ความต่างของ นิพพาน ปรินิพพาน และปรินิพพานเป็นปริโยสาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ความต่างของ นิพพาน ปรินิพพาน และปรินิพพานเป็นปริโยสาน _คุณมิตตี กราบนิมนต์พ่อครู อธิบายความแตกต่างระหว่าง ๓ คำนี้ให้ลูกด้วยครับ เพราะได้ยินพ่อครูอธิบายมาหลายครั้ง ผมก็ยังแยกแยะได้ไม่ชัดเจนครับ ระหว่างคำว่า ๑.นิพพาน ๒.ปรินิพพาน ๓. ปรินิพพานเป็นปริโยสาน กราบนมัสการมาด้วยความเคารพยิ่งครับ ... พ่อครูว่า...นิพพาน คือ การดับกิเลส คุณอ่านคุณรู้คุณปฏิบัติก็ต้องมีสภาวะรองรับตัวเองว่า กิเลสเป็นเช่นนี้ กายกลิ หมายความว่า กิเลสที่มันสัมพันธ์เกี่ยวกับข้างนอก เช่น กามคุณ 5 เป็นอย่างนี้แหละคนก็ล้างกิเลสภายนอกได้หมด การดับกิเลสได้ มันต้องอยู่เหนือแล้ว การดับกิเลสของพระพุทธเจ้าไม่ใช่หนี แต่อยู่เหนือ ก็ในโลกมี รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีลาภยศสรรเสริญสัมผัสอยู่ แต่ข้างนอกที่เราสัมผัสเราไม่มีกิเลส กิเลสมันมาสัมผัสอย่างไรมันก็ไม่เกิดแล้วนี่ คือเราหลุดพ้นอยู่เหนือ กิเลสภายนอก คือ กายกลิ เมื่อกายกลินี้ดับกิเลสคือกลิ คือโทษภัย ทางกาย มันดับได้แล้ว คุณก็อยู่เหนือมันแล้ว ก็เหลือกิเลสภายใน เรียกว่า จิตกลิ เป็นกิเลสภายใน เป็นรูป อันนั้นเรียกว่า กามภพ ต่อมาเป็น รูปภพ คุณถึงจะมาล้างในนี้ คนที่ปฏิบัติไม่มีลำดับ ไม่ล้างข้างนอกก่อน คุณไม่ทำกิเลสให้ออกก่อนไม่ทำให้สะอาด แล้วจะไปทำความสะอาดข้างในเลยคุณจะไปทำได้อย่างไร มันผ่านเข้าไปไม่ได้ อาตมาอธิบายอันนี้เหมือนกับคนจะเข้าไปสู่กลางภูเขาเป็นโพรงอยู่ในกลางภูเขาสว่างไสวสวยงามพื้นที่น่าอยู่มาก คุณจะทะลุภูเขาไปสู่ตรงนั้น แล้วคุณไม่ได้ผ่านตั้งแต่เปลือกภายนอกจนไปถึงข้างในคุณจะไปเข้าไปได้อย่างไร ฉันใดก็ฉันนั้น อย่างนี้ คุณจะทำอย่างไรให้ตัวเข้าไปหรือมันไม่ได้ คุณต้องผ่านสัจจะของมัน คุณต้องทำให้มันทะลุผ่านจากภายนอกคุณถึงจะเข้าไปได้

อ่านต่อ

เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ทำตามลำดับดังนี้เช่นพวกหลับตาปฏิบัติธรรมไม่ได้เรียนรู้กายภายนอกเลย อย่างมหาบัว รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสภายนอก ยังไม่รู้ว่าอันนี้คือการติดสิ่งเสพติดแล้วคุณไปนั่งหลับตา เล่นกับกิเลสสู้ตายให้กิเลสตายหมดเป็นอรหันต์ จ้อย แต่กิเลสภายนอกก็ยังมีเยอะอยู่ ก็ยังไม่รู้ตัวเลยแล้วจะไปรู้กิเลสภายในได้อย่างไร กิเลสหยาบก็ไม่รู้ สัมผัสก็อ่านไม่ออก แล้วกิเลสภายในเป็นเรื่องละเอียดกว่าคุณจะไปสัมผัสได้หรือ คุณจะไปเอาภูมิปัญญาหรือความเฉลียวฉลาดทางธรรมะไปสัมผัสที่เป็นนัยยะละเอียดที่เป็นกิเลสละเอียดได้อย่างไร หยาบคุณก็ไม่รู้แล้วจะไปรู้ละเอียดได้อย่างไร พระโสดาบันก็กิเลสดับได้ส่วนหนึ่ง สกิทาคามีก็ดับกิเลสได้อีกส่วนหนึ่ง พระอนาคามีก็ดับกิเลสได้อีกส่วนหนึ่ง ส่วนพระอรหันต์ดับกิเลสได้หมด พระอรหันต์ถือว่ากิเลสของตัวเองหมดแล้วก็ไปรู้กิเลสของคนอื่นต่อไป ของคนอื่นก็มีอย่างนี้ได้อย่างนี้ได้เขาจะดับได้อย่างไรก็เรียนรู้และช่วยคนอื่นต่อไปเป็นโพธิสัตว์ เป็นอนุโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์ จนเป็นพระพุทธเจ้า ผู้ที่ดับกิเลสได้เป็นส่วนหนึ่งแล้วก็ทบทวนจนรอบถ้วนเรียกว่าปริ แปลว่ารอบถ้วน ปรินิพพาน สั่งสมความบรรลุ สั่งสมผล รักษาผลจนตั้งมั่นแน่นอนเที่ยงแท้ นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ทีนี้ก็มีคำขยายความ สำทับ จบครบรอบถ้วนสมบูรณ์แบบเลยคือคำว่าปรินิพพาน

ส่วนคำว่า ปรินิพพานเป็นปริโยสานนั้น คือผู้ที่มีปรินิพพานได้แล้วเป็นอมตะบุคคลอย่างนี้ ได้แล้ว คุณคนนี้ จะเกิดอีก ในร่างใหม่ บำเพ็ญโพธิสัตว์ไปจนเป็นพระพุทธเจ้า แล้วถึงจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน มีคนอุตริคิดเหมือนกันว่า พระพุทธเจ้าจะต้องมาเกิดอีก เป็นพระพุทธเจ้าสมัยที่ 2 ได้ อันนี้เขาก็คิดได้ แต่มันไม่มีหรอก เพราะว่าเป็นพระโพธิสัตว์ก็เมื่อยแสนเมื่อยสอนมาพากเพียร รื้อขนสัตว์มามากมายเท่าไหร่แล้วจนเป็นพระพุทธเจ้า มันเต็มที่สุดแล้ว ไม่ใช่แบบนายโดนัลด์ ทรัมป์จะเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เอาความคิดแบบโลกไปใส่ความคิดพระพุทธเจ้า ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนทำหรอก ท่านจึงใช้คำว่า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ถ้าหากพระพุทธเจ้ามาเป็นสมัย 2 ก็ต้องบอกว่าพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งสมัย 2 มีไหมเล่า พระพุทธเจ้าองค์หนึ่งสมัย 2 เมื่อมาเป็นพระพุทธเจ้าก็ขึ้นทำเนียบเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งแล้ว เหมือนคุณอานันท์ ปันยารชุนมาเป็นนายกฯอยู่ 1 สมัย แล้วก็สมัยต่อมาก็มาเป็นอีกสมัยหนึ่งเป็นสมัยที่ 2 อย่างคุณชวนจะเป็นนายกฯสมัยที่ 3 ไหม คุณอนันต์ก็เป็นมา 2 สมัยแล้วจะเป็นสมัยที่ 3 หรือไม่ ไม่มีหรอกพระพุทธเจ้าสมัยที่ 2 ไม่มี เราก็ไปอุตริคิด

ปริโยสาน แปลว่า สุดปลายจบ อวสานรอบสิ้นจนจบไม่มีเหลืออะไรอีกแล้ว สุดอย่างไม่ต้องไปพูดต่ออีก เรียกว่าแยกธาตุเป็นอุตุธาตุไปเลย การปรินิพพานเป็นปริโยสาน พระอรหันต์ทุกพระองค์ทำได้แล้ว แยกธาตุจิตนิยามของตัวเองให้เป็นอุตุธาตุเป็นดินน้ำไฟลม ไม่มาติดต่อกันอีก เหมือนพระพุทธเจ้าสมณโคดมตรัสไว้ในพรหมสูตรข้อสุดท้ายว่า พระพุทธเจ้าบอกว่า คนจะเห็นเรามีรูปมีนามเฉพาะชาตินี้ จากชาตินี้ไปแล้วเราปรินิพพานแล้ว เหมือนพวงมะม่วงถูกตัดขั้วตกลงแตกกระจายแล้วย่อมไม่ต่อ ติดไม่มีมะม่วงพวงนั้นอีก กระจายแตกออกไปเอามาต่อกันอีกไม่ได้ เหมือนกับกระเบื้องแตก 2 เสี่ยงเอามาต่อกันก็ไม่ได้ เหมือนใบไม้ร่วงแล้วเอามาต่อกันก็ไม่ได้ เหมือนยอดตาลขาดไปแล้วก็งอกอีกไม่ได้ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท… พ่อครูว่า...พระสมณโคดม คนเข้าใจท่านยาก ท่านไม่เอาแล้ว อายุ 80 ก็ไปแล้ว แล้วท่านก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปแล้ว คนก็บอกว่า ท่านตัดช่องน้อยแต่พอตัว ที่จริงพระสมณโคดมนั้น เป็นผู้ที่เป็นพระโพธิสัตว์นาน นานกว่าพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆมาเยอะผ่านมามาก จนกระทั่งเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว มาปฏิญาณสร้างศาสนาพระสมณโคดมสมัยเดียว เป็นปัจเจกพระพุทธเจ้ามาไม่รู้กี่ชาติ แล้วมาสมัยเป็นพระสมณโคดม ท่านก็บอกว่าเมื่อยแล้ว แม้ 100 ปีก็ไม่อยู่ถึงเอาแค่ 80 ก็ไปแล้ว แล้วท่านก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไป จะอยู่ต่อไปมากกว่านั้นก็ได้ต่ออายุไปได้ไม่มีปัญหาหรอก แต่ท่านก็ไม่ทำ ไม่ใช่ว่าท่านไม่ได้ทำเยอะแต่ท่านทำเยอะมาก เยอะคือ ทำตั้งแต่มีคนรับรู้เป็นลูกศิษย์สมัยที่ท่านเป็นโพธิสัตว์ มีบริวารเยอะเป็นแสนเป็นล้านจนกระทั่งมันเสื่อม โลกเสื่อม เสื่อมมาจนกระทั่งเหลือวันมาฆบูชาครั้งเดียวมีพระอรหันต์ 1,250 องค์ มันยอบแยบเต็มที แบ่งส่วนเป็น 4 แค่ 50 ก็ยังไม่ 25 ก็ยังไม่ เอาแค่ 12.5 จะเอาครึ่งกว่านั้นอีกมันก็จะเสียเหลี่ยมลูกกำนันหมด 1,250 นี่ก็มากแล้ว มากกว่านั้นมันเสียของหมด ปล่อยให้โพธิรักษ์ทำ ถ้าเป็นพุทธเจ้ามาก็เสียของหมด ท่านก็ไม่เอาแล้วขอจบแล้ว จนกระทั่งโพธิรักษ์มารับผิดชอบ 2,500 กว่าปี อาตมาก็ตั้งใจว่าได้อรหันต์ 9 องค์ก็ดีแล้ว เกินกว่านั้นเกินขีดแล้ว ไม่ใช่ 1,250 นะ ถ้าได้ 9 องค์ก็ถือว่าตรงปณิธานแล้ว ถ้าได้กว่านั้นก็ยิ่งดี แต่ได้ 9 แล้วถือว่าเป็นพื้นฐานที่ตั้งหลัก เป็น Minimum เอาแค่นี้ สรุปแล้ว นิพพาน ได้ผลที่รู้จักกิเลส ปรินิพพานตรวจสอบยืนยันพร้อมในการดับรอบอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ก็แค่นี้ ส่วนจะปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ก็แล้วแต่คุณสิ คุณเป็นพระอรหันต์แล้วจะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ได้ เป็นพระอรหันต์จะต่อภพภูมิเป็นอนุโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ก็ได้ แต่คนจะไม่ต่อตอนนี้ ผ่านเป็นปริโยสานก็ได้ แต่พระพุทธเจ้าทุกองค์ปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่มี 2 สมัย เพราะฉะนั้นไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งสมัยที่ 2 ไม่มี ชัดขึ้นนะ ก็สนุกดีเหมือนกันนะ

630923_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรดกแห่งกรรมสั่งสมสู่ปรินิพพานญาณ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน