เศรษฐกิจดีต้องทำดีแบบคนจน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

เศรษฐกิจดีต้องทำดีแบบคนจน ยกเอาตัวตั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านบอกว่าต้องมาบริหารแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา คุณขาดทุนให้แก่คนอื่นได้เสมอนั่นแหละคือคุณกำไรอยู่เสมอเสมอ แล้วเป็นจริงนะ แล้วทำไมมาขาดทุนได้ จะไม่ขาดทุนได้อย่างไร เราสร้าง 1,000 แล้วเราก็กินใช้แค่ 200 มันก็เหลืออีกตั้ง 800 แล้ว 800 เราให้คุณก็คือเราขาดทุน เราชักเนื้อให้คุณ 800 นี้ของเรานะ เราให้คุณนะ เราก็กินใช้แค่ 200 แล้วเราก็ขยันทำทุกวันมันก็มีเพื่อนอยู่ทุกวัน หลายคนมารวมกันต่างคนต่างเหลือก็ยิ่งมีเหลือเยอะ ก็ยิ่งสะพัดกระจายไปช่วยผู้อื่นได้ ถ้านักเศรษฐศาสตร์ฟังแค่นี้ก็คงจะเข้าใจ ที่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องโมเม เศรษฐศาสตร์เจริญ คือ เศรษฐศาสตร์คนจน เพราะฉะนั้นจะไปเข้าใจว่า เศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงนี้รวยก็ได้ นี่คือคนยังไม่เข้าใจ คนๆนี้คือยังไม่เข้าใจว่ามาจนมันจะอยู่ได้อย่างไร มันเข้าใจไม่ได้ ที่จริงแล้วจนมันอยู่ได้ เพราะมันไม่ได้อยู่คนเดียว แล้วคุณวิเศษอย่างนี้อยู่ในหมู่คนไม่ใช่ร้อยคนพันคนหนึ่งคนแสนคน ของเราหมู่บ้านราชธานีอโศกอุบลมีไม่ถึงพัน แต่คนหมู่บ้านอื่น ก็ได้รับการเกื้อกูล หมู่บ้านราชธานีอโศกขาดแคลน หมู่บ้านอื่นมีมากกว่าก็แชร์มาให้ หมู่บ้านราชธานีอโศกมีอันนี้มากก็เอาส่งไปให้หมู่บ้านอื่น ก็ส่งที่เรามีมากส่วนเกินไปให้คนอื่น คนอื่นเขามีมากเขาก็เอามาให้ โดยไม่มีความหวงแหน ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นกระจายผลผลิตต่อไป จนกระทั่งในหมู่ตัวเองก็เผื่อแผ่แจกจ่าย กินอยู่กันอย่างอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งแจกจ่ายคนอื่นที่ไม่ใช่พวกเราเผื่อคนอื่นที่ไม่ใช่พวกเราได้อีก อย่างนี้คือคนมีเศรษฐกิจเจริญ และในคงคลังมีไหม ไม่มี แต่ละคนชาวอโศก นัดแนะพวกคุณมา 100 คน แล้วชาวอโศกก็มาอีก 100 คนแล้วไม่ต้องบอกว่าไปทำไม ก็ให้ควักกระเป๋า

อ่านต่อ

ออกมาว่ามีทรัพย์สมบัติอยู่กี่บาทในกระเป๋า ชาวอโศกควักเงินในกระเป๋าออกมารวมกันแล้วมีแค่นี้แหละ ก็จะมีน้อยกว่าพวกเขามากเลยเพราะแต่ละคนเราไม่ได้สะสมไม่ได้มีเครื่องเพชรนิลจินดาหรูหรา ส่วนทางโน้นบางคนเขาคนเดียว 2 คนเท่ากับเรา 100 คน เขามีเพชรราคาหลายสิบล้าน ส่วนของพวกเรารวมแล้ว 100 คน หมด ไม่ถึงล้าน แสนนึงก็ไม่ถึง นี่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่พูดเล่น แล้วเป็นอยู่มีความสุขไหม สบม ทมด ปกต หห จจ มชยลล จจ เพราะฉะนั้นในความเป็นเศรษฐกิจ ในภาษาว่าเศรษฐกิจ ในสารัตถะพฤติกรรมจริงในความเป็นมนุษย์ และความเป็นสังคมเศรษฐกิจนี้ มันมีพฤติกรรมอยู่เช่นไรในรายละเอียด นักบริหารประเทศโดยผู้ที่ชื่อว่ารับหน้าที่บริหารเศรษฐกิจในประเทศ ยังมี Concept มีความเข้าใจความเป็นเศรษฐกิจดี จะต้องให้รวยๆแข่งกันรวย ทุกคนมีรวยกันให้มาก คนอื่นจะจนอย่างไรก็ช่างหัว คนข้างนอกจะเป็นเช่นไรก็ช่างมันไปแย่งเอามาจากต่างประเทศหรือแต่ ในหมู่พวกเราเองก็ตามก็แย่งกัน ให้กลุ่มของเรา คณะของเรา บริษัทของเรารวย บริษัทอื่นคณะอื่นจะร่อยหรอลงไปก็ช่างมันของเราให้มีเศรษฐกิจดี อย่างนี้ก็คือความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ส่วนตัวเป็นตัวกูของกู สะสมดึงดูดเอามาให้มาก ถ้ามีแต่ความคิดอย่างนี้มันก็จะแย่งกัน อาตมาถึงสรุปว่าเป็นสมบัติผลัดกันชม ใครมาแย่งได้ก็ได้มากแล้วคนอื่นก็จะมาแย่งคืนแย่งกันไปแย่งกันมา คุณรักษาไว้ไม่ทันหรอกเดี๋ยวคนอื่นก็หาวิธีแย่ง ดีไม่ดีเขาก็ฆ่าคุณเลย แล้วเขาก็เอาเงินคนอื่นมา มันก็ฆ่ากันมาไม่รู้กี่ชาติแล้วถ้ามันต้องการอย่างแรง ขาดแคลนมาก มันก็ไม่ได้สร้างความมักน้อยสันโดษ มันก็ต้องเอาให้ได้มากๆมา ก็ต้องไปฆ่าคนอื่นเอา มันเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นถ้าไม่ไปสร้างความรู้ความจริงให้รู้ว่าคนเรานี้ต้องมีใจพอ มีน้อยก็พอแล้ว ไม่ต้องมีมากหรอกชีวิตนี้ มีไว้เพื่ออาศัยเป็นเครื่องกินเครื่องใช้ เรียกว่า “ปัจจัย” ในชีวิต จะมีเครื่องประกอบที่เรียกว่า “บริขาร” องค์ประกอบไม่ต้องมากอะไรหรอก ยิ่ง เครื่องประกอบบริขารนั้นหรูหราฟู่ฟ่าอีก มันเป็นความเบ่งอวด มันใหญ่หรูหรา มันมากมาย มันเขื่อง มันไม่ได้เรื่อง มันมาข่มกันเฉยๆ ยกตัวอย่างง่ายๆมีนาฬิกาฝังเพชร เพชรล้อมนาฬิกา เป็นเพชรชั้นเยี่ยมเลย มีตั้งเกือบ 100 เม็ด รวมราคาเป็น 10 ล้าน 20 ล้าน แค่นาฬิกาเรือนนี้สาระมันคือเวลา ถ้านาฬิกาเรือนนี้เดินไม่ได้เรื่องเลยจะใส่เพชรไปไม่รู้กี่อันก็ตามอย่าเอามาใช้เลย เวลาของคุณมันเก๊ไม่ตรงกับเขาเลย นาฬิกาของคุณมันเก๊ มันไม่ใช่เครื่องบอกเวลาที่จะใช้ได้ดี มันเป็นของเก๊ของไม่ได้เรื่อง แม้จะมีเพชรตั้ง 100 เม็ดอยู่ในนี้ นาฬิกา มันไม่ใช่นาฬิกาหรอกมันเป็นนาฬิเก๊ นาฬิห่วย อย่างนี้เป็นต้น เราต้องรู้แก่นสารสาระเนื้อแท้ของความหมาย ว่าอันนี้คืออะไร เพราะฉะนั้นนักเศรษฐกิจ นักบริหารจึงจะต้องรู้ดีๆ โดยเฉพาะเราเองเป็นผู้มีน้อยใช้น้อยกินน้อย แล้วหมู่พวกเราก็มีความเห็นแก่ตัวน้อย หมู่คนพวกนี้ ก็มีแต่จะสร้างมากๆ สร้างสิ่งที่ดีมีคุณค่ามีสาระที่ดีมีคุณภาพสูง แล้วก็ทำได้มากแต่กินน้อยใช้น้อย เราพอแล้ว ตัวเราก็ใช้พอกินเท่านี้ ที่เหลือก็เอาไปให้คนอื่น แล้วไม่ต้องกลัวเปลือง เพราะทุกคนก็ขยันทำงานอยู่แล้วมันเพียงพอ พวกเรานี้ใช้จริงๆส่วนหนึ่งไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่สมรรถภาพความขยันของเราแต่ละคนนั้นสร้างได้มากเหลือ ใน100 ที่เราสร้างได้เราใช้แค่ 10 20 เหลืออีก 80 ทุกวันเลย ดีไม่ดีสมรรถภาพของเราก็สูงขึ้นสร้างได้มากกว่า 100 อีก แต่เราก็กินใช้แค่นี้ 20 นอกนั้นทำได้เกินกว่า 100 ก็ตามก็กินใช้คงเดิม เพราะตัวร่างกายเราใช้อาศัยคงเดิม มันไม่มากขึ้นกว่าเก่าหรอก ถ้าคุณไม่ได้เที่ยวไปสร้างให้กระเพาะมันรับมากๆ มีความตะกละมาก ตัวก็ใหญ่ขึ้นมาก มันก็ทรมานไปเอง แต่ถ้าอยู่ในความเป็นคนสันทัด มันก็กินเท่านี้ ใช้เท่านี้แหละ ทำได้อย่างนี้ก็ครบแล้ว เป็นสัดส่วนที่พอเหมาะพอดีหมุนเวียนกันอาศัยใช้สอย นอกนั้นทุกวันทำงานสร้างสรร มันเจ็บมันป่วยคนอื่นก็ทำงานแทน จึงเป็นสังคมที่มีเศรษฐกิจดี โดยไม่ต้องไปให้เขามาว่าได้เลย ว่าเศรษฐกิจ GDP ไปเอาของคนอื่นมาตีกินเป็นของกูเรียกว่าโดเมสติก ประเด็นนี้แหละมันไม่เข้าใจได้ง่ายๆหรอก ด็อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์อีกเยอะ ยังเข้าใจไม่ได้ อาตมาก็ยืนยันไปว่าของโดเมสติกคือภายในไม่ใช่ของเขานะ ไม่ใช่อินเตอร์นะ แต่เป็นโดเมสติก เขาก็ยังเข้าใจไม่ได้ ต้องรอผลผลิตนี้มีพอแล้ว แล้วเราก็เหลือไปให้คนอื่นอีก เรารวยเราเจริญเราประเสริฐ หากไปเอาของคนอื่นมารวมเข้าไป ไปเอาจากประเทศอื่นๆมารวมกันในประเทศเราให้มาก แล้วก็บอกว่าเรามีเศรษฐกิจดี แล้วของเอ็งจริงๆของคุณ คุณทำอะไรได้แค่ไหน พูดไปแล้วคิดถึงสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ไม่ได้ผลิตสร้างอะไรเองได้หรอก เอาของคนอื่นมาลงรวม อย่างนี้เป็นต้น ก็น่าเห็นใจเขาเพราะว่าแผ่นดินเขามันไม่มีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากร ก็ไม่รู้รายละเอียดภูมิประเทศของเขา ทรัพยากรในดินในทะเลของเขามันจะมีหรือไม่ สรุปแล้วเศรษฐศาสตร์ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ว่า “ให้เอาแบบคนจน” จึงเป็นคำที่สั้นๆ แต่สุดยอด การบริหารประเทศต้องเอาแบบคนจน ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ได้ฟังแล้วก็ไม่กระดิกหู นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ ไม่รู้เรื่องว่ามันอะไร แต่ไม่กล้าไป.. (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน...เขาสรุปเศรษฐกิจที่เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยคือเราไปหวังสินค้าส่งออก ไปหวังจากนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาเที่ยวในประเทศ เมื่อเจอวิกฤตการณ์โควิด คนก็ไม่มาเที่ยว สินค้าก็ส่งออกไม่ได้ ก็เกิดความทรุดฮวบ แต่ของพวกเราเมื่อเราปิดหมู่บ้าน คนก็ไม่มาเที่ยว เราไม่ได้ขายของ แต่เศรษฐกิจเราดีขึ้นเพราะเรามีเวลาไปปลูกมะละกอ ปลูกผัก ปลูกกล้วยได้เยอะ ตอนนี้เราก็ส่งมะละกอไปตามโรงพยาบาลในอุบลราชธานี ไปโรงพยาบาล ไปค่ายทหาร แล้วก็ไปหน้าจวนผู้ว่าฯ เศรษฐกิจเรากลับยิ่งดีขึ้นเลย เพราะเราไม่ได้มุ่งหวังจะไปขายเพื่อให้ได้กำไรกลับมา แต่เรามุ่งมั่นที่จะสะพัดออกไป ไม่ต้องไปเสียเวลาขายของ แต่เร่งปลูก ผลผลิตของก็เลยเต็มโต๊ะจนไม่มีที่วางแล้ว

630925_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐกิจจะดีต้องมีวรรณะ 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน