สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน นั่งหลับตาปฏิบัติไม่มีวันได้นิพพาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข4 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน นั่งหลับตาปฏิบัติไม่มีวันได้นิพพาน _0893867xxxกราบขอบคุณพ่อครูกับธรรมะ อาฬารดาบส กาลามโคตร ผู้กลายเป็นอรูปพรหม คือผู้เข้าถึงอรูปฌานฤาพรหมในอรูปภพ สาธุ! สื่อฟ้าศิลป์ ถ้าผู้น้อยเรียกมิถูก! กราบขออภัยสาธุ ตอบ..ถูกต้อง ก็ขอขยายความว่า สองฤาษีใหญ่ในป่า อาฬารดาบสกับอุทกดาบส ที่พระพุทธเจ้าท่านเข้าไป ปฏิบัติธรรมแบบเข้าป่า ตามโลกเขานิยม เป็นลิงลมอมข้าวพอง ยุคนี้ก็นิยมเช่นนั้นเหมือนกัน ไปเข้าป่าทำแบบฤาษี พระพุทธเจ้าตอนออกบวช ก็เข้าไปศึกษากับอาจารย์ทั้งสอง อาฬารดาบส ปฏิบัติธรรมได้แค่ ฌาน 7 อากิญจัญญายตนฌาน คือดับปี๋ นิดนึงน้อยนึง ก็ไม่มีความรู้สึก ไม่มีความรับรู้อะไร ท่านก็ไปปฏิบัติได้เก่งเท่ากับอาจารย์ อาจารย์ก็บอกว่าดีมาก มีความรู้เท่ากับอาจารย์ เข้ามาช่วยการบริหารเถอะ ช่วยกันสร้างลูกศิษย์ พระพุทธเจ้าได้ฟัง ท่านก็ว่าไมได้เรื่องอะไร ท่านทำตามเดี๋ยวเดียวก็ได้แล้ว เล็กน้อยมาก แล้วท่านก็ว่าไม่ใช่ทาง ไม่เป็นไปเพื่อนิพพานเลยทางนี้ พระพุทธเจ้าท่านก็เลยหลีกไป ท่านตรัสในโพธิราชกุมารสูตร ล.13 ข้อ 489 ว่า ดูกรราชกุมาร อาฬารดาบส กาลามโคตร เป็นอาจารย์ของอาตมภาพ ยังตั้งให้อาตมภาพผู้เป็นอันเตวาสิกไว้เสมอตน และยังบูชาอาตมภาพ ด้วยการบูชาอย่างยิ่ง ด้วยประการฉะนี้. อาตมภาพนั้น มีความคิดเห็นว่า ธรรมนี้ไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ ยิ่งเพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ย่อมเป็นไปเพียงให้อุปบัติ ในอากิญจัญญายตนพรหม เท่านั้น. อาตมภาพไม่พอใจธรรมนั้น เบื่อจากธรรมนั้น แล้วหลีกไปเสีย. เมื่อพระพุทธเจ้า ปฏิบัติกับอุทกดาบส อีกไม่นานไม่ช้า ก็ทำได้เลย ตามที่อุทกดาบสบรรลุ …. ครั้นแล้วอาตมภาพ จึงเข้าไปหาอุทกดาบส รามบุตร แล้วได้ถามว่า ดูก

อ่านต่อ

รท่านรามะ ท่านทำธรรมนี้ให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุแล้วประกาศให้ทราบด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ. เมื่ออาตมภาพกล่าวเช่นนี้ อุทกดาบส รามบุตร ได้ประกาศเนวสัญญานาสัญญายตนะ. อาตมภาพมีความคิดเห็นว่า ท่านรามะเท่านั้น มีศรัทธาหามิได้ ถึงเราก็มีศรัทธาท่านรามะเท่านั้น มีความเพียร ... มีสติ ... มีสมาธิ ... มีปัญญาหามิได้ ถึงเราก็มีความเพียร ...มีสติ ... มีสมาธิ ... มีปัญญา อย่ากระนั้นเลย เราพึงตั้งความเพียรเพื่อทำธรรม ที่ท่านรามะประกาศว่า ทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วบรรลุธรรมนั้นให้แจ้งเถิด. อาตมภาพได้ทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วบรรลุธรรมนั้นโดยฉับพลัน ไม่นานเลย. ครั้นแล้วอาตมภาพ เข้าไปหาอุทกดาบส รามบุตร แล้วได้ถามว่า ดูกรท่านรามะ ท่านทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุธรรมนี้แล้ว ประกาศให้ทราบ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้หรือ อุทกดาบส รามบุตรตอบว่า ดูกรอาวุโส เราทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุธรรมนี้แล้วประกาศให้ทราบ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ อาตมภาพได้กล่าวว่า ดูกรอาวุโส แม้เราก็ทำให้แจ้งชัด ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุถึงธรรมนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้. อุทกดาบส รามบุตรกล่าวว่า ดูกรอาวุโส เป็นลาภของเราทั้งหลาย เราทั้งหลายได้ดีแล้ว ที่เราทั้งหลายได้พบ ท่านสพรหมจารีเช่นท่าน รามะทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุถึงธรรมใดแล้วประกาศให้ทราบ ท่านก็ทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุถึงธรรมนั้นอยู่ ท่านทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุถึงธรรมใด รามะก็ทำให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเอง บรรลุถึงธรรมนั้นแล้วประกาศให้ทราบ ดังนี้ รามะรู้ยิ่งธรรมใด ท่านก็รู้ธรรมนั้น ท่านรู้ธรรมใด รามะก็รู้ยิ่งธรรมนั้น ดังนี้ รามะเช่นใด ท่านก็เช่นนั้น ท่านเช่นใด รามะก็เช่นนั้น ดังนี้ ดูกรอาวุโส บัดนี้เชิญท่านมาบริหารหมู่คณะนี้เถิด. ดูกรราชกุมาร อุทกดาบสรามบุตร เป็นเพื่อนสพรหมจารีของอาตมภาพ ตั้งอาตมภาพไว้ในตำแหน่งอาจารย์ และบูชาอาตมภาพ ด้วยการบูชาอย่างยิ่ง. อาตมภาพ มีความคิดเห็นว่า ธรรมนี้ไม่เป็นไปเพื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เป็นไปเพียงให้อุปบัติ ในเนวสัญญานาสัญญายตนพรหม เท่านั้น. อาตมภาพไม่พอใจธรรมนั้น เบื่อจากธรรมนั้นหลีกไป. พ่อครูว่า...การนั่งหลับตาสูงสุดได้แค่ อรูปฌาน 7 กับ8 ได้แค่นั้น มันก็ชัดเจนว่า ยุคนี้ได้ยึดมิจฉาฌาน มิจฉาสมาธิ เป็นของพุทธแล้ว ก็สรุปว่าพุทธได้มิจฉาทิฏฐิเต็มรูป ขออภัยที่อาตมาได้พิสูจน์อย่างจริงๆ เอาตามพระพุทธเจ้าที่ได้ตรัสไว้ และเอาพฤติกรรมจริง ในวงการศาสนาพุทธ ในประเทศขณะนี้ ตามที่ท่านแปล ในพระไตรปิฎก คุณจะยืนยันตามพระไตรปิฎก หรือเอานอกพระไตรปิฏก ใครยืนยันนอกพระไตรปิฏก ก็เป็นสิทธิของท่าน อาตมายืนยันว่า เอาตามในพระไตรปิฎก อาตมาขอยืนยันว่า การหลับตาทำสมาธิ ไม่เป็นของจริงของพระพุทธเจ้า แต่พวกคุณเองก็ยืนยันจะทำแบบนั้น พระพุทธเจ้าตีทิ้งอรูปฌาน 7 กับ 8 แม้ความแตกต่างระหว่าง ภูมิ อากิญฯกับเนวสัญญาฯ มันเป็นอาการ ลิงค นิมิตอย่างไร ก็ได้อธิบายมาไม่รู้กี่ที อากิญจัญญายตนฌาน คือนั่งหลับตาเข้าไปแล้วจะต้องดับ ดับไม่ให้รู้เรื่องอะไร เรียกว่าอากิญจัญ คือไม่ให้รู้สึกแม้นิดหนึ่งน้อยหนึ่ง ดับเวทนา ไม่มีอะไรกำหนดรู้ แม้สัญญาก็ถูกดับไปด้วย จึงเรียกว่า ดับทั้งสัญญาและเวทนา ดับอย่างพาซื่อ สัญญามีหน้าที่กำหนดหมายรู้ ส่วนเวทนาเป็นอารมณ์ของตน แต่ไปดับ มันก็เลยเป็นอสัญญีสัตว์ ดับก็คือ ไม่มีธาตุรู้ทำงานในขณะนั้น อาฬารดาบส เข้าไปอยู่ในภพนั้น ดับได้ถึงขั้นนี้แล้ว นิดหนึ่งน้อยหนึ่งก็ไม่มี เขาก็นึกว่าสูงสุดแล้ว เป็นนิโรธคือดับจิตเช่นนี้ เขาก็ปฏิบัติอย่างชำนาญแคล่วคล่อง ว่องไว ทั้งทำได้นาน และทำได้เร็วได้เก่ง แต่ต้องทำเอา อยู่ตลอดเวลานะ มีความรู้สุดยอดอยู่แค่นี้ อาฬารดาบส ส่วนอุทกดาบส มีความรู้สูงกว่านี้ พบว่ามันก็ยังมีการระลึกรู้อยู่ อยากจะให้ดับอย่างถาวร มันก็ยังมีแว่บขึ้นมารู้ แต่ความละเอียดละออ ที่จะไหวรู้ มีปฏิภาณรู้ว่า มันไม่ดับอย่างเดิมนะ มีแวบ มีตัวรู้สึกแวบ อุทกดาบส มีปฏิภาณไหวพริบดี รู้แล้วจับได้ สะกดจิตนานเท่าใด มันก็ต้องมีการรู้ตัว ตอนใดตอนหนึ่ง ไม่ได้ดับไปตลอดกาล แต่ก็ยังเข้าใจว่า การดับคือสะกดเข้าไปอีก ได้เท่านี้ เมื่อมันแวบ ก็สะกดเข้าไปอีก แวบอีกก็สะกดอีก จะได้นานเท่าใด มันแวบมาเมื่อใด ก็สะกดอีก อุทกดาบสก็ได้เท่านี้ แต่สะกดให้ตายก็ไม่เที่ยง จะนานเท่าใดก็แล้วแต่ ดีไม่ดีสะกดข้ามวันเลย ดับไปไม่รู้สึกตัว พอข้ามวัน มีผู้บอกว่า ทำได้ถึง 7 วัน แล้วมันก็จะตื่นมารู้อีก ดับตลอดกาลไม่ได้ เพราะฉะนั้น จึงโมฆะ เข้าไปนิโรธว่าคือสะกดจิตดับ ไม่ใช่ ไม่ได้แยกอาการจิตออกว่านี่อกุศล กับกุศลจิต ทำให้อกุศลจิตดับ นิโรธ หมดไปอย่างสนิท จิตกุศลดับไปอย่างสนิท ไม่เหลือเลย ไม่กลับมาอีกเลย นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ของพระพุทธเจ้า จึงมีวิธีการอย่างไม่ต้องไปนั่งหลับตา สะกดจิต แต่อาตมาพูดไป เขาไม่ฟังหรอก เพราะอาตมา ไม่มียศศักดิ์ตำแหน่งหน้าที่ อะไรมารับรองเลยว่าเป็นผู้รู้ รู้อย่างอาตมาเขาไม่ยอมรับนับถือ ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ ไม่มีตำแหน่ง เขาติดยึดอยู่ในตำแหน่งยศศักดิ์ ครูบาอาจารย์ แถมอาตมารูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย ก็เลยหมดท่า ไม่มีใบรับรอง ไม่มีใบปริญญาอะไรสักอย่าง เป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอกจริงๆ แล้วพวกคุณก็มานั่งฟังอาตมา มายอมรับนับถือได้ ทำไม? อาตมาหลอกล่อด้วยวิธีใด ถึงมาได้ขนาดนี้ ...ตอบว่า เอาความจริงมาหลอกจึงมาได้ ใครรับรอง ว่าที่เอามาหลอกคือความจริง? มีบันทึกในพระไตรปิฏก ผู้ใดอ่านพระไตรปิฎกแตก ก็จะเข้าใจอย่างที่อาตมารู้ ผู้ใดเข้าใจออกนอกความจริงไปเท่าไหร่ ก็ไม่รู้เท่านั้น แต่อาตมาว่า อาตมาอ่านพระไตรปิฏกแตก แตกคำนี้ ย่อมาจากแตกฉานนะ ไม่ใช่แตกระเบิด พูดไปพูดมา ก็ยกย่องตัวเองอีก นี่ก็เป็นเรื่องขยายความจาก sms

600118_เทศน์ก่อนฉัน ศีรษะอโศก สังคมคนจนที่ขาดทุนแบบผู้เจริญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน