สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 _กราบนมัสการพ่อครู อย่างสุดเศียรค่ะ จากหนังสือพิมพ์เราคิดอะไร ขอกราบเรียนขอพ่อครูช่วยขยายความตามพระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้ "ปฏิบัติมรรค๗ องค์" ปฏิสัมพัทธไปพร้อมกับ " โพชฌงค์" ทั้ง ๗ จาก ชาวบ้าน[ที่เจตนาจะเป็นชาว(ข้าง)วัด] พ่อครูว่า... มรรค 7 องค์เป็นตัวปฏิบัติ ส่วนมรรคที่ 8 คือสมาธิ เรียกโดยศัพท์ว่า เป็นสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธินั้นจะทำให้เกิดได้ เรียกว่าจิตตั้งมั่น สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิต แต่เขากลับแปลกันว่าเพ่งจิต แต่ของพระพุทธเจ้านั้นเป็นวิจัย การวิจัยนี้เป็นของพระพุทธเจ้าให้ปฏิบัติมรรค 7องค์ แล้วจะสั่งสมผลเป็นสมาธิ เอกัคตาจิต ในพระไตรปิฎก มหาจัตตารีสกสูตร ล.14 ข.252-281 มีสติ ธัมมวิจัย วิริยะ พากเพียรวิจัย มีสตินำ เสมอๆๆ แล้วก็พยายาม พยายามให้เกิดสัมมาๆๆ ทำให้สัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปัญญา สัมมาวิมุติ หลุดพ้นจากกิเลส ทำให้กิเลสตายลงได้ก็คือบุญ เกิดความชำระกิเลสลงได้ ถ้าทำไม่หมดอาสวะอนุสัย เรียกว่าส่วนแห่งบุญ เป็นเสขบุคคล จนกิเลสหมด ขณะที่ทำให้ลดลงได้เห็นความจางคลายวิราคานุปัสสี อ่านอาการจิตออก จับตัวกิเลสได้ ทำให้กิเลสจางคลายได้ ลดละจางคลายได้ ปีติก็เกิด เกิดโพชฌงค์ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ กิเลสลดได้เป็นปีติสัมโพชฌงค์ กิเลสหมด สงบลงเป็นปัสสัทธิ ตัวป.ปลา เป็นตัวดำเนินการงานให้สำเร็จ ในพยัญชนะ วรรคนี้ ในห้าวรรค ป เป็นวรรคสมบูรณ์แบบ เป็นวรรคของตัวทำงานให้เจริญบริบูรณ์ทุกอย่าง แล้วก็มีปฏิกิริยา ป ผ ภ ภ คือพัฒนาเจริญขึ้น ม คือจิต หากไม่เจริญก็เป็น มม คือมมังการ ตัวเริ่มคือ ก ตัวจบคือ ม ในโลกนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็คือเกิดจาก ก กับ ม นี่แหละ รวมกันเข้า เกิดโลกทั้งโลก คือ ก กับ ม เมื่อสามารถทำปั
อ่านต่อ
ญญาให้สมบูรณ์ลงตัว โพชฌงค์กับมรรค ทำงานร่วมกัน ในคำสอนพระพุทธเจ้ามีโพชฌงค์กับมรรค เป็นคำสอนหลักใหญ่ ถ้าพระพุทธเจ้าไม่เกิด โพชฌงค์ไม่เกิด การก้าวเดินคือโพชฌงค์ ทางเดินคือมรรค เขาก็เอาไปเป็นบุคลาธิษฐาน ว่า พระพุทธเจ้าเดิน 7 ก้าว ตอนเกิด อาตมาก็ถามต่อว่า แล้ว ก้าวที่ 7 เสร็จแล้ว ท่านนั่งหรือท่านนอนหรือท่านเดินต่อ บางคนก็แปลเป็นว่าพระพุทธเจ้าไปประกาศศาสนาใน 7 แคว้น หลักใหญ่ของศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้า อุบัติ โพชฌงค์ 7 จึงอุบัติ พระพุทธเจ้าเกิดมรรคมีองค์ 8 จึงเกิด ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าโพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 ไม่เกิดมีได้ พระพุทธเจ้าก็มาปฏิรูปปฏิสังขรณ์ ให้ถูกต้อง อาตมาที่ตั้งอกตั้งใจที่มาอธิบาย โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 รวมแล้ว ต้องเป็น โพธิปักขิยธรรม 37 พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนคือ โลกุตรธรรม 37 ปฏิบัติไปแล้วจะเกิดผลเป็น บุคคล 8 และนิพพาน 1 เป็นโลกุตรธรรม 9 รวมแล้วเป็น โลกุตระ 46 พระไตรปิฎก ล.31 ข.620 ไม่รู้รูปนาม รูปมี 28 รูปคือตัวที่ถูกรู้ เราต้องฝึกฝนให้เกิดญาณปัญญาที่เป็นตัวรู้เข้าไปรู้ รูป 28 หากรู้อย่างมีสติปัญญา ก็มีวิชชา แต่ถ้าสัมผัสแล้วไม่รู้ ไม่มีตัวรู้เข้าไปวิจัยวิจารได้ก็วนกลับความไม่รู้อย่างเดิม ในโลกียภูมิแล้วหลงในกุศล ฟังให้ดี [911] โลกิยธรรม เป็นไฉน? กุศลในภูมิ 3 อกุศล วิบากในภูมิ 3 กิริยาอัพยากฤตในภูมิ 3 และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า โลกิยธรรม. ถ้าคุณอยากได้วิมานอยากได้สวรรค์อยากได้อัตตา ก็ตั้งจิตจริงก็เป็นวิบากจริงเป็นอกุศลวิบาก แต่ถ้าทำอาการที่ไม่ดีออกไป ก็ได้เป็นกุศล จริงๆแล้วไม่มีกุศลแต่ไม่มีวิบาก มันหายไปเลยเพราะได้ฆ่าหรือชำระอกุศล วิบากก็ไม่มี ไม่มีผลเหลือก็ 0000 ไปเรื่อยๆ และรูป 28 คุณก็ไม่รู้ ตั้งแต่ภายนอก แล้วมีปสาทรูป 5 ดำเนินบทบาทคือโคจรรูป ไปดำเนินบทบาทสัมผัสกับภายนอก ตากระทบรูป หูกระทบเสียง ฯ เกิดภาวะสอง คืออิตถีภาวะกับปุริสภาวะ คุณไม่ได้เรียนเลย มีแต่ไปนั่งหลับตา มันเป็นพิษภัยมาก อาตมาก็นั่งหลับตาสะกดจิตมานักหนา อาตมาไม่ได้ทำได้ด้อยกว่าใคร เรียนรู้ให้สัมมา แต่ที่ต้องถล่มเพราะว่าทำด้วยอวิชชา ก็พาลงนรกหมด ไม่เกิดประโยชน์ไม่เกิดบรรลุธรรม ในความหมายของโลกียธรรม เมื่อคุณไม่สามารถเรียนรู้รูป 28 ได้ จนกว่าจะมีญาณรู้ ถ้าไม่รู้รูปนาม ต้องมีญาณรู้ สัมผัส ตา หู จมูก ก็มีรูปเกิดขึ้นที่คุณจะไปรู้ได้(พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) คุณถ้าไม่ได้เรียนรู้รูป 28 หรืออุปาทยรูป 24 เพราะฉะนั้นรูปทั้งหมดคุณอวิชชาเป็นโลกียะ ถ้าคุณรู้ก็เอามาอธิบายให้ผู้คนเข้าใจ แล้วจะได้ปฏิบัติ จะได้มีญาณหยั่งรู้สัมผัสรู้รูปต่างๆ แม้เป็นนามธรรม เป็นรูปที่เป็นนามธรรม ดิน น้ำ ลม ไฟนั้น เป็นรูปก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ปสาทรูปทำงานกับโคจรรูปเป็นรูป ที่เป็นภาวรูปสอง ก็ต้องรู้แล้วทำให้เป็นหนึ่งเดียวได้ จะทำได้ต้องรู้ ชีวิตรูปอาหารรูป ในทหยรูป ทำให้เป็นทีละ ปริเฉทรูป 600730_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ปริวิตกของพระโพธิสัตว์