วินัยข้อที่ว่าภิกษุห้ามกล่าวธรรมพร้อมคฤหัสถ์เป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
วินัยข้อที่ว่าภิกษุห้ามกล่าวธรรมพร้อมคฤหัสถ์เป็นเช่นไร _วินัยที่ห้ามภิกษุกล่าวธรรมพร้อมกับคฤหัสถ์ คืออย่างไรครับ พ่อครูว่า...อันนี้หมายความว่าพูดคำเดียวกัน แต่ถ้าเป็นประณามคาถาไม่เป็นไร แต่ถ้าเอ าธรรมบทมา พูดพร้อมกันอย่างนี้ อาบัติ ท่านห้าม เพราะภิกษุกับฆราวาส อย่าตีตนเสมอกัน มันลึกซึ้ง ต้องให้เกียรติกัน ถ้าภิกษุนั้นท่านอนุญาตให้คุณพูดธรรมะ จะเป็นธรรมบทไหนก็แล้วแต่ คุณก็พูดได้ แต่อย่าเอาธรรมบท ที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า หรืออนุสาสนีย์มันไม่ใช่ประณามคาถาที่เป็นคำสรรเสริญพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ใครแต่งก็ได้ แต่ธรรมบทเป็นคำตรัสคำสอนของพระพุทธเจ้า ส่วนประณาม เป็นคำยกย่องเชิดชู แต่เขาไปแปลว่า ตำหนิ ที่ท่องกัน 12 ตำนาน 7 ตำนาน เป็นประณามคาถา มหากรุณา พาหุง 8 ภะวะตุสัพฯ ที่พวกเราใช้กันอยู่ ของเรามีไม่มากแต่ของเขามีเยอะ เช่น 7 ตำนาน 12 ตำนาน คือตำมันนานๆ แต่เนื้อหาสาระที่จะให้ประชาชนเท่านั้นถ้าคนที่มาฟังและศรัทธาก็แสดงว่ามาตรฐานของท่านอื่น กับข้าวทำตาข่ายเลยนะมี 2 ถ้าถ้า ยืดยาด ตำแปลว่าชน คือชนสะเปะสะปะไปเรื่อยๆ ชนไปเดี๋ยวหัวโนตาย นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ _สมณะฟ้าไท… พ่อครูว่า..ในมุสาวาทวรรค ปาจิตตีย์ นี้เขายอมรับว่าทำได้ยาก หากไมให้ทำเขาก็ไม่รู้จะทำอะไร คืออย่าเอาธรรมบทท่องสวดอวดคนอื่นเล่น หากเอามาพูดขึ้นมาคนเดียวนั้นพระพุทธเจ้าอนุญาต คุณขยายความให้เป็นแต่เอามาท่องให้คนอื่นฟังเพียงคนเดียวนั้นไม่เป็นไร แต่อย่าไปเอาธรรมบทมาสวด 1.อย่าไปลากเสียงยาว 2. อย่าไปใส่ทำนอง หากไม่ลากเสียงยาวแต่ใส่ทำนองก็อาบัติ คุณก็เอามาพูดคนเดียวได้ คนอื่นก็ได้ฟังคำสอนพระพุทธเจ้าไม่ได้ ติดในอนุพยัญชนะไม่ได้ ติดในเสียงและทำนองเป็นรสชาติ แต่คุณฟังเป็นเนื้อแท้คำสอนพระพุทธเจ้าก็เหมือนการถ่ายทอดให้ฟัง แม้ว่าคุณ
อ่านต่อ
จะอธิบายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากคุณอธิบายได้คุณก็อธิบาย แล้วเวลาอธิบายจะอธิบายทีละ 2 คนได้อย่างไรมันก็จะพูดไม่เหมือนกันอยู่แล้ว มันก็จะแย่งกันพูดเท่านั้น มันจะต้องมาด้วยกันก็เรียกว่าท่อง พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้ท่อง ท่านมาให้นิเทศหรืออุเทศ ท่านให้มาขยายความ อุเทศก็ยกหัวข้อมา ส่วนนิเทศก็ขยายความออกไปเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่พระพุทธเจ้าห้ามเพราะอะไร เพราะในศาสนาลัทธิอื่น เดียรถีย์ทั้งหลายเขาทำมาแต่ไหนแต่ไรอยู่ด้วย ใช้การสวดทำมาหากิน อย่างที่เป็นอยู่ที่นี่ จะใช้เพื่อสวดหากิน แล้วคนที่ได้ฟังคำสวดนี้ก็จะติดในคำสวด ยึดถือในคำสวดว่าได้เป็นมงคลแล้วได้สิ่งที่ดีแล้วได้ฟังคำสวด ถ้าคุณไม่สวดผิด 1 สวดคนเดียว ตามธรรมบทของพระพุทธเจ้าแล้วไม่ได้ใส่ทำนองไม่ได้ยืดเสียงลากเสียง รัสสระ ทีฆสระก็ตามนั้น ตามสำเนียงชนเผ่านั้นๆ สำเนียงอีสานก็อย่างหนึ่งสำเนียงอังกฤษก็แบบหนึ่ง Where are you going? แบบไทยแบบลาวแบบอังกฤษก็ไม่เหมือนกัน สรุปแล้ว ถ้าเอาธรรมบทของพระพุทธเจ้ามาสวดพร้อมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปต่อหน้าอนุสัมบันก็อาบัติ แต่เขาจะเอามาสวดกันเป็นล้านคนอย่างธรรมกายทำสวดกันล้านรอบด้วย แล้วให้คนรู้สึกว่ายิ่งใหญ่ขลัง ก็มีผลดีแค่จำได้เท่านั้น แต่มันทำให้คนหลงความขลังลงความเพ้อเจ้อ มันมีกุศล มีฤทธิ์เดช มีอำนาจ มีความเจริญแบบต่างๆ แต่คุณเสียเวลาเสียแรงงานอะไรไปเฉยๆ แต่เขาก็เลิกได้ยาก เป็นแต่เพียงปรับมาให้ผิดน้อยลง รู้แล้วเข้าใจแล้วก็เลิกกันเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นก็จะประกอบไปลีลาชาวโลกโลกีย์ เป็นลีลาของอบายมุข รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสใส่เข้าไปในการสวด คุณก็ติดสิ แล้วก็ไปสร้างให้เป็นโลกีย์เป็นกาม ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เสียงเขาก็ปรุงแต่งเสียง ด้วยวิธีการด้วยองค์ประกอบต่างๆ มีทั้งจังหวะมีทั้งสำเนียงมีทั้งลูกคอมีฮาโมนิคมีลูกเล่นต่างๆนานา มี rap ด้วยนะ rock ก็มี เลอะเทอะไปใหญ่
630812_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สันติภาพแท้ไม่แปรผันไปกับคำสรรเสริญ