สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พ่อครูใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.14 KB
วันที่แก้ไข28 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พ่อครูใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ขอย้ำอีกว่าศาสนาพุทธเป็นโลกุตรธรรม หลุดพ้นจากความเป็นคนสามัญกับโลกๆ เขา อยู่เหนือความเป็นคนสามัญธรรมดา จึงเรียกว่าคนเหนือโลก เหนือโลกีย์ แต่ก็จะมีทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ มีทรถะ ไม่ถึงกิลมถะที่มีเศษส่วนแห่งมานะอุทธัจจะอวิชชา อนาคามีขึ้นไป แต่ไม่ได้เป็นโทษภัยกับใครคนอื่นแล้ว มีแต่ทำประโยชน์แก่คนอื่น อนาคามีจะชัดเจนว่ามีแต่ พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ มีแต่ทุกข์สำหรับตนเอง ยิ่งอรหันต์ก็หมดทุกข์ในตนเอง มีกายปาคุญญตา เวทนา สัญญา สังขารทำงานคล่องแคล่วเร็วไว ยิ่งบรรลุยิ่งจิตสว่าง มีสัปปุริสธรรม 7 ประการแน่แท้ ทำงานกับโลกได้ดี ชัดเจนอย่างกลมกลืนในสิ่งที่ต่างกัน คนมีศิลปะโลกุตระสูงก็จะจัดองค์ประกอบสิ่งที่ต่างให้อยู่รวมกันได้อย่างมหาปเทส 4 ที่เป็นปัจจุบันธรรม มีสัปปุริสธรรม 7 ในสัปปุริสธรรมพระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้ว แต่ในนั้นมีข้อความที่พระพุทธเจ้าให้ตัดสินเองในปัจจุบันตามยุค ตามเวลา โอกาศ สถานที่ประกอบมันไม่เหมือนเดิม เช่น ยุคนี้ควรมีแว่นตา มีรถยนต์หรือไม่ อย่างอาตมานี่เขาบอกว่านี่รถพ่อท่าน อาตมาจุกทุกที ชื่อของอาตมาเป็นเจ้าของทะเบียนก็ไม่มี กลัวด้วย อย่าเชียวนะ รถญาติโยมเห็นแล้วว่าเดินอย่างยุคพระพุทธเจ้านั้นไม่ทัน เล่าตั้งแต่อดีตอาตมาไม่เอานะ จะให้ขึ้นเครื่องบินมันแพง อาตมาไม่ได้ยึดติดเป็นของตน แต่เท่าที่เห็น คนที่ยึดว่านี่ที่ดินของตน รถของตน สมบัติพัสถานใดก็ใส่ชื่อของตนไว้ ทั้งที่มาบวชให้มาโภคขันธาปหายะ ไม่ได้ว่าใครนะ แต่เป็นปรากฏการณ์จริง ก็ต้องตำหนิสิ่งควรตำหนิ ยกย่องสิ่งควรยกย่อง ศาสนาพุทธเป็นศาสนาช่างตำหนิ ต้องตำหนิมากกว่ายกย่อง เป็นสิ่งที่ควรสร้างสรร สังคหะคือการตำหนินี่แหละ ตำหนิแต่ตำหนิให้คนรับได้ สำนวนท่านว่า ท

อ่านต่อ

ำคำตำหนิให้เป็นของควรดื่ม อันนี้แหละเป็นปิยวาจา ตำหนิให้เขาดื่มคำตำหนิได้ ถ้าไปชมให้เขารับได้มันไม่มีฝีมือหรอก ประเล้าประโลมยกยอปอปั้นหลอกกันด้วย น่าเกลียด นักสั่งสอนจริงๆคือนักตำหนิให้เขาดื่มคำตำหนิได้ คือปิยวาจา เป็นคำพูดที่ควรน่ารักน่านับถือ สิ่งที่ดีเป็นนิสัยเป็นวิสัยของคุณที่ทำอยู่แล้วก็ไม่ต้องพูดถึง แต่สิ่งไม่ดีที่แรงร้ายควรรีบบอก เหมือนมีผ้าชุบน้ำมันลุกเป็นไฟอยู่บนหัวควรรีบเอาออก ยิ่งมากยิ่งแรงยิ่งต้องบอกให้รู้ ยิ่งรีบตำหนิ แต่ทำดีไม่ต้องไปพูดหรอก ไม่เป็นโทษภัยกับใคร ไม่ต้องไปเอาออกด้วย แต่สิ่งไม่ดีต้องรีบเอาออก อย่างอาตมาไม่ไปพูดชมเชยอะไรมากมายหรอก เขารู้เข้าใจก็ไม่ต้องพูดซ้ำ แต่สิ่งชั่วที่หนาด้านต้องตอกย้ำ ซ้ำทวน วันๆ ยกค้อนปอนด์ไม่รู้กี่ที หวดตูมๆๆ ทั้งด้านทั้งแข็งทั้งหนา แต่อาตมาไม่มีทางเลี่ยง ก็ต้องทำด้วยเต็มใจยินดี เหนื่อยมีแต่ไม่หน่าย เพราะเห็นเป็นกรรมที่ควรทำ เป็นหน้าที่เป็นงานของอาตมาเลย

590301_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก สัจจะสามอย่าง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน