ความเชื่อว่าอรหันต์ตายแล้วสูญ ทำให้ศาสนาพุทธขาดด้วน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข20 มกราคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

ความเชื่อว่าอรหันต์ตายแล้วสูญ ทำให้ศาสนาพุทธขาดด้วน _นพพล จรัสวิกรัยกุล . ผู้ที่ไม่เชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วเกิดอีกได้ หรือเชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วไม่เกิดดับสูญ ผู้นั้นมีอุจเฉททิฐิ เป็นผู้ทำให้ศาสนาขาดด้วน เป็นผู้ทำลายอายุศาสนาที่แท้จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะผู้นับถือศาสนาพุทธแทบทั้งหมด หรือทั้งหมดเชื่อเช่นนี้ เขาจึงทำร้ายศาสนาได้รับวิบากบาป เป็นผลร้ายต่อศาสนาพุทธอยู่ทุกลมหายใจอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งจะเป็นตรงกันข้ามกับโพธิสัตว์อย่างพ่อท่าน ที่พยายามยืดอายุศาสนา ทะนุบำรุงศาสนา ต้องทำอย่างไรจริงแล้วที่จะตามเรื่องแบบนี้ครับ กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูงครับ พ่อครูว่า…ประโยคคำถามนี้อาตมามึนเลย ต้องทำอย่างไรจริงแล้วที่จะตามเรื่องแบบนี้ มี 3 ประเด็นว่า ต้องทำอย่างไร จริงแล้ว ที่จะตามเรื่องแบบนี้ ต้องทำอย่างไรจริง แล้วที่จะตามเรื่องแบบนี้ _สู่แดนธรรม... ผมอ่านว่า ที่จริงแล้วจะตามเรื่องแบบนี้อย่างไร พ่อครูว่า... เออ น่าจะเข้าใจได้ง่าย ก็ตอบตรงนี้ก่อน ก็ตามอาตมาก็แล้วกัน ถ้าคุณไม่ตามอาตมา คุณไปฟังตามเถรสมาคมหรือตามกระแสหลักเลยนะ คุณไม่ยากหรอก อาตมาว่าไม่ยาก แต่ตามอาตมาจะยากเพราะอาตมามีโลกุตรธรรมมาอธิบาย จะยาก นี่ก็ตอบประเด็นนี้ก่อน ที่ว่า ผู้ที่ไม่เชื่อพระอรหันต์ตายแล้วเกิดอีกได้ หรือเชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วไม่เกิดดับสูญ นี่ประเด็นหลักเลย ต้องคม แม่น ชัด นะ ฟังดีๆ ผู้ที่ไม่เชื่อ ไม่เชื่ออะไร ไม่เชื่อว่าพระอรหันต์ผู้เป็นอรหันต์แล้วของศาสนาพุทธ ตายแล้วเกิดอีกได้หรือตายแล้วไม่ เกิด สูญเป็นดิน น้ำ ไฟ ลมได้ ผู้ที่บรรลุนิยามคำว่า อรหันต์ ต้องมีความสามารถแบบนี้พระอรหันต์มีความสามารถตายแล้วสูญได้ หรือไม่สูญจะเกิดอีกได้จึงชื่อว่าอมตะบุคคล อยู่ในมูลสูตร ผู้ที่ผ่านวิมุตต

อ่านต่อ

ิ กายวิมุติ แล้วเป็นอรหันต์เป็นอมตะบุคคลจะเกิดอีกก็ได้จะตายก็ได้ อันนี้แหละเหตุเถรสมาคม ศาสนาพุทธแทบทั้งหมดหรือทั้งหมดเชื่อว่า พระอรหันต์ตายแล้วสูญหมด ไม่เชื่อว่า ตามประเด็นที่คุณนพพลพูดมา ไม่เชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วเกิดอีกได้ หรือเชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วดับสูญ ผู้นั้นมีอุจเฉททิฏฐิ คุณนพพลเข้าใจว่าผู้อุจเฉททิฏฐิคือผู้ที่ เชื่อต้องใช้คำว่าเชื่อ อุจเฉททิฏฐิคือเชื่อว่าอรหันต์ตายแล้วต้องสูญ นี่คือผู้ที่อุจเฉททิฏฐิ สถานเดียว แต่คุณนพพลพูดว่าผู้ที่ไม่เชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วเกิดอีกได้ ก็หมายความว่าไม่เชื่อว่าพระอรหันต์นี้จะตายเกิดอีกได้หรือเชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วไม่เกิดดับสูญ อันนี้ชัดเจนขึ้นมาแล้ว คุณนพพลเข้าใจว่าพระอรหันต์ ตายแล้วต้องสูญ ทั้ง 2 ประโยค ประโยคแรกบอกว่า ไม่เชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วเกิดอีกได้ก็ต้องสูญ หรือเชื่อว่าพระอรหันต์ตายแล้วไม่เกิดดับสูญ ต้องไม่เกิดอีก อรหันต์ตายแล้วต้องไม่เกิด ต้องดับสูญ ผู้นี้เป็นผู้อุจเฉททิฏฐิ เป็นผู้ทำให้ศาสนาขาดด้วน อันนี้อาตมาก็อธิบาย ทำลายอายุศาสนาที่แท้จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะผู้นับถือศาสนาพุทธแทบทั้งหมดหรือทั้งหมด คุณนพพลพูดเลย เชื่อเช่นนี้ ใช่ ตามที่คุณนพพลพูดถูกต้อง ตามที่คุณนพพลเข้าใจ เชื่อกันเช่นนี้เป็นส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมด เขาจึงทำร้ายศาสนา ชัดเจนว่าคุณนพพลก็เชื่อว่าขณะนี้ส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมด กำลังทำร้ายศาสนาอยู่ ได้รับวิบากบาปทุกลมหายใจอยู่ทุกวันนี้ ทีนี้ลงท้าย ซึ่งจะเป็นตรงกันข้ามกับโพธิสัตว์อย่างพ่อท่าน ถูกต้องไหม ก็ตรงกันข้ามกับที่อาตมาทำที่พยายามยืดอายุศาสนา ทำนุบำรุงศาสนา ต้องทำอย่างไรถึงจะตามเรื่องแบบนี้ ก็ตอบไปแล้ว ต้องทำอย่างอาตมา อาตมาก็ต้องทำด้วยความจริงใจ และก็ทำมาตลอดเวลาและก็ต้องทำต่อไปอีกตามนี้แหละ อาตมาก็ไม่ได้เห็นว่าอาตมานี้ผิดพลาด ขออภัยเถอะพูดความจริง ไม่ได้เห็นว่า มันผิดมันพลาดมันเพี้ยน มันอะไร ไม่มี มีแต่ถูกต้อง ตรงยิ่งขึ้น _สู่แดนธรรม... ถ้าเป็นผมว่าจะมองอย่างไร เขาถามว่าอย่างไรจึงจะตามเรื่องแบบนี้ครับ คือตามว่าพ่อท่านสอนถูกไหม ว่าพระอรหันต์ตายแล้วตัวเองกลับมาเกิดได้ ผมนี่เป็นตัวคำตอบว่า คำแรกที่ผมได้ยินพ่อท่านพูดเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว พูดแบบนี้แหละ ผมไม่สงสัยเลยครับ เพราะว่าผมเอาแค่หลักของตรรกะก็ได้ มาตรวจจับว่าพ่อท่านนี่ ถ้าไม่มีภูมิเก่าเรื่องธรรมะของตัวเองในความเป็นอรหันต์มาตั้งแต่ชาติที่แล้ว พ่อท่านจะเอามาจากไหน ชาตินี้ก็บอกว่าตัวเองไม่มีครูบาอาจารย์ ไปพิสูจน์ดูได้เลยว่าอาตมาไปศึกษามาจากใครบ้าง พระอาจารย์สอนเช่นไรอาตมาก็ต้องบรรลุตามเขาแล้ว แต่นี่พ่อท่านก็สอนอธิบายตรงกันข้ามกับเขาอีก แล้วความรู้ สิ่งที่เป็นหลักฐานยืนยันพาคนหลุดพ้นได้ มาเป็นคนจนอันมหัศจรรย์อย่างนี้ก็เป็นหลักฐานได้อย่างหนึ่งว่า มีพระอรหันต์ ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ทำแบบนี้ได้ไหมล่ะ พ่อครูว่า... เหมือนกับอาตมายืนยันว่าอาตมาเป็น สยังอภิญญา มาเกิด มีความรู้ของโลกุตรธรรมมาแล้ว เป็นพระอรหันต์มาแล้ว ยืนยันว่าเป็นอรหันต์ระดับ 4 ด้วย เป็นนิยตโพธิสัตว์ อะไรอย่างนี้เป็นต้น อธิบายตอนหลังๆนี้ขยายความโพธิสัตว์กี่ระดับ อรหันต์ กี่ระดับ ก็ชัดเจนขึ้นมาจนกระทั่งป่านนี้แล้ว อาตมาก็ไม่ได้เอามาจากของใครเลย เพราะฉะนั้นอันนี้มันก็ต้องเป็นของอาตมา 100% ที่อาตมามีมาและอาตมาก็ไม่ได้หมายความว่าอาตมาเป็นของอาตมาเจ้าของศาสนานะ อาตมาก็เอามาจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆเป็นโพธิสัตว์ได้รับความรู้นี้มาตามลำดับ ยังไม่ถ้วนเต็มเป็นพระพุทธเจ้าด้วย ก็ไม่ได้ปิดบัง ไม่ได้อำพราง ไม่ได้พูดคลุมๆเครือๆอะไร พูดชัดอย่างกับอะไรดี _สู่แดนธรรม... พยายามถ่อมตนอยู่ว่า เป็นแค่ สยังอภิญญา พ่อครูว่า... เราจะมีภูมิถึงขั้นเป็นมหาโพธิสัตว์แค่ไหนแล้วเราก็ไม่ได้ไปอวดดิบอวดดีอะไร แล้วแต่ใครจะรู้ ใครจะเห็น ใครจะเข้าใจว่า มันเพิ่มไปบ้างไหม ก็ไม่เป็นไร อาตมาไม่มีปัญหาอะไรในการถ่อมตน เพราะอาตมาเห็นว่าการถ่อมตนไม่เสียหาย แต่การอวดดีแล้วไม่จริงของตน มันไม่ใช่เสียหายนะ มันชิบหาย มันแย่เลย อาตมาไม่คิดจะไปทำหรอกเพราะมันไม่เป็นประโยชน์ มันมีแต่โทษ เพราะฉะนั้นการถ่อมตนนี้ไม่เสียหาย แต่การอวดตนที่ไม่เป็นจริงนั้นมันเป็นโทษเป็นภัยหนักหนาสาหัสด้วย เพราะฉะนั้นอาตมาไม่ทำหรอก สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ _สู่แดนธรรม... มีข้อมูลส่งมาจากท่าน ปัจฉา สมณะเดินดิน ยืนยันว่า พระอรหันต์ที่ใครไปกล่าวหาว่า พระอรหันต์ตายแล้วสูญ พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่าเป็นแนวคิดที่มิจฉาทิฏฐิ เป็นปาปกังทิฏฐิกตัง ยมกะภิกษุเกิดทิฏฐิอันชั่วช้า (ปาปกัง ทิฏฐิกตัง) ว่า พระขีณาสพเมื่อกายแตกตายไปแล้ว (กายัสสะ เภทา ปรัม มรณา) ย่อมขาดสูญ ย่อมพินาศ ย่อมไม่เกิดอีก ภายหลังพระสารีบุตรช่วยถอนทิฏฐิอันชั่วช้านั้นของยมกภิกษุ โดยแสดงให้เห็นถึง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ดับไป ถึงแล้วซึ่งการตั้งอยู่ไม่ได้แห่งขันธ์นั้น ฯลฯ (คือ กิเลสอุปาทานในขันธ์เท่านั้นที่ตายดับสูญไป หรือกิเลสตายขาดสนิท กิเลสเท่านั้น ที่ไม่เกิดขึ้นมาอีกเลย อย่าไปเหมาว่าร่างกายจะไม่เกิดอีก) (พตปฎ. เล่ม ๑๗ ข้อ ๑๙๘-๒๐๔) พ่อครูว่า... อันนี้ก็พูดมาไม่ใช่น้อยในเรื่องอุจเฉททิฏฐิ โดยเฉพาะเข้าใจเรื่องอรหันต์มันไม่ใช่ไปเดา ทางบ้านก็ได้อ่านกัน อินเสิร์ทพระไตรปิฎกมายืนยัน สิ่งเหล่านี้อาตมาทำงานมา มีพระไตรปิฎกอ้างอิงยืนยัน อาตมาว่าอาตมาหลังพิงพระไตรปิฎกนี้อยู่รอดมา หลังพิงพระไตรปิฎกด้วยเลย ถ้าเผื่อว่าศาสนาพุทธในเมืองไทยกระแสหลักทั้งหมดไม่เอาพระไตรปิฎกด้วยนี่ อาตมาหัวคะมำเลย ล้มคว่ำหัวคะมำเลย แต่โชคยังดี เมืองไทยก็ยังยอมรับนับถือพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐนี้ ไม่เอาฉบับอีกหลายๆฉบับอื่นๆมาให้มันยุ่งยากวุ่นวาย ซึ่งอาตมาว่าฉบับอื่นๆถ้าเอามาอีกมันก็ไม่แล้ว เพราะว่าฉบับนี้เป็นฉบับที่เข้มข้นแล้วที่พระมหากัสสปะเป็นผู้ที่ยอดสรุปแล้ว เอามาเหลือหัวๆแก่นๆเนื้อๆแล้ว อาตมาว่าอาตมาไม่กลัว ที่จะเป็นมหายาน ที่จะอธิบายออกไปเป็นอาจาริยวาท บานตะโก้ออกไปอีก อาตมาว่าอาตมาไม่กังวล ไม่มีปัญหาอะไรมาก เอ้า ผ่านเรื่องนี้ไปก่อน 670117 ปฏิจจสมุปบาท ตอน 4 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน