บทที่ 3.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย วิธีด ำเนินกำรวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่มีควำมสัมพันธ์กับควำมเมื่อยล้ำของคนงำนท ำเสื่อกก กรณีศึกษำ ศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษำถึงปัญหำควำมเมื่อยล้ำ ระดับควำมเมื่อยล้ำ และปัจจัยที่มีควำมสัมพันธ์กับควำมเมื่อยล้ำของคนงำนท ำเสื่อกก วิธีวิจัยเชิงปริมำณ (Quantitative Research) ศึกษำแบบตัดขวำง (Cross-Sectional Survey Study) ใช้สถิติเชิงบรรยำยและเชิงสหสัมพันธ์แต่ละด้ำน ผลกำรศึกษำเป็นข้อปฏิบัติของคนงำนท ำเสื่อกก ณ ศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี มีขั้นตอนและวิธีกำรศึกษำในรำยละเอียดดังนี้ 1. ศึกษำค้นคว้ำข้อมูลจำกเอกสำร ต ำรำวิชำกำร งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. เลือกพื้นที่ในกำรศึกษำ และกลุ่มประชำกร 3. เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย 4. กำรตรวจสอบคุณภำพของเครื่องมือ 5. จริยธรรมกำรวิจัย 6. เก็บรวบรวมข้อมูล 7. กำรวิเครำะห์ข้อมูล 8. กำรพิทักษ์สิทธิและควำมปลอดภัยของประชำกรเป้ำหมำยในกำรเข้ำร่วมกำรศึกษำ ศึกษำค้นคว้ำข้อมูลจำกเอกสำร ต ำรำวิชำกำร งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยได้ศึกษำเอกสำรที่เป็นทฤษฎี แนวคิด และงำนวิจัยในประเทศและต่ำงประเทศที่เกี่ยวข้อง ค้นคว้ำข้อมูลจำกแหล่งอ้ำงอิง เพื่อท ำควำมเข้ำใจรำยละเอียดในชั้นตอนกำรท ำเสื่อกกอย่ำงครบถ้วน ครอบคลุมในแนวทำงกำรวิเครำะห์ด้ำนต่ำงๆ เกิดกำรพัฒนำกรอบแนวคิด และแนวทำงในกำรศึกษำ กำรเลือกพื้นที่ในกำรศึกษำ และประชำกร 1. พื้นที่ศึกษำ เลือกศึกษำในกลุ่มท ำเสื่อกกของคนงำนท ำเสื่อกก เพรำะแรงงำนระบบนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับจำกองค์กรหรือจำกกฎหมำย ในกำรควบคุมกระบวนกำรผลิต รวมถึงสวัสดิกำรด้ำนต่ำงๆ 43 โดยเฉพำะกำรอบรมให้ควำมรู้ในด้ำนควำมปลอดภัยและสุขอนำมัย แรงงำนกลุ่มนี
อ่านต่อ
้จึงได้รับผลกระทบทำงด้ำนสุขภำพ โดยเฉพำะปัญหำควำมเมื่อยล้ำที่เกิดจำกกำรท ำงำนในแต่ละวัน ด้ำนกำรเลือกพื้นที่ศึกษำ จึงเป็นแบบเฉพำะเจำะจงในกลุ่มท ำเสื่อกกของศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ผู้วิจัยจึงพิจำรณำเลือกเป็นพื้นที่ส ำหรับกำรศึกษำและรวบรวมข้อมูล เพื่อเป็นประโยชน์ในกำรส่งเสริมสุขภำพของแรงงำนในกลุ่มนี้ต่อไป โดยได้พบปะแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นกับแรงงำนกลุ่มนี้บำงส่วนแล้ว มั่นใจได้ว่ำแรงงำนกลุ่มนี้จะให้ควำมร่วมมือในกำรตอบแบบสอบถำมและแบบประเมินจนครบถ้วนตลอดระยะเวลำจนจบ 2. ประชำกรศึกษำและกำรก ำหนดขนำดของกลุ่มตัวอย่ำง 2.1 ประชำกรศึกษำ ตำมทะเบียนจ ำนวนคนงำนท ำเสื่อกกของศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ มีจ ำนวน 163 รำย (ณ วันที่ 31 มีนำคม 2560) เป็นคนงำนท ำเสื่อกกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งศูนย์ และท ำงำนประจ ำวันในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของกำรท ำเสื่อกกจนถึงปัจจุบัน โดยคัดเลือกเฉพำะคนงำนท ำเสื่อกกที่สมัครใจ มีอำยุงำนต่อเนื่องไม่น้อยกว่ำ 5 ปี และเต็มใจในกำรเข้ำร่วมโครงกำรวิจัย ให้ควำมร่วมมือในกำรตอบแบบสอบถำมครบกระบวนกำร ในช่วงเวลำท ำงำนภำคบ่ำยของวันที่ตอบแบบสอบถำม สำมำรถอ่ำนและเข้ำใจภำษำไทย โดยท ำกำรศึกษำในช่วงเดือนสิงหำคมถึงเดือนธันวำคม พ.ศ. 2560 2.2 กำรก ำหนดขนำดของกลุ่มตัวอย่ำง ผู้วิจัยเลือกใช้กำรค ำนวณหำขนำดของกลุ่มตัวอย่ำงโดยใช้ตำรำงของโรเบิรติ์ เครซี่ และเออร์เยิล ที่ระดับควำมเชื่อมั่น 95% (ตำมตำรำงที่ 2) จำกนั้นใช้วิธีกำรสุ่มตัวอย่ำงแบบง่ำย (Simple random sampling) โดยใช้กำรจับสลำกหมำยเลขตำมทะเบียนคนงำนท ำเสื่อกกจนครบจ ำนวนที่ต้องกำร (วำสนำ แก้วหล้ำ และวิโรจน์ ไววำนิชกิจ. 2557 : 103-113) ซึ่งแสดงได้ดังนี้ ตำรำงที่ 2 จ ำนวนประชำกรและจ ำนวนขนำดของกลุ่มตัวอย่ำงของโรเบิรติ์ เครซี่ และ เออร์เยิล (น ำมำแสดงบำงส่วน) จ ำนวนประชำกร (คน) = N จ ำนวนกลุ่มตัวอย่ำง (คน) = n 140 103 150 108 160 113 170 118 180 123 190 127 44 ปรำกฏว่ำจ ำนวนคนงำนท ำเสื่อกกของศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี มีทั้งสิ้น 163 คน จึงใช้ค ำนวณโดยวิธีเทียบบัญญัติไตรยำงค์ได้ ดังนี้ จ ำนวนประชำกรตำมตำรำงข้ำงต้น 163 คน จะมีจ ำนวนกลุ่มตัวอย่ำงเท่ำกับ 113 คน จ ำนวนประชำกรเพิ่ม 10 คน กลุ่มตัวอย่ำงเพิ่ม 5 คน จ ำนวนประชำกรเพิ่ม 3 คน กลุ่มตัวอย่ำงเพิ่ม 5/10 คน จ ำนวนประชำกรเพิ่ม 3 คน (จำก 160 เป็น 163) กลุ่มตัวอย่ำงเพิ่ม (5*3)/10 = 1.5 คน เพรำะฉะนั้น ขนำดของกลุ่มตัวอย่ำงคนงำนท ำเสื่อกก กรณีศึกษำ ศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี มีทั้งสิ้น 113 + 1.5 = 114.5 คน = 115 คน เกณฑ์ในกำรคัดเลือกกลุ่มตัวอย่ำงเพื่อกำรศึกษำ 1. กลุ่มตัวอย่ำงในกำรศึกษำครั้งนี้ คือ คนงำนท ำเสื่อกกของศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 2. เป็นผู้ที่ท ำงำนขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในกำรท ำเสื่อกกต่อเนื่องกันอย่ำงน้อย 5 ปี 3. เป็นผู้ที่สำมำรถอ่ำนและเข้ำใจภำษำไทย 4. เป็นผู้ที่สมัครใจและเต็มใจในกำรเข้ำร่วมโครงกำรวิจัย โดยให้ควำมร่วมมือในกำรตอบแบบสอบถำม แบบประเมินในเชิงจิตวิสัย (Subjective test) และเข้ำรับกำรวัดในเชิงวัตถุวิสัย (Objective test) ครบกระบวนกำรในช่วงหลังเวลำเลิกท ำงำนของวันที่ตอบแบบสอบถำม ซึ่งมีกำรท ำงำนต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลำไม่น้อยกว่ำ 8 ชั่วโมงต่อวัน เกณฑ์ในกำรคัดเลือกกลุ่มตัวอย่ำงเพื่อออกจำกกำรศึกษำ 1. เป็นสมำชิกที่ไม่สมัครใจ 2) ไม่สำมำรถอ่ำนและเข้ำใจภำษำไทย 3) ขอถอนตัวออกจำกกำรวิจัยระหว่ำงกำรเก็บข้อมูล 4) อำยุงำนไม่ถึง 5 ปี 5) ชั่วโมงกำรท ำงำนในวันที่ตอบแบบสอบถำมไม่ถึง 8 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในกำรศึกษำครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถำม แบบประเมิน ผู้วิจัย ผู้ช่วยผู้วิจัย ใช้แบบสอบถำมและแบบประเมินที่ได้จำกกำรศึกษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมูลจำกเอกสำร แนวคิด ทฤษฎี และงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 5 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถำมข้อมูลส่วนบุคคล จ ำนวน 5 ข้อ 45 ใช้แบบสอบถำมชนิดปลำยเปิด ได้แก่ (1) อำยุ (2) กิจกรรมอำชีพอื่น (3) ค่ำควำมดันโลหิต ใช้แบบสอบถำมชนิดปลำยปิด ได้แก่ (1) เพศ (2) สถำนภำพสมรส ส่วนที่ 2 แบบสอบถำมข้อมูลปัญหำสุขภำพ จ ำนวน 2 ข้อ (แบบประเมินควำมเสี่ยงอำกำรผิดปกติของระบบโครงร่ำงกระดูกและกล้ำมเนื้อ ส ำนักโรคจำกกำรประกอบอำชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค) ใช้แบบสอบถำมชนิดปลำยเปิด ได้แก่ (1) โรคประจ ำตัว (2) กำรบำดเจ็บของอวัยวะ ส่วนที่ 3 แบบประเมินสภำพแวดล้อมกำรท ำงำน แบ่งออกเป็น 4 ด้ำน ได้แก่ ด้ำนสภำพทั่วไป จ ำนวน 6 ข้อ ด้ำนสภำพแวดล้อมกำรท ำงำน จ ำนวน 7 ข้อ ด้ำนกำรเคลื่อนไหวซ้ ำๆ จ ำนวน 2 ข้อ และด้ำนกำรยกของ จ ำนวน 5 ข้อ (แบบประเมินควำมเสี่ยงอำกำรผิดปกติของระบบโครงร่ำงกระดูกและกล้ำมเนื้อ ส ำนักโรคจำกกำรประกอบอำชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค) ใช้แบบประเมินชนิดค ำตอบว่ำ ใช่ และ ไม่ใช่ ส่วนที่ 4 แบบประเมินลักษณะควำมเมื่อยล้ำ เป็นกำรวัดเชิงจิตวิสัย (Subjective test) จ ำนวน 5 ข้อ (แบบประเมินควำมเสี่ยงอำกำรผิดปกติของระบบโครงร่ำงกระดูกและกล้ำมเนื้อ ส ำนักโรคจำกกำรประกอบอำชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค) ส่วนที่ 5 แบบประเมินค่ำดัชนีควำมไม่ปกติ (Abnormal Index) ใน 8 ด้ำนของผู้ตอบแบบประเมิน เป็นกำรประเมินเชิงจิตวิสัย (Subjective test) Abnormal Index คือ ค่ำดัชนีควำมผิดปกติ ซึ่งใช้ส ำหรับประเมินควำมล้ำทั้งทำงด้ำนร่ำงกำยและทำงด้ำนจิตใจภำยหลังจำกกำรท ำงำนครบรอบระยะเวลำกำรท ำงำนของพนักงำน โดยใช้ควำมรู้สึกของพนักงำนเป็นเกณฑ์ในกำรประเมิน เพื่อประโยชน์ในกำรปรับปรุงวิธีกำรท ำงำนของพนักงำนให้มีประสิทธิภำพมำกยิ่งขึ้น (จเร เลิศสุดวิชัย. 2553 : 8) ใช้แบบประเมินชนิดมำตรประเมินค่ำแบบกรำฟ (Graphic rating scale) ก ำหนดระดับควำมเข้มในรูปของค ำที่ต่ำงกันสองขั้ว (Bipolar questionnaire) ถำมเกี่ยวกับควำมไม่สบำย ควำมเมื่อยล้ำ ทั้งนี้เพรำะไม่สำมำรถมองเห็นควำมไม่สบำยได้โดยตรง มีจ ำนวน 8 ด้ำน ได้แก่ (1) ควำมล้ำทั่วไป (2) ควำมเสี่ยงต่อกำรเจ็บปวดและบำดเจ็บ (3) ระดับควำมสนใจต่องำนที่ท ำ (4) ควำมซับซ้อนของลักษณะงำน (5) ควำมยำกง่ำยของกำรท ำงำน (6) จังหวะกำรท ำงำน (7) ควำมรับผิดชอบในกำรท ำงำน และ (8) ควำมเป็นอิสระในกำรท ำงำน ให้ระดับคะแนน 10 ล ำดับ ตั้งแต่ 0 ถึง 9 โดย “0” หมำยถึง น้อยสุด และ “9” หมำยถึง มำกสุด) ด้วยกำรค ำนวณค่ำดัชนีควำมไม่ปกติ (Abnormal Index = AI) โดยใช้สมกำร AI = ∑(1,2,4,5,6,7) - ∑(3,8) 8 46 ค่ำดัชนี (AI) ที่ค ำนวณได้ สำมำรถประเมินผลได้ดังนี้ < 0-0 = ไม่มีปัญหำอะไรเลย 0.01-2.00 = มีปัญหำเล็กน้อยพอทนได้ 2.01-3.00 = ต้องระมัดระวังเอำใจใส่ 3.01-4.00 = เริ่มเป็นปัญหำมำกจนทนไม่ได้ >4.01 = ผิดปกติ ต้องรีบด ำเนินกำรแก้ไขทันที กำรตรวจสอบคุณภำพของเครื่องมือ 1. เสนอต่ออำจำรย์ที่ปรึกษำวิทยำนิพนธ์ เพื่อพิจำรณำตรวจสอบควำมเหมำะสมของเนื้อหำ ภำษำที่ใช้ ควำมครอบคลุม และควำมสอดคล้องตำมตัวแปรที่ก ำหนด 2. กำรทดสอบควำมเข้ำใจในภำษำที่ใช้ และเนื้อหำของแบบสอบถำม แบบประเมินกับกลุ่มตัวอย่ำงในพื้นที่เดียวกัน ในต ำบลเดียวกัน โดยกำรให้ตอบแบบสอบถำมและสอบถำมควำมเข้ำใจ 3. กำรทดสอบควำมตรงเชิงเนื้อหำ น ำแบบสอบถำมที่สร้ำงขึ้น มำตรวจสอบควำมตรงตำมเนื้อหำ (Content validity) เพื่อควำมครอบคลุมและกำรใช้ภำษำ โดยได้รับกำรแก้ไขจำกผู้เชี่ยวชำญที่มีควำมเกี่ยวข้องจ ำนวน 3 ท่ำน ได้แก่ 1) นำยแพทย์ด้ำนอำชีวอนำมัย 2) นักกิจกรรมบ ำบัด และ 3) ผู้ช ำนำญกำรอำชีวอนำมัย 4. กำรทดสอบควำมเที่ยง (Reliability) ของเครื่องมือ โดยกำรน ำแบบสอบถำมและแบบประเมินที่ผ่ำนกำรตรวจและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชำญ แล้วน ำมำทดสอบโดยให้คนงำนท ำเสื่อกกของศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ ที่คัดเลือกออกมำจำกประชำกรเป้ำหมำย มีเกณฑ์ขั้นต่ ำจ ำนวน 30 รำย แต่ผู้วิจัยคัดเลือกเป็น 40 รำย เพื่อป้องกันแบบสอบถำมและแบบประเมินที่ข้อมูลสูญหำย โดยให้ตอบค ำถำมในแต่ละส่วน จำกนั้นน ำแบบสอบถำมและแบบประเมินมำหำค่ำควำมเที่ยงของเครื่องมือ ด้วยกำรใช้สูตรสัมประสิทธิ์ครอนบำคแอลฟำ (Cronbach’s Alpha Coefficient) ซึ่งใช้วิเครำะห์ควำมสอดคล้องภำยในรำยข้อ เหมำะกับแบบสอบถำมของผู้วิจัยในกำรให้ค ำตอบเป็นแบบ Likert-type scale จำกสูตรดังนี้ ∑ เมื่อ K คือ จ ำนวนข้อ Si2 คือ ควำมแปรปรวนของคะแนนรำยข้อ St2 คือ ควำมแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ (ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนยกก ำลังสอง) 47 ซึ่งกระบวนกำรทดสอบหำค่ำควำมเที่ยง ได้ค่ำดังนี้ ตัวแปรที่เกี่ยวกับสภำพแวดล้อมกำรท ำงำน 0.784 ตัวแปรที่เกี่ยวกับลักษณะควำมเมื่อยล้ำ 0.941 ตัวแปรที่เกี่ยวกับควำมเมื่อยล้ำจำกค่ำดัชนีควำมไม่ปกติ (AI) ใน 8 ด้ำน 0.714 จำกนั้นน ำแบบสอบถำมที่ผ่ำนกำรตรวจแก้ไขแล้ว น ำเสนอต่อคณะกรรมกำรจริยธรรมกำรวิจัยของคณะวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มหำวิทยำลัยรำชภัฏสุรินทร์ จริยธรรมกำรวิจัย ผู้วิจัยด ำเนินกำรขอรับรองจริยธรรมกำรวิจัย จำกคณะกรรมกำรจริยธรรมเกี่ยวกับกำรวิจัยในมนุษย์ มหำวิทยำลัยรำชภัฏสุรินทร์ ในวันที่ 16 ตุลำคม พ.ศ. 2560 เลขที่รับรอง HE-SRRU2-0009หลังจำกที่ได้รับกำรรับรองแล้วผู้วิจัยขอควำมยินยอมกำรเข้ำร่วมกำรวิจัยจำกกลุ่มตัวอย่ำง ก่อนเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยชี้แจงให้กลุ่มตัวอย่ำงทรำบถึงสิทธิในกำรยอมรับ หรือปฏิเสธกำรเข้ำร่วมวิจัยในครั้งนี้ หำกกลุ่มตัวอย่ำงมีควำมประสงค์จะขอถอนตัวจำกกำรเป็นกลุ่มตัวอย่ำง สำมำรถท ำได้โดยแจ้งให้ผู้วิจัยทรำบ กำรเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ท ำกำรเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองตลอดระยะเวลำในกำรศึกษำ โดยมีขั้นตอนในกำรเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้ 1. น ำหนังสือขออนุญำตเก็บรวบรวมข้อมูลจำกคณบดีบัณฑิตวิทยำลัย มหำวิทยำลัย รำชภัฏสุรินทร์ เพื่อขอควำมร่วมมือในกำรศึกษำ ถึงประธำนศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี โดยชี้แจงวัตถุประสงค์ รำยละเอียดเกี่ยวกับกำรเก็บรวบรวมข้อมูล และกำรขออนุญำตในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล 2. พบประธำนศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ หำข้อมูลส ำหรับผู้ที่เข้ำร่วมในกำรวิจัย กำรเซ็นใบยินยอมเข้ำร่วมกำรวิจัย รำยละเอียดเกี่ยวกับกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ขออนุญำตเก็บรวบรวมข้อมูล ก ำหนดวันเวลำ และสถำนที่ ในกำรด ำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทดสอบควำมเที่ยง (Reliability) ของเครื่องมือ 3. ผู้วิจัยด ำเนินกำรชี้แจงข้อมูลส ำหรับผู้ที่เข้ำร่วมในกำรวิจัย และกำรเซ็นใบยินยอมเข้ำร่วมกำรวิจัย พร้อมแสดงตัวอย่ำงกำรตอบแบบสอบถำมและแบบประเมิน ใช้เกณฑ์คัดเลือกเข้ำและคัดเลือกออกจำกกำรวิจัยเหมือนกับประชำกรศึกษำ จำกนั้นด ำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมูลโดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่ำงจ ำนวน 40 รำย เป็นผู้ตอบแบบสอบถำมเพื่อหำค่ำควำมเที่ยง (Reliability) ของข้อค ำถำม โดยแจกจ่ำยแบบสอบถำมและแบบประเมินที่ผ่ำนกำรทดสอบควำมตรงเชิงเนื้อหำจำก 48 ผู้เชี่ยวชำญแล้ว ให้แก่คนงำนท ำเสื่อกกท ำกำรตอบแบบสอบถำมและแบบประเมิน ผู้วิจัยอยู่ในพื้นที่ขณะที่คนงำนท ำเสื่อกกก ำลังตอบแบบสอบถำม เพื่อตอบข้อซักถำมเพิ่มเติมตำมที่คนงำนท ำเสื่อกกสอบถำม โดยใช้เวลำหลังเลิกท ำงำนของคนงำนท ำเสื่อกก เก็บรวบรวมข้อมูลจำกกลุ่มตัวอย่ำงที่ผ่ำนกำรท ำงำนมำแล้วในวันเก็บรวบรวมข้อมูล จำกนั้นรวบรวมกลับคืน โดยใช้เวลำในกำรด ำเนินกำร 7 วัน 4. น ำแบบสอบถำมและแบบประเมินมำตรวจสอบควำมครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล พร้อมบันทึกข้อมูลที่ได้จำกกำรตอบแบบสอบถำมและแบบประเมินลงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส ำเร็จรูป เพื่อหำค่ำควำมเที่ยงของเครื่องมือ 5. น ำผลที่ได้มำปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถำมและแบบประเมิน เพื่อเสนอคณะกรรมกำรจริยธรรมกำรวิจัยของคณะวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มหำวิทยำลัยรำชภัฏสุรินทร์ เพื่ออนุมัติให้ใช้แบบสอบถำมและแบบประเมิน 6. เมื่อคณะกรรมกำรจริยธรรมกำรวิจัยของหลักสูตรวิทยำศำสตรมหำบัณฑิต สำขำสำธำรณสุขศำสตร์ คณะวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มหำวิทยำลัยรำชภัฏสุรินทร์ อนุมัติให้ใช้แบบสอบถำมและแบบประเมิน ในกำรท ำวิจัยแล้ว ผู้วิจัยท ำกำรนัดหมำยกับประธำนศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เพื่อก ำหนดวัน เวลำ และสถำนที่ เพื่อด ำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมูลจำกกลุ่มตัวอย่ำง 7. ผู้วิจัยด ำเนินกำรชี้แจงข้อมูลส ำหรับผู้ที่เข้ำร่วมในกำรวิจัย และกำรเซ็นใบยินยอมเข้ำร่วมกำรวิจัย ผู้วิจัยสนทนำกับคนงำนท ำเสื่อกกเพื่อให้เกิดควำมรู้สึกเป็นอิสระมีบรรยำกำศเป็นกันเองกับผู้วิจัย ผู้วิจัยแสดงตัวอย่ำงกำรตอบแบบสอบถำมและแบบประเมิน จำกนั้นด ำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นแรก ด ำเนินกำรแจกจ่ำยแบบสอบถำมและแบบประเมินให้แก่กลุ่มตัวอย่ำงท ำกำรตอบแบบสอบถำมและแบบประเมิน ผู้วิจัยและผู้ช่วยผู้วิจัยอยู่ในสถำนที่กลุ่มตัวอย่ำงก ำลังตอบแบบสอบถำม เพื่อตอบข้อซักถำมเพิ่มเติมตำมที่คนงำนท ำเสื่อกกสอบถำม โดยใช้เวลำใกล้เลิกท ำงำนของคนงำนท ำเสื่อกกแต่ละรำย เก็บรวบรวมข้อมูลจำกคนงำนท ำเสื่อกกที่ผ่ำนกำรท ำงำนมำแล้วในวันเก็บรวบรวมข้อมูล และรวบรวมกลับคืน ผู้วิจัยกล่ำวขอบคุณคนงำนท ำเสื่อกกที่ให้ควำมร่วมมือและรวบรวมแบบสอบถำมแบบประเมินกลับคืน โดยใช้เวลำในกำรด ำเนินกำรประมำณ 4 สัปดำห์ 8. น ำแบบสอบถำมและแบบประเมินมำตรวจสอบควำมครบถ้วนสมบูรณ์ในรำยละเอียด พร้อมบันทึกข้อมูลที่ได้จำกกำรตอบแบบสอบถำมและวิเครำะห์ค่ำสถิติต่ำงๆ กำรวิเครำะห์ข้อมูล น ำข้อมูลที่เก็บรวบรวมทั้งหมดมำตรวจสอบควำมถูกต้อง ควำมสมบูรณ์และน ำไปวิเครำะห์ข้อมูลทำงสถิติด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส ำเร็จรูป โดยใช้สถิติในกำรวิเครำะห์ข้อมูล ได้แก่ (ยุทธ 49 ไกยวรรณ์. 2555 : 10) ตอนที่ 1 ศึกษำปัญหำควำมเมื่อยล้ำ ระดับควำมเมื่อยล้ำของคนงำนท ำเสื่อกก โดยแบ่งตำมขั้นตอนได้ดังนี้ 1. ข้อมูลส่วนบุคคล (เฉพำะข้อมูลเชิงคุณภำพ ระดับนำมบัญญัติ Nominal Scale) ได้แก่ (1) เพศ (2) สถำนภำพสมรส (3) กำรประกอบอำชีพอื่น วิเครำะห์รำยข้อโดยกำรแจกแจงควำมถี่และหำร้อยละของคะแนนแต่ละค ำตอบ 2. ข้อมูลส่วนบุคคล (เฉพำะข้อมูลเชิงคุณภำพ ระดับจัดล ำดับ Ordinal Scale) ได้แก่ 1) ควำมดันโลหิต วิเครำะห์รำยข้อโดยกำรแจกแจงควำมถี่และหำร้อยละของคะแนนแต่ละค ำตอบ 3. ข้อมูลส่วนบุคคล (เฉพำะข้อมูลเชิงปริมำณ ระดับเรียงล ำดับ Ratio Scale) ได้แก่ 1) อำยุ วิเครำะห์รำยข้อโดยกำรหำค่ำเฉลี่ย ค่ำส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน ค่ำต่ ำสุด และค่ำสูงสุดของแต่ละค ำตอบ 4. ข้อมูลปัญหำสุขภำพ เป็นข้อมูลเชิงคุณภำพ ระดับนำมบัญญัติ ได้แก่ 1) โรคประจ ำตัว 2) กำรประสบอุบัติเหตุก่อนอำชีพท ำเสื่อ วิเครำะห์รำยข้อโดยกำรแจกแจงควำมถี่และหำร้อยละของคะแนนแต่ละค ำตอบ 5. ข้อมูลสภำพแวดล้อมกำรท ำงำน เป็นข้อมูลเชิงคุณภำพ ระดับนำมบัญญัติ วิเครำะห์รำยข้อโดยกำรแจกแจงควำมถี่และหำร้อยละของคะแนนแต่ละค ำตอบ 6. ข้อมูลลักษณะควำมเมื่อยล้ำ เป็นข้อมูลเชิงคุณภำพ ระดับนำมบัญญัติ และระดับจัดล ำดับ วิเครำะห์รำยข้อโดยกำรแจกแจงควำมถี่และหำร้อยละของคะแนนแต่ละค ำตอบ ตอนที่ 2 ศึกษำระดับควำมเมื่อยล้ำ ในเชิงจิตวิสัย (Subjective test) ศึกษำระดับควำมเมื่อยล้ำโดยวัดจำกแบบประเมินค่ำดัชนีควำมไม่ปกติ (Abnormal Index) ใน 8 ด้ำน ได้แก่ (1) ด้ำนควำมล้ำทั่วไป (2) ด้ำนควำมเสี่ยงต่อกำรเจ็บปวดและบำดเจ็บ (3) ด้ำนระดับควำมสนใจต่องำนที่ท ำ (4) ด้ำนควำมซับซ้อนของลักษณะงำน (5) ด้ำนควำมยำกง่ำยของกำรท ำงำน (6) ด้ำนจังหวะกำรท ำงำน (7) ด้ำนควำมรับผิดชอบในกำรท ำงำน (8) ด้ำนควำมเป็นอิสระในกำรท ำงำน วิเครำะห์รำยด้ำนโดยกำรแจกแจงควำมถี่ ร้อยละ ค่ำเฉลี่ย ค่ำส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน ค่ำต่ ำสุด และค่ำสูงสุดแต่ละด้ำน หำร้อยละของระดับค่ำดัชนีควำมไม่ปกติของค่ำเฉลี่ย ร้อยละของระดับค่ำดัชนีควำมไม่ปกติของแต่ละรำย ด้วยกำรค ำนวณค่ำดัชนีควำมไม่ปกติ (Abnormal Index = AI) โดยใช้สมกำร AI = ∑(1,2,4,5,6,7) - ∑(3,8) 8 50 ตอนที่ 3 ศึกษำปัจจัยที่มีควำมสัมพันธ์กับควำมเมื่อยล้ำของคนงำนท ำเสื่อกก ด้วยสถิติค่ำสหสัมพันธ์เพียร์สันโปรดักโมเมนต์ (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) Bivariate Correlation ในข้อมูลเชิงปริมำณ และ Fisher’s Exact Test ในข้อมูลเชิงคุณภำพ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ส ำเร็จรูปบันทึกข้อมูลและหำควำมสัมพันธ์ของตัวแปรแต่ละตัว กำรวิจัยครั้งนี้ก ำหนดระดับนัยส ำคัญทำงพำรำมิเตอร์ที่ระดับ 0.05 (ยุทธ ไกยวรรณ์. 2555 : 26) กำรพิทักษ์สิทธิและควำมปลอดภัยของประชำกรเป้ำหมำยในกำรเข้ำร่วมกำรศึกษำ ผู้วิจัยท ำกำรชี้แจงว่ำ ควำมสมัครใจของกลุ่มตัวอย่ำง จะไม่มีผลกระทบต่อกลุ่มตัวอย่ำง โดยจะได้รับใบชี้แจงรำยละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนกำรด ำเนินกำรวิจัย เพื่อศึกษำก่อนตัดสินใจเข้ำร่วมกำรวิจัย หำกกลุ่มตัวอย่ำงตัดสินใจเข้ำร่วมกำรวิจัย ผู้วิจัยจะให้ลงนำมเป็นลำยลักษณ์อักษร แต่หำกเกิดเปลี่ยนใจภำยหลังก็มีสิทธิขอถอนตัวโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ข้อมูลที่ได้รับจำกกำรกำรตอบแบบสอบถำมจะถูกเก็บไว้เป็นควำมลับและใช้ประโยชน์เฉพำะส ำหรับงำนวิจัยเท่ำนั้น ทั้งนี้จะไม่มีกำรระบุชื่อ ที่อยู่ หรือสัญลักษณ์ใดๆ ผู้ตอบแบบสอบถำม กำรวิจัยนี้ไม่ก่อให้เกิดภำวะเสี่ยงหรืออันตรำยใดๆ ต่อกลุ่มตัวอย่ำง และผู้วิจัยจะท ำลำยแบบสอบถำมที่กลุ่มตัวอย่ำงส่งคืนมำให้หลังเสร็จสิ้นกำรวิจัยแล้ว สรุปกำรศึกษำเรื่องปัจจัยที่มีควำมสัมพันธ์กับควำมเมื่อยล้ำของคนงำนท ำเสื่อกก กรณีศึกษำ ศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี มีวิธีด ำเนินกำรวิจัยประกอบด้วยกำรศึกษำค้นคว้ำข้อมูลจำกเอกสำร ต ำรำวิชำกำร งำนวิจัยที่เกี่ยวข้องที่ส ำคัญ ท ำให้ผู้วิจัยได้แนวคิดในกำรสังเครำะห์ประเด็นต่ำงๆ เกิดกำรพัฒนำกรอบแนวคิด และแนวทำงในกำรศึกษำ กำรเลือกพื้นที่กำรศึกษำและประชำกรเป้ำหมำย เป็นกรณีศึกษำของศูนย์ศิลป์เสื่อบำงสระเก้ำ อ ำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้เทคนิคกำรเก็บข้อมูลภำคสนำม ท ำกำรแจกแบบสอบถำมและแบบประเมินด้วยตัวผู้วิจัย ขอบเขตกำรวิจัยเป็นเชิงปริมำณ (Quantitative Research) ศึกษำแบบตัดขวำง (Cross-sectional survey study) วิเครำะห์ด้วยสถิติบรรยำยและเชิงสหสัมพันธ์แต่ละด้ำน 51 ตำรำงที่ 3 คุณลักษณะของข้อมูล วิธีกำรได้มำของข้อมูล เทคนิคกำรวิจัย เครื่องมือวิจัย ข้อมูล บุคคลที่ท ำกำรศึกษำ เทคนิคกำรเก็บข้อมูล เครื่องมือ 1. ข้อมูลส่วนบุคคล คนงำนท ำเสื่อกก แจกแบบสอบถำม แบบสอบถำมส่วนที่ 1 2. ข้อมูลปัญหำสุขภำพ คนงำนท ำเสื่อกก แจกแบบสอบถำม แบบสอบถำมส่วนที่ 2 3. ข้อมูลสภำพแวดล้อมกำรท ำงำน คนงำนท ำเสื่อกก แจกแบบประเมิน แบบประเมินส่วนที่ 3 4. ข้อมูลลักษณะควำมเมื่อยล้ำ คนงำนท ำเสื่อกก แจกแบบประเมิน แบบประเมินส่วนที่ 4 5. ข้อมูลค่ำดัชนีควำมไม่ปกติ (Abnormal Index) ใน 8 ด้ำน คนงำนท ำเสื่อกก แจกแบบประเมิน แบบประเมินส่วนที่ 5