08-บทที่ 3.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์672 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

50 บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) ศึกษาแบบภาคตัดขวาง (Cross-Sectional Analytical Study) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ ในจังหวัดมุกดาหาร มีรายละเอียดดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3. การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ 4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6. การพิทักษ์สิทธิ์ของผู้ให้ข้อมูล ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชำกร ประชากรที่ศึกษา ได้แก่ ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในจังหวัดมุกดาหาร จ านวน 37,974 คน (ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร. 2560 : ออนไลน์) ค านวณขนาดตัวอย่างได้จากการประมาณค่าเฉลี่ยของประชากร กรณีทราบประชากรที่แน่นอน โดยก าหนดเกณฑ์ในการคัดเข้า 1. ประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมทั้งชายและหญิงในจังหวัดมุกดาหาร ที่ยินดี เต็มใจให้ข้อมูลและสามารถตอบแบบสอบถามได้ครบทั้งหมด 2. ประชากรผู้สูงอายุที่สามารถพึ่งตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และสังคมได้ ซึ่งผ่านการประเมินกิจวัตรประจ าวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel’s Index : ADL ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนน ขึ้นไปเรียกว่ากลุ่มติดสังคม เกณฑ์ในการคัดออก 1. ไม่ยินดี และไม่เต็มใจให้ข้อมูล 2. ไม่สามารถพึ่งตนเองได้ โดยผ่านการประเมินกิจวัตรประจ าวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel’s Index : ADL แล้วได้ผลรวมคะแนน ADL ต่ ากว่า 12 คะแนน กลุ่มตัวอย่ำง กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้กลุ่มตัวอย่างโดยการก าหนดขนาดตัวอย่างจากการประมาณค่าเฉลี่ยของประชากร กรณีทราบจ านวนประชากรที่แน่นอน (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2551 : 17) ในที่นี้ N=37, 974 ได้จ านวน 51 n =

อ่านต่อ

NZ2Q2Z2Q2+ND2 = (37,974) (1.96)2 (0.5)2 (1.96)2 (0.5)2 + (37,974)(0.05)2 n = 380 คน ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง = 400 คน ผู้วิจัยปรับเพิ่มเผื่อข้อมูลสูญหายคิดที่ 5.00% (Chaimongkol. 2005) n แทน ขนาดกลุ่มตัวอย่าง Z แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นได้จากความเชื่อมั่นที่ก าหนด (1-α) เท่ากับ 1.96 σ แทน ความแปรปรวนจากการแปลผลที่ได้จากการค านวณ กลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้ เท่ากับ 0.5 d แทน ค่ากระชับของการประมาณค่าหรือค่าความต่างที่ยอมรับให้ ค่าประมาณห่างจากค่าจริง = 0.05 ขั้นตอนกำรเลือกกลุ่มตัวอย่ำง ผู้วิจัยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) เพื่อหาขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Sampling) ของผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมของแต่ละอ าเภอ รวม 7 อ าเภอ ในจังหวัดมุกดาหารได้ ดังนี้ ตารางที่ 4 จ านวนประชากรและผู้สูงอายุทั้งหมดของจังหวัดมุกดาหาร อ ำเภอ ประชำกรทั้งหมด (คน) ผู้สูงอำยุ (คน) เมืองมุกดาหาร 127,084 16,398 ค าชะอี 51,630 6,747 นิคมค าสร้อย 44,021 5,179 ดอนตาล 46,739 4,966 ดงหลวง 41,756 4,443 หนองสูง 22,146 3,303 หว้านใหญ่ 19,809 2,256 รวม 353,185 41,292 ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพ สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร. 2560 52 ขั้นที่ 1 ใช้การสุ่มแบบสัดส่วน (Proportional to Size) ขนาดตัวอย่างของชั้นภูมิเป็นสัดส่วนกับจ านวนหน่วยทั้งหมดในชั้นภูมินั้น ๆ (กัลยา วานิชย์บัญชา. 2558 : 19) จากสูตร ni = Ni(n)N ประชากรกลุ่มติดสังคมทั้งหมด N = 37,974 ขนาดกลุ่มตัวอย่างกลุ่มติดสังคมทั้งหมด n = 400 ประชากรกลุ่มติดสังคมแต่ละอ าเภอ Ni ขนาดกลุ่มตัวอย่างกลุ่มติดสังคมของแต่ละอ าเภอ ni ตารางที่ 5 จ านวนประชากรและกลุ่มตัวอย่าง อ ำเภอ ประชำกรกลุ่มติดสังคม (คน) กลุ่มตัวอย่ำงกลุ่มติดสังคม (คน) เมืองมุกดาหาร 12,392 130 ค าชะอี 6,416 68 นิคมค าสร้อย 5,028 53 ดอนตาล 4,500 47 ดงหลวง 4,309 45 หนองสูง 3,189 34 หว้านใหญ่ 2,140 23 รวม N = 37,974 n= 400 ขั้นที่ 2 แบ่งขนาดตัวอย่างตามระดับชั้นภูมิอย่างเป็นสัดส่วน (Stratified Sampling) โดยน าประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 37,974 คน มาแบ่งเป็นรายอ าเภอ จ านวนทั้งสิ้น 7 อ าเภอ เพื่อหาขนาดกลุ่มตัวอย่างของแต่ละอ าเภอตามสัดส่วนประชากร ส่วนการได้มาของกลุ่มตัวอย่างเป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ให้ตรงตามหลักเกณฑ์ การคัดเข้า 1. ประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมทั้งชายและหญิงในจังหวัดมุกดาหาร ที่สามารถพึ่งตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และสังคมได้ ซึ่งผ่านการประเมินกิจวัตรประจ าวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel’s Index : ADL ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป (12-20 คะแนน) 2. เป็นประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมที่ยินดี เต็มใจให้ข้อมูลและสามารถตอบแบบสอบถามได้ครบทั้งหมด โดยเก็บให้ได้ตามจ านวนของขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางข้างต้นนี้ จนได้ครบ 400 คน 53 เครื่องมือที่ใช้ในกำรรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้รวบรวมได้จากแบบสอบถาม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และน าแบบประเมินการจ าแนกผู้สูงอายุตามกลุ่มศักยภาพตามความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจ าวัน (Activities of Daily Living : ADL) ของกระทรวงสาธารณสุข (สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2548 : 11-20) และแบบประเมินสุขภาพจิตคนไทยฉบับสั้น Thai Mental Health Indicator-15 (TMHI-15) (กรมสุขภาพจิต. 2550 : 20) มาประยุกต์ใช้ให้ครอบคลุมเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ โดยแบ่งตามลักษณะต่าง ๆ ออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามด้านลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้และจ านวนสมาชิกที่อยู่ด้วยกันในครอบครัว ลักษณะค าถามเป็นแบบปลายเปิดและปลายปิด ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบก าหนดตัวเลือก จ านวน 5 ข้อ 1. เพศ มีระดับการวัดเป็น ระดับนามบัญญัติ (Norminal Scale) 2. อายุ มีระดับการวัดเป็น อัตราส่วนสเกล (Interval Scale) 3. รายได้ มีระดับการวัดเป็น อัตราส่วนสเกล (Interval Scale) 4. ระดับการศึกษา มีระดับวัดเป็น มาตรอันดับ (Ordinal Scale) 5. จ านวนสมาชิกที่อยู่ด้วยกันในครอบครัว มีระดับการวัดเป็นอัตราส่วนสเกล (Interval Scale) ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเพื่อวัดด้านการดูแลสุขภาพทางกายและใจ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วยข้อค าถาม ดังนี้ 1. ด้านการดูแลสุขภาพทางกาย 6 ข้อ ข้อค าถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) 5 ระดับ มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ข้อค าถาม ปฏิบัติน้อยที่สุด 1 คะแนน น้อย 2 คะแนน ปานกลาง 3 คะแนน มาก 4 คะแนน มากที่สุด 5 คะแนน ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบประเมินค่า (Rating Scale) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) โดยมี 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128) การแปลผลรายข้อ รายด้าน พิจารณาโดยใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206) ดังนี้ อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ าสุด จ านวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5-1÷5=0.8 54 การแปลผลคะแนนพฤติกรรมสุขภาพทางด้านร่างกายของผู้สูงอายุ ใช้ค่าเฉลี่ยและก าหนดเกณฑ์ของพฤติกรรมทั้งรายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับพฤติกรรม 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี ปานกลาง ไม่ดีและควรปรับปรุง โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่ากัน ค านวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย4.21-5.00 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับดีมาก คะแนนเฉลี่ย 3.41-4.20 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับดี คะแนนเฉลี่ย 2.61-3.40 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.81-2.60 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับไม่ดี คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.80 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับควรปรับปรุง 2. ด้านการดูแลสุขภาพทางใจ ข้อค าถาม 6 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ไม่เคยปฏิบัติ = 1 คะแนน ปฏิบัติน้อยครั้ง = 2 คะแนน ปฏิบัติบ่อยครั้ง = 3 คะแนน ปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ = 4 คะแนน ปฏิบัติเป็นประจ า = 5 คะแนน การแปลผลรายข้อ รายด้าน พิจารณาโดยใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206) ดังนี้ อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ าสุด จ านวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5-1÷5=0.8 การแปลผลคะแนนพฤติกรรมสุขภาพทางด้านจิตใจของผู้สูงอายุ ใช้ค่าเฉลี่ยและก าหนดเกณฑ์ของพฤติกรรมทั้งรายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับพฤติกรรม 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี ปานกลาง ไม่ดีและควรปรับปรุง โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่ากัน ค านวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.21-5.00 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับดีมาก คะแนนเฉลี่ย 3.41-4.20 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับดี คะแนนเฉลี่ย 2.61-3.40 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.81-2.60 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับไม่ดี คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.80 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับควรปรับปรุง ส่วนที่ 3 แบบสอบถามเพื่อวัดด้านการสนับสนุนทางสังคม ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเองจาก การทบทวนเอกสารและวรรณกรรม 1. การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ ประกอบด้วยข้อค าถาม 5 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ น้อยที่สุด = 1 คะแนน น้อย = 2 คะแนน 55 ปานกลาง = 3 คะแนน มาก = 4 คะแนน มากที่สุด = 5 คะแนน การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วน ามาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่ก าหนด (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206) ดังนี้ อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด -คะแนนต่ าสุด จ านวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5-1÷5=0.8 การแปลผลคะแนนการสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ ใช้ค่าเฉลี่ยและก าหนดเกณฑ์รายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับการสนับสนุนทางด้านสังคม 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่า ๆ กัน ค านวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.21-5.00 หมายถึง หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.41-4.20 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2.61-3.40 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับ ปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.81-2.60 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.80 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับน้อยที่สุด 2. การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสาร ประกอบด้วยข้อค าถาม 5 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Rating scale) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล 2555 : 128) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ น้อยที่สุด = 1 คะแนน น้อย = 2 คะแนน ปานกลาง = 3 คะแนน มาก = 4 คะแนน มากที่สุด = 5 คะแนน การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วน ามาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่ก าหนด (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206) อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ าสุด จ านวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5-1÷5=0.8 3. การแปลผลคะแนนการสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสาร ใช้ค่าเฉลี่ยและก าหนดเกณฑ์รายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับการสนับสนุนทางด้านสังคมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดย 56 ประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert (Likert Scale) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128) คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่า ๆ กัน ค านวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.21-5.00 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.41-4.20 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2.61-3.40 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.81-2.60 หมายถึงการสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.80 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับน้อยที่สุด การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ ประกอบด้วยข้อค าถาม 6 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ น้อยที่สุด = 1 คะแนน น้อย = 2 คะแนน ปานกลาง = 3 คะแนน มาก = 4 คะแนน มากที่สุด = 5 คะแนน การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วน ามาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่ก าหนด (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206) อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ าสุด จ านวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5-1÷5=0.8 การแปลผลคะแนนการสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ ใช้ค่าเฉลี่ยและก าหนดเกณฑ์รายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับการสนับสนุนทางด้านสังคม 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่า ๆ กัน ค านวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.21-5.00 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.41-4.20 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2.61-3.40 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับปานกลาง 57 คะแนนเฉลี่ย 1.81-2.60 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00–1.80 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับน้อยที่สุด ส่วนที่ 4 แบบสอบถามด้านภาวะสุขภาพ โดยน ามาตรฐานผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่พึงประสงค์ของกรมอนามัยมาประยุกต์ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินภาวะสุขภาพในงานวิจัยนี้ (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2555 : 7-11) ได้แก่ 1. ภาวะสุขภาพทางกาย ประกอบด้วย การแบ่งเกณฑ์การประเมินเป็น 5 ด้าน ให้คะแนนด้านละ 20 คะแนน รวมเป็น 100 คะแนน โดยก าหนดเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละด้าน (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2555 : 7-11) ดังนี้ 1.1 ด้านการมีโรคประจ าตัวและการควบคุมโรค (สุขภาพกาย) การไม่มีโรคประจ าตัว มีโรคประจ าตัวและการควบคุมโรค ประเมินโดยการสอบถามผู้สูงอายุ มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน ก าหนดเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ 1.1.1 ไม่มีประวัติและอาการของโรคต่าง ๆ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองอุดตัน/อัมพฤกษ์/อัมพาต หัวใจขาดเลือด ข้อเสื่อม มะเร็ง วัณโรค และโรคเอดส์ถือว่ามีสุขภาพกายดีมาก ได้ 20 คะแนน 1.1.2 มีประวัติและอาการของโรคต่าง ๆ ตามข้อ (1) ตั้งแต่ 1 โรคขึ้นไป และสามารถควบคุมโรคได้ทุกโรค ถือว่ามีสุขภาพดีได้ 15 คะแนน 1.1.3 มีประวัติและอาการของโรคต่าง ๆ ตามข้อ (1) ตั้งแต่ 1 โรคขึ้นไป แต่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ ให้คะแนนตามอัตราส่วนของจ านวนโรคที่เป็นและจ านวนโรคที่ควบคุมได้ โดยให้เริ่มคิดคะแนนสูงสุด 15 คะแนน และใช้สูตรการค านวณดังนี้ คะแนนสุขภาพกายที่ได้ = 15 Xจ านวนโรคที่ควบคุมได้ จ านวนโรคที่เป็นตามข้อ 1 ตัวอย่าง ผู้สูงอายุ มีโรคที่เป็นตามข้อ 1.1 ทั้งหมด 6 โรค สามารถควบคุมได้ 2 โรค ดังนั้น คะแนนสุขภาพที่ได้ = 15 X2 = 5 คะแนน 6 1.2 ด้านการมีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน 1.2.1 ฟันถาวรใช้งานได้ครบ 20 ซี่ ได้ 20 คะแนน 1.2.2 มีฟันถาวรใช้งานได้ไม่ครบ 20 ซี่ ได้คะแนนตามจ านวนฟันที่มี เช่น มีฟัน 1 ซี่ ได้คะแนน 1 คะแนน มีฟัน 10 ซี่ ได้คะแนน 10 คะแนน เป็นต้น 58 1.3 ด้านดัชนีมวลกาย มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน แบ่งระดับคะแนนเป็น 4 ระดับตามมาตรฐานผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่พึงประสงค์ตามแบบประเมินของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตารางที่ 6 การแปลผลดัชนีมวลกายตามมาตรฐานของคนเอเชีย ดัชนีมวลกำย (BMI) กำรแปลผล คะแนนที่ได้ น้อยกว่า 18.50 น้ าหนักน้อยกว่ามาตรฐาน 15 อยู่ระหว่าง 18.50-22.90 ปกติ 20 อยู่ระหว่าง 23.00-24.90 น้ าหนักเกิน 15 อยู่ระหว่าง 25.00-29.90 โรคอ้วน 10 มากกว่าหรือเท่ากับ 30.00 โรคอ้วนอันตราย 5 1.4 ด้านความสามารถในการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ตามอัตภาพ มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน ประเมิน 3 ประเด็น คือ 1.4.1 ปฏิบัติภารกิจประจ าวันได้ มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน ใช้แบบประเมิน ADL (Activities of daily living) ผู้สูงอายุ โดยใช้ดัชนีบาร์เทล (Barthel’s Index) (สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2548 : 11-20) ซึ่งสามารถแปลผลได้ 1.4.2 สามารถเดินทางไปนอกบ้านด้วยตนเองตามที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง มีคะแนนเต็ม 5 คะแนน ประเมินโดยสังเกต สอบถามผู้สูงอายุ และผู้ดูแล หากสามารถปฏิบัติได้ให้ 5 คะแนน ปฏิบัติไม่ได้ให้ 0 คะแนน 1.4.3 สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ตามอัตภาพ คะแนน 5 คะแนน ประเมินโดยการสังเกต สอบถามผู้สูงอายุ และผู้ดูแล หากสามารถปฏิบัติได้ให้ 5 คะแนน ปฏิบัติไม่ได้ให้ 0 คะแนน 1.5 ด้านการออกก าลังกาย ประเมินโดยการสอบถามผู้สูงอายุ และผู้ดูแล มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน ประเมิน 4 ประเด็น คือ 1.5.1 ออกก าลังกายเป็นประจ าแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่หักโหมครั้งละ 15 -30 นาที 1.5.2 ควรอบอุ่นร่างกาย ก่อนออกก าลังกายและผ่อนคลายก่อนเลิกออกก าลังกาย 1.5.3 ควรออกก าลังกายหลากหลายชนิดและออกก าลังกายในสถานที่ ที่ปลอดภัย 1.5.4 ออกก าลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน หากสามารถปฏิบัติได้ให้ข้อละ 5 คะแนน ปฏิบัติไม่ได้ให้ 0 คะแนน การแปลความหมาย ระดับภาวะสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุ ทั้ง 5 ด้าน รวม 100 คะแนน แล้วน ามาแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ ไม่ดี และไม่ดีอย่างมาก ดังนี้ คะแนน 80.00-100.00 แสดงว่า ภาวะสุขภาพดีมาก คะแนน 60.00-79.99 แสดงว่า ภาวะสุขภาพดี คะแนน 40.00-59.00 แสดงว่า ภาวะสุขภาพพอใช้ คะแนน 20.00-39.99 แสดงว่า ภาวะสุขภาพไม่ดี คะแนน 0.00-19.99 แสดงว่า ภาวะสุขภาพไม่ดีอย่างมาก 59 2. ภาวะสุขภาพทางใจ ผู้วิจัยได้น าแบบสอบถามดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับสั้น Thai Mental Health Indicator-15 (TMHI-15) (กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. 2552 : 234) ประกอบด้วย 4 ตัวเลือก มีทั้งข้อความทางบวกและทางลบ การให้คะแนน ตัวเลือก คะแนนทำงบวก คะแนนทำงลบ ไม่เลย 1 4 เล็กน้อย 2 3 มาก 3 2 มากที่สุด 4 1 การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วน ามาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่ก าหนดดังนี้ (คะแนนเต็ม 60 คะแนน) 51-60 คะแนน หมายถึง สุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไป 44-50 คะแนน หมายถึง สุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป 43 คะแนน หมายถึง สุขภาพจิตต่ ากว่าคนทั่วไป กำรตรวจสอบคุณภำพของเครื่องมือ เครื่องมือวิจัยที่ใช้มีการตรวจคุณภาพของเครื่องมือดังนี้ 1. การตรวจความตรงของเนื้อหา (Content Validity) โดยผู้วิจัยน าแบบสอบถามให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้แก่ บุคลากรทางด้านสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญทางด้านผู้สูงอายุ เป็นต้นโดยตรวจสอบความถูกต้องตามเนื้อหา การวัดเกณฑ์ การพิจารณาคะแนนและความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ ความชัดเจนของข้อค าถามและความครอบคลุมของเนื้อหาโดยใช้เกณฑ์ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะตรงกัน จึงถือว่าความสอดคล้องและสามารถน าแบบสอบถามไปใช้สอบถามในการวิจัยในครั้งนี้ได้ โดยมีรายนามผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ดังนี้ 1. ดร.สม นาสอ้าน นักวิชาการสาธารณสุขช านาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ 2. ดร.ดวงกมล ภูนวล นักวิชาการสาธารณสุขช านาญการ หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ อ าเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 3. ดร. นิภาพร ลครวงศ์ พยาบาลวิชาชีพ ช านาญการ โรงพยาบาลยโสธร กรรมการ วิจัย R 2 R 4. นางศศิธรณ์ นนทะโมลี พยาบาลวิชาชีพ ช านาญการ ดูแลผู้สูงอายุโรงพยาบาล น้ าพอง จังหวัดขอนแก่น 5. นางศิริพร เหลืองอุดม พยาบาลวิชาชีพ ช านาญการ ดูแลผู้สูงอายุโรงพยาบาล น้ าพอง จังหวัดขอนแก่น 60 โดยก าหนดให้คะแนนผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ ระดับคะแนน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ +1 แน่ใจว่าสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 0 ไม่แน่ใจว่าสอดคล้องกับกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย -1 แน่ใจว่าไม่สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ น าไปค านวณหาสัมประสิทธิ์ความสอดคล้องระหว่างข้อค าถามของแบบสอบถามกับวัตถุประสงค์ด้วยสูตร IOC (Index of Item-Objective Congruence) เลือกข้อค าถามที่มีค่า IOC ไม่น้อยกว่า 0.6 แสดงว่ามีความตรงตามวัตถุประสงค์ ผลตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) หาดัชนีความสอดคล้อง(IOC) ซึ่งการพิจารณาค่า IOC ของแต่ละข้อความทั้งหมดในทุกข้อ พบว่า ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (IOC) มีค่า = 1.0 แต่ก็มีข้อเสนอแนะให้แก้ไขบางประเด็นเช่น ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้เป็นภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายให้สอดคล้องกับเนื้อหา เพิ่มเติมรายละเอียดค าถาม เพื่อความเข้าใจ ที่ตรงกัน ซึ่งก็ได้ปรับแก้ ก่อนน าแบบสอบถามไปใช้สอบถามกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ กลุ่มตัวอย่างที่ท าการศึกษา (Try Out) 2. การตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ (Reliability) โดยการน าแบบสอบถามไปทดลองใช้ Try Out กับกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ใช่กลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารจ านวน 30 คน และเก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ (Reliability) โดยวิเคราะห์ค่าความสอดคล้องภายในด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Coefficient Alpha ) ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามดังนี้ 2.1 การดูแลสุขภาพโดยรวม = .70 2.2 การสนับสนุนทางสังคมโดยรวม = .83 2.3 ภาวะสุขภาพ 2.3.1 ทางกายโดยรวม = .79 2.3.2 ทางใจโดยรวม = .84 2.4 ค่ารวมทั้งฉบับ = .89 วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีดังนี้ 1. ผู้วิจัยยื่นแบบเสนอขอหนังสือการรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และได้รับเลขที่รับรองโครงการจริยธรรม HE-SRRU2-0019 ในวันที่ 16 ตุลาคม 2560 2. ผู้วิจัยน าหนังสือจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ถึงนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดมุกดาหารเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัยและขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูลผู้สูงอายุทั้ง 7 อ าเภอ ของจังหวัดมุกดาหาร เก็บข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม โดยท าการเลือกกลุ่มตัวอย่างจากทะเบียนส ารวจผู้สูงอายุที่สาธารณสุขได้ท าไว้ค านวณจ านวนขนาดกลุ่มตัวอย่างของผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมของแต่ละอ าเภอ 61 3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ได้แจ้งวัตถุประสงค์ของการท าวิจัยประสานไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอ าเภอ (สสอ.) ให้รับทราบ 4. ผู้วิจัยได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอ าเภอ (สสอ.)เพื่อขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังผู้สูงอายุเพื่อมาร่วมให้ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ โดยแจ้งก าหนดวัน เวลา และสถานที่ไว้ ณ วันนัดหมายมีผู้สูงอายุมาเข้าร่วมชุมนุมตามนัดหมายที่ศาลาประชาคมหรือวัด ผู้วิจัยพร้อมผู้ช่วยวิจัยได้อธิบายชี้แจงกับผู้สูงอายุถึงวัตถุประสงค์ วิธีการตอบค าถาม ท่านใดที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเข้า ทางเราจะขอความร่วมมือเก็บข้อมูลโดยให้ตอบแบบสอบถาม พร้อมทั้งการรักษาความลับของข้อมูลรวมถึงการพิทักษ์สิทธิ์ในการวิจัยว่า การตอบค าถามสามารถให้ข้อมูลตามความสมัครใจ สามารถยกเลิกการเข้าร่วมวิจัยได้ ไม่ต้องลงชื่อในแบบสอบถาม ข้อมูลในการตอบแบบสอบถามเป็นความลับและไม่มีผลต่อการปฏิบัติงานของกลุ่มตัวอย่าง จนไกระทั่งได้ครบตามจ านวนขนาดกลุ่มตัวอย่างของแต่ละอ าเภอรวม 400 คน (กรณีที่ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถตอบแบบสอบถามเองได้ผู้วิจัยหรือผู้ช่วยวิจัยก็จะเป็นผู้อ่านให้ฟังและช่วยกรอกแบบสอบถามให้) เมื่อกลุ่มตัวอย่างตอบค าถามเรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยท าการตรวจร่างกายให้กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย 4.1 ชั่งน้ าหนักวิธีการชั่งน้ าหนักโดยให้กลุ่มตัวอย่างถอดรองเท้าและต้องน าสิ่งของที่อยู่กับตัวออกเช่นนาฬิกากระเป๋าสตางค์กุญแจเป็นต้นก่อนขึ้นยืนบนเครื่องชั่งน้ าหนักหน่วยเป็นกิโลกรัม 4.2 วัดส่วนสูงวิธีการวัดส่วนสูงโดยให้กลุ่มตัวอย่างถอดรองเท้าก่อนวัดส่วนสูงยืนตัวตรงส้นเท้าที่ผนังปลายเท้าแยกออกเป็นรูปตัว v หน่วยเป็นเซนติเมตร 5. น าข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามตรวจสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องของข้อมูลใช้เวลา1 เดือน ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วน ามาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ กำรวิเครำะห์ข้อมูลทำงสถิติ เก็บรวบรวมข้อมูลจากแ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน