05-บทที่ 1 7.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์117 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ อาการปวดกล้ามเนื้อเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้นและพบกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ โดยเฉพาะในบุคคลวัยท างาน (สุพรรณี อ านวยพรสถิตย์. 2553 : 2) อาการปวดกล้ามเนื้อไม่ใช่ โรคร้ายแรง แต่ท าให้ผู้ป่วยหงุดหงิดและรบกวนการด ารงชีวิตประจ าวันของผู้ป่วย กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) หมายถึง กลุ่มอาการปวดเนื่องมาจากจุดกดเจ็บบนกล้ามเนื้อหรือพังผืด (Trigger Point) ส่วนใหญ่มักเกิดที่กล้ามเนื้อส่วนบนตั้งแต่คอ บ่า ไหล่ สะบัก หลัง มีลักษณะอาการปวดร้าวเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย มักปวดเป็นบริเวณกว้างโดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถระบุต าแหน่งที่ปวดได้ชัดเจน บางรายมีอาการชามือ หรือมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง และนอนไม่หลับร่วมด้วย โดยอาจปวดตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะเวลาท างาน (ลิขิต รักษ์พลเมือง. 2554 : 278) ความรุนแรงของการปวดมีได้ตั้งแต่ปวดเล็กน้อยเพียงร าคาญจนถึงปวดรุนแรงทรมาน ไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้ สาเหตุของอาการปวดเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การท างานในท่าที่ไม่ถูกต้อง การท างานที่ต้องออกแรงมากเกินก าลัง และการออกก าลังกายอย่างหักโหม เป็นต้น การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การลบล้างจุดกดเจ็บ ซึ่งสามารถรักษาได้ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ทางเลือก และแพทย์แผนไทย การรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน รักษาโดยการให้ยาแก้ปวดและยาต้าน การอักเสบ ซึ่งสามารถระงับอาการปวดได้เพียงชั่วคราว และท าให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ระคายเคืองกระเพาะอาหาร เป็นต้น การรักษาของแพทย์ทางเลือกอื่นๆ เช่น การท ากายภาพบ าบัด การประคบเย็นหรือประคบร้อน โยคะ ยืดกล้ามเนื้อ การฝังเข็ม การนวด การกัวซา การให้ยาสมุนไพร (สมาคมการศึกษาเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย. 2552) ซึ่งวิธีการบ าบัดรักษ

อ่านต่อ

าบางวิธีดังกล่าว มีข้อจ ากัดเรื่องจ าเป็นจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ต้องใช้อุปกรณ์ หรือใช้เวลา สถานที่ที่เหมาะสม เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีการแพทย์ทางเลือกอีกแนวทางหนึ่งที่เน้นให้ผู้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่าไหล่ สามารถท าได้ด้วยตนเอง สามารถท าได้ทุกที่ ทุกเวลา คือ การบ าบัดอาการปวดคอ บ่าไหล่ด้วยการกดจุดเส้นลมปราณ การกดจุดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ในการดูแลรักษาตัวเองตามวิธีธรรมชาติบ าบัดเพียงใช้ปลายนิ้วและกดอย่างถูกต้องตามจุดต่าง ๆ สามารถรักษาเยียวยาอาการเจ็บป่วยไม่สบาย และโรค ต่าง ๆ ได้ การกดจุดนั้น เป็นศาสตร์ที่พัฒนามาจากเวชกรรมการฝังเข็มเรื่องของการ “กดจุด” นี้เป็นศาสตร์ที่การแพทย์แผนโบราณของจีนได้คิดค้นขึ้น (Tsay. 2004) เมื่อทดลองใช้แล้วเกิดผลดีต่อร่างกายสามารถท าได้เองหรือให้คนในบ้านท าให้โดยต้องศึกษาวิธีการใช้นิ้วมือและจุดต าแหน่งที่ถูกต้อง สรรพคุณของการกดจุดสามารถระงับโรคและอาการปวดเรื้อรังต่าง ๆ ได้ดี จนร่างกายแข็งแรงและสุขภาพทางจิตใจก็แจ่มใสขึ้น ด้วยการกดและกระตุ้นอย่างถูกต้องยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้อวัยวะทุกส่วนท างานกันได้อย่างสมบูรณ์ไม่สะดุดติดขัดหรือเสื่อมสภาพไป ช่วยเสริมความต้านทานโรคและสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงให้แก่อวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเราอีกด้วย (หมิงคุณ ตันศุภวัฒน์. 2549 : 128) ปัจจุบันทั่วโลกต่างก็ยอมรับศาสตร์การกดจุดบ าบัด เนื่องจากการกดจุดเป็นการป้องกันและการรักษาที่ไม่ต้องฉีดยา หรือฉีดสารต่าง ๆ เข้าไปในร่างกาย ซึ่งทั้งหมดเป็นการรักษาที่ไม่มีผลข้างเคียงและเป็นการสนับสนุนให้เกิดเป็นประโยชน์ 2 สูงสุดตามองค์ประกอบการบ าบัด ซึ่งองค์การอนามัยโลกลงนามรับรอง (สมเกียรติ ศรไพศาล. 2552 : 11) จากหลักการดูแลสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ซึ่งเป็นศาสตร์ที่บูรณาการแนวคิดพุทธธรรมะ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดสุขภาวะ แนวคิดการแพทย์ทางเลือก แนวคิดการแพทย์แผนไทยและแผนพื้นบ้าน แนวคิดวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน แนวคิดทฤษฎีกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา และแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับสสารกับพลังงาน วิเคราะห์ สังเคราะห์ร่วมกับประสบการณ์ในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพ โดยมีหลักคิด คือ การประหยัด เรียบง่าย แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และแต่ละบุคคลสามารถท าได้ด้วยตนเอง สามารถแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ (ใจเพชร กล้าจน. 2553 : 5) ได้กล่าวถึงเมื่อมีสิ่งที่เป็นพิษหรืออันตรายมาสัมผัสกับเนื้อเยื่อของร่างกาย จะท าให้เกิดการเกร็งแข็งค้างของกล้ามเนื้ออย่างอัตโนมัติเพื่อหนีหรือขับพิษ หรืออันตรายนั้นออก จึงท าให้เกิดอาการตึงแข็งเจ็บปวดมึนชาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อันเกิดจากเลือดลมไหลเวียนไม่ดี ถ้าเป็นพิษร้อนเกินเผาน้ าให้แห้งก็เกิดอาการแห้งเกรียมไหม้ แต่ถ้าร่างกายส่งเลือด ส่งน้ าเหลืองไปก าจัดพิษบริเวณนั้นก็จะบวมแดง ถ้าร่างกายผลิตพลังงานเพื่อต่อสู้พิษหรือขับพิษก็เกิดอาการร้อนหรือเป็นไข้ ถ้าเป็นพิษเย็นเกินท าร้ายก็เกิดการเย็นชาซีด บริเวณนั้นมักจะเหี่ยว เพราะร่างกายจะเคลื่อนน้ าออกจากบริเวณนั้นเพื่อลดความเย็น ดังนั้นถ้าเรามีวิธีการระบายสิ่งที่พิษร้อนหรือเย็นเกินนั้นออก พร้อมกับการไม่เพิ่มพิษร้อนหรือเย็นเกินนั้นเข้าไป เซลล์ก็จะมีสมรรถภาพในการสลายพิษ และเซลล์ก็จะมีก าลังมากขึ้นในการเกร็งตัวขับพิษดังกล่าวออกไปจากร่างกาย เมื่อพิษถูกก าจัดออกจากร่างกายจนทุเลาเบาบางลงหรือหมดไป กล้ามเนื้อก็จะคลายตัว เลือดลมก็จะไหลเวียนสะดวก และไม่มีพิษร้อนหรือเย็นเกินท าลายร่างกาย จะท าให้อาการปวด ตึง แข็ง มึน ชา หน้ามืด วิงเวียน ผื่นคัน เปื่อยพุพอง บวมแดงร้อนหรือไข้ หรืออาการเหี่ยวซีดเย็นชา ทุเลาหรือหายไป การบ าบัดรักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วยการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ตามหลักแพทย์วิถีธรรมนั้นมีความแตกต่างจากการกดจุดทั่วไปเล็กน้อย คือ การกดจุดทั่วไปมักกดจุดตามจุดฝังเข็ม ส่วนการกดจุดเส้นลมปราณเป็นการรักษาโดยการใช้นิ้วมือกดตามแนวเส้นลมปราณที่แขน เส้นละ 2 นาที ข้างละ 6 เส้น โดยเริ่มจากแขนด้านซ้ายก่อน เน้นน้ าหนักที่พอเหมาะ 3 วินาทีต่อจุด ต่อเนื่องกันตลอดตามแนวเส้นลมปราณ เพื่อกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย ช่วยให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น กระตุ้นเซลล์โดยการเพิ่มออกซิเจนและระบายของเสียในเซลล์ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ใช้แทนการออกก าลังกายได้ และตรวจเช็คโรคเบื้องต้นได้ การกดจุดเส้นลมปราณเป็นศาสตร์ที่ทุกคนสามารถเรียนและฝึกท าให้ตนเองและท าให้ผู้อื่นได้โดยไม่มีผลเสีย ถ้าท าถูกวิธีจะเห็นผลทันที แต่ถ้าผิดวิธีก็ไม่มีผลเสียหรือผลข้างเคียงใด เพียงแต่ไม่หายจากอาการปวดนั้น (ใจเพชร กล้าจน. 2553 : 36) ในการวิจัยครั้งนี้ได้ท าการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่า นาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีอาการปวดคอ บ่าไหล่ ที่มีอายุระหว่าง 20-65 ปี ซึ่งมีความหลากหลายทางอาชีพ ระดับการศึกษา รายได้ มีน้ าหนักและส่วนสูง ซึ่งสามารถใช้เป็นตัวแทนของประชากรที่มีลักษณะอาการปวดคอ บ่าไหล่ทั่วไปได้ ประโยชน์ที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้จะใช้เป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจน าวิธีการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนเพื่อลดปัญหาอาการปวดคอ บ่าไหล่ ซึ่งสามารถศึกษา ฝึกฝน เรียนรู้เพิ่มเติมให้ช านาญ จนสามารถพึ่งตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น โดยยึดหลักประหยัด เรียบง่าย ปลอดภัย ได้ผล พึ่งตนเองได้ 3 วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย 1. เพื่อศึกษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 2. เพื่อเปรียบเทียบระดับความปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการประยุกต์ใช้เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณที่แขนของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 3. เพื่อเปรียบเทียบความรู้ก่อนและหลังการแนะน าเกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ และเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อ าเภอ ชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช สมมติฐำนของกำรวิจัย 1. ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ของกลุ่มตัวอย่าง หลังการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนน้อยกว่าก่อนการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน 2. ระดับความรู้เกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณหลังการแนะน าสูงกว่าก่อนการแนะน า ขอบเขตกำรวิจัย 1. ขอบเขตด้ำนเนื้อหำ เนื้อหาที่ใช้ศึกษาวิจัยในครั้งนี้ คือ โปรแกรมการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน เพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อ าเภอ ชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช จ านวน 6 เส้น ได้แก่ 1.1 ส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ 1.2 เส้นลมปราณหัวใจ 1.3 เส้นลมปราณปอด 1.4 เส้นลมปราณล าไส้ใหญ่ 1.5 เส้นลมปราณล าไส้เล็ก 1.6 เส้นลมปราณพิเศษซานเจียว 2. ขอบเขตด้ำนประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงระหว่างวันที่ 27 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2561 จ านวน 265 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากประชากร จ านวน 45 คน เป็นผู้สมัครใจและต้องผ่านเกณฑ์การคัดเข้าเพื่อร่วมการบ าบัดโดยวิธีกดจุดเส้นลมปราณที่แขน เพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ 3. ขอบเขตด้ำนเวลำ ช่วงระยะเวลาที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงระหว่างวันที่ 27 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2561 4 นิยำมศัพท์เฉพำะ เส้นลมปราณ หมายถึง เส้นทางหรือแนวล าเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ท าให้การท างานของอวัยวะทุกส่วนอยู่ในภาวะสมดุล เส้นลมปราณมักแตกกิ่งก้านสาขาออกไปเชื่อมอวัยวะภายใน ภายนอก ประสาทสัมผัส และความรู้สึกเข้าด้วยกัน โยงใยอยู่ทั่วร่างกาย เพื่อควบคุมการท างานของร่างกาย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาเส้นลมปราณ 6 เส้น คือ 1. เส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ หมายถึง เส้นทางหรือแนวล าเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไหลเวียนเพื่อน าพลังงานที่ดีเข้าสู่เซลล์และน าพลังงานที่เสียออกจากเซลล์ของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วยให้เยื่อหุ้มหัวใจท างานอยู่ในภาวะสมดุล 2. เส้นลมปราณหัวใจ หมายถึง เส้นทางหรือแนวล าเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไหลเวียนเพื่อน าพลังงานที่ดีเข้าสู่เซลล์และน าพลังงานที่เสียออกจากเซลล์ของหัวใจ ช่วยให้หัวใจท างานอยู่ในภาวะสมดุล 3. เส้นลมปราณปอด หมายถึง เส้นทางหรือแนวล าเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไหลเวียนเพื่อน าพลังงานที่ดีเข้าสู่เซลล์และน าพลังงานที่เสียออกจากเซลล์ของปอด ช่วยให้ปอดท างานอยู่ในภาวะสมดุล 4. เส้นลมปราณล าไส้ใหญ่ หมายถึง เส้นทางหรือแนวล าเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไหลเวียนเพื่อน าพลังงานที่ดีเข้าสู่เซลล์และน าพลังงานที่เสียออกจากเซลล์ของล าไส้ใหญ่ ช่วยให้ล าไส้ใหญ่ท างานอยู่ในภาวะสมดุล 5. เส้นลมปราณล าไส้เล็ก หมายถึง เส้นทางหรือแนวล าเลียงพลังลมปราณ เลือดของเหลวไหลเวียนเพื่อน าพลังงานที่ดีเข้าสู่เซลล์และน าพลังงานที่เสียออกจากเซลล์ของสู่ล าไส้เล็ก ช่วย ให้ล าไส้เล็กท างานอยู่ในภาวะสมดุล 6. เส้นลมปราณพิเศษซานเจียว หมายถึง เส้นทางหรือแนวล าเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไหลเวียนเพื่อน าพลังงานที่ดีเข้าสู่เซลล์และน าพลังงานที่เสียออกจากเซลล์ของอวัยวะช่องอก ช่องท้อง ช่องเชิงกรานซึ่งไหลเวียนผ่านคอ บ่าไหล่ไปออกปลายนิ้วมือ ช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ท างานอยู่ในภาวะสมดุล โปรแกรมการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน หมายถึง โปรแกรมในการจัดการเรียนรู้เทคนิคการจุดเส้นลมปราณที่แขน เพื่อแก้ไขอาการปวดคอ บ่าไหล่ โดยมีเนื้อหาเป็นรูปภาพประกอบ และค าอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างร่างกาย กายวิภาคคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณแขนทั้ง 6 เส้น และวิธีการกดจุดด้วยตนเองที่ถูกต้อง การกดจุดเส้นลมปราณ หมายถึง การใช้นิ้วมือกดบริเวณจุดที่เป็นร่องกล้ามเนื้อขอบ เส้นเอ็น ขอบกระดูก ตามแนวของเส้นลมปราณต่อเนื่องพื้นที่ต่อพื้นที่ ด้วยน้ าหนักที่พอเหมาะจนรู้สึกตึงเท่าที่ผู้ถูกกดทนได้ อาการปวดคอ หมายถึง อาการไม่สุขสบายบริเวณต้นคอ ร่องกระดูกโค้งคอ จนถึงฐานกะโหลกศีรษะ เช่น อาการปวดเมื่อยล้า หันคอไม่ได้หรือหมุนได้น้อย ก้ม เงยไม่สะดวก รู้สึกตึง เจ็บปวดคอตลอดเวลา ถ้าเป็นหนักมากท าให้ไม่สามารถขยับคอได้ เป็นต้น 5 อาการปวดบ่าไหล่ หมายถึง อาการไม่สุขสบายบริเวณบ่าจนถึงหัวไหล่ เช่น อาการปวดเมื่อยล้า ยกแขนได้ไม่สุด หมุนแขนไม่ได้ ไหล่ติด ไขว้แขนไปข้างหลังไม่ได้ รู้สึกตึง เจ็บปวดบ่าไหล่ตลอดเวลา เป็นต้น แพทย์วิถีธรรม หมายถึง การบูรณาการหลักแนวคิดพุทธธรรมะ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดสุขภาวะ แนวคิดการแพทย์ทางเลือก แนวคิดการแพทย์แผนไทยและแผนพื้นบ้าน แนวคิดสุขภาพบุญนิยม แนวคิดวิทยาศาสตร์สุขภาพแผนปัจจุบัน แนวคิดทฤษฎี กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา และแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับสสารกับพลังงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการด้วยการวิเคราะห์ สังเคราะห์ร่วมกับประสบการณ์ในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพ พัฒนาเป็นวิธีการดูแลสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียง ค่ายแพทย์วิถีธรรม หมายถึง การจัดอบรมการดูแลสุขภาพพึ่งตน โดยใช้หลักการของแพทย์วิถีธรรม ซึ่งเน้นการประหยัด เรียบง่าย ปลอดภัย ได้ผล พึ่งตนเองได้ ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นเป็นหลัก ในการวิจัยครั้งนี้ได้เก็บข้อมูลจากค่ายแพทย์วิถีธรรม ที่สวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เข้าค่าย หมายถึง ประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมค่ายแพทย์วิถีธรรม และสามารถร่วมกิจกรรมต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ด าเนินการจัดค่าย ในช่วงระหว่างวันที่ 27 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2561 ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรวิจัย 1. ผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 ได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ 2. ประชาชนที่สนใจสามารถน าเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ 3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้องสามารถส่งเสริมเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณในการลดอาการปวดคอ บ่าไหล่เพื่อลดการใช้ยาและงบประมาณ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน