บทที่ 2 ฟ้าปลื้ม.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเรื่อง “พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์” ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนวรรณกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อน ามาประกอบเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัย ดังต่อไปนี้ 1. องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิด 2. แนวคิดเกี่ยวกับขยะและสถานการณ์ขยะของไทย 2.1 ความหมายของขยะ 2.2 ประเภทของขยะ 2.3 โรคที่เกิดจากขยะ และอาการที่ป่วย 2.4 ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในประเทศไทย 2.5 ปัญหาการจัดการขยะในแต่ละชุมชน 3. แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน 3.1 โรคจากการท างานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการท างาน 3.2 อาชีพพนักงานเก็บขยะและความเสี่ยงจากการท างาน 3.3 ผลกระทบต่อสุขภาพของอาชีพพนักงานเก็บขยะ 3.4 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการขยะ 3.5 หลักการควบคุมและป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพ และการท างานให้ปลอดภัย 4. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน 4.1 ปัจจัยด้านบุคคล 4.2 ปัจจัยด้านความรู้ 4.3 ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร 4.4 ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจในการท างาน 4.5 ปัจจัยความเชื่อด้านสุขภาพ 4.6 ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคม 5. บริบทของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ 6. ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ 7. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 8. กรอบแนวคิดในการวิจัย 7 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิด องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดกรมควบคุมมลพิษ ได้ให้แนวทางการศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิด การสุ่มตัวอย่างและวิเคราะห์ตัวอย่างขยะมูลฝอย ไว้ดังนี้ กรมควบคุมมลพิษ (มปพ. : 11-17) การสุ่มตัวอย่างขยะมูลฝอยจากการก าหนดเขตพื้นที่ส ารวจ และจ านวนตัวอย่างขอ
อ่านต่อ
งแต่ละพื้นที่แล้ว จะด าเนินการเก็บตัวอย่างขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ส าคัญ ดังนั้น ในการสุ่มตัวอย่าง ขยะมูลฝอยโดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 สุ่มตัวอย่างในสถานที่ก าจัดขยะมูลฝอย 1. จะสุ่มตัวอย่างในสถานที่ก าจัดขยะมูลฝอย โดยจะต้องตรวจสอบข้อมูล รถเก็บขนขยะ มูลฝอย ที่จะน าขยะมูลฝอยมาก าจัดว่าเป็นรถที่จัดเก็บในเขตเมือง ไม่ใช่เป็นรถที่จัดเก็บเฉพาะแหล่ง เช่น เก็บเฉพาะตลาดสดแห่งเดียว หรือศูนย์การค้า เป็นต้น 2. ในการสุ่มตัวอย่างจากรถแต่ละคัน จะต้องด าเนินให้ถูกต้องเพื่อจะได้เป็นตัวแทนที่เหมาะสม 3. การสุ่มตัวอย่างแต่ละชุด จะต้องท าซ้ าอย่างน้อย 3 ครั้งส่วนที่ 2 สุ่มตัวอย่างในชุมชนโดยจัดเจ้าหน้าที่ร่วมไปกับรถยนต์เก็บขนขยะมูลฝอยตามเส้นทางการเก็บขน และท าการตรวจสอบข้อมูลจากกิจกรรมภายในเขตชุมชน โดยแบ่งออกเป็น 3.1 บ้านพักอาศัย 3.2 ร้านค้า 3.3 ตลาด 3.4 สถานที่ราชการ 3.5 ร้านอาหาร 3.6 สถานศึกษา 3.7 โรงแรม การวิเคราะห์องค์ประกอบขยะมูลฝอย ท าการวิเคราะห์คุณลักษณะขยะมูลฝอยทั้งทางกายภาพ (Physical Characteristic) และทางเคมี (Chemical Characteristic) โดยในส่วนของการวิเคราะห์ทางกายภาพจะท าการวิเคราะห์ทุกตัวอย่าง โดยแต่ละตัวอย่างจะท าซ้ า 3 ครั้ง ส่วนลักษณะทางด้านเคมีจะท าการวิเคราะห์เขตพื้นที่ส ารวจละ1 ตัวอย่าง วิธีการสุ่มและวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพขยะมูลฝอย 1. การสุ่มตัวอย่าง เนื่องจากขยะมูลฝอยประกอบด้วยสิ่งของต่าง ๆ หลายชนิด ซึ่งมิได้มีการปะปนผสมกันอยู่เป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้น การสุ่มตัวอย่างขยะมูลฝอยจ าเป็นต้องท าอย่างมีระบบเพื่อให้มีลักษณะองค์ประกอบเหมือนกับขยะมูลฝอยทั้งหมด และสามารถใช้เป็นตัวแทนของขยะมูลฝอยที่ต้องการวิเคราะห์ การสุ่มตัวอย่างขยะมูลฝอยจากรถยนต์เก็บขนขยะมูลฝอย เมื่อถ่ายเทขยะมูลฝอย ภายในสถานที่ก าจัดขยะมูลฝอย ใช้ถังตวงขนาด 50 ลิตร ตวงขยะมูลฝอยมาจากจุดต่าง ๆ หลายๆ จุด แล้วมารวมกันให้ได้ประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตร ชั่งน้ าหนักแล้วน าไปทดสอบหาความหนาแน่น น าตัวอย่างที่ทดสอบ (Quartering) เลือกตัวอย่าง 2 ส่วน ที่กองอยู่ตรงข้ามกันมารวมกัน แล้วคลุก ให้เข้ากันอีกหนเพื่อให้องค์ประกอบต่าง ๆ กระจายกันอยู่อย่างทั่วถึง จากนั้นท า Quartering เรื่อยไป 8 จนกระทั่งเหลือตัวอย่างขยะมูลฝอยประมาณ 20 ลิตร แล้วท าการชั่งน้ าหนักจัดเก็บโดยบรรจุในถุงพลาสติกแล้วน าส่งห้องปฏิบัติการ เพื่อท าการวิเคราะห์ลักษณะทางด้านเคมีส่วนขยะมูลฝอยที่เหลือท าการวิเคราะห์เพื่อหาลักษณะทางกายภาพ 2. การวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของตัวอย่างขยะมูลฝอย 2.1 ความหนาแน่นปกติ (Bulk Density) 2.2 องค์ประกอบทางกายภาพของขยะมูลฝอย (Composition)องค์ประกอบทางกายภาพของขยะมูลฝอยที่จะท าการวิเคราะห์ จะแบ่งประเภทออกอย่างละเอียด เพื่อให้มีผลต่อการวางแผนจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีรายละเอียดดังนี้ 2.2.1 เศษอาหาร 2.2.1 กระดาษ 2.2.2 กระดาษขาว A4 2.2.3 กระดาษหนังสือพิมพ์ 2.2.4 หนังสือ/นิตยสาร/กระดาษแข็ง เช่น แผงขนม 2.2.5 กระดาษคราฟ (ลูกฟูกน้ าตาล) 2.2.6 กระดาษกล่องนม/น้ าผลไม้ 2.3 พลาสติก 2.2.1 HDPE (ขวดน้าขาวขุ่น ขวดนม ถุงช๊อปปิ้งขวดน้ ามันเครื่อง ลัง ขวดแชมพู) 2.2.2 LDPE (ถุงซิป หลอดเครื่องส าอางค์ ถุงเย็น จุกในขวดน้าเกลือ) 2.2.3 PVC พลาสติกที่ก้นเชื่อมเป็นขีด (ขวดน้ าดื่มใส ขวดน้ ามันพืช ขวดน้ าผลไม้ กล่องใสใส่ของหวาน) 2.2.4 PS (กล่องใส ของเล่น ถาดใส่อาหาร ถ้วยไอศกรีม ไม้บรรทัด) 2.2.5 EPS (กล่องโฟมใส่อาหาร โฟมกันกระเทือน) 2.2.6 PET พลาสติกที่ก้นเชื่อมรวมเป็นจุดตรงกลาง (ขวดน้ าอัดลม ขวดน้ ามันพืช น้ าปลา น้ าดื่ม ด้ามแปรงสีฟัน ตลับยา) 2.2.7 PP (ฝาภาชนะ ถุงร้อน กระบอกเข็มฉีดยา หลอดกาแฟ ถ้วยพลาสติกร้อน) 2.4 แก้ว 2.4.1 แก้วสีขาว 2.4.2 แก้วสีชา 2.4.3 แก้วสีเขียว 2.4.4 โลหะ (1) อลูมิเนียม (กระป๋องโค๊ก เป๊ปซี่ เบียร์)/ถุงขนมฟอล์ย (2) เหล็ก (กระป๋องนม ผลไม้กระป๋อง อาหารกระป๋อง) (3) สังกะสีเคลือบ (4) ทองแดง (สายไฟ) ทองเหลือง (5) ตะกั่ว (6) อื่น ๆ 9 2.5 ยาง 2.6 หนัง 2.7 ผ้า 2.8 ไม้ 2.9 ของเสียอันตรายจากชุมชน เช่น ถ่านไฟฉาย/ถ่าน โทรศัพท์ แบตเตอรี่ กระป๋อง บรรจุสารเคมี (สเปรย์) หลอดไฟฟ้า 2.10 อื่น ๆ เช่น ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมส าเร็จรูป กระดาษทิชชู แนวคิดเกี่ยวกับขยะและสถานการณ์ขยะของไทย ขยะเป็นปัญหาส าคัญอีกประการหนึ่ง หากมีการจัดการไม่ดีแล้วจะท าให้เกิดผลกระทบ ต่าง ๆ ตามมามากมาย ขยะมูลฝอยนั้นนับวันจะเพิ่มมากขึ้นตามจ านวนประชาการ ถ้าหากไม่มีการจัดการขยะมูลฝอยให้ถูกต้องเหมาะสม ปัญหาที่เกิดขึ้นจากขยะมูลฝอยก็จะตามมาอีกมากมาย ซึ่งปัญหาขยะที่เกิดขึ้นมีผลกระทบโดยตรงต่อมนุษย์อย่างแน่นอน ซึ่งความหมายของขยะ ที่มีผู้สนใจศึกษากล่าวไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ 1. ความหมายของขยะ มีผู้ให้ความหมายของขยะแตกต่างกัน ดังนี้ 1.1 ขยะมูลฝอย (Solid Waste) มีความหมายเช่นเดียวกับค าว่า มูลฝอย ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หมายความถึง “เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัสดุ ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้ามูลสัตว์ ซากสัตว์ หรือสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์หรือที่อื่น และหมายความรวมถึง มูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอย ที่เป็นพิษ หรืออันตรายจากชุมชน” รวมถึงพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535, ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง การเก็บ ขน และก าจัด สิ่งปฏิกูล หรือ ขยะ พ.ศ. 2544, ส านักจัดการกากของเสียและสารอันตราย. 2555 และพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของ ขยะ หรือมูลฝอย หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่ต้องการที่เป็นของแข็งหรือ รวมหมายถึง เศษวัตถุ ภาชนะกล่องใส่อาหาร ขี้เถ้า มูลสัตว์ หรือ ซากสัตว์ มูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยที่เป็นพิษ หรืออันตรายจากชุมชนหรือครัวเรือน รวมตลอดถึงวัตถุอื่น ยกเว้นวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของโรงงานซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติที่ก าหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (ส านักของเสียอันตราย. 2555 : 1) พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ได้ให้ความหมาย ของเสีย หมายถึง ขยะ สิ่งปฏิกูล น้ าเสีย อากาศเสีย มลสารหรือวัตถุอันตรายอื่นใด ซึ่งถูกปล่อยทิ้งหรือมีที่มาจากแล่งก าเนิดมลพิษ รวมทั้งกากตะกอนหรือสิ่งตกค้างจากสิ่งเหล่านั้น ที่อยู่ในสภาพของแข็งของเหลวหรือก๊าซ (พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535ก) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2554 : 93) ให้ค าจ ากัดความของค าว่า ขยะมูลฝอย หมายถึง ของเหลือทิ้งจากการใช้สอยซึ่งอาจจะมีลักษณะที่แตกต่างกันตามแหล่งก าเนิด เช่น มูลฝอยจากบ้านเรือนส่วนใหญ่จะเป็นเศษอาหารที่เหลือจากการเตรียมการปรุงอาหาร การบริโภค รวมทั้งกระดาษเศษสิ่งปฏิกูลพลาสติกและของที่ไม่ได้ใช้แล้ว 10 บุศลักษณ์ ทับขวา และมาลินี นาชัย (2555 : 5) ได้สรุปความหมายของขยะมูลฝอย หมายถึง สิ่งของที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต และอุปโภคซึ่งเสื่อมสภาพจนใช้การไม่ได้ หรือไม่ต้องการใช้แล้ว เช่น เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร ถุงพลาสติก ภาชนะใส่อาหาร ขี้เถ้า มูลสัตว์ รวมถึง สิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด และโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ (2559 : 7) ได้ให้ความหมายของขยะมูลฝอย (Solid Waste) หมายถึง เศษผ้า เศษกระดาษ เศษสินค้า ภาชนะที่ใส่อาหาร ถุงพลาสติก เถ้ามูลสัตว์ ซากสัตว์หรือสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากตลาด ถนน สถานที่เลี้ยงสัตว์หรือที่อื่น รวมถึงมูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยที่เป็นพิษ หรืออันตรายจากครัวเรือน หรือชุมชน รวมทั้งพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2535 อ้างถึงในกาญจนา คงศักดิ์ตระกูล (2559 : 3) และ (บทความทางวิชาการ. 2560 : 1) ได้ให้ความหมายของขยะ หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้าถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์หรือซากสัตว์ ขี้เถ้า รวมตลอดถึงสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์หรือที่อื่น” ขยะชุมชนหรือ ขยะตามบ้านเรือน มีค าที่ใช้เรียกแตกต่างกันบ้าง เช่น ขยะ มูลฝอย มูลฝอยเทศบาล มูลฝอยบ้านเรือน และขยะมูลฝอยชุมชน เป็นต้น ตรงกับค าว่า Solid Waste, Municipal Waste, Household Waste และ Municipal Solid Waste แต่คนทั่วไปมักเรียกว่า “ขยะ” และในเอกสารฉบับนี้จะใช้ค าว่า “ขยะ”ยกเว้นข้อความที่ยกมาจากเอกสารอ้างอิงหรือจากข้อความในกฎหมาย ส านักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ (2560 : 1) กรมควบคุมมลพิษ (2559 : 2-11) และจีรวัฒน์ พูลทรัพย์ (2550 : 2) ได้ให้ความหมาย ขยะ (Wastes) หรืออาจเรียกว่า “ขยะ” หรือ “หยากเยื่อ” เกิดขึ้นจากบรรดาสิ่งของที่เสื่อมสภาพหรือช ารุด หรือหมดสภาพการใช้งาน หรือ ได้แก่บรรดาพวกเศษสิ่งของ หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากอาคารที่พักอาศัย สถานที่ท าการ โรงงานอุตสาหกรรม ตลาด ถนน ฯลฯ ซึ่งจัดเป็นพวกสิ่งปฏิกูล (Wastes) โดยอาจจะมีขนาดเล็ก ๆ เช่น ฝุ่นละออง และผงธุลี จนถึงขนาดใหญ่เช่น เศษกระดาษ เศษอาหาร เศษของพืชผักและผลไม้ เศษไม้ เฟอร์นิเจอร์เก่าหรือช ารุดแล้ว เศษชิ้นส่วนของเครื่องยนต์และซากรถยนต์ สรุปได้ว่า ขยะมูลฝอย หมายถึง ขยะที่เป็นวัตถุ ได้แก่ เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร ถุงพลาสติก เศษสินค้า เศษวัตถุ ภาชนะกล่องใส่อาหาร เถ้ามูลสัตว์หรือซากสัตว์ และหมายความรวมถึงมูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยที่เป็นพิษ หรืออันตรายจากชุมชน จากครัวเรือน หรือมูลฝอยเทศบาล รวมตลอดถึงวัตถุอื่น สิ่งใดที่เก็บกวาดได้จากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์หรือที่อื่น ยกเว้นวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของโรงงานซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติที่ก าหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน นอกจากความหมายของขยะที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีผู้ให้ความหมายของขยะในใจ ไว้หลายท่าน ซึ่งความส าคัญของขยะภายในนั้นท าให้เกิดเจตคติที่ถูกต้องขึ้นอันจะส่งผลให้สามารถเกิดจิตส านึกต่อการจัดการขยะภายนอกได้อีก ทั้งยังท าให้เกิดความยั่งยืนต่อการจัดการขยะภายนอก หรือขยะวัตถุ ดังต่อไปนี้ ความหมายของขยะตามแนวคิดของชาวบุญนิยมและตามแนวคิดชาวพุทธที่ส าคัญ สมณะโพธิรักษ์ โพธิรักษ์ขิโต (สัมภาษณ์ 4 ธันวาคม 2559) ได้ให้ความหมายของขยะ หมายความรวมถึง ขยะภายนอกและขยะภายใน โดยขยะภายนอก หมายถึง ขยะทั่วไปที่เป็นวัตถุ เช่น เศษผ้า เศษกระดาษ เศษสินค้า ที่สามารถก าจัดได้ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ตั้งแต่ 3R, (Reduce, 11 Reuse และ Recycle) หรือตามหลักการจัดการขยะแบบ 5R (Reduce, Reuse, Repair, Reject และRecycle) ที่มีวิธีการหลายหลายตามเทคนิคของหน่วยงานนั้น ๆ ค้นพบและสามารถจัดการให้เกิดประโยชน์สูง ประหยัดสุดได้ ส่วน “ขยะภายในใจ” ซึ่งหมายถึง กิเลสในใจคน เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่ติดมากับจิตใจของมนุษย์ทั้งมาจากอดีตถึงปัจจุบัน สามารถจัดการขยะภายในใจตนได้โดยธรรมะของพระพุทธเจ้าทุกหัวข้อธรรม ซึ่งขึ้นอยู่กับกิเลสตัวไหนว่ามีความหนาความเหนียวแน่นแต่ละคน วฤทธิ ไพศาลจิระศักดิ์ (2551 : 4-5) ได้ให้ความหมายของขยะภายในหรือกิเลส หมายถึง ธรรมชาติที่เป็นเครื่องท าให้เศร้าหมองหรือเร่าร้อน กิเลสประกอบไปด้วย โลภะ โทสะ โมหะ และแยกละเอียดได้ว่า กิเลสมี 10 ประการ MoneyHub (2016 : 1) ได้ให้ความหมายของขยะภายใน หมายความว่าขยะในใจ เป็น ค าเรียกสิ่งที่รกสมอง รกจิต รกใจ คือ ความคิดที่ฟุ้งซ่าน ฝันกลางวันต่าง ๆ นา ๆ ใจเพชร กล้าจน (สัมภาษณ์. 26 พฤศจิกายน 2559) และฟ้าปลื้ม ศรีจันทร์ (2559 : C-1) ได้กล่าวว่าขยะ มีความหมายถึง สองนัยยะ คือ ขยะนอกและขยะใน ขยะนอก คือ ขยะทั่วไป ที่เป็นมลพิษต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากขยะภายในใจของคนเรา ขยะภายในใจ หมายถึง กิเลส ที่อยู่ในใจคนเรา ซึ่งเป็นตัวสร้างโรคสร้างภัย สร้างความกลัว ความทุกข์ ให้กับชีวิต เพราะความกลัว ความทุกข์นั้น ส่งผลให้ร่างกายสั่งกล้ามเนื้อให้เกร็งตัวบีบเอาความกลัว ความทุกข์นั้น ออกจากเซลล์ ท าให้เซลล์พังจนเกิดการป่วยขึ้นตามมา นอกจากนั้นความกลัวยังท าให้ภูมิต้านทานลดลงส่วนความไม่กลัวช่วยสร้างภูมิต้านทาน ร่างกายจึงไม่ต้องไปเสียพลังไปกับกิเลสอีก ดังนั้นจึงเกิดความผาสุกที่แท้จริงขึ้น ส่งผลให้เซลล์ทุกเซลล์แข็งแรง เม็ดเลือดขาวแข็งแรง ร่างกายจึงแข็งแรงปราศจากโรค และสามารถป้องกันโรคและป้องกันการบาดเจ็บจากการท างานได้เป็นอย่างดี จ าลอง ศรีเมือง (สัมภาษณ์ 6 พฤศจิกายน 2559) ได้ให้ความหมายของขยะ หมายความว่า ขยะมีนัย 2 อย่าง อย่างแรก คือ ขยะทั่วไปซึ่งเป็นขยะวัตถุข้าวของภายนอก ที่ก าจัดได้ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกัน ด้วยวิธีการที่ยอมรับกันในปัจจุบัน และขยะภายใจ ตามที่พระพุทธเจ้า พ่อครูสมณะโพธิรักษ์สอน คือ ขยะจากกิเลสในใจของเรา ตั้งแต่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ต้องจัดการด้วยการศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม เข้าหาสัตบุรุษ หมั่นเอาธรรมะมาล้างกิเลสในใจออก เมื่อกิเลสเบาบางแล้ว เราจะได้ความเบาสบาย ความไม่เห็นแก่ตัว และเป็นคนที่โลกต้องการ แก่นฟ้า แสนเมือง (สัมภาษณ์ 6 พฤศจิกายน 2559) ได้ให้ความหมายของขยะหมายความว่า ขยะวัตถุข้าวของที่เป็นขยะภายนอก เช่น ขยะเศษอาหาร เศษผ้า ของเหลือใช้จากบ้านเรือน และขยะภายใน เช่น กิเลสความโลภ ความโกรธ ความหลง สามารถเอาออกได้ด้วยการหมั่นศึกษาปฏิบัติธรรม แล้วฝึกอ่านใจให้เห็น แล้วน าหัวข้อธรรมะมาพิจารณาให้กิเลสลดลงได้ตามล าดับ ขวัญดิน สิงห์ค า (สัมภาษณ์ 6 พฤศจิกายน 2559) ได้ให้ความหมายของขยะ หมายความว่า ขยะภายนอกคือขยะวัตถุ ขยะภายใน คือ ขยะกิเลสในใจเรา ขยะที่ส าคัญที่สุดคือ ขยะภายในที่คอย บงการเราอยู่ตลอดเวลา เราต้องหมั่นอ่านใจให้เห็นขยะภายใน ว่าเกิดกิเลสอะไรขึ้นหลังจากกระทบผัสสะแล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นความเห็นแก่ตัว ให้รีบจัดการด้วยธรรมะ เช่น การเสียสละให้มาก การให้อภัย เป็นต้น 12 จากความหมายของขยะที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สรุปได้ว่า ความหมายของขยะตามแนวทางของชาวบุญนิยม ขยะมีความหมาย 2 นัยยะ คือ ขยะนอกและขยะภายในใจ ขยะนอก คือ ขยะทั่วไป ที่เป็นมลพิษต่าง ๆ เช่น เศษผ้า เศษกระดาษ เศษสินค้า ที่สามารถจ าจัดได้ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ตั้งแต่ หลัก 3R หรือ 5R ซึ่งแท้จริงแล้วขยะภายนอกเกิดขึ้นมาจากขยะภายในของเรานี้เอง การจัดการขยะภายใน คือการจัดการกับกิเลส ที่อยู่ในใจคนเรา เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่ติดมากับจิตใจของมนุษย์ทั้งมาจากอดีต และปัจจุบัน จนสามารถจัดการขยะภายในใจตนได้ด้วย ธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งกิเลสภายในใจนี้เองที่ปัญหาขยะและโรคภัยให้กับชีวิตในสังคมโลกปัจจุบันนี้ เนื่องจากความหวาดกลัว ความกังวล ความทุกข์ ที่มีในชีวิตของมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ คัดแยกและขายขยะ อาจมีความกลัว ความกังวล ความทุกข์ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ สามารถท าให้ร่างกายเกิดภาวะเครียดจนมีปฏิกิริยาสั่งให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวบีบเอาความกลัว ความกังวล ความทุกข์นั้น ออกจากเซลล์ ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยตามมาได้ จนท าให้ภูมิต้านทานลดลง แต่ในทางกลับกัน ความไม่กลัว ความไม่กังวลนั้น จะสร้างภูมิต้านทานในจิตใจและร่างกายจนเกิดพลังผาสุกที่แท้จริง เซลล์ทุกเซลล์ก็จะแข็งแรง เม็ดเลือดขาวแข็งแรง โรคต่าง ๆ ที่จะเข้ามาสู่ร่างกายก็สามารถก าจัดออกได้ จนท าให้สุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยจากการท างาน และหากเราสามารถจัดการขยะในจิตวิญญาณได้ จะส่งผลให้เกิดการมีสติ เตรียมตัวก่อนท างาน ขณะปฏิบัติงาน และหลังปฏิบัติงาน รวมทั้งส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคและป้องกันการบาดเจ็บจาการท างานได้ดียิ่งขึ้น ประเภทขยะและปริมาณขยะ ประเภทขยะและปริมาณขยะ มีผู้สนใจศึกษาไว้จ านวนมาก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะรีขยะไซเคิล และขยะมีพิษอันตราย และอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ วินัย มีแสง (2559 : 218) ได้แบ่งประเภทของขยะออกเป็น 3 ประเภท คือ ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ และรีขยะไซเคิล ส านักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ (2560 : 1) ได้แยกขยะออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน คือ 1. ขยะเปียก เศษอาหารต่าง ๆ ใบไม้ ที่ย่อยสลายได้ ถ้าที่บ้านมีสวนอาจน าไปท าปุ๋ยแบบธรรมชาติได้ 2. ขยะย่อยสลายไม่ได้ ไม่มีพิษ แต่เปื้อนอาหาร เช่น โฟม ฟอล์ย ถุงพลาสติก ซองบะหมี่กึ่งส าเร็จรูป 3. ขยะรีไซเคิล ขยะยังใช้ได้ เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะ 4. ขยะมีพิษอันตราย เช่น ขวดยา หลอดฟลูออเรสเซนต์ ถ่านไฟฉาย กระป๋องสเปรย์ ยาฆ่าแมลง ฯลฯ สารพิษในขยะประเภทนี้ท าให้ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้ นอกจากนั้น ธนกฤต บวกขุนทด (2553 : 2) ได้แบ่งประเภทของขยะมูลฝอยตามพิษภัย ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมี 2 ประเภท คือ 1. ขยะทั่วไป (General Waste) หมายถึง ขยะมูลฝอยที่ไม่อันตราย ได้แก่ พวกเศษอาหาร เศษกระดาษ เศษผ้า พลาสติก เศษหญ้า และใบไม้ ฯลฯ 13 2. ขยะอันตราย (Hazardous Waste) เป็นขยะที่มีภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อมอาจมีสารพิษ ติดไฟหรือระเบิดง่าย ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น ไฟแช็คแก๊ส กระป๋องเปรย์ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่หรืออาจเป็นพวกส าลีและผ้าพันแผลจากสถานพยาบาลที่มีเชื้อโรค สมัชญา หนูทอง (2556 : 11) กล่าวถึงประเภทของขยะมูลฝอยตามที่ส านักรักษาความสะอาดของกรุงเทพมหานคร กล่าวไว้มี 3 ประเภทใหญ่ คือ 1. มูลฝอยเปียก ได้แก่ พวกเศษอาหาร เศษพืชผัก เปลือกผลไม้ อินทรียวัตถุที่สามารถย่อยสลายเน่าเปื่อยง่าย มีความชื้นสูงและส่งกลิ่นเหม็นได้รวดเร็ว 2. มูลฝอยแห้ง ได้แก่ พวกเศษกระดาษ เศษผ้า แก้ว โลหะ ไม้ พลาสติก ยาง ฯลฯ ขยะมูลฝอย ชนิดนี้จะมีทั้งที่เผาไหม้ได้และเผาไหม้ไม่ได้ ขยะแห้ง เป็นขยะมูลฝอยที่สามารถลดปริมาณมูลฝอยที่จะต้องน าไปท าลายลงได้ และถ้าน าส่วนที่ใช้ประโยชน์ได้นี้ไปขายก็จะท ารายได้กลับคืนมา 3. ขยะมูลฝอยอันตราย มูลฝอยนี้ ได้แก่ ของเสียที่เป็นพิษ มีฤทธิ์กัดกร่อน และระเบิด ได้ง่ายต้องใช้กรรมวิธีในการท าลายเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีอันตราย เช่น สารฆ่าแมลง ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ รถยนต์ หลอดไฟ สเปรย์ฉีดผม กาญจนา คงศักดิ์ตระกูล (2559 : 3) ได้แบ่งประเภทของขยะที่เกิดขึ้นในเขตชุมชนสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้ 1. ลักษณะที่มองเห็น เช่น ขยะแห้ง ขยะเปียก ซากสัตว์ ขยะขนาดใหญ่ ซากยานพาหนะ ขยะอิเลคทรอนิก และขยะพวกเศษสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น 2. แหล่งก าเนิด ได้แก่ ขยะจากชุมชน บ้านพักอาศัย หน่วยงานหรือสถาบันการศึกษา ร้านค้า พื้นที่ก่อสร้างและรื้อถอน กิจกรรมการให้บริการของเทศบาล (การจัดสวนและตกแต่งกิ่งต้นไม้) โรงงานอุตสาหกรรม สถานที่บ าบัดหรือก าจัดของเสีย และ พื้นที่ท าการเกษตรกรรม เป็นต้น 3. ความเป็นอันตราย แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ขยะมูลฝอยชุมชน ของเสีย อันตรายจากชุมชน และขยะมูลฝอยติดเชื้อ 4. วิธีการจัดการขยะ เช่น ที่ระบุไว้ในข้อบังคับกรุงเทพมหานครว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลของอาคารสถานที่และสถานบริการสาธารณสุข พ.ศ. 2545 ได้แบ่งขยะออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ มูลฝอยทั่วไป มูลฝอยที่ย่อยสลายได้ มูลฝอยที่น ากลับมาใช้ใหม่ได้และ มูลฝอยอันตราย รวมทั้ง ส านักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข (2548 : 19-20) ได้มีการแบ่งประเภทของขยะ ดังต่อไปนี้ 1. ขยะเปียกหรือขยะสด (Garbage) หมายถึง วัตถุมีความชื้นสูงจึงติดไฟได้ยาก ได้แก่ เศษอาหาร เศษเนื้อและผักผลไม้ จากพืชและสัตว์ที่ยังไม่เน่าเปื่อย ขยะประเภทนี้จะท าให้เกิดกลิ่นเน่าเหม็นเนื่องจากแบคทีเรียย่อยสลายอินทรีย์สาร นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค โดยติดไปกับแมลง หนูและสัตว์อื่นที่มาตอมหรือกินเป็นอาหาร ขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร เศษพืช ผักผลไม้ ฯลฯ โดยสามารถแบ่งแยกย่อยได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 2. ขยะแห้ง (Rabbits) คือขยะที่มีความชื้นอยู่น้อยจ าแนกได้ 2 ชนิด คือ ให้เป็นเชื้อเพลิงเป็นพวกที่ติดไฟได้ เช่น เศษผ้า เศษกระดาษ หญ้า ใบไม้ กิ่งไม้ ขยะที่ไม่เป็นเชื้อเพลิง ได้แก่ โลหะ แก้ว และเศษก้อนอิฐ จึงไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ขยะรีไซเคิลซึ่งเป็นขยะที่สามารถน าไปแปรรูปเพื่อใช้ 14 ประโยชนใหม่ได้ เช่น แก้วกระดาษ พลาสติก โลหะ ยาง ฯลฯ โดยสามารถแบ่งแยกย่อยได้เป็น 2 ลักษณะ คือ (1) ขยะทั่วไป (General Waste) หมายถึง ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะที่มีอันตรายน้อย เช่น เศษอาหารเศษหญ้า ใบไม้ เศษกระดาษ เศษกระป๋อง เศษพลาสติก รวมถึง ขยะที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ยาก หรือน าไปรีไซเคิลไม่ได้หรือน าไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มทุน เช่น ซอง/ถุงขนมขบเคี้ยว ซองบะหมี่กึ่งส าเร็จรูป กระดาษห่ออาหาร ถุงพลาสติก/กล่องโฟม หลอดกาแฟ ซองกาแฟ ซองครีมเทียม ซองน้ าตาล ฯลฯ (2) ขยะอันตราย(Hazardous Waste) หมายถึง ขยะที่มีภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงขยะที่มีส่วนประกอบเป็นสารที่มีอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ แบตเตอรี่ ผ้าอ้อมเด็ก กระดาษช าระ ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ บรรจุสารเคมี ตลับหมึก หลอดไฟ ฯลฯ ขยะประเภทนี้ต้องมีการแยกทิ้งจากขยะประเภทอื่น ๆ อย่างชัดเจน เนื่องจากต้องน าไปก าจัด หรือบ าบัดด้วยวิธีเฉพาะเพื่อป้องกันความเป็นพิษปนเปื้อนสูสิ่งแวดล้อม จ าแนกตามลักษณะ (3) มูลฝอยติดเชื้อ หมายถึง มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณ หรือมีความเข้มข้น ซึ่งถ้ามีการสัมผัสใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วสามารถท าให้เกิดโรคได้ รวมถึงมูลฝอยที่เกิดขึ้น หรือใช้ในการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาลการให้ภูมิคุมกันโรค และการทดลองเกี่ยวกับโรคการชันสูตรศพ หรือซากสัตว์ตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (4) กากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย หมายถึง ขยะอันตรายที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานประกอบการในก ากับของกระทรวงอุตสาหกรรม ตามพระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ส านักจัดการกากของเสียและสารอันตราย 2555 ได้ด าเนินการแบ่งประเภทของขยะออกเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะทางกายภาพของขยะ ดังนี้ 1. ขยะย่อยสลาย (Compostable Waste) หรือ มูลฝอยย่อยสลายได้ คือ ขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถน ามาหมักท าปุ๋ยได้ เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น แต่จะไม่รวมถึงซากหรือเศษของพืช ผัก ผลไม้ หรือสัตว์ที่เกิดจากการทดลอง ในห้องปฏิบัติการ 2. ขยะรีไซเคิล (Recyclable Waste) หรือ มูลฝอยที่ยังใช้ได้ คือ ของเสียบรรจุภัณฑ์ หรือวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสามารถน ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ เช่น แก้ว กระดาษ เศษพลาสติก กล่องเครื่องดื่มแบบ UHT กระป๋องเครื่องดื่ม เศษโลหะ อะลูมิเนียม ยางรถยนต์ 3. ขยะทั่วไป (General Waste) คือ ขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะย่อยสลาย ขยะ รีไซเคิล และขยะอันตรายน้อย มีลักษณะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าส าหรับการน ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น กระดาษห่ออาหาร ห่อพลาสติกใส่ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอก ซอง/ถุงขนมขบเคี้ยว พลาสติกห่อลูกอม ซองบะห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive