สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล_อนาคามี) ตอน อนาคามี 5 และอรหันต์.docx
เนื้อหาในไฟล์
อนาคามี 5 และอรหันต์ มีอจินไตยแถมหน่อย ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้ว ตายแล้ว มันจบ เมื่อปรินิพพานเป็นปริโยสาน ตั้งแต่ปัญญาวิมุติไปแล้ว ปัญญาวิมุตินี้ สูงกว่าอนาคามี อนาคามีเหลือเศษสุขทุกข์ เป็นอรูปก็ตาม ถ้าเผื่อว่าผู้ที่เป็น อรหัตตมรรค เป็นอรหันต์ในระดับหมดอาสวะ แม้ตายไปแล้ว ตั้งจิตหมดไม่เกิดอีก สุญญตนิพพาน อัปปนิหิตนิพพาน อนิมิตนิพพาน ไม่กำหนดหมายอะไรในจิต ไปหมดเลย ถ้ามันจะเหลือเศษอยู่ ก็อนาคามีตาย ยังเหลือขั้น 1. อันตราปรินิพพายี (ผู้เพียรทำปรินิพพาน ในระหว่างภพ) 2. อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) 3. สสังขารปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพาน โดยต้องใช้ความเพียรมาก ประกอบปุญญาภิสังขาร ในภพตนให้มากๆ) 4. อสังขารปรินิพพายี (ผู้ปรินิพพาน โดยไม่ต้องใช้การปรุงแต่ง อภิสังขารให้มากนัก) 5. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี (สภาวธรรม ไม่เป็นสองรองใคร หรือไม่เป็นน้องใครอีก แล้วปรินิพพานไว) พ่อครูว่า...เศษที่เหลือ จะไม่มีทางเจริญอีกเหรอ จะมีแต่ทางไปหาศูนย์ จะไม่มีใครอะไรกระแทก ให้กลับมาเกิดอีกเลย อันตราปรินิพพายี คือคุณตายไป อย่างอนาคามีภูมิ ก็ปล่อยให้จิต สูญสลายไปเอง ในระหว่างนั้น ก็นับกัปป์นับโกฏเวลาไม่ได้ มันยังไม่สูญ ก็ค่อยๆเสื่อมไป โดยที่ไม่มีอะไรไปขัดข้อง ไม่มีอะไรไปกระทบ มันเป็นนามธรรม ที่ละเอียดมาก ไม่มีอะไรไปเสียดสีแล้ว มันก็ไม่เสื่อมง่าย มันนานจนกระทั่ง พระพุทธเจ้าบอกว่า อาฬารดาบส อุทกดาบส ตายไปแล้ว อยู่ในภพดำมืดนี้ จะนานเท่าไหร่ ขนาดอาตมาอธิบายอย่างผู้ตื่น อนาคามีที่ตื่น ก็จะนานมากแล้ว คุณต้องเป็นอนาคามี ที่เอาภาระจิตตนเอง ต้องฝึกขณะเป็นๆนี้ แล้วแม้จะตายไป ก็มีพลังงานจัดการจิตตนเองได้ แต่ถ้าไม่ฝึก ก็ปล่อยไปตามยถากรรมไป จนกว่าเหตุปัจจัยหมด ก็เสื่อมหมด แต่มันไม่มีทางกลับมาเกิ
อ่านต่อ
ดอีก มันจะนาน จนนับไม่ถ้วน แต่ถ้าเป็น อุปหัจจปรินิพพายี ได้พากเพียรฝึกหัดไปได้ ก็จะบรรลุได้เร็วกว่า อันตราปรินิพพายี ซึ่งไม่มีความสามารถ จัดการจิต ไม่ได้ฝึกมา อุปหัจจปรินิพพายี ถ้าสามารถมากก็ไวกว่า สสังขารปรินิพพายี ต้องทำต้องพากเพียรด้วยสามารถ ส่วนอสังขารปรินิพพายี นั้นไม่ต้องพากเพียร ก็ได้เร็วกว่าสามอันแรก ส่วน อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีความเก่ง ไม่เป็นน้องของใคร ทั้ง 4 อันแรก ก็เหนือกว่า อสังขารปรินิพพายี เป็นอนาคามีผู้เป็นยอด ไม่เป็นน้องใคร ที่จะปรินิพพานได้เร็วที่สุด อรหัตตมรรค ถือว่าเหนือกว่าอนาคามี ก็นับเอาในอนาคามี 5 นี้ ถ้าทำได้ก็เป็น อรหัตตผล ส่วนผู้ไม่อยู่ในสี่อย่างนี้ ก็ต้องเป็นผู้เรียนรู้ ด้วยปัจจุบันธรรม มีการปฏิบัติ แบบลืมตาเปิด มีทวารทั้ง 5 ครบ อรหัตตมรรค คือต้องปฏิบัติแบบมีทวารทั้ง 5 ผู้ที่สามารถเข้าใจ ในมุมของอนาคามีขึ้นไปจริง ก็จะอธิบาย อรหัตตมรรคได้จริง ถ้ายังไม่ได้จะสับสน เพราะว่าในอรหัตตมรรค ถ้าคุณลืมตา ปฏิบัติอรหัตตมรรค ก็จะแก้อนาคามี 4 ภูมินี้ได้ ไม่ต้องพูดถึง อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี คุณจะเป็นอรหันต์โดยไม่ต้องเป็น อนาคามีในภพเลย เรียกว่า เอกพีชี คุณก็ทำให้หมดเชื้อ ชีวะที่เหลือได้เลย ดับเชื้อนี้ได้อย่างลืมตา แต่ถ้าคุณไม่สามารถดับอรหัตตมรรคได้ ในปัจจุบัน คุณก็ไม่สามารถเกิดมา แม้จะเป็น โสดาบัน สกิทาคามีได้เลย สกิทาคามีแปลว่า เกิดอีกครั้งเดียว และโสดาบันแบบเอกพีชีคือเกิดอีกครั้งเดียวเช่นกัน แต่เอกพีชี คือโสดาบันที่เก่งมากเลย ดับได้ในชาตินั้น เป็นเอกพีชี ถ้าไม่เป็นโสดาบันเอกพีชี แล้วไล่ไปตามลำดับจะช้า ตั้งแต่โกลังโกละ แล้วเป็นสัตตักขัตตุปรมะ จึงจะเป็นสกิทาคามี ก็จะช้านาน สกิทาคามี คือเกิดอีกหนึ่งชาติเหมือนกัน แต่ต้องมาไล่ตั้งแต่ โกลังโกละ แต่ถ้าเอกพีชี คุณก็ชาติเดียวจบเลย ต้องเป็นผู้ที่สามารถมากเลย จบ
600117_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ฌานโลกุตระนำพาสู่นิพพาน