ทานโดยไม่หวังจึงทำให้เศรษฐกิจดีจริง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.60 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ทานโดยไม่หวังจึงทำให้เศรษฐกิจดีจริง พ่อครูว่า..ถ้าเป็นนักเศรษฐศาสตร์เข้าใจความหมายองค์รวมของเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์อย่างดี ที่ถูกต้องเลยไม่ได้ ให้มาจนจริงๆมีวรรณะ 9 ไม่เป็นคนเรื่องมาก แต่เป็นคนสบายๆ พัฒนาให้เป็นคนเจริญ คนดี คนประเสริฐ คนเศรษฐกิจดีได้ง่าย เป็นคนมักน้อยมีน้อย หรือเป็นคนกล้าจน จนที่สุดคือเป็นคนมี 0 เป็นสมบัติ มีสมบัติเท่าไหร่ ? 0 อะไร แล้ว 0 จะอยู่ได้อย่างไร ก็คือสังคมเราอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องใช้คำว่ารวย อุดมสมบูรณ์มีใช้เหลือเฟือ เราก็อาศัยกินใช้กันได้จริง เพราะฉะนั้นจะไปสะสมทำไม ต่างคนต่างช่วยดูแลบริหารและก็สร้างขึ้นมาทดแทน มันพร่องก็ทำให้มันเต็ม เต็มแล้วก็สะพัดออกไป มันพร่องก็ทำให้มันเต็ม เต็มแล้วก็สะพัดออกไป เราก็ขยันทำให้ พร่องก็ทำให้เกิดบูรณาการเป็น Dynamic เสริมสร้างกันไปไม่ได้ขาดแคลน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็น อาตมาความจริงอันนี้ไม่ใช่พูดปากเปล่า พูดแล้วพวกเราทำได้จริงไหม จริง เราก็ทำได้จริงด้วย อยู่ได้อย่างนี้ไปจะอีกกี่ชาติ มีแผ่นดินมีน้ำมีลมมีไฟเรามีความขยันมีปัญญาความรู้ของเราว่าจะทำอะไร พืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละไม่ต้องไปเอาอะไรมาก เรื่องเกี่ยวกับสัตว์เราไม่เอามันมีวิบากร่วมกัน แต่พืชพันธุ์ธัญญาหารนี้มันไม่มีวิบาก มันไม่มีเวทนา ไม่มีวิญญาณ ไม่มีวิบาก ที่จะจองเวรจองกรรม มันจะรักเรามันจะชังเรามันไม่มี แต่ว่าสัตว์ สัตว์เล็กสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ก็ตาม มันมีเวทนามันมีวิญญาณแล้ว เพราะฉะนั้นมันจะจองเวรจองกรรมก็ได้ จะรักเราอย่างจี๋จ๋า รักผูกพันกับเราของข้าใครอย่าแตะเลยมันเป็นไปได้นะสัตว์เดรัจฉานมันเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราไม่เอา ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ ให้มันอยู่ไปตามยถากรรม วิบากใครวิบากมัน เรามีแต่อยู่กับพืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละ ส่วนสัตว์นั้นเราก็เมตต

อ่านต่อ

า มันช่วยเขาได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็ปล่อยไปตามวิบากของใครของมัน ก็เท่านี้ ในการปล่อยวางความเป็นสัตว์ในโลก อยู่กันอย่างเมตตาเขา ไม่ไปสร้างวิบากเพิ่ม แต่ถ้าจะทำอะไรช่วยเขาเป็นกุศลแล้วก็ทำได้ตามโอกาส ช่วยแล้วเราก็ไม่คิดจะไปยึดถือว่าสิ่งที่เราไปช่วยนี้เรามีบุญคุณกับแก เรามีบุญคุณกับเธอ ต้องมาทดแทนบุญคุณนะ เราก็ไม่ต้องไปจำบุญคุณ ไม่ต้องไปทวงบุญคุณอะไรใครหรอก เป็นจากสัตว์หรือจากคนก็ตาม เรามีแต่ให้เกิดมามีแต่ให้เป็นผู้ให้จบจริงๆอยู่ที่ผู้ให้ ในทานสูตร ที่ไม่มีสาเปกโข ปฏิพัทธจิตโต สันนิธิเปกโข ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ครบหมดแล้วในทานสูตร หรือมันมีตัวที่ อัตตมนตา โสมมนัสสัง มีความภูมิใจในอัตตาตัวตนที่โตขึ้นไปอีก มาเป็นของตัวของตนเยอะมีอะไรใหญ่ อัตตมนตา โสมมนัสสัง ยิ่งตัวตนโต ยิ่งดีใจที่อัตตาโต ดีใจที่อัตตาตัวเองโต โง่ไม่เสร็จเลย อย่างนี้เป็นต้น แล้วไปสรุปว่า ปลื้มๆ อย่างธัมมชโยไปครอบงำคนอื่นให้หลงแล้วตัวเองก็ได้มากๆเป็น อัตตมนตา โสมมนัสสัง นี่ ทำให้อัตตาตนโตขึ้น ก็ดีใจ ก็ยังมีตัวกูของกูมากขึ้นก็ดีใจใหญ่เลย แล้วไปครอบงำความคิดคนอื่นให้เป็นอย่างนี้อีก ยิ่งปลื้มๆที่ตัวเองได้ อยากได้มาก แล้วซ้อนนะ ได้ใหญ่ได้มากแล้ว คุณเอามาให้ธัมมชโย ปิดบัญชีเลยนะจะได้ยิ่งใหญ่ เห็นไหมวิธีหลอกล่อให้คนอื่น เอามาทำให้ธัมมชโยนี้คุณจะยิ่งได้มากยิ่งกว่านี้นะ มาผ่านมาบริจาคให้ธัมมชโยจะยิ่งรวยยิ่งกว่านี้เลย หลอกเขา นี่โอ้โห ขออภัยที่พูดนี้ไม่ได้ไปด่าว่าอะไรเขา เอาพฤติกรรมเขามาเปิดเผยเป็นวิชาการให้เข้าใจกัน ไม่ว่าจะเป็นธัมมชโยทำอย่างนี้ ก็เหมือนทุกคนนั่นแหละที่ทำกันแบบนี้ แต่ตัวธัมมชโยทำอย่างนี้คนอื่นเขาไหนก็แล้วแต่ที่ทำ ใครทำอย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นพวกนี้ มีศัพท์คำหนึ่งว่า “ปรทัตตูปชีวี” เป็นผู้ที่มีชีวิตโดยอาศัยผู้อื่น อย่างธัมมชโยนี่สุดยอดของเปรต เปรต คือ ต้องอาศัยผู้อื่น ถ้าตัวเองคนเดียวนั้นทำอะไรไม่ได้อดตาย ต้องหลอกคนอื่นเอามาให้ เปรตนั้นอยู่ได้เพราะคนอื่นเอามาให้ ชีวิตอยู่ได้เพราะคนอื่น ถ้าผู้อื่นไม่ให้ตาย ตายอย่างเขียดเหยียดขาตาย นี่คือ “ปรทัตตูชีวกเปรต” นี่คือความหมายแท้ ไม่งั้นพูดเป็นภาษานิยายไปบอกว่าทำบุญส่งไปให้พ่อแม่ที่ต้องการไม่มีอยู่มีกินก็ส่งไปให้ ไม่เชื่อเรื่องกรรมเป็นของตนก็ตัวเองเป็นทายาทของกรรมตัวเอง ส่งให้ใครก็ไม่ถึงหรอก แต่มันเป็นทางสมมุติสัจจะว่าคุณมีกตัญญูกตเวที แม้ว่าพ่อแม่ตายแล้วก็ยังนึกถึง ควรจะได้อะไรก็ส่งไปให้อะไรอย่างนี้ มันก็เป็นลักษณะคุณธรรมชนิดหนึ่งเท่านั้นเองโดยสัจจะมันไม่ถึง มันไม่มีจริง แต่โดยพฤตินัยที่คุณเองกตัญญูต่อผู้มีพระคุณต่อเรานั้นมันดีใช่ไหม แยกแยะให้ออกสิตรงนี้ คุณทำดีก็น่าส่งเสริมในสมมติสัจจะ ทำอย่างนี้เป็นคนเผื่อแผ่เพื่อผู้มีคุณต่อเรา คุณก็ตอบแทนผู้มีคุณต่อเรามันก็ดี แต่สัจจะจริงๆนั้นคุณส่งไปให้ใคร พ่อเราชอบกินตับไก่หมก เราก็ได้ตับไก่มาหมก อย่างปรุงรสอร่อย ให้มันถูกปากพ่อเลยนะพ่อชอบรสไหนก็ปรุงให้ เสร็จแล้ววิธีจะให้ก็ทำอย่างไร เอาไปถวายพระ พระก็บอกว่าอะไรโยม ...ตับไก่อ่อม ...เสร็จแล้วก็เอามาถวายพระ พระก็กินบอกว่าแซ่บอีหลี ส่งไปให้พ่อหน่อย พ่อมัก ตับไก่ เออ ส่งไปให้แล้ว ตับไก่นี้พระก็กินใส่ไปในท้อง หน้าที่ของน้ำย่อยมันก็ย่อยไปเอาธาตุอาหารไปเลี้ยงขันธ์ พระก็บอกว่าพ่อได้รับแล้วเด้อ พระตอแหล มันไปได้อย่างไร ถามว่าตับไก่นั้นออกจากท้องพระไหม ไม่ ไปด้วยพาหนะอะไร อย่างดีก็เหลือเศษกากออกที่ เวจ พรุ่งนี้ พูดให้หนำใจ คือมันงมงายแล้วหลอกกันก็ต้องเปิดโปงพวกที่หลอก คุณหลอกจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม รู้ว่ามันไม่ถึงหรอก แต่คุณก็ทำเพื่อคุณจะได้ หรือคุณไม่รู้ ก็พอทำเนา ทำไปตามประสาคนไม่รู้ก็เหมือนเด็กมันไม่รู้เรื่องทำตามประสาไปอย่างนั้น บาปลดราคาหน่อย แต่มันก็ยังบาปอยู่ดี ก็หลอกล่อกันอยู่ก็โง่อยู่อย่างเดิม

630925_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐกิจจะดีต้องมีวรรณะ 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน