สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน อายุยืนยาวได้ด้วย 8 อ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน อายุยืนยาวได้ด้วย 8 อ. _หลวงปู่ครับ ตอนนี้หลวงปู่อายุ 85 และถ้าอายุ 151 ปี หลวงปู่จะออกกำลังกายอยู่ได้ไหมครับ พ่อครูว่า...ถามล่วงหน้าตั้ง 60 ปี ที่ตั้งตัวเลข 151 นั้นเป็นเรื่องสุดวิสัยของคน ทุกวันนี้ไม่มีในโลก ขณะนี้ คนอายุยืนยาวที่มีข่าวกันทางโทรทัศน์ มีอายุ 116 ปี เป็นผู้หญิงอยู่ที่ญี่ปุ่น สูงสุดที่เขาสำรวจกัน ยังไม่ถึง 120 ด้วยซ้ำ หายากคนจะอายุยาวขนาดนั้น หลวงปู่อายุ 151 ก็ตั้งตัวเลขไว้เท่านั้นแหละ ที่จริงตัวเองไม่ได้เจตนาจะมีอายุถึง 151 อะไรหรอก แต่มันมีเรื่องราวมีที่มา เขาก็ตั้งขึ้นมากันเล่นๆนะ เล่าก็ได้ มันจะจริงหรือไม่จริง จะอยู่ถึง 151 มันไม่ใช่เล่นนะ แต่หลวงปู่ทำ พยายามพากเพียรแต่ก็ไม่แน่ใจไม่เชื่อตัวเองเหมือนกันว่าจะอยู่ไปถึง 151 ปีได้ จริงๆนะ ที่ถามว่า 151 จะยังออกกำลังกายได้ไหมมันก็คงจะไม่ไหว เพราะว่าออกกำลังกายทุกวันนี้ก็มากอยู่นะ ถึงตอนนั้นกระดูกกระเดี้ยวกล้ามเนื้อคงจะไม่ไหวมั้ง คนจะพากเพียรให้ได้อายุ 151 นั้น ก็รู้ในตัวเองแล้วว่าหลวงปู่จะตายตอน 72 ปี แต่ก็ได้ใช้สัมประสิทธิ์ได้ใช้ความเพียร 8 อ. ที่อธิบายเป็น อิทธิบาท อารมณ์ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เอนกาย เอาพิษออก อาชีพ ทำให้ได้สมดุลมีสัดส่วนที่ดีจะอายุยืนยาว ก็พยายามจริงๆ พระพุทธเจ้าก็เชื่อว่าคนจะอายุยืนยาวได้ต้องมีอิทธิบาท 4 คนต้องรู้จักพักรู้จักเพียร จะอายุยืนยาวได้ หลวงปู่อายุเลยจาก 72 มาถึง 84 ปีแล้ว นักษัตรหนึ่ง 12 ปี นี่ก็เลยมา 1 นักษัตรแล้ว ได้ 84 ก็ย่างเข้า 85 ถ้าทำได้ถึง 90 อาตมาว่าสูตร 8 อ. ดูแล ตั้งแต่ใช้ความเพียรคืออิทธิบาท ตั้งใจแล้วก็ดูแลอารมณ์ ดูแลอาหาร ดูแลอากาศ ดูแลการออกกำลังกาย ดูแลการเอนกาย ดูแลการเอาพิษออกจากร่างกาย อาชีพ ครบ 8 อ. ซึ่งจริงได้ผลจริงได
อ่านต่อ
้ดูแลจริง จะมีสัมประสิทธิ์ของชีวิต โดยเฉพาะอารมณ์ อารมณ์หลวงปู่มั่นใจในเรื่องอารมณ์ อารมณ์เราไม่เกิดการสปาร์ค ไม่เกิดการทำพลังงานทางจิตของเราให้สูญเสียอำนาจ Spark ก็คือการโกรธ การโลภก็สปาร์ค ไม่ต้องโลภไม่ต้องโกรธคือจิตเราไม่สปาร์ค ไม่กระทบกระแทกกันจนสูญเสียพลังงาน อย่างหลวงปู่นี้ไม่มีความโกรธความโลภแล้ว ทุกวันนี้ประกาศตนเองเป็นโพธิสัตว์แล้ว พูดได้อย่างไม่มีอะไรขัดข้อง ขัดเขินเลย บางคนที่ไม่เข้าใจจะหมั่นไส้แล้วหาว่าผิดปาราชิกผิดธรรมวินัย พวกรู้มาก เกินไม่เข้าเรื่อง แต่อาตมาว่าอาตมาไม่มีปัญหาไม่ได้ผิด เพราะอาตมาอย่างน้อยเข้าใจสัจธรรมแล้ว อาตมาประกาศว่าเป็นพระอรหันต์ อาตมาก็ไม่ได้มีอาบัติอะไรแล้ว คณะสงฆ์ก็ยกสติวินัยให้อาตมาแล้ว อาตมาพูดอย่างนี้ สงฆ์ยกให้ว่าอาตมาไม่พูดเสียหายหรอก อย่าไปติท่านเป็นพระอรหันต์ถือว่าทำกรรมอะไรไม่มีอาบัติไม่มีอกุศลเจตนาในจิตแน่ อาตมาก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำไมอาตมาต้องบอกว่าตนเองเป็นอรหันต์อาตมาเป็นโพธิสัตว์ ก็เพราะว่าโลกทุกวันนี้ในศาสนาพุทธมันเข้าใจผิด จะเข้าใจอรหันต์เก๊ อาตมาก็บอกว่าอรหันต์นี่สิจริง อรหันต์เก๊ไม่ใช่ 1. อรหันต์เก๊ 2. อรหันต์เดา เพราะไปพูดว่าบอกตัวเองไม่ได้ว่าเป็นอรหันต์ก็เลยเดากันไปหมด ผิดไปจากคำสอนพระพุทธเจ้าในโลหิจจสูตร โลหิจจพราหมณ์ มีทิฏฐิลามก ว่า “ผู้บรรลุแล้วไม่พึงบอกแก่ผู้อื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่นจัดว่าเป็นความโลภที่เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องพันธนาการเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องพันธนาการใหม่... ฯลฯ ” . พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติ 2 คือ นรกหรือกำเนิดเดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 358) มันเกินกว่าวิสัยของโลกที่จะทำได้ในยุคนี้เป็นยุคที่เสื่อมมาก อาตมาเข้ามารับหน้าที่ที่แบกหนักมาก ต้องเอาทั้งตัวเองเข้ามาทุ่มทุกอย่าง เพื่อที่จะกำราบปรับปวาทะ คนที่เข้าใจผิดให้กลับมาเข้าใจให้ถูกต้องให้ได้ มาทำงานหน้าที่นี้หนักมากเลย ซึ่งต้องลงทุนลงแรงหนักๆ ไม่เช่นนั้นทำเป็น แอ็คๆ อาตมาต้องใช้วิธีพวกนี้ 620311_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 43