล่ม 14 ข้อ 275 มหาจัตตารีสกสูตร) 7. งานการเมืองต้องเป็น งานอาสา เสียสละ คือต้องเข้าไปเสนอตัว คืออาสา ขอทำงานนั้น โดยไม่ได้เรียกร้องเอาอะไรตอบแทน อาสาคือ เราเป็นผู้เสนอตัวเข้าไปรับใช้ ไม่ใช่เต๊ะท่า ให้คนมาเชิญ อย่างอาตมาพาไปทำ ไม่มีใครเรียกร้อง เขาหาว่าบ้าบอ ยัดเยียดตัวเอง เข้าไปด้วยซ้ำ แล้วก็ยังจะทำต่อไปอีก ตรวจสอบได้ จะเข้าไปเสนอตัว แล้วก็ทำงาน โดยไม่ต้องการเรียกร้องอะไรตอบแทน 8. นักการเมืองจะต้อง ไม่มีอคติ (ต้องพ้น อคติ 4) 9. นักการเมือง คือ ผู้มีอิสระแท้จริง ไม่เป็นทาสโลกธรรม 10. งานการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่งานเพ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive