นั่งหลับตาปฏิบัติคือ ปฏิบัติกับผี ก็งมงายอยู่กับผี.docx
เนื้อหาในไฟล์
นั่งหลับตาปฏิบัติคือ ปฏิบัติกับผี ก็งมงายอยู่กับผี ทีนี้มาพูดถึงที่ว่าจะพูดเรื่องผี เอาอีกข้อความนึงก่อน เอาข้อความอันนี้อ่านไปแล้ว เอามาพูดเรื่องผี คำว่า ผี เป็นภาษาไทยหมายถึง จิตวิญญาณ แล้วจิตวิญญาณชั้นต่ำ จิตวิญญาณชั่ว ชัดๆก็คือ กิเลสคือผี ที่นี้คนไม่เข้าใจรายละเอียดของสัจธรรม ปรมัตถธรรม จิต เจตสิก รูปนิพพานต่างๆ ก็ไปเข้าใจถึงจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นจิตวิญญาณ ที่ไม่ต้องไปนำพา ไม่ต้องมาเอาใจใส่ คือ จิตวิญญาณสัมภเวสี จิตวิญญาณสัมภเวสีนี่แหละ ไม่รู้จักกัน อย่างหมอปลาที่พูดถึง ไปงมงายอยู่กับจิตวิญญาณสัมภเวสี ต้องอย่างโน้น จะต้องอย่างนี้ ซึ่งมันจะเปล่าดาย มันไม่เกิดผลอะไรเลย นอกจากมาเป็นการบรรเทา บรรเทาคนที่ติดยึด คนที่มิจฉาทิฏฐิ อยู่ใต้อำนาจความอวิชชา ไม่รู้ว่าจิตวิญญาณก็คือ จิตวิญญาณ แล้วจิตวิญญาณบอกว่าจิตวิญญาณ มีผีเข้า มีผีเข้า แล้วมาสิงให้เป็นอย่างนู้น อย่างนี้ อย่างนั้น ตั้งแต่เริ่มต้นเข้า แล้วก็ไม่รู้เรื่องแล้วก็ดิ้นรำบ้าง ทำอะไรบ้าๆ บอๆ แล้วก็บอกว่าผีเข้า ไม่มีผีที่ไหนมาเข้า มีแต่อวิชชาของคนผู้นั้นเองแหละ แล้วไปยึดว่าอย่างนี้มันต้องเป็นอย่างนี้ ต้องมีผีต้องมีวิญญาณ ต้องมีองค์ลง ต้องมีใครทรงอย่างนี้ แล้วก็เป็นไปตามอุปาทานที่ตนเองมีมาตั้งแต่สัญญาเก่า หรือว่าไปได้ใหม่ก็ตาม แล้วก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น นี้แล้วก็เป็นไป จะเต้นจะดีดอย่างนั้นอย่างนี้ บางทีมีถึงขั้นอิทธิฤทธิ์อิทธิเดช ทนต่อการฟันเข้า ไม่เจ็บไม่ปวดอะไร อย่างที่ภูเก็ต ทำกัน นี่คือพลังงานจิตที่ตัวเองงมงาย ไม่เข้าใจถึงพลังงานจิตตัวเอง มันหลงนะ อาตมาไปพิสูจน์ ไปเล่นไสยศาสตร์ เล่นแทงไม่เข้า ฟันไม่ออกเล่นอะไรต่ออะไรเจ็บนะ แต่ว่าทนได้ เก่งนะมันหลงเก่งมันอุปาทาน มันก็มีอำนาจพิเศษเหมือนกัน แล้วมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย ก
อ่านต่อ
็เอาพลังงานจิตมาทำอะไรเลอะๆเทอะๆไปสารพัด พระพุทธเจ้าไม่ให้เรียนรู้เรื่อง ไอ้ปลายเหตุที่มันไปเป็นผีแบบนั้นผีแบบนี้ ท่านให้มาเรียนรู้ในปัจจุบันธรรม อย่าไปเรียนรู้จิตวิญญาณที่เป็น สัมภเวสี สัมภเวสีคือ จิตวิญญาณไม่มีที่ตั้ง จิตวิญญาณไม่มีที่เกิด ที่ตั้งที่เกิดของจิตวิญญาณคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ใจมาเกิดที่ตา ใจมาเกิดที่หู ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ใจมาร่วมกับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่เปิดมีสัมผัสเป็นปัจจัย นี่คือวิญญาณ ไม่ใช่สัมภเวสี ถ้าสัมภเวสี เริ่มต้นจากคุณหลับตา จิตคุณเป็นสัมภเวสีแล้ว เพราะคุณไม่มีทวารและคุณปิดทวาร 5 ข้างนอกอีก เพราะฉะนั้น พวกที่นั่งหลับตาปฏิบัติคือ ปฏิบัติกับผี ก็อยู่กับผีแล้วคุณก็งมงายกับผีทั้งหมด เพราะฉะนั้น นั่งหลับตาปฏิบัติจะได้ความเป็นผี ทั้งหมด ไม่ได้ความเป็นสัจจะที่บรรลุทุกข์สุขอะไรเลย เพราะไม่มีเวทนา ที่จะเรียนรู้ฐาน ที่จะเรียนรู้ทุกข์สุข ที่เป็นอริยสัจ ฉะนั้นเดียรถีย์ก็ไปงมงายอยู่กับสัมภเวสี เหมือนหมอปลา ที่ไปงมงายอยู่อย่างนั้นแล้วก็ไป แกก็ช่วยไปขั้นหนึ่งนะ บรรเทาสำหรับคนที่หลงติดยึดแล้วต่างคนต่างก็ไม่รู้ แต่ก็บำบัดตามอาการไปได้ชั่วคราว ช่วยได้บ้าง _สู่แดนธรรม... ดีกว่าหมอปลาขึ้นมาหน่อยก็ไปเห็นเทวดาครับ พระกรรมฐานที่เห็นเทวดา พ่อครูว่า... ก็ไปเข้าใจเทวดาล่องลอยเหมือนอย่างอาจารย์มั่น เห็นเทวดามาฟังธรรมของท่าน มาจากเยอรมันก็มี มาจากทิศนู้นทิศนี้เยอะ ซึ่งเป็นเรื่องงมงาย เป็นเรื่องสร้างนิรมาณกาย เป็นเรื่องสร้างตามอุปาทานจิตของตนเอง ซึ่งมันจริงไม่จริงไม่มีใครพิสูจน์ได้ มันนิรมาณกาย มันสร้างเรื่อง สร้างภพชาติตามที่ตัวเองอวิชชา มันก็มีอยู่สิ ฉะนั้นไม่มีทางแก้ไขที่จะบรรลุอรหันต์ บรรลุนิพพาน บรรลุสุข ก็ไม่ได้มีที่ตั้งที่จะปฏิบัติอย่างแท้จริง ตามพระไตรปิฎกสูตรที่ 1 ในพระไตรปิฎกพระสูตร ใช่พระวินัยนะ พระสูตรสูตรที่ 1 เลยคือพรหมชาลสูตร ไม่มีเวทนาไม่มีที่ตั้งแห่งการปฏิบัติ กรรมฐานของศาสนาพุทธคือเวทนา แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นหลับตาปฏิบัตินี่มันส่อชี้บ่งถึงความเสื่อมของศาสนา อย่าง 50 กว่าปีแล้วอาตมาพูดเรื่องนี้ไม่กระดิกเลย ได้มาส่วนน้อย ทั้งๆที่พุทธศาสนิกชนไทย 95% คิดดูสิ นอกนั้นไปหลงงมงาย ตามมิจฉาทิฏฐิเดียรถีย์ที่หลับตาปฏิบัติกัน อาตมานั้น มันสุดสงสารไม่รู้จะทำยังไงเลย พูดดีๆพูดอย่างเรียบร้อยก็พูด พูดอย่างแรงๆกระทบกระแทกกระทุ้งก็พูด ดูถูกดูแคลนก็พูดหมด จะให้ยกย่องมันก็ยกย่องไม่ได้เพราะมันผิด มันจะยกย่องเรื่องที่มันผิดพากันหลงทิศหลงทาง ออกไปเป็นผีหมดแล้ว เป็นสัมภเวสี วิญญาณล่องลอย 661115 ชีวิตที่จบกิจในระบบสาธารณโภคี นี่เป็นตัวตัดสินอรหันต์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก