จำเป็นไหมที่คนต้องรู้ว่าตนเป็นสายปัญญาหรือสายศรัทธา.docx
เนื้อหาในไฟล์
จำเป็นไหมที่คนต้องรู้ว่าตนเป็นสายปัญญาหรือสายศรัทธา ๑.นักปฏิบัติธรรรมมีความจำเป็นไหม? ที่จะต้องรู้ว่าตนเองอยู่สายปัญญา หรือสายศรัทธา พ่อครูว่า… ก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ อย่างไรๆ คุณก็เป็นอย่างที่คุณเป็น แต่รู้บ้างเข้าใจว่าเออ..เราอยู่สายปัญญา เราอยู่สายศรัทธา ก็ดี มันจะได้มีปฏิภาณไหวพริบว่า เราเป็นศรัทธาเราต้องเพิ่มปัญญาให้มากๆ เราสายปัญญาก็ต้องพยายามสร้างศรัทธาให้มากๆ ศรัทธามันคือตัวหยุด ปัญญามันคือตัวกระจ่าง สว่าง มันมีลักษณะต่างกัน จริงๆแล้วมันจะต้องมีทั้ง 2 อย่าง อุภโตภาควิมุติ ต้องมีชัดเจนได้ทั้ง ศรัทธาคือจิต ปัญญาก็คือปัญญา ความรู้ ความฉลาด จิตกับความรู้ จิตกับความฉลาด มันก็ต้องมีสมบูรณ์แบบทั้งคู่ เพราะฉะนั้นจะต้องรู้ตัวเองไหม รู้ก็ดี ไม่รู้อย่างไรคุณก็เป็นอย่างที่คุณเป็นอยู่แล้ว ที่จริงมันก็พอรู้ตามปฏิภาณไหวพริบของคน ถึงแม้จะเป็นคนซื่อบื้อสายศรัทธาที่ปฏิภาณน้อย มันก็รู้อยู่ว่าให้มีความเฉลียวฉลาด ปัญญามันฉลาดภายนอกด้วย เกี่ยวข้องกับอะไรต่ออะไรต่างๆภายนอกด้วย ได้ละเอียดละออดี ส่วนศรัทธานั้นรู้แล้วมันรู้จบ รู้นิ่ง รู้หยุด รู้เป็นก้อนๆแท่งๆ รู้ไม่คิดมากแล้วก็เบา สบาย มันก็พาหยุดพาจบ มันก็ไม่กว้าง เพราะฉะนั้นกิเลสที่จริงมันคือทวารทั้ง 6 รวมแล้ว ศรัทธาจะไม่ค่อยเก่งทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย มันจะเก่งไปหยุดจิตแบบเดียรถีย์สอน นั่งหลับตา เพราะฉะนั้นนั่งหลับตาสะกดจิตเข้าไปในจิตแล้วดับนิ่งจนกระทั่งหลงผิดว่า ให้การดับนิ่งๆนี่คือนิโรธหมดกิเลส คือไม่ทุกข์แล้วไม่ต้องอะไรแล้ว จนลืมตามาก็ไม่คิด ไม่นึก ไม่ปรุงไม่อะไรทั้งนั้นบื้อ อย่างนั้น แล้วนึกว่านี่คือ การไม่ทุกข์ ไม่สุขแล้ว คือการเป็นอรหันต์ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ มันไม่จริง มันไม่รู้จักกิเลสที่แท้จริง เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าถึงได้ส
อ่านต่อ
อนตามศีลแต่ละข้อ นี่คือความละเอียดละออทั้งหมด เพราะฉะนั้นนั่งหลับตานี้ไม่เกี่ยวเลย ศีลก็ไม่เกี่ยว ปัญญาก็ไม่เกี่ยว สะกดจิตเป็นสมาธิอย่างเดียว มันง่าย แล้วมันไม่บรรลุธรรมจริงเลย เพราะฉะนั้นตีทิ้งได้ หลับตาสมาธิ อาตมาก็พูดแล้ว ตีทิ้งได้ มันไม่ใช่ศาสนาพุทธ นั่งหลับตาสมาธิ มีอุปการะไหม…มี ไม่ขยายความแล้วขยายความมาหลายทีแล้ว อุปการะในการนั่งหลับตา เพราะฉะนั้นมาศึกษาดีๆไปตามลำดับ ตามแบบจรณะ 15 วิชชา 8 ซึ่งอาตมาก็อธิบาย ก็เมื่อยนะ มันลึกซึ้งธรรมะพระพุทธเจ้า แล้วมันครบครัน บริบูรณ์ ๒. ในหนังสือหลวงปู่เขียนไว้ว่า “ปัญญา” รู้จักรู้แจ้งรู้จริงในความโลภโกรธหลง สายปัญญาเท่านั้นที่มีโอกาสเรียนรู้ความเป็นโพธิสัตว์ เช่นนั้นก็แสดงว่าชาวอโศกเราอยู่ในเขตสายปัญญา ใช่ไหมคะหลวงปู่ พ่อครูว่า... ใช่ แต่สายศรัทธาก็มีมาอยู่ในนี้ และเจริญด้วยปัญญาไปตามลำดับด้วย โดยเฉพาะอาตมานี่สายปัญญาโดยตรงสายเดียวกันกับพระสมณโคดม สายปัญญา สายพุทธิจริต เรียกว่าสายปัญญา จริตมี 4 อย่าง พุทธิจริต ศรัทธาจริต วิตักกะจริต มีราคะ โทสะ โมหะ อีก รวมเป็น 6 อย่าง _สู่แดนธรรม... พระสารีบุตรเรียบเรียงไว้พระไตรปิฎกเล่ม 29 มี ญาณจริตอีก พ่อครูว่า... ก็เยอะมันละเอียดละออกันไป แยกแยะให้มันละเอียด อาตมาอธิบายละเอียดเข้าไป จนรู้สึกว่าเราเองจะมากไปหรือเปล่า 661113 บุญกับฌาน มีพลังงานต่างกันอย่างไร รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #46 ราชธานีอโศก