ยุคนี้คนหมดอาสวะอนุสัย เป็นได้ในชาวอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
ยุคนี้คนหมดอาสวะอนุสัย เป็นได้ในชาวอโศก พ่อครูว่า... อาสวะนั้นจะมีคู่อีกตัวหนึ่งคืออนุสัย ขอพูดลึกลงไป อนุสัยอาสวะนั้นไม่ใช่ภาวะธรรมดาที่จะรู้กันเป็น อจินไตย อาสวะ คือการบรรลุธรรมของปัญญาวิมุตติ ตัวอนุสัย ตัวซ้อนลึก เป็นการบรรลุธรรมของ อุภโตภาควิมุติ ผู้ที่เป็นอรหันต์พระพุทธเจ้าตัด curve ที่พ้นอาสวะไม่ถึงขั้นพ้นอนุสัยก็ได้แล้ว ตัดcurveเป็นอรหันต์แล้ว อาสวะสิ้น แต่อนุสัย มี 2 สภาพ เป็นสภาวะ 2 เป็นเทวธัมมา เป็นสิ่งที่ผู้ยังมีชีวะ สามารถที่จะควบคุมอนุสัย อยู่เหนืออนุสัย จัดการอนุสัย ให้เป็นผิด ให้เป็นถูก ได้ นี่คือความเป็นสิริมหามายา ของศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าสังคม เหตุปัจจัย หรืออยู่ในองค์ประกอบ อยู่ในกระบวนการของ กาละ เทศะ ฐานะ ตั้งแต่บุคคล สถานที่ และภูมิธรรม 3 อย่างนี้ เป็น 3 เส้า ในขณะใด ในวาระใด ในยุคใด ที่สามารถที่จะทำให้มันสมดุลได้ อิสระเสรี สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมศานต์ ได้จริง อันนี้ จะเป็นสิ่งที่เป็นคำตอบเป็นเครื่องตัดสินของมนุษยชาติ ผู้ที่บรรลุสภาวธรรมตามพยัญชนะที่อาตมาพูดไปบ้าง แล้วคนเหล่านั้นมีจริง มันก็มารวมกันจริง แล้วก็เป็นมวลมนุษย์ที่จะมีคุณสมบัติจากจิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวงได้ เป็นโสดาบัน สกิทาคา มีอนาคา มีอรหันต์ กันจริง เพราะฉะนั้นชาวอโศกเป็นสัจธรรมของพุทธศาสนา ที่มีอาริยะ 4 เหล่า สมณะ 4 โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์จริง แต่คนเข้าใจไม่ได้ 1. พวกที่เข้าใจได้ก็มีมา 2. ผู้ที่เข้าใจได้ แต่เขายังทิ้งสิ่งที่เขายังอาลัยอาวรณ์ อาลยะ เขายังอาลัย เขายังอาศัยเขายังทิ้งมาไม่ได้ ทั้งที่เข้าใจแล้ว แต่บารมีของเขายังมาไม่ได้ เขาก็ยังจมอยู่ตรงนั้น แต่เขาศรัทธา เขาเข้าใจแล้ว เดี๋ยวนี้มีคนเข้าใจอโศกอยู่ในกลุ่มนี้ ในชาวพุทธทั้งหลายแหล่มากข
อ่านต่อ
ึ้นแล้ว แม้แต่ในวงการการศึกษา ในมหาจุฬา มหามกุฏ นักบวชเข้าใจกันบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นพวกอาตมาจึงอยู่ได้โดยสงบ ไม่ถูกรบกวนเหมือนอย่างพวกที่ร้อนวิชาที่แก่ๆตายไปเยอะแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้วล่ะ เหลือแต่พวกเด็กๆที่ยังเข้าใจไม่ได้ก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่มีฤทธิ์แรงที่จะทำอะไรขึ้นมา เราก็เลยอยู่อย่างสงบสบายๆ ชาวอโศกทุกวันนี้ มีแต่พัฒนาเพื่อที่จะให้บุคคลใดที่มีปัญญา มีภูมิธรรม เป็นโลกุตระธรรมเข้ามา มีอัญญธาตุ เติมเข้ามา เติมเข้ามา เขาจะค่อยๆทยอย เข้ามารู้ เข้ามาเข้าใจ เข้ามาเป็นหมู่เป็นมวล เข้ามาศึกษาแล้วมาประพฤติปฏิบัติไปตามลำดับๆ มีแต่จะขยายผลไปขณะนี้ เป็นแต่เพียงว่า การขยายผลนี้ ยังได้แค่ขั้นระดับบวก ยังไม่ได้ระดับคูณนะ ชาวอโศกโลกุตรธรรมยังไม่ได้เจริญถึงขั้นระดับคูณ ได้ขั้นระดับบวก และบวกกันไม่กี่ตัว ยังไม่ถึงขั้น 7 บวกกันแค่ 1 2 3 4 5 เกิน 5 ไปขั้น 6 ก้าวหน้าไป ที่จริงแล้ว ก้าวหน้า ก้าวหน้าคือเลข 9 จะมีเลข 5 เป็นเลขกลางและมี 4 ขา 2 ข้าง เพราะฉะนั้นเลข 5 คือเลขที่โอเวอร์แลปไปทางเจริญแล้ว ทางด้านก้าวหน้าแล้ว เพราะมันเป็น 5 เกิน 4 อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นพัฒนาการของชาวอโศกมีเลย 5 ไป 5 6 ยังไม่ถึง 7 ถ้าเผื่อว่าชาวอโศกมีมวลประมาณ โดยเฉพาะที่ราชธานีอโศก มีพลเมืองถึง 777 คนขึ้นไป เป็นตอง 7 เนี่ย ตรงนี้จะบอกรูปธรรม และจากนั้นไป 6 จะก้าวขึ้นถึงคุณธรรมที่เป็นนามธรรมที่ไปถึง 7 ได้ อาตมาพูดไปตามประสาอาตมานะ คนที่เข้าใจก็น่าจะมี และคนที่ไม่เข้าใจก็น่าจะมาก มี 3 ประเด็น OK เข้าใจ คนที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างและพวกที่ไม่เข้าใจเลย 651219 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 7 พ่อครูพบ ดร.นพ.มโน เลาหวณิช เรื่อง บาปของทุนนิยม