สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน ทำอย่างไรจะสร้างฉันทะในการปฏิบัติธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน ทำอย่างไรจะสร้างฉันทะในการปฏิบัติธรรม _ปรารถนาจน...ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ผู้ใดเห็นทุกข์ผู้นั้นเห็นธรรม แล้วทำอย่างไรจะสร้างฉันทะในการปฏิบัติธรรมในเมื่อมีแต่ทุกข์ เวลาอยู่วัด แล้วเกิดอารมณ์สุขสำราญเบิกบานใจเราจะแยกได้อย่างไรว่าอันนี้เป็นสุขที่เกิดจากกิเลสหรือ เกิดจากสุขที่เป็นฉันทะ พ่อครูว่า...ตอบอันหลังก่อน ก็ต้องเรียนรู้อาการจิต เราเสพสุข เสพสุขอารมณ์อย่างนี้ จะเป็นสุขในระดับสุขอัลลิกะ ที่หยาบเป็นกิเลสชัดหรือสุขอย่างสงบวูปสโมสุขไม่ถึงขนาดเสพ ก็จะมีคำที่ละเอียดลออในภาษาบาลีที่ท่านระบุสภาวะไว้ เราก็ต้องเข้าใจคำเหล่านั้นความหมายของคำเหล่านั้นแล้วก็อ่านอาการเหล่านั้นได้ คุณต้องเข้าใจเป็นลำดับ จะให้อาตมาอธิบายแต่ละคำไม่ง่ายหรอก แต่เรายังพอเข้าใจ ศึกษาของจริง หากถามโดยภาษา อธิบายอย่างไรก็ไม่จบ อธิบายอย่างไรก็ไม่ค่อยตรง ถ้าแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน จะรับรู้สึกไม่เหมือนกัน ต้องการรส ต้องการสวย ต้องการความไพเราะต้องการความอร่อย เกณฑ์ของเราไม่เหมือนกับคนอื่น จะไม่ตรงกันอาจจะใกล้เคียงกันอร่อยเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน อย่างนี้เป็นต้นซึ่งเป็นความละเอียดละออมาก อย่าไปคิดของคนอื่นคิดของตัวเองแล้วเราจะรู้สิ่งเหล่านี้ ง่ายๆก็คือ ความหมายของพระพุทธเจ้าที่พูดมาว่ามีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป ทุกข์จริงๆแล้วก็คือสุข ความสุขจริงๆแล้วก็คือทุกข์ จริงๆแล้วเราจะสัมผัสอะไรในโลกทุกคนเลย ไม่ว่าไทย จีน แขก ฝรั่ง สัมผัสอะไรเหมือนกันหมด สัมผัสรูปอันนี้ นิ้วมือ ก็เหมือนกัน ใครมาสัมผัสนิ้วมืออาตมา เจ๊ก ไทยกับฝรั่งมาสัมผัสก็เหมือนกันหมด แต่คนนี้บอกว่านิ้วมือคนนี้ ก็แล้วแต่เขาจะคิดไป นี่มือคนนี้งอนิ้วมือคนนี้ข
อ่านต่อ
าวนิ้วมือคนนี้สวยนิ้วมือคนนี้ไม่สวย ก็ไปอีกไม่รู้กี่แง่กี่ประเด็นแล้วประเด็นต่างๆซ้อนลงไปว่าคุณมีความชอบหรือไม่ชอบความสุขหรือไม่สุขชอบใจหรือไม่ชอบใจ มันก็เป็นจิตวิญญาณกำหนดทั้งนั้น สรุปแล้ว เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มีแต่ทุกข์ เพราะศาสนาพุทธให้เรียนรู้เหตุแห่งทุกข์ ถ้าหากดับเหตุแห่งทุกข์ให้หมด คนผู้นี้ก็ไม่มีทุกข์ เมื่อคนผู้นี้ไม่มีทุกข์คนผู้นี้ก็ไม่ต้องมีสุขมีแต่ความสงบใจ อาการนี้จะเป็นอาการที่ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ ต้องรู้ได้ด้วยตนเอง ผู้ใดทำอาการไม่ทุกข์ไม่สุขได้ อุเบกขาถาวรคนนั้นเป็นอรหันต์เท่านั้นเอง อรหันต์ ไม่ยากหรอก ตรงนี้เอง จบ แล้วคนที่เป็นอรหันต์อยู่กับโลกเขาต้องรู้จักโลก จงอยู่กับโลกอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ หรืออภิปโมทยังจิตตัง อยู่ตลอดเวลา อย่างอาตมา สบายเบิกบานร่าเริงตลอดเวลา ไม่เห็นโศกเศร้าอะไร คนที่ตัวเองโศกเศร้า ตัวเองทำเองนะโง่จะตายชัก แล้วก็เบิกบานร่าเริง ถ้ามันเบิกบานร่าเริงมากแล้วจะติดรสจะต้องได้อย่างนั้น ไม่ได้อย่างนั้นก็เศร้า มันก็ไม่ดีไม่เอา แล้วก็รู้ว่าต้องเบิกบานร่าเริง แล้วอย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นอย่างนี้เสมอ ทำแล้วก็วางได้ อย่างนี้ก็ช่าง ไม่ได้อย่างนี้ก็ช่าง แต่อย่าเศร้า โศก ปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาส เราไม่มีเลย อาการมันเป็นอย่างไรสภาพของคำเหล่านี้ ถ้ามันไม่มีในจิตของเราเลยผู้นั้นแหละพ้นอวิชชาเป็นปฏิจจสมุปบาททั้งสาย ผู้นี้สังขารก็เป็นสังขารที่ว่างสบายเบา วิญญาณก็เป็นวิญญาณที่สะอาดบริสุทธิ์ นามรูปก็เป็นธรรมะ 2 ที่เข้าใจตลอดเวลา เป็นเทวดาระดับพรหมสูงสุดเลย เรียกว่าโทมนัสไม่มี ทุกข์ไม่มี เวลาจะสัมผัสอายตนะ ไม่มีตัณหา ภพชาติ โศก ปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาส อาตมาพูดได้เพราะว่าอาตมาไม่มีอย่างว่านี้ทั้งหมดเลย ชัดเจน ที่พูดนี้พูดด้วยสภาวะไม่ได้พูดด้วยพยัญชนะ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่บรรลุได้ เป็นได้ ศึกษาให้ดีๆแล้วจะเข้าใจความจริง พวกเรานี้มีสิทธิ์เป็นอรหันต์ ฟังอาตมาไปด้วยแล้วปฏิบัติมีสิทธิ์เป็นอรหันต์ มันอาจจะเป็นอรหันต์ที่ไม่ละเอียดลออเท่าที่อาตมาเป็น ก็แน่นอน มันต้องสั่งสมต้องมีความชำนาญต้องมี มุทุภูเต กัมมนิเย ต้องมีฐานอุเบกขาองค์ 5 ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา จิตมันบริสุทธิ์สะอาดแม้จะมีเหตุปัจจัยอะไรกระทบก็บริสุทธิ์ จิตของเรามีมุทุ มีความแววไวไม่มีความตกต่ำจะไปเปลี่ยนแปลงให้เป็นสิ่งที่มีทุกข์ โศก ปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาส ไม่มีแล้ว มีการทำกรรมต่างๆด้วยปัญญา ทำกรรมต่างๆอย่างเหมาะควรที่ประเสริฐตลอดเวลา และตลอดกาล ยืนยงเป็นจิตปภัสสร ผ่องแผ้ว ไม่มีขุ่นมัวไม่มีหมองอะไรเลย พระพุทธเจ้ามีทฤษฎีให้เราปฏิบัติได้อย่างนี้ อาตมาบอกตรงๆเลยอาตมามีจิตลักษณะนี้ อยากได้บ้างไหมเล่าอยากทำได้ไหม ศึกษาฝึกฝนเอาดีๆ ได้ เป็นของที่ศึกษาฝึกฝนเอาได้ไม่มีใครเป็นเจ้าของหรอกเราทำได้ของเราเอง
ผู้ที่บรรลุแล้วทุกข์ไม่มีแล้วพระอรหันต์ไม่มีทุกข์เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ทุกองค์ก็บอกว่าโลกนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ มีความทุกข์ที่เลี่ยงได้และเลี่ยงไม่ได้ จะเกิดพ้นทุกข์ได้อย่างไร เราก็ต้องล้างกิเลสให้หมด ความทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องมีอยู่ นิพัทธ์ทุกข์ อาหารปริเยฏฐิทุกข์ ทุกข์ประจำร่างกายเรา พยาธิทุกข์ วิปากทุกข์ มี 6 ทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ก็จำนน ส่วนทุกข์อาริยสัจ ไปรักไปชอบอะไรที่เป็นทุกข์ ไปติดยึดอันนั้นอันนี้มาเป็นเราเป็นของเรา สิ่งนี้เรียนรู้ให้ดีแล้วเลิกได้ เป็นอรหันต์แล้วไม่มีทุกข์อย่างนี้เลย ทุกอย่างแม้จะตั้งอยู่แม้จะเลี่ยงได้หรือเลี่ยงไม่ได้ ที่เลี่ยงไม่ได้แม้แต่เป็นอรหันต์ก็ยังต้องทุกข์ พระอรหันต์จึงพูดแทนผู้อื่นว่าทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปแม้หมดทุกข์ที่เลี่ยงได้แล้วก็ยังมีทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้อีก 6 ประการ ก็ต้องอยู่กับมันไปจนตาย ถ้ายังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานเกิดมามีขันธ์ก็ต้องเลี่ยงไม่ได้ อย่างอาตมาไอๆๆก็ทุกข์ ไม่สนุกเลย แต่เราก็ไม่ได้ติดยึดมัน ไอก็ไอ แต่ก็กุศลดีอยู่ว่าไม่เจ็บคอ 620311_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 43