บาปของนายทุนอย่างพระธัมมชโย.docx
เนื้อหาในไฟล์
บาปของนายทุนอย่างพระธัมมชโย พ่อครูว่า... ทีนี้ บาปต่างๆ ที่เราจะเอาเป็นเป้า เข้าสู่การพูดหรือว่าการสาธยาย อันมีตัวอย่าง มีฟีโนมีน่า มีปรากฏการณ์จริง มีสิ่งที่เป็นจริง เกิดอยู่จริง ก็อาจจะต้องพาดพิงถึงบุคคล ดร.มโน จะไหวไหม พาดพิงถึงทางด้านธัมมชโย ก็ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่า ดร.มโนกับธัมมชโยคืออย่างไรมาตลอด สังคมก็รู้ไม่ใช่ปกปิดกันเมื่อไหร่ ก็จะเป็นตัวอย่าง ฟีโนมีน่า จะเรียกว่าเป็นฟีโนมีนอน ก็ได้ เป็นตัวอย่างคนเดียว แต่มีพฤติกรรมเป็นฟีโนมีน่า แต่ตัวบุคคลคือฟีโนมีนอน แต่พฤติกรรมมันเป็นพหูพจน์ที่มากมายของธัมมชโย เอาความจริงเหล่านี้มาพูดให้กันฟังไม่ใช่ว่าพูดกันยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ถ้ามีอะไรมีหลักฐานยืนยัน รายละเอียด ดร.มโน พวกเราฟัง ชั่วโมงครึ่งจะน้อยไปอาตมาว่า สะดวกใจจะเปิดเผยหรือจะพูดได้แค่ไหน พอได้ไหม พ่อครูว่า... ขออภัยอาตมาไม่ได้ใช้คำยกย่อง เพราะอาตมาชัดเจนว่า ธัมมชโย ปาราชิก 2 ตัว เป็นสมี 2 ตัว คือ 1. ขี้โกง ทรัพย์สินเงินทอง นั่นก็ปาราชิก 2. เรื่องอวดอุตตริมนุสสธรรม ก็ผิดเป็นปาราชิก 2 ตัวใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นอาตมาก็จะเป็นผู้ที่พูดในเชิงที่ไม่ค่อยยกย่องเท่าไหร่ เพราะว่าก็ไม่รู้จะยกย่องอย่างไร ปาราชิกตั้ง 2 ตัว ปาราชิกตัวเดียวก็ยกย่องไม่ได้แล้วอาตมาก็เลยต้องทำตามความเป็นจริง ตามสัจธรรมอันนี้อยู่ ก็ พูดกันไปแล้วอาตมาก็สงสารเขานะ ก็ต้องขอบคุณเขาที่ ขอบคุณไปตามภาษาสมมุติสัจจะ ตามโลกๆ ขอบคุณเหมือนกับขอบคุณเทวทัตที่เป็นตัวอย่างให้แก่ศาสนาพุทธ คล้ายๆกัน กับขอบคุณธัมมชโย ก็คล้ายๆกันอย่างนี้ล่ะ ที่อาตมาเข้าใจว่าวิถีของทุนนิยม หรือวิธีของคนขี้โลภ พูดชัดๆง่ายๆแล้วโลภไม่เสร็จ ตะกละตะกลาม โลภโมโทสัน จนกระทั่งถึงขั้น หากลเม็ด หาวิธีการเอาเปรียบเอารัด จนกระทั่งถึงขั้นทุจริตหรือโกงเพื่อ
อ่านต่อ
ได้เปรียบมาให้แก่ตนเอง ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน จนคนรู้ไม่ทัน แต่เป็นวิธีโกงที่ยิ่งใหญ่ คนก็รู้ยาก ซับซ้อนหลายชั้น เป็นความฉลาดแกมโกง (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... ผมคิดว่า คงจะได้เวลา ที่เราจะได้ฟังทัศนคติของ ดร.มโน ในประเด็นที่เคยคลุกคลีอยู่กับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย
ดร.นพ.มโน ว่า... ผมก็เจอ ธัมมชโย ครั้งแรก วันที่ 12 สิงหาคม 2518 พ่อครูว่า... อาตมาประกาศนานาสังวาสกับเถรสมาคมวันที่ 6 สิงหาคม 2518 วันที่ 7 ก็เป็นอิสรเสรีภาพ ก่อนคุณนิดนึง ดร.นพ.มโน ว่า... ตอนนั้นผมเข้าเป็นสมาชิกชมรมพุทธ ตอนนั้นก็ไปทุกสำนัก แล้วก็ท่านโพธิรักษ์ก็มาโปรดที่ชมรมพุทธมหาวิทยาลัยจุฬาฯ พ่อครูว่า... พอจำได้ว่าพูดในหัวข้อ E = MC 2 แล้วก็พูดหัวข้อว่า “แพทย์เป็นเดรัจฉานวิชา” ดร.นพ.มโน ว่า... ท่านพ่อครูฉันผักคะน้า ฉันสิ่งที่ปราศจากบาป และฉันจากบาตร พ่อครูว่า... จำได้ว่าบิณฑบาตตอนนั้นได้แต่คะน้าเต็มบาตรเลย ก็เลยฉันข้าวเปล่ากับผักคะน้าสด ดร.นพ.มโน ว่า... แล้วก็มีแมลงเจาะผักเป็นรูๆด้วย ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เป็นผักคะน้าที่ใช้ปุ๋ยคอกอะไรพวกนี้ แล้วก็มี สิกขามาตา สิกขมาตุ พ่อครูว่า... อาตมาตั้งชื่อเรียกว่า สิกขมาตุ ไม่ใช่สิกขมาตา _สู่แดนธรรม... อันนั้นดร.มโนเข้าไปธรรมกายด้วยเหตุอันใดครับ ดร.นพ.มโน ว่า... ผมสนใจเรื่องการฝึกอบรมอยากทำสมาธิ ตอนนั้นเหตุการณ์หลัง 14 ตุลาคมไปแล้ว ผมอยู่โรงเรียนเตรียมอุดม อยู่ชั้นอันดับต้นๆของเขา ผมเป็นประธานชมรมคณิตศาสตร์ โรงเรียนเตรียมอุดม กะว่า จะทำหนังสือเรขาคณิตออกมาเล่มนึง ใช้เวลาตอนปิดภาคฤดูร้อนทำหนังสือเรขาคณิต บังเอิญมีเพื่อนคนนึงโทรศัพท์มา ชวนบอกว่าไปนั่งสมาธิกันไหมที่ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ผมก็ไม่อยากไป เพราะงานเราจะยุ่งมาก วางหูไป ผมคิดว่าผมไม่ไป บังเอิญคุณพ่อผมถามว่าใครโทร.มาผมก็บอกว่าเพื่อนชวนไปนั่งสมาธิ ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม 10 วัน พ่อก็บอกว่าไม่ต้องไป อยู่นี่ พระอยู่ที่บ้านไหว้พระที่บ้านก็ได้ มันหลัง 14 ตุลาคม พูดอย่างนี้เข้าข่ายเผด็จการ ผมคิดว่าเราต้องไปซะแล้ว เดี๋ยวเผด็จการครองบ้าน ก็เลยต้องไปทั้งๆที่ไม่อยากจะไปเลย ผมก็เอาหนังสือเรขาคณิต 13 เล่มใส่เป้ไปด้วย กะว่าไปนั่งสมาธิน่าจะเบื่อ ตอนนั้นยังไม่มีวัดพระธรรมกายเป็นศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม เป็นทุ่งนาฟ้าโล่ง เป็นรุ่นที่ 3 ก็ยุงกัดเต็ม ถือศีล 8 ดื่มน้ำปานะตอนเย็น ร้อนก็ร้อน เดือนมีนาคมเข้าเมษายน ร้อน ลำบาก แต่ก็เรียนรู้พุทธศาสนาพื้นฐาน เรื่องศีล 5 ศีล สมาธิ ปัญญา ผมอยู่แค่ 10 วันเอง แต่ก็ได้ไอเดียว่า พุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ รู้จักวิธีทำวัตรสวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น อาราธนาศีล อาราธนาธรรม อาราธนาพระปริตร ทานข้าวจากถาดหลุมแล้วเข้าเวรกัน อยู่ที่นั่นก็ลำบาก ร้อนมากเลย แต่ก็ได้เข้าใจพุทธศาสนาว่า เออ จิตเป็นสมาธิ มันต้องไม่มีประเภท มีกามฉันทะ มีวิบาก มีพยาบาท มีวิจิกิจฉา สิ่งเหล่านี้ผมก็เข้าใจ ตั้งแต่นั้นมาผมก็รักษาศีล 5 เป็นปกติ ศีล 8 อาทิตย์ละวัน วันพระ นั่งสมาธิทุกวันตั้งแต่นั้นมา เราก็คิดว่า เราก็เป็นชาวพุทธคนหนึ่ง ตอนแรกก็เป็นพุทธในทะเบียน เข้าใจว่าเป็นพุทธนี้เป็นอย่างไร จากนั้นผมก็สอบเข้าจุฬาได้ คณะแพทย์ศาสตร์จุฬา คุณพ่อผมเป็นแพทย์จุฬารุ่น 1 เขาบังคับเลยว่าต้องเข้าคณะแพทย์จุฬาคณะเดียว ศิริราชก็ไม่เอา เชียงใหม่ ขอนแก่น ก็ไม่เอาทั้งนั้น ผมก็เลือกแพทย์ 6 อันดับเลย จุฬาอันดับ 1 ก็ติดจริง วันนั้นดีใจมากเลย ไปที่สำนักเดลินิวส์ เดินจากสี่พระยากลับบ้านตัวลอย มีความสุขมาก ได้เข้าคณะแพทย์จุฬา แล้วผมก็ไม่ได้คิดอะไร ตอนนั้นมันเป็นช่วงปี 1 จุฬาฯ ก็มีความสุข ผมเป็นนักยูโดก็ไปฝึกยูโดตอนเย็น ไปว่ายน้ำ เมื่อเรียนฟิสิกส์ตอนบ่ายง่วงจะหลับ ตาปรือ พอกริ๊ง ก็สว่างโพรง ไปวิ่งรอบสระน้ำ ไปว่ายน้ำ ไปชมรมพุทธก็นั่งสมาธิ วันหนึ่ง ก็คิดว่าเราจะกลับไปดูที่สถานปฏิบัติธรรมตอนแรกนั่งสมาธิตอนแรกคือศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ตอนนั้นประมาณวันอังคาร 12 สิงหาคม หยุดวันเฉลิมพระชนม์พรรษาพระราชินี พระพันปีหลวงพอดี ผมเข้าไปนะครับ เพื่อนผมก็บอกว่า พระเรียกๆ ก็ไปนั่งคุยเป็นธัมมชโย ผมคุยอยู่ก็ไม่รู้ว่าใคร แกก็ซักไซ้ไล่เลียงว่าเป็นใคร สมัยนั้น 2518 สงครามเย็นมันระอุ ศูนย์นิสิตก็เดินขบวนประท้วงทุกวัน นักศึกษาก็เข้าไปมีส่วนร่วม ตอนนั้นก็มีนายกชื่อหม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นรัฐบาลมีแค่ 18 เสียงเอง แล้วแกก็ดำเนินนโยบาย ผมก็เป็นห่วงไม่รู้ประเทศไทยจะเป็นคอมมิวนิสต์หรือเปล่า ตอนหลังคุยกับธัมมชโย รู้สึกสบายใจ แกก็บอกว่าบรรพบุรุษคนไทยทำบุญไว้ สั่งสมในแผ่นดินไว้เยอะมากไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เหมือนจะมีภัยมา แต่ที่สุดก็จะหมดไป ฟังแล้วก็สบายใจ ผมก็เลยมาทุกเสาร์-อาทิตย์ มาแต่ละครั้งก็คุยกับธัมมชโยถึงดึกทุกคืน ก็เป็นเหตุทำให้ติดวัด จนกระทั่งปี 2524 เดือนพฤศจิกายน อยู่ห้องฉุกเฉิน วันนั้นธัมมชโยก็ชวนผมขึ้นรถไปเยี่ยมบ้านเกิดที่สิงห์บุรี แต่ก่อนแกเกิดได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ น้ำมันเซาะบ้านหายไป ตอนนั้นคนที่วัดพระธรรมกายใครจะมาบวชได้ต้องถือศีล 8 รับใช้พระอยู่อย่างน้อย 5 ปี แต่ ต้องจบปริญญาตรีก่อน ผมไม่เป็นอุบาสกศีล 8 แกก็ชวนผมบวชเลย ตอนนั้นคิดว่าจะบวชเดือนนึงพอ เพราะว่า จะได้มาช่วยหลวงพ่อทัตตชีโวอบรมธรรมทายาทเท่านั้นเอง เพราะอาจารย์ภาควิชาชีวเคมีก็ชวนผมมาเป็นอาจารย์ที่คณะแพทย์ศาสตร์จุฬา แกบอกว่าแกจะลาออก แกเป็นเพื่อนคุณพ่อผมพอดี แกบอกว่า จะมีงบประมาณให้ มีอัตตราว่าจ้างมาเป็นอาจารย์ใหม่ที่ชีวเคมี ผมก็รับปากแก แล้วก็บอกพ่อแม่เสร็จ ว่าจะบวชสักเดือนนึง จากนั้นไปคุยกับธัมมชโย เขาก็บอกว่า อย่างเรานี่บวชเดือนนึงไม่เหมาะสมต้องว่ากันทั้งชาติ ติดอะไร ผมก็บอกว่า มันต้องใช้เงินคืนครับ ต้องเสียค่าปรับให้แก่คณะแพทย์ศาสตร์ประมาณ 4 แสนบาท แกบอกว่าเรื่องเงินไม่มีปัญหา ไปคุยกับครอบครัวผมก็ไป ในที่สุดผมก็บวชเมื่อ 8 เมษายน 2520 ได้ฉายาว่า เมตตานันโท บวชพระอุปัชฌาย์คือ สมเด็จช่วง บังเอิญ ผมก็สอบได้ทุน คือ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช สัมภาษณ์ผมอยู่ 1 ชั่วโมง แกก็ recommend แนะนำให้ผมเรียนที่มหาลัยอ๊อกซฟอร์ด ก็ไปอยู่กับเจ้าคุณสุเมโธ ไปเรียนต่อที่อ๊อกซฟอร์ด 3ปีจบแล้วได้ 2 ปริญญา กลับมาวัดพระธรรมกายก็มีผลงาน 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งก็จัดประชุมวิชาการที่สุโขทัยธรรมาธิราช มองสู่อนาคตว่าพุทธศาสนาจะเป็นอย่างไรในศตวรรษที่ 21 วิธีการหนึ่งผมเขียนธรรมนูญการปกครองวัดพระธรรมกายและเครือข่าย ตั้งเป็นอาศรมเป็นสำนักต่างๆ อาศรมก็มี 3 อาศรม อาศรมบรรพชิต อาศรมอุบาสก อาศรมอุบาสิกา แล้วก็แบ่งเป็นโครงสร้างการปกครอง ประชุมอยู่ 4,800 ชั่วโมง จนใช้บริหารวัดพระธรรมกายอยู่จนทุกปัจจุบัน ทำให้เขาสามารถขยายอย่างรวดเร็ว ใครจะเจาะเข้าไปก็ยาก อันนี้เป็นอันหนึ่งที่เป็นนวัตกรรมทางสังคมที่ผมสร้างขึ้นมา เอาจากปรัชญาของพระธรรมวินัยบวกกับโครงสร้างของมหาลัยอ๊อกซฟอร์ด ทำให้เกิดเป็นโครงสร้างของสภาธรรมกายสากล ส่วนเรื่องเงินทอง วัดพระธรรมกายมีลักษณะหนึ่งก็คือเงินสำคัญ เขามองกระเป๋าเงิน คุณมีเงินเท่าไหร่ ก็จะเอาเรื่องนี้ก่อน คือธัมมชโยแกเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แกเรียนจบสวนกุหลาบ จะอ่านหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดโรงเรียนสวนกุหลาบอ่านหมดเลย แล้วก็เดินตามแผงหนังสือสวนหลวง แกก็ชอบอ่านประวัติบุคคลสำคัญแกก็ติดใจอยู่ที่ อด๊อฟ ฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์มีแรงบันดาลใจ 3 ขั้นสู่ความยิ่งใหญ่ เริ่มจากเยาวชนก่อน ต่อมานักธุรกิจต่อมานักการเมือง บันได 3 ขั้นสู่ความยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้น แกเจริญรอยตามฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์เกิด 20 เมษายน ที่ออสเตรีย แกเกิดสิงห์บุรี 22 เมษายน แล้วแกก็เดินตามฮิตเลอร์ เปี๊ยบเลย แกทำให้เกิดเครือข่ายชมรมพุทธจุฬา แกเป็นศิษย์เก่าเกษตร ก็มีเผด็จ ทัตตชีโว แกเป็นนักเลง ชอบชกต่อย เป็นสมาชิกแก๊งซาเตี๊ยม ชอบเรียนวิชามารอยู่ยงคงกระพัน แกก็ได้เผด็จ ทัตตชีโวมาเป็นผู้ช่วย ได้เป็นรองเจ้าอาวาส แล้วก็ช่วยกันสร้างวัดขึ้นมา แต่ก็จะดูก่อนว่ากระเป๋าหนักหรือเบา แกจะคำนึงถึง แล้วก็ไม่เคยหยุดรายได้บริจาคแม้แต่วันเดียวจนถึงวันนี้ วัดปากน้ำถึงเวลาก็จะประกาศวันนี้มีคนทำบุญ มารับใบอนุโมทนาบัตรไปหักภาษีได้ มีใครเป็นคนถวาย แต่ที่วัดพระธรรมกายไม่เคยเปิดเผย ทุกอย่างเป็นความลับหมด กฐินในวัดพระธรรมกายทุกวันนี้ยอดหลักๆ หมื่นกว่าล้านต่อปี แต่แกไม่ยอมประกาศ พ่อครูว่า... ทุกวันนี้ก็ยังได้หมื่นกว่าล้านเหรอ ดร.นพ.มโน ว่า... เดี๋ยวนี้ประมาณพันกว่าล้าน ก็ยังเยอะอยู่ ตั้งแต่ 2557 ผมถึงออกมาวิพากษ์วิจารณ์คณะ ตอนนี้ก็คนก็ลดลงๆ รายได้กฐินจากหมื่นกว่าล้านก็เหลือพันกว่าล้าน เริ่มมีคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งสมัยนั้น รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็เป็นรองนายกด้วย ก็เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของเขา ก็ให้รางวัลดีเด่นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 10%ต่อปี คนที่สะสมเงินมา ตลอดชีวิตเลย ก็คิดว่า 10% นี้มันเยอะ ก็เลยเอาไปฝาก แมงเม่าก็เข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะได้รับรางวัลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่าดีเลิศ แมงเม่าทั่วประเทศบินเข้าไปเลยครับ แต่มันฝากแล้วถอนไม่ได้ เดี๋ยวนี้ก็ยังแห้งอยู่ ชาวบ้านที่ฝากไป ฝากแล้วถอนไม่ได้กลายเป็นแชร์ลูกโซ่ ศุภชัย ศรีศุภอักษร ก็รับ ยืดอก เขาเป็นคนทำคนเดียว ไม่เกี่ยวกับธัมมชโย แต่เงินนั้นไปถวายธัมมชโยเยอะมาก ก็มีพระองค์อื่นด้วย รับไป เข้าบัญชีโน้นบัญชีนี้เยอะแยะ แต่สิ่งที่สังคมไม่ทราบก็คือว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร แกได้เงินทอนครับ สมมุติว่า ทอดกฐินมาปุ๊บ เขาก็ให้ลูกศิษย์วัดเอาเงินสดไปแลกเช็ค เช็คของขวัญ 1.9 ล้าน 1.9 ล้าน 1.9 ล้าน จากแบงค์สาขาย่อยตั้งแต่เชียงรากยันถึงฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เพราะฉะนั้นต่ำกว่า 2 ล้านไม่ต้องแจ้งแบงค์ชาติ เพราะฉะนั้น 1.9 ล้าน ก็กลับมาสู่ศุภชัย ศุภชัยหน้าใหญ่เป็นเจ้าภาพกฐิน แต่แกได้เงินทองเพื่อจะไปทำบริษัท พลังงานอีสาน ไปซื้อที่มโหฬารเลย หลายพันไร่ อาจจะเป็นหมื่นไร่ในแถวอีสาน เพราะรู้ว่ามีแก๊สธรรมชาติเยอะ เรามีแก๊สธรรมชาติคุณภาพมากด้วย เจาะลงไป NGV ไม่ต้องไปกลั่นอะไรเลย ประเทศไทยนี่อุดมสมบูรณ์ แล้วก็เอามาเสียบใส่รถ แล่นได้เลย ธัมมชโยรู้ ใครขุมพลังงานอันนั้น กุมอนาคตประเทศ ศุภชัยก็ตั้งหน้าตั้งตาจะเป็น CEO ของบริษัทพลังงานอีสานทั้งหมด แล้วใครเป็นคนคุม ศุภชัย ก็คือ ธัมมชโย เพราะฉะนั้นตอนนี้ศุภชัยก็ยังอยู่ในคุกอยู่ แกยืดอกรับเลยนะ ไม่ซัดทอดใครเลย แล้วเขาก็ศรัทธาธัมมชโย นับถือว่าเป็นต้นธาตุต้นธรรม แล้วต้นธาตุคืออะไร ต้นธาตุเป็นคำเรียกพระพุทธเจ้าองค์แรก เป็นยุคหลังมหายาน มหายานจะมีพระโพธิสัตว์ 10 อันดับ พระอวโลกิเตศวร พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ เป็นโพธิสัตว์ที่ ถึงนิพพานแล้วเป็นนิยตโพธิสัตว์ไม่ปรารถนาพุทธภูมิ ขอเกิดเป็นโพธิสัตว์ต่อไปเรื่อยๆๆ จนละลึกให้สังสารวัฏให้หมดไป ในตอนปลายยุคมหายานมันเกิดลัทธิตรีกาย มีธรรมกาย สัมโภคกาย นิรมาณกาย แล้วตอนปลายยุคของ ลัทธิตรีกาย ก็เกิดลัทธิอีกอันหนึ่ง คือ อาทิพุทธะ บอกว่าทั้งสากลโลก สากลเกิดขึ้นมาได้เพราะมี อาทิ อาทิ แปลว่าที่ 1 แปลว่าพระเจ้าองค์แรก เขาก็บอกว่าพระต้นธาตุใช้มาปราบมาร พอถึงธัมมชโย ตอนแรกก็บอกว่ามาด้วยกัน ตอนแรกบอกว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำใช้คุณยายจันทร์ให้มาตามแก เป็นโพธิสัตว์อยู่ชั้นดุสิต ก็เลยลงมาเกิด นี่เป็นเวอร์ชั่นที่ 1 เวอร์ชั่นที่ 2 วันนั้นแกเขียนคัมภีร์มาเล่มหนึ่ง แกเล่าตั้งแต่ไม่มีอะไรเลย เป็นความว่างเปล่า เกิดพระต้นธาตุองค์แรก แล้วก็มีธรรมกายสีดำมืด เป็นมาร ต่อสู้กัน ต้นธาตุองค์นั้น คือธัมมชโย ตอนแรกก็บอกว่ามาด้วยกันกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ จะมาปราบมาร แต่บังเอิญท่านไปดูดอกไม้ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์แวบหนึ่ง ก็เลยห่างกันหลายสิบปี มาไม่ทัน นี่เป็นเวอร์ชั่นที่ 2 เวอร์ชั่นที่ 3 ยกฐานะอัพเกรดตัวเองเป็นพระต้นธาตุซะเองเลย เป็นผู้สร้างทุกอย่าง แม้กระทั่งนิพพาน สวรรค์ทุกชั้น นรกก็สร้างด้วย เป็นคนสร้างหมด สร้างคนเดียว เดี๋ยวนี้วัดพระธรรมกายก็ยังเชื่อว่าธัมมชโยนั่นคือพระต้นธาตุต้นธรรม ทีนี้ มันมีอยู่ทีนึง ตอนนั้นผมต่อสู้เรื่องคดีพอดี ตอนจบมหาลัยฮาเวิร์ดใหม่ๆ ผมได้รับบัญชาจากหลวงเตี่ยวัดโพธิ์ มีการทำวันมหารำลึกที่วัดพรหมคุณาราม มีทั้งพระ เณร อุบาสกแม่ชี ทั้งหมด 9 ศพถูกยิง ถูกยิงที่ท้ายทอย ด้วยปืน .22 ปืนลูกกรดเล็กๆ บรรจงยิงที่ท้ายทอย คนยิงนี่มันรู้จักกายวิภาคศาสตร์ มันรู้จะยิงที่ไหนนัดเดียวให้ตาย เพราะฉะนั้นโหดมาก แล้วเอาศพมากองหันหัวเข้าหากันเป็น 4 ล้อเกวียน 8 ซี่ เปลี่ยนธรรมจักรเป็นมรณะจักร ศพที่ 9 ก็เอาไว้ข้างนอก ที่นี้เขาก็บอกว่าเด็กไทยคนหนึ่งชื่อนายโจนาธาน ดูดี้ เป็นคนฆ่าทั้งหมด 9 ศพ หลวงเตี่ยแกก็บอกว่า ภาษาอังกฤษดี ให้เข้าไปคุยกับมันในคุกว่ามันทำหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำก็ต้องช่วยมันออกมา ผมก็วิ่งเต้นเข้าไปคุยกับนายดูดี้ถึงในคุกเลย ผมก็คุยอยู่จะ 10 นาทีก็มาเขียนลงมติชน ผมบอกว่าไม่ใช่คนนี้ฆ่า ก็ไม่มีคนไทยกล้าสักคนเลย ปิดกันเงียบ มีทนายขอแรง ชื่อนายปีเตอร์ แกก็ขอแรง วันละ 100 กว่าเหรียญ มีผู้ช่วย 2 คน เข้าไปในวัด ไม่มีใครพูดด้วยเลย แกก็เอาหมา สุนัขตำรวจไป 2 ตัว ไปเดินในวัดแล้วมันตื่น 2 ครั้ง แกก็สงสัยว่าเป็นคดียาเสพติดหรือไม่ เสร็จแล้ว ผมก็ตอนนั้นก็สงสาร ทีนี้ มันจับปล่อย จับปล่อย หลายครั้ง ก็ไปจับคนมาอีกหลายสิบคน ว่าเป็นคนฆ่า ตอนนั้นก็มีญาติๆ คนถูกจับออกมาประท้วง ตอนนั้นนายดูดี้อายุ 16 ปี ไปหลอกพ่อแม่เขาว่ามาให้ปากคำ แล้วก็หลอกถามว่า นายดูดี้ วันศุกร์นี้จะอยู่ที่ไหน พ่อแม่ก็บอกว่าสงสัยจะอยู่โรงเรียนเป็นคนอัญเชิญธง นายโจนาธานก็อยากจะเป็นนักบิน ก็ถูกหลอกให้ไปพูด กระหน่ำให้หลอกให้เขาพูดสารภาพออกไป ว่าเป็นฆาตกรหน้าหิน พ่อแม่ของโจนาธาน ดูดี้ ก็มาโทรศัพท์หาผมบอกว่าจะช่วยเขา ผมก็บอกว่าต้องช่วยแพะ ติดต่อโปรเฟสเซอร์คนหนึ่งที่ฮาเวิร์ด ก็ต้องมาหาเงิน ธัมมชโย วินาทีสุดท้ายก็ให้เงินมา 18 ล้าน ประมาณ 7 แสนห้าหมื่น เหรียญ ยอมเป็นหนี้ ผมก็คุยกับธัมมชโยจะยืมนะครับ 18 ล้าน ดอกเบี้ย 9.8% เกือบ 10 ให้ผมหาคืนภายใน 3 เดือน ห้ามบอกว่าเงินนี้ใครให้มา ผมก็วิ่งหาอยู่ จนกระทั่งเจอครอบครัวที่เขาแตกแยกหมด มีคุณครูคนหนึ่งที่ระยองแกมีบ้านอยู่ 4 หลัง ขายไปแล้ว 3 หลัง เอาเงินมาทำบุญที่วัด แกเหลือหลังสุดท้ายเป็นมรดกที่พ่อให้มา แกถามผมว่าเอาเงินไปจำนองดีไหมเพื่อไปสร้างธรรมกายเจดีย์ แล้วก็ถามต่อว่า ทำไมสามีถึงไม่ค่อยกลับบ้านเลย สามีเป็นสถาปนิก ลูกก็เอนทรานซ์ปีนี้ ไม่รู้เมื่อไรบุญจะส่งผลซักที ผมก็ดูแล้ว ตัวแกมีปัญหา เพราะแกบ้าบุญ ทำบุญแบบบ้าคลั่ง ตอนเย็นๆแกก็เปิดบ้านแกเป็นที่สวดมนต์ทำวัตรเย็น สามีเปิดประตูบ้านเข้ามา ก็เจอคนแปลกหน้าสวดมนต์กันใหญ่อาทิตย์นึงแกก็ไปรักษาศีล 8 ที่ธรรมกายอีก ลูกก็เลยบอกว่า แม่ทำไมเป็นอย่างนี้ไปแล้ว สามีจะกลับบ้านทำไม กลับไปแล้วเจอแต่คนแปลกหน้าที่บ้านตัวเอง ตอนนั้นผมนั่งรถจากระยองไปถึงวัดธรรมกายก็เลยบอกว่าหลวงพ่อดำเนินนโยบาย แบบนี้ไม่ได้นะ ทำให้บ้านแตกสาแหรกขาดกันหมด ต้องเปลี่ยนนโยบายทำอย่างไงให้ครอบครัวเขาประสบความอบอุ่น เขาจะมาทำบุญเอง ธัมมชโยก็จ้องหน้าผม แล้วก็พูดบอกว่า ท่านรู้ไหมว่าหลวงพ่อเป็นใคร คิดว่าแค่เป็นหลวงพ่อธัมมชโยเจ้าอาวาสวัดธรรมกายใช่ไหม ท่านเข้าใจผิดแล้ว ผมก็คิดว่า โอ้ อยู่ไม่ได้แล้วเว้ย ท่านไปซะแล้ว สติท่านสูญเสียไปแล้ว พยายามให้ผมเชื่อว่าท่านเป็นต้นธาตุต้นธรรม ไปบอกญาติโยมว่าอีกหน่อยจะมาแทนท่าน ผมก็เลยโดนแกล้งเป็นเป้าใหญ่ ทัตตชีโวก็แกล้งแล้วแกล้งอีก ผมก็คิดว่าอย่างนี้มันแย่ ต่อมาผมก็เลยเขียนจดหมายลาออกจากทุกตำแหน่ง แล้วกลับไปอยู่วัดราชโอรสดังเดิม ผมคิดว่าผมทำงานกับพระเจ้าไม่ได้ ผมทำงานกับมนุษย์ปุถุชนได้ แต่ทำงานกับ God ไม่ได้ แกเป็น 2 ตำแหน่งนะ เป็นศาสดาด้วย ของศาสนาใหม่ แล้วก็เป็นอวตารของพระผู้เป็นเจ้า เป็นอวตาร ผมคิดว่ามันไปกันใหญ่ ผมเป็นทายาทรับมรดกนี้ไม่ได้ ผมก็เลยออกมาที่วัดราชโอรสตามเดิม นี่ก็คือที่มา แต่ผมก็รู้นะ นายโจนาธาน ดูดี้ โปรเฟสเซอร์ ก็ช่วย ขึ้นศาลก็ชนะ 4 ศาล ก็เรียกนาย ดูดี้ว่า ยูจะยอมรับว่ามีส่วนอยู่ในที่เกิดเหตุ แล้วถือว่าเจ๊ากันไป เดินออกจากคุกนี้ไปได้เลยหรือจะให้พิจารณาคดีใหม่ นายดูดี้ก็บอก มันไม่ได้ทำ ให้ไปพิจารณาคดีใหม่ เมื่อพิจารณาคดีใหม่ พยานเหลืออยู่ปากเดียว อัยการที่ทำคดีนี้มีอันเป็นไปหมด ตำรวจนักสืบตายไปหมดแล้ว ปืนที่ยึดได้จากนักเลงก็ตายไปแล้ว พยานที่ซัดทอดนายดูดี้ก็ตายไปแล้ว แล้วก็มีเพื่อนเขาชื่อ อเล็กซ์ ก็ซัดทอดคนเดียว แล้วก็อ่านคำให้การ แล้วศาลก็อนุมัติให้อ่าน ต่อหน้าลูกขุน ตอนนั้นพ่อเลี้ยงของนาย ดูดี้ ชื่อไบรอัน ดูดี้ ก็โทรศัพท์ให้ผมบอกว่ามีสิทธิ์จะหลุดมาก ส่งตั๋วเครื่องบินให้ผมไป ปรากฏว่า มีอยู่คนหนึ่ง ฮังจูรี่ ไม่ยอม แต่ดูดี้ ไม่รู้ว่านี่เป็นคดีการเมือง ถ้าขึ้นศาลแล้วพบว่าดูดี้ บริสุทธิ์ ไปตรวจที่รัฐอริโซน่า ต้องจ่ายเงินให้ไปหลายร้อยล้านเหรียญ มันเป็นคดีการเมือง ซึ่งอัยการสูงสุดของอริโซน่ามันได้รับเลือกตั้งมา มันยอมแพ้ไม่ได้ ถ้าแพ้ รัฐแอริโซนาต้องจ่ายเงินหลายร้อยล้าน ในที่สุดก็เปลี่ยนลูกขุนไปเรื่อยๆ ก็ตัดสินไปอยู่ในคุก 200 กว่าปี เป็นที่มาจากประสบการณ์ที่ผมเจอกับธัมมชโย ผมก็บังเอิญ ไปมีวัดอันนึง มีพระมหาประเสริฐ ปธ.9 ไปเปิดวัดที่เบอร์ลิน ก็มีปัญหา ผมก็เลยต้องไปช่วย ไปคุยกับอาจารย์คนหนึ่งที่เป็นโปรเฟสเซอร์ สนใจเรื่องพุทธศาสนาประเทศไทย สมเด็จพระญาณสังวรองค์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ประวัติศาสตร์ไทยซึ่งไม่เหมือนแบบที่เราเรียน ผมก็ดีใจมากที่เราได้อ่านประวัติศาสตร์ไทยสนุกครับ วันนี้เราพูดถึงบาปของทุนนิยมกัน มันเป็นปัญหาเยอะ ตั้งแต่สมัยอดัมสมิธ ศตวรรษที่ 19 แกก็คิดทฤษฎีอุปสงค์ อุปทาน ต่อมามีนักคิดคนสำคัญชื่อ มาร์กซิส คาร์ลมาร์ค ทำวิจัยที่อังกฤษแล้วก็เขียน Dark Capital เป็นภาษาเยอรมันว่า ทุนนิยม แคปปิตอลลิซึ่ม บอกว่าชนชั้นมี 2 ชนชั้น พวกหนึ่งเป็นพวกชั้นสูง อันล่างเป็นกรรมกรชาวนา ชนชั้นสูงก็กดขี่ข่มเหงคนชั้นล่าง มีวิธีเดียวคือต้องลุกขึ้นปฏิวัติ โดยทำพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นมา คาร์ลมาร์ก ก็ตายอย่างยากจนที่อังกฤษ แต่ที่ลอนดอนก็ทำอนุสาวรีย์ให้แก่แก หนังสือนี้ก็ทำให้เป็นหนังสือสำคัญทำให้เหมาเจ๋อตุง เอาชนะเจียงไคเช็คได้ ต่อมาก็ มีนักคิดเรื่องเศรษฐศาสตร์อีกประเภทนึงขึ้นมา สุดท้ายก็คือ Chicago เป็น neoliberal เอาเงินเป็นตัวตั้ง มีเงินไหม แต่ผมเอง ผมศรัทธามหาตมะคานธี เพราะคานธีเอาเรื่องศาสนามาผนวกด้วย แกถือเรื่องสัตยาเคราะห์ ถือความสัตย์ว่าคุณจะต้องไม่โกหกนะ แล้วก็พัฒนาระดับท้องถิ่น กระจายอำนาจครับ คานธีถือว่า จะต้องพึ่งตนเองให้ได้ แกถึงขนาดมาปั่นฝ้ายด้วยตัวเอง ทำผ้านุ่งของแก แล้วก็มีผ้าพาดคออีก โจงกระเบน รองเท้าแตะ ทำด้วยตัวเองหมดเลยนะ เอาปอมาเย็บมามัด จนกระทั่งกลายเป็นรองเท้า มหาตมะคานธีเป็นคนสำคัญจนเอาชนะอังกฤษได้ แนวคิดคานธี แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกจะปฏิเสธรุนแรงเลย เรื่องความก้าวหน้าแบบทุนนิยมของตะวันตกทั้งหมดไม่เอา ยุคที่ 2 ประมาณปี 1991 สมัย ร.6 คานธีมีไอเดียใหม่ ซึ่งจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้วก็กระจายอำนาจ มีขบวนการสรรโวทัยเกิดขึ้น คือทุกคนต้องเท่ากันหมด ไม่มีวรรณะ เท่ากันเสมอกัน แล้วในสุดท้าย คานธีก็มาจบลงด้วยพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบของคานธี คือทำที่อยู่ของตัวเองให้ดีก่อน ใช้ให้น้อยที่สุด ใช้วัตถุต่างๆให้น้อยที่สุด เดี๋ยวนี้ โมดี้ก็เอานโยบายของคานธี มาใช้ เขายิงจรวดส่งดาวเทียมไปดาวอังคาร กม.หนึ่ง เสีย 7 รูปี ถูกมากเลย อินเดียส่งดาวเทียมไปวนรอบดาวอังคาร ถูกกว่าที่หนังเรื่องนี้ใช้อีก กม. 1 แค่ 7 รูปี คานธีทำให้อนาคตของอินเดียตั้งตัวได้ แล้วก็กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้หมด รัฐบาลต้องเล็กกระทัดรัด แล้วอย่าพูดโกหกนะ ตอนนี้โมดี้ เปลี่ยนอะไรในอินเดียไปเยอะ แกสร้างบ้านให้คนจน 500 ล้านหลังคาเรือน อยู่ฟรี คนที่เป็นมนุษย์รู พวกจัณฑาล ไม่ใช่เกิดจากแต่งงานข้ามวรรณะนะ แต่เป็นประเภทคนรู นอกวรรณะ เหมือนกับผีตองเหลือง ขุดรูอยู่ คือในคัมภีร์พระธรรมศาสตร์บอกเลยว่า ถ้าพวกจัณฑาลเดินเข้าหมู่บ้านต้องปิดประตูปิดหน้าต่างห้ามมอง พวกนี้เหมือนผีตองเหลือง แต่งกายรุ่งริ่ง หากินกับกองขยะ แล้ว อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ภาษาใช้ภาษาคนละแบบ ไม่ใช่ฮินดี พูดไม่เป็นเขียนไม่เป็น โมดี้ก็เลยบอกว่า จัณฑาลของอินเดียทุกคน เปิดให้คนทุกคนมาเปิดบัญชีโดยสแกนนิ้วมือ โดยไม่ต้องเขียนหนังสือ ไม่มีลายเซ็น แล้วรัฐบาลส่งตรงเลยครับ ไม่ผ่านตัวกลาง เดือนละ 2,000 รูปีเข้าบัญชีไปเลย ทุกคน ยกระดับความเป็นอยู่ ของพวกคนชั้นล่างขึ้นมา สมัยก่อนนะครับ ตั้งแต่ยุคของอินทิรา คานธี แล้วก็นายกคนก่อนของอินเดีย ไม่ได้เอาปรัชญาของคานธีมาใช้ จะผ่านตัวกลางระบบราชการซึ่งผ่านขั้นตอนมากมายเซ็นต์แล้วเซ็นต์อีก ปรากฏว่า โมดี้ไม่ใช้ โมดี้บอกว่าต้องปลดแอกความคิดแบบอาณานิคมอังกฤษให้หมด อินเดียเรามีความศิวิไลมาหลายพันปี ความยากจนต้องไม่มี แล้วส้วมต้องสะอาด ทุกบ้านต้องมีส้วมหมด สร้างบ้านให้เยอะมากเลย เพราะฉะนั้น คนจนในอินเดียตอนนี้ไม่ต้องมีแล้ว แล้วอินเดียแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญให้ขอทานเป็น สส.ได้ ไม่ต้องใช้เงิน บาปอันหนึ่งในประเทศไทยคือการทำการขายเสียงซื้อเสียง สส.ยังขายเสียงด้วย ไปอยู่พรรคผม ผมให้ 40 ล้านเอาไหม เอา แต่ว่าของอินเดียนะครับ เข้าชื่อเซ็นต์ บัญชีหางว่าว คนนี้ก็มาเป็นสส.ได้ถ้าจำนวนคนถึง แล้วพรรคก็ไม่ต้องมีจำนวนเงินมาก เขาไม่ต้องใช้ทุนครับ เขาใช้การนับถือความเชื่อในกันและกัน มีสัตยาเคราะห์ หรือความสัตย์ คุณต้องไม่โกหกนะ ตอนนี้อินเดียกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปีนี้ GDP เขา10 กว่า % ครับ แล้วก็ซื้อน้ำมันจากรัสเซียถูกกว่าที่อื่น 7% จ่ายด้วยเงินรูปีไม่ต้องใช้เงินดอลลาร์ แล้วแต่ก็ยินดี เทคโนโลยีอยากได้อะไร รัสเซียก็ขายให้หมด เพราะเป็นประเทศที่มีศักย์ไฟฟ้าสายใด ความเป็นกลางของเขาชัดเจน เขาก็ไม่ได้เข้าข้างจีน โมดี้ เอาปรัชญาของคานธีมาใช้ อย่างได้ผล สิ่งที่เขาทำตอนแรกของการเป็นนายกคือเข้าไปยกมือไหว้มหาตมะคานธี ในรัฐสภา เขามาจากรัฐเดียวกัน แคว้นเดียวกัน คุชราตเหมือนกัน แล้วแกก็ ทำงานก้าวหน้าขึ้นมาเป็นขั้นตอน โมดี้พัฒนาอินเดียไปไกลมาก ไกลจริงๆ มีกองทัพเรือที่ใหญ่ มีเรือบรรทุกเครื่องบิน มีเรือดำน้ำ ผลิตของ ใช้คำว่า Made In India ทำทุกอย่างในอินเดีย ผมไปที่อินเดีย ไปเห็นโรงงาน รถหุ้มเกราะของสหประชาชาติต่อในอินเดียทั้งนั้น UN มาจากอินเดียหมดเลย แต่ก่อนทำจากญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้ไม่ เขามีโรงงานพลังงานไฟฟ้าปรมาณู ไปสู่ประเทศที่กำลังพัฒนาเขาบอกเขาเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา แต่ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive