000 Thesis-สันทนา-ประวงศ์-Final-250665.pdf
เนื้อหาในไฟล์
วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ พุทธวิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน BUDDHIST METHOD TO RELEASE SUFFERING BY USING DHAMMA REVIEW OF DR. JAIPHET KLAJON นางสาวสันทนา ประวงศ์ วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ (ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) พุทธวิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน นางสาวสันทนา ประวงศ์ A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2022 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) Buddhist Method to Release Suffering by Using Dhamma Review of Dr. Jaiphet Klajon Miss Santana Prawong ก ชื่อวิทยานิพนธ์ : พุทธวิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ผู้วิจัย : นางสาวสันทนา ประวงศ์ ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ : พระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยาภินนฺโท, ผศ. ดร., ป.ธ. ๔, พธ.บ. (พุทธจิตวิทยา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) : ดร.วิโรจน์ วิชัย, ป.ธ. ๓, พธ.บ. (ปรัชญา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) วันสำเร็จการศึกษา : ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ บทคัดย่อ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาการดับทุกข์ด้วยทบทวนธรรมในพระพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษาการดับทุก
อ่านต่อ
ข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๓) เพื่อวิเคราะห์การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ แบบการวิจัยเอกสาร ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเกตแบบมีส่วนร่วม พบว่า การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นการพิจารณาเนื้อหาของความจริงแท้ในเรื่องหนึ่งๆ อย่างซ้ำๆ โดยใช้วิธีปฏิบัติตามหลักเหตุแห่งวิมุตติ ๕ คือ การฟังธรรม สนทนาธรรม ทบทวนธรรม การตรึกตรองใคร่ครวญตามด้วยใจซึ่งธรรม และสมาธินิมิต พร้อมกับการสลายความโลภ โกรธ หลงไปเป็นลำดับตามหลักปหาน ๕ เพื่อความดับแห่งทุกข์ใจอย่างยั่งยืน การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นการกลั่นเนื้อหาธรรมจากพระไตรปิฎกมาแปลเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย มีทั้งหมด ๑๖๕ ข้อ ในเนื้อหาเป็นการปรับความเห็นผิดให้เป็นความเห็นถูก โดยใช้วิธีปฏิบัติ ๕ อย่าง คือ การฟังเสียงอ่านบททบทวนธรรมและการฟังธรรม การสนทนาธรรม การท่องจำบททบทวนธรรม การพิจารณาใคร่ครวญธรรม และการปฏิบัติศีลด้วยปัญญาอย่างตั้งมั่น พร้อมกับการสลายความอยากแบบยึดมั่นถือมั่นไปเป็นลำดับ เพื่อดับทุกข์ใจอย่างยั่งยืน ผล คือ สามารถดับทุกข์ใจได้ในปัจจุบันขณะ พร้อมทั้งเกิดผลดีในด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญาแก้ปัญหาตามมา การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน มีความสอดคล้องตามหลักเหตุแห่งวิมุติ ๕ และปหาน ๕ ในพระพุทธศาสนา เพราะมุ่งที่การดับทุกข์ใจเป็นหลัก โดยเน้นการสร้างปัญญาที่เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง เพื่อปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น ด้วยการปฏิบัติเหตุแห่งวิมุตติ ๕ ให้มาก จนกระทั่งสามารถดับทุกข์ใจจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปเป็นลำดับได้ ในปัจจุบันขณะ ข Thesis Title : Buddhist Method to Release Suffering by Using Dhamma Review of Dr. Jaiphet Klajon Researcher : Miss Santana Prawong Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Phrakhrudhammathorn Chaiwichit Jayābhinando, Asst. Prof. Dr., Pali IV, B.A. (Buddhist Psychology), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) : Dr. Virot Vichai, Pali III, B.A. (Philosophy), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : June 22, 2022 Abstract This research contains three objectives: 1) to study the cessation of suffering using Buddhist Dhamma Review, 2) to investigate the cessation of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dhamma Review and 3) to examine the end of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dhamma Review. This is a qualitative study that includes a review of the literature, in-depth interviews, and participant observation. The findings revealed that the 5 Causes of Deliverance, which are: listening to the Dhamma, Dhamma teaching or discussion, Dharma recitation or Dhamma Review, contemplation of the Dharma, and the mind is set correctly, along with the removal of greed, anger, and delusion in order, according to the 5 Abandonment of Defilements for Buddhism, are repeated consideration of the content of the truths in a subject, using the 5 Causes of Deliverance. The cessation of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dhamma Review involves condensing the Dhamma information from the Tiipitaka into a language that is easy to grasp and follow. There are a total of 165 items, the content of which is to change the wrong view to the right view, using 5 practices: listening to the Dhamma Review and listening to the Dharma, Dharma discussion, memorizing the Dhamma Review, contemplating the Dhamma, and practicing the precepts with wisdom and ค concentration, in order to quench suffering sustainably. Following the Dhamma Review results in the ability to alleviate suffering in the present now while also achieving favorable outcomes in the physical, mental, social, and intellectual realms. The concepts of the 5 Causes of Deliverance and the 5 Abandonment of Defilements in Theravada Buddhism are congruent with the cessation of suffering utilizing Dr.Jaiphet Klajon's Dhamma Review, because it primarily focuses on the mental cessation of suffering, by focusing on developing wisdom that clearly understands kamma to let go of the commitment, with much more practice of the 5 Causes of Deliverance until being able to quench the mental suffering from any one matter in order in the present moment. ง กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธ์เรื่อง “พุทธวิธีการดับทุกข์ดัวยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน” ฉบับนี้ สำเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความอนุเคราะห์ของ พระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยาภินนฺโท, ผศ. ดร. และ อาจารย์ ดร.วิโรจน์ วิชัย คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ที่ได้ให้คำแนะนําและแก้ไขข้อบกพร่องมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จเรียบร้อย ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูง ขอกราบขอบพระคุณ ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร และ รศ. ดร.เทพประวิณ จันทร์แรง ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการการสอบและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ที่ได้เมตตาให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรู้ การดำเนินการวิจัย การตรวจสอบ และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ทำให้วิทยานิพนธ์มีเนื้อหาที่สมบูรณ์ และทำให้การศึกษาในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บข้อมูลวิจัยทั้ง ๓ ท่าน คือ รศ. ดร.ปรุตม์ บุญศรีตัน ผศ. ดร.สยาม ราชวัตร และ ดร.พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ ที่อนุเคราะห์ในการให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา และชี้แนะแนวทางการสร้างเครื่องมือเก็บข้อมูลในการทำงานวิจัยครั้งนี้กระทั่งสำเร็จได้ด้วยดี ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ใจเพชร กล้าจน ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่กรุณาให้ข้อมูลการสัมภาษณ์ในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม และผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมทุกท่าน ที่กรุณาให้ข้อมูลการสัมภาษณ์ ขอขอบพระคุณชาวชุมชนภูผาฟ้าน้ำทุกท่าน ที่กรุณาให้ความอนุเคราะห์ ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้วิจัยให้ได้พักอาศัยภายในชุมชน เพื่อทำการเก็บข้อมูลโดยการสังเกตการแบบมีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ทุกท่าน และกัลยาณมิตรเพื่อนร่วมรุ่นทุกรูปทุกคน ที่เป็นกําลังใจซึ่งกันและกัน ผู้วิจัยขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ ด้วยคุณความดี อันเกิดจากวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ผู้วิจัยขอถวายเป็นการปฏิบัติบูชา เพื่อตอบแทนคุณพระพุทธศาสนา ตอบแทนคุณบิดา มารดา คุณครูบาอาจารย์ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่าน หากงานวิจัยครั้งนี้ มีข้อบกพร่องด้วยประการใด ผู้วิจัยต้องขออภัย และยินดีน้อมรับคำแนะนําด้วยความเต็มใจยิ่ง นางสาวสันทนา ประวงศ์ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ จ สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ง สารบัญ จ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ ซ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย ๕ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๕ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๕ ๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย ๗ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๘ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย ๒๗ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย ๓๐ บทที่ ๒ การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมในพระพุทธศาสนา ๓๑ ๒.๑ ความหมายของการดับทุกข์และบททบทวนธรรม ๓๑ ๒.๑.๑ ความหมายของการดับทุกข์ ๓๓ ๒.๑.๒ ความหมายของทบทวนธรรม ๓๕ ๒.๒ หลักการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๓๗ ๒.๓ เนื้อหาการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๔๓ ๒.๓.๑ ปัญญาเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง ๔๓ ๒.๓.๒ ปัญญาปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น ๔๖ ๒.๔ วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๕๓ ๒.๔.๑ การปฏิบัติเหตุแห่งวิมุตติ ๕ ๕๓ ๒.๔.๑.๑ การฟังธรรม ๕๕ ๒.๔.๑.๒ การแสดงธรรมหรือสนทนาธรรม ๕๗ ฉ ๒.๔.๑.๓ การสาธยายธรรมหรือทบทวนธรรม ๕๗ ๒.๔.๑.๔ การตรึกตรองใคร่ครวญตามด้วยใจซึ่งธรรม ๕๙ ๒.๔.๑.๕ สมาธินิมิต ๖๑ ๒.๔.๒ การละเหตุแห่งทุกข์ด้วยปหาน ๕ ๖๙ ๒.๕ ผลการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๗๔ ๒.๕.๑ ความเบาใจ ๔ ประการในปัจจุบัน ๗๔ ๒.๕.๒ ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ๗๖ ๒.๖ สรุปท้ายบท ๗๗ บทที่ ๓ การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๘๐ ๓.๑ บริบทของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม ๘๐ ๓.๑.๑ ประวัติและผลงานของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๘๑ ๓.๑.๒ ประวัติการก่อตั้งมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ๙๓ ๓.๒ ที่มาและหลักการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๙๖ ๓.๓ เนื้อหาการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๙๘ ๓.๔ วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๑๑ ๓.๔.๑ การทำเหตุแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ ๑๑๓ ๓.๔.๑.๑ การฟังเสียงอ่านบททบทวนธรรมและการฟังธรรม ๑๑๔ ๓.๔.๑.๒ การสนทนาธรรม ๑๑๕ ๓.๔.๑.๓ การอ่านท่องจำบททบทวนธรรม ๑๑๗ ๓.๔.๑.๔ การพิจารณาใคร่ครวญธรรม ๑๑๙ ๓.๔.๑.๕ การปฏิบัติศีลด้วยปัญญาอย่างตั้งมั่น ๑๒๐ ๓.๔.๒ การสลายความอยากแบบยึดมั่นถือมั่น ๑๒๗ ๓.๕ ตัวอย่างผู้ใช้วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๓๐ ๓.๕.๑ ผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ๑๓๑ ๓.๕.๒ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ๑๔๘ ๓.๖ สรุปท้ายบท ๑๖๓ บทที่ ๔ วิเคราะห์การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๖๖ ๔.๑ วิเคราะห์หลักการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๑๖๖ ๔.๒ วิเคราะห์เนื้อหาการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๑๖๘ ๔.๓ วิเคราะห์วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๒๑๕ ช ๔.๔ วิเคราะห์ผลจากผู้ใช้วิธีการดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรม ๒๒๐ ๔.๕ สรุปผลการวิเคราะห์การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๓๐ บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ๒๓๗ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๒๓๗ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๒๔๒ ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๒๔๔ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ ๒๔๔ ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป ๒๔๔ บรรณานุกรม ๒๔๖ ภาคผนวก ๒๕๕ ภาคผนวก ก หนังสือขอเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ๒๕๖ ภาคผนวก ข แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย ๒๖๐ ภาคผนวก ค หนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ๒๖๓ ภาคผนวก ง ภาพถ่ายผู้ให้สัมภาษณ์จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ๒๖๔ ภาคผนวก จ รายละเอียดข้อมูลผู้ให้สัมภาษณ์ ๒๖๕ ภาคผนวก ฉ ภาพถ่ายการเก็บข้อมูลภาคสนามกิจกรรมของจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ณ ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และทางออนไลน์ผ่านโปรแกมซูม ๒๘๒ ประวัติผู้วิจัย ๓๐๒ ซ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ อักษรย่อในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ใช้อ้างอิงข้อมูลจากคัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยใช้คําย่อชื่อพระไตรปิฎก เริ่มจากอักษรย่อชื่อคัมภีร์ ตามด้วยวงเล็บฉบับที่ใช้แล้วตามด้วย เล่ม/ข้อ/หน้า ตามลำดับ เช่น วิ.ม. (ไทย) ๔/๑๔/๒๑. หมายถึง พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาษาไทย เล่ม ๔ ข้อ ๑๔ หน้า ๒๑. เรียงตามลำดับคัมภีร์ ดังนี้ พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.ม. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวรรค (ภาษาไทย) พระสุตตันตปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ.ส. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) สํ.นิ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ.ข. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค (ภาษาไทย) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปญฺจก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ขุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ.อิติ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ชา.ทุก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ทุกกนิบาตชาดก (ภาษาไทย) ขุ.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส (ภาษาไทย) ฌ คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ขุ.จู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (ภาษาไทย) ขุ.ป. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค (ภาษาไทย) พระอภิธรรมปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา อภิ.ก. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา เมื่อพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมแล้ว พระองค์ทรงสอน “วิชาดับทุกข์” ทรงสอนอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ สภาพดับทุกข์ วิธีการปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ คำตรัสของพระพุทธเจ้า จึงเป็นวิชาดับทุกข์ ทุกสูตรสอดคล้องเสริมหนุนเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด ในโลกสูตร พระตถาคตย่อมตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในราตรีใด ย่อมตรัสบอกแสดง ซึ่งพุทธพจน์อันใดในระหว่างนี้ พุทธพจน์นั้นทั้งหมด ย่อมเป็นอย่างนั้นนั่นแล ไม่เป็นอย่างอื่น ถ้อยคำเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเข้ากันได้โดยประการเดียวกันทั้งสิ้น ไม่แย้งกันเป็นประการอื่นเลย คำว่า ‘สัจจะ’ นั้นมีอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีอย่างที่สอง อธิบายว่า ‘นิพพาน’ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ความระงับสังขารทั้งปวง ความสลัดทิ้งอุปธิทั้งหมด ความสิ้นตัณหา ความคลายกำหนัด ความดับกิเลส ความเย็นสนิท ตรัสเรียกว่า ‘สัจจะอย่างเดียว’ คือ เป็นไปเพื่อการดับทุกข์ ประโยชน์สูงสุดของพุทธ คือ “ดับทุกข์ได้” สุดยอดแห่งประโยชน์ต้องดับทุกข์ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตให้ได้ คือ “ดับทุกข์ใจ” เท่ากับดินทั้งแผ่นดิน ส่วนทุกข์ทางร่างกาย ทุกข์จากเหตุการณ์ เป็นทุกข์เล็กน้อยเพียงทุกข์เท่าปลายเล็บ๑ เจลสูตร๒ ว่าด้วยอุปมาเมื่อผ้าถูกไฟไหม้หรือศีรษะถูกไฟไหม้ ควรทำอย่างไร ควรวางเฉย ไม่ควรใส่ใจถึงผ้าที่ถูกไฟไหม้ (ทุกข์จากเหตุการณ์) หรือศีรษะที่ถูกไฟไหม้ (ทุกข์จากร่างกาย) ควรทำความพอใจ ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่ง เพื่อรู้แจ้งอริยสัจ ๔ (ดับตัณหา ดับทุกข์ในใจ) ความจริงอันประเสริฐสุดของชีวิต คือ การดับทุกข์ใจ ดับทุกข์ทั้งแผ่นดินก่อน พระพุทธเจ้าทรงสอนและอธิบายหนทางแห่งการดับทุกข์เท่านั้น สิ่งใดไม่พ้นทุกข์พระองค์จะไม่ทรงอธิบาย ในจูฬมาลุงกยสูตร๓ พระพุทธเจ้าตรัสกับพระมาลุงกยบุตร เราไม่พยากรณ์ เพราะข้อนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ เราพยากรณ์ ความเห็นว่า นี้ทุกข์ นี้เหตุให้เกิด ๑ ใจเพชร กล้าจน, อริยศีลรักษาโรค, พิมพ์ครั้งที่ ๑, (สมุทรสาคร: บริษัท พิมพ์ดี จำกัด, ๒๕๖๑), หน้า ๑๒-๑๐๑. ๒ สํ.ม. (ไทย) ๑๙/๑๑๐๔/๖๑๕. ๓ ม.ม. (ไทย) ๑๓/๑๒๒-๑๒๘/๑๓๓-๑๔๑. ๒ ทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เพราะประกอบด้วยประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เป็นไปเพื่อความหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เหตุนั้นเราจึงพยากรณ์ ดังนั้น ความ ‘ทุกข์’ คือ สภาพไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ทนได้ยาก เป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ (กายิกทุกข์ อันเกิดจากร่างกาย) และทุกข์ที่เลี่ยงได้ (เจตสิกทุกข์ อันสามารถดับได้แท้) ทุกข์ทางกาย คือ ทุกข์ที่มีร่างกายเป็นเหตุ เลี่ยงไม่ได้ ได้แก่ ทุกข์ที่เกิดเองตามธรรมชาติ การเกิด แก่ ตาย ทุกข์ประจำชีวิตเกิดจากความร้อน ความหนาว ความหิวกระหาย ปวดอุจจาระ ปวดปัสสาวะ ทุกข์จากความเจ็บป่วย ความเสื่อมของร่างกาย มีร่างกายเป็นต้นเหตุ ส่วนทุกข์ทางใจ คือ ทุกข์ที่เกิดจากการปรุงแต่งของจิตใจ เป็นทุกข์ที่เลี่ยงได้ ทุกข์ทางจิตใจนี้ส่วนหนึ่งมีทุกข์ทางร่างกายเป็นสิ่งเร้าให้เกิด เช่น เมื่อได้รับความเจ็บป่วยเกิดทุกข์ทางร่างกายขึ้น ใจเกิดความกลัว กังวล หวั่นไหว ว่าจะรักษาไม่หายอาจจะต้องสูญเสียอวัยวะไปหรืออาจจะถึงตาย ทำให้ใจเกิดโศกเศร้า คร่ำครวญ รำพันนำมาซึ่งความทุกข์ใจ๔ ความทุกข์เกิดจากมีความกลัว จะเป็นความกลัวด้วยเหตุใดก็ตาม โดยสัญชาตญาณ ย่อมกลัวภัยในเบื้องต้น เป็นความรู้สึกธรรมดาที่เกิดขึ้นคู่กับความรู้สึกว่า มี ‘ตัวเรา’ เมื่อเกิดตัวเราขึ้นมา ความกลัวก็พอกขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างน้อยก็กลัวความหิว ความลำบาก และอื่นๆ อีกนานัปการ อยากได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ณ เวลานั้น อย่างยึดมั่นถือมั่นก็ทุกข์ จะเห็นได้ว่า ทุกข์เกิดขึ้น ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครปฏิเสธว่า ชีวิตที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันจะไม่มีความทุกข์ ทุกข์มาก ทุกข์น้อยก็ คือทุกข์ การเผชิญกับความทุกข์หรือการหาทางออกนั้น อาจทำได้โดยเผชิญหน้ากับทุกปัญหาที่เกิดขึ้นและหาวิธีการระบายความทุกข์ ด้วยการพูดคุยกับเพื่อนสนิท คนใกล้ชิดหรือญาติผู้ใหญ่ หากิจกรรม อื่นๆ ทำเพื่อให้ลืมความทุกข์ เช่น การไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง รับประทานอาหาร หรือการไปปฏิบัติธรรม เพื่อให้จิตใจสงบ ได้ผ่อนคลาย ซึ่งเมื่อกลับมาก็พบเจอกับปัญหาความทุกข์เดิมๆ นั้นอีก หรืออาจหลงผิด หาทางออกโดยการเที่ยวกลางคืน สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เล่นการพนัน และเสพสารเสพติดอื่นๆ เพื่อหาทางออกจากวังวนเรื่องทุกข์นั้น ซึ่งก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง๕ ผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในภาวะกลัว กังวล หวั่นไหว ภาวะเครียดและทุกข์ใจ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มีรายงานเมื่อต้นปี ๒๐๒๐ ว่า ทั่วโลกมีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ ๔ ใจเพชร กล้าจน, อริยศีลรักษาโรค, พิมพ์ครั้งที่ ๑, (สมุทรสาคร: บริษัท พิมพ์ดี จำกัด, ๒๕๖๑), หน้า ๑๐๓. ๕ สมณะโพธิรักษ์, เดินตรงสู่การเป็นพระอริยะ, พิมพ์ครั้งที่ ๑๑, (กรุงเทพมหานคร: บริษัท ฟ้าอภัย จำกัด, ๒๕๕๕), หน้า ๗-๑๗. ๓ ๒๖๔ ล้านคน โดยประเทศไทย พบอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๐ คือ ๔.๙๔ คน ต่อประชากรแสนคน เป็น ๕.๓๓ คน ต่อประชากรแสนคน ในปี ๒๕๖๑ ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปัญหาสุขภาพจิตส่วนใหญ่ เริ่มต้นจากความกลัว ความเครียด ก่อให้เกิดความทุกข์ใจและเจ็บป่วยทางใจ เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล จิตเภท ผลสำรวจระดับชาติของกรมสุขภาพจิตปี ๒๕๕๖ ประชาชนอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป มีอัตราป่วยโรคทางจิตเวช หรือมีความผิดปกติของพฤติกรรมเสพติดสารใดๆ ในรอบ ๑๒ เดือนของปีที่สำรวจ ร้อยละ ๑๓.๔ คาดว่าใน ๔ จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งมีประชากร ๖.๗ ล้านกว่าคน จะมีผู้ที่มีปัญหาทางจิต ตั้งแต่ระดับน้อยจนถึงขั้นป่วย ประมาณ ๗ แสนคน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ เข้ารับการตรวจรักษา ๓ แสนกว่าคน และมีรายงานผู้พยามฆ่าตัวตาย ซึ่งแสดงว่ามีปัญหาในระดับรุนแรง ๒,๔๐๗ คน และฆ่าตัวตายสำเร็จ ๒๐๕ ราย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ จึงมีนโยบายเร่งแก้ปัญหา และลดจำนวนผู้ป่วยทางใจ โดยรณรงค์เผยแพร่ความรู้ ๑.๗ ล้านกว่าครัวเรือน ในโครงการติดหูที่หัวใจ รับฟังกันวันละ ๑๐ นาที ป้องกันใจป่วย ลดเครียด แนะเทคนิคการฟัง การให้เวลากันและกัน๖ สถาณการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ ทั่วโลก ในปัจจุบันนี้ ทำให้เกิดความเครียดระดับสูง มีความกลัว กลัวการติดเชื้อ รู้สึกหวาดระแวงคนรอบข้าง คนใกล้ตัว กังวลกับทุกเรื่อง เช่น ตกงาน ปรับลดจำนวนพนักงาน ปิดโรงงาน ปิดโรงเรียน หยุดสายการบิน เกิดความกังวลในการใช้ชีวิต เกิดความเครียดจากการติดตามข่าวรายวัน มีอาการตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบลงเมื่อไรนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนเครียดมากที่สุด ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-๑๙ ทั้งแพทย์พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยและทุกคนล้วนมีความเครียดกังวลใจ มาช่วยกันดูแลจิตใจ จัดการกับความเครียดรับมือเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ ไม่ให้ป่วยกาย ป่วยใจ และผ่านวิกฤติไปด้วยกัน กับการจัดการความเครียด ความรู้สึกกลัว กังวลที่เกิดขึ้น๗ ผู้วิจัยได้เห็นว่า มีวิธีการหนึ่ง ที่ใช้ดับทุกข์ได้ผลเป็นที่ประจักษ์ โดยมีผู้คนจำนวนมาก ในทุกเพศ ทุกวัย หลากหลายอาชีพ ได้เดินทางมาจากทั่วสารทิศ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มาด้วยความทุกข์ มีอาการความเจ็บป่วยทุกข์ทรมานด้วยโรคร้ายแรงหนัก เป็นทุกข์กับความเจ็บปวดของร่างกาย ทุกข์กับความกลัว กังวล ระแวงหวั่นไหวในจิตใจ ทุกข์กับเหตุการณ์ร้ายๆ เมื่อเขาได้มา ๖ กรมสุขภาพจิต, ติดหูที่หัวใจ รับฟังกันวันละ ๑๐ นาที ป้องกันใจป่วย ลดเครียด แนะ ๓ เทคนิคการฟัง, [ออนไลน์], แหล่งที่มา : https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=๓๐๐๖๒ [๑๒ มี.ค. ๒๕๖๔]. ๗ ศูนย์จิตรักษ์โรงพยาบาลกรุงเทพ, จิตแพทย์แนะจัดการความเครียดรับมือโควิด-๑๙ ไม่ให้ป่วยใจ, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.bangkokhospital.com/content/psychiatric-guidance-on-stress-management-trading-covid-๑๙ [๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔]. ๔ เข้ารับการอบรมในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมแล้ว ได้ฝึกฝนเรียนรู้โดยใช้เทคนิค ๙ ข้อ (ยา ๙ เม็ด) ใช้การดับทุกข์ด้วยบทบทวนธรรม ได้เรียนรู้และปฏิบัติดับทุกข์ด้วยทบทวนธรรมร่วมกันทุกวัน ในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย สามารถดับทุกข์ใจ ทุกข์กายได้ หายจากความเจ็บป่วยความทุกข์ทรมานทางร่างกาย ในบางรายความเจ็บป่วยนั้นยังไม่หาย แต่ไม่มีอาการทุกข์ใจแล้ว หรือความทุกข์ใจทุกข์กายนั้น เบาบางจางคลายลงไปได้ตามลำดับๆ และมีความเห็นยืนยันตรงกันว่า การดับทุกข์ด้วยบททบทวนธรรมนั้น ‘ได้ผล’ มีผลออกมาเป็นที่ประจักษ์ โดยมีงานวิจัยของหลายท่านรองรับผลว่า สามารถดับทุกข์ได้จริง เช่น งานวิจัยของ ดร.นิตยาภรณ์ สุระสาย ดร.หมายขวัญพุทธ กล้าจน คุณลักขณา วรพงศ์พัฒน์ และในงานวิจัยของ ดร.ใจเพชร กล้าจน “เรื่องจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ” พบว่า มีเนื้อหามากกว่า ๓,๐๐๐ หน้า จำนวน ๖๓,๓๙๙ ราย หายจากอาการเจ็บป่วยและความทุกข์ใจ เมื่อใช้การดับทุกข์ด้วยทบทบทวนธรรม๘ หนังสือบททบทวนธรรม เป็นเทคนิคยาเม็ดที่ ๘ ใช้ธรรมะ ละบาป บำเพ็ญบุญกุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดี สหายดี สร้างสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี คือ สานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส เครื่องกังวล เครื่องเบียดเบียนและช่วยเหลือผู้อื่น สอดคล้องกับท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้กล่าวว่า โอวาทปาฏิโมกข์เป็นหัวใจพระพุทธศาสนา คือ เว้นชั่ว ทำดี ทำใจให้บริสุทธิ์ ภาษาพระหรือภาษาบาลีว่า “สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตป
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive