ทำใจอย่างไรไม่ให้ฟูใจกับสรรเสริญ(1).docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.00 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ทำใจอย่างไรไม่ให้ฟูใจกับสรรเสริญ _สุรภา ลิ้มวรรณเสถียร : คำสรรเสริญเป็นสิ่งชั่ว แต่ถ้ารับคำสรรเสริญเราจะทำใจอย่างไรคะ พ่อครูว่า…ทันสมัยด้วยนะ ตอนนี้มีคนมาสรรเสริญเรา … อาตมาก็บอกของอาตมาทันทีเลย ทำใจกลางๆเฉยๆไม่ขึ้นไม่ลง ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ แต่รับรู้ความจริง เขาสรรเสริญแล้วก็เอาคำสรรเสริญเขามาตรวจสอบ อย่างคำสรรเสริญของแมนแฮ ที่เขาให้มาตอนนี้เขาสรรเสริญในประเด็นใด เขาสรรเสริญในประเด็นของผู้ส่งเสริมสันติภาพ สันติภาพคืออะไรอาตมาก็เข้าใจ แต่งเพลงสันติภาพมาตั้ง 3 เพลง 1. เพลงสันติภาพ 2. เพลงสันติภาพผี 3. เพลงสันติภาพประกาศิต การรับคำสรรเสริญ ก็เหมือนกับคำว่าบุญ คำว่าบุญนี้คนเขาเข้าใจว่าเป็นความดี ที่จริงมันก็ใช่ ความดีก็เป็นกุศลแต่เป็นโลกียะ ส่วนบุญนั้นเป็นโลกุตระ ซึ่งคนจะเข้าใจไม่ได้ง่ายๆเลย แยกแยะระหว่างบุญกับกุศล แยกแยะระหว่างวิบัติกับสมบัติ แยกแยะระหว่างสิ่งที่มีกับไม่มี แยกระหว่างความเป็นในปัจจุบันธรรมจบแล้วหายตัว กับความเป็นในปัจจุบันไม่หายตัวก็มีสั่งสมวิบากก็มี กุศลเป็นขึ้นมาแล้วกรรมก็เป็นอันทำ จะเป็นกรรมชั่วก็สะสมกรรมดีก็สะสมไม่มีปัญหา กรรมดีหรือกรรมชั่วแม้นิดน้อยหนึ่ง ก็สะสม ส่วนบุญนั้นฆ่ากิเลส ทำนิดนึงแล้วก็จบไม่สะสม หรืออาจบุญทำได้ยิ่งจนกำจัดกิเลสอาสวะอนุสัยได้เลยก็ไม่สะสม บุญไม่สะสมที่ไหนเลยเช่นเดียวกันกับอายตนะจะไม่ตั้งอยู่ที่ไหนเลย อายตนะจะเกิดเมื่อมีเหตุปัจจัย 2 อันสัมผัสกันและมีสะพานเชื่อมต่อ อายตนะก็คือสะพานเชื่อมต่อ ถ้ามีสิ่งเดียวไม่มีการกระทบสัมผัสก็ไม่มี แต่ถ้ามีจะต้องมีการศึกษา พอเลิกกิจการงานที่คุณจะใช้แล้วมันก็เหลือเพียง 1 หรือ 0 อายตนะก็ไม่ตั้งอยู่ที่ไหน มันหายไปเลย สิ่งเหล่านี้เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าศึกษาให้ดีๆ คำสรรเสริญก็เป็นของคนพูด และอีก

อ่านต่อ

อย่างหนึ่งก็คือคนอื่นเขายกย่องเราว่าเรามีสิ่งที่ดีน่าสรรเสริญ เขาก็บอกเรายกย่องเรา นี่ก็ยังดี อีกอย่างหนึ่งก็คือเรากล่าวไปให้คนอื่นได้ยิน คนอื่นจะได้รู้ว่าสรรเสริญคืออย่างไร สันติภาพนั้น ของแต่ละคนก็ต่างกันไป รางวัล nobel prize ก็มีสาขาสันติภาพ ชื่ออย่างนี้แต่สภาวะจริงมันเป็นอย่างไร อาตมาก็ขอยืนยันว่าสันติภาพของชาวอโศก มีสันติภาพ ในสังคมชาวอโศกมีสันติภาพแบบของพระพุทธเจ้า ที่อาตมาเข้าใจแล้วเอาทฤษฎีของท่าน เอามรรควิธีมาให้พวกเราปฏิบัติจนเกิดผลเป็นสันติภาพของพระพุทธเจ้า ก็เป็นอย่างนี้อยู่จะต้องมาศึกษา หรือเป็นประชาธิปไตยก็เป็นแบบของพระพุทธเจ้า เศรษฐกิจก็เป็นแบบของพระพุทธเจ้า เศรษฐกิจพวกเราถึงขั้น ทุกคนเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ และพวกเราก็มีอยู่มีกิน สบายไม่ขาดแคลน ถ้าหากจิตใจของคนไม่มีวรรณะ 9 ไม่เป็นคนเลี้ยงง่าย บำรุงง่าย ไม่เป็นคนมักน้อย ไม่เป็นคนใจพอ ไม่เป็นคนขัดเกลา ไม่เป็นคนมีศีลเคร่ง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ต้องทำกายวจีมโนให้น่าเลื่อมใส ไม่สะสม มีแต่บริขารปัจจัยชีวิต อาจไม่เท่ากันทีเดียว แล้วแต่ความจำเป็นของแต่ละบุคคล สรุปแล้วผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญก็อย่าได้ไป กระดี๊กระด๊า ยึดติดระเริง เอาไปเป็นเครื่องมือหากิน เบ่งข่ม ไม่ต้อง อาตมาไม่เอาคำสรรเสริญไปโฆษณาต่อ วันนี้เป็นวันประกาศก็เลยพูดกันมากหน่อย แต่วันอื่นก็คงจะไม่ คนอื่นอยากพูดเป็นเรื่องของเขาที่จะช่วยแนะนำโฆษณาเพิ่มเติมมันก็ดีถ้ามันจริง มันเป็นสิ่งที่จริง อย่างเช่นเราที่ได้รับรางวัลได้รับสรรเสริญอย่างนี้มีลักษณะอย่างนี้จริงนะ สังคมเราก็เอาไปใช้ต่อไม่เสียหายอะไร เราจะทำใจอย่างไร ก็ทำใจรู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่ฟูไม่แฟบ ไม่ดีใจเสียใจแต่ก็เข้าใจว่าเรามีสิ่งดี คนอื่นเขาเข้าใจ เขาให้เกียรติเรา เขาสรรเสริญเรา เราก็ต้องขอบคุณเขา ต้องยินดีที่จะรับในสิ่งที่เขาให้เป็นสิ่งดี แต่เราก็ไม่ต้องไปตื่นเต้นอะไร จิตสงบ ไม่ได้ฟูฟ่องอะไร ต้องอ่าน จิต เจตสิก รูป นิพพาน ต้องอ่านอาการจิต กิริยาจิตของคุณ อ่านได้เมื่อกระทบสัมผัส กลางๆ มีแต่ธาตุรู้ที่รับรู้ความจริง ตามความเป็นจริง ไม่ผลักไม่ดูด ความตอบรับ ที่ 35 _สู่แดนธรรม...บางคนทำใจรับรู้ความจริงตามความเป็นจริงได้แล้ว แล้วมีปฏิกิริยาตอบรับยิ้มแย้ม คนไม่เข้าใจ คิดไปว่าเป็นกิเลส พ่อครูว่า...เรามีการปฏิสันถารมี Action reaction ต้องร่าเริงเบิกบาน เพราะมันควรจะเป็นความเบิกบานแจ่มใสอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าเขาสรรเสริญ ๆ มาก็ทำหน้าบูด มันไม่สอดรับกัน ต้องมีสภาวะตอบรับสนองตอบ รับการสำนองอันนี้ เข้าใจแล้วมีภาวะตอบรับรับรู้เข้าใจว่าใช่ ส่วนจิตมันจะสงบหรือไม่ก็ของใครของมัน ยิ่งไม่สงบ ถ้าไปหลงติด ก็ของใครของมันอีก

630812_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สันติภาพแท้ไม่แปรผันไปกับคำสรรเสริญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน