สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน บริหารแบบคนจนจึงไม่แสวงบริวาร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.43 KB
วันที่แก้ไข21 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน บริหารแบบคนจนจึงไม่แสวงบริวาร สู่แดนธรรมว่า..พ่อครูเคยว่า อาตมาไม่หาบริวารเพราะจะได้คนโง่มากับเรา พ่อครูว่า...อาตมาทำงาน 1. ไม่ต้องการทำเพื่อให้คนมานับถือ 2. ไม่ต้องการให้คนมาเป็นบริวาร 3. ไม่ต้องการให้คนเอาลาภยศสรรเสริญโลกียสุขมาให้ 4. ไม่ต้องการให้คนมาบอกว่าเอ็งเก่ง 5. ไม่ใช่เพื่อการโค่นล้มลัทธิอื่น ไม่มี มีอีก 2 อันสุดท้ายคือทำเพื่อยืนยันความจริงเท่านั้น ทั้งหมด 7 ข้อ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้อันนี้พระสูตรนี้ สุดยอดเลยอาตมาว่าสุดยอดแล้วทำให้ตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัส พระไตรปิฎก รวบรวมไว้แล้วสุดยอดไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงหรอก แต่ละพระสูตรคุณพิสูจน์ไปเถอะ ตั้งแต่ภาวะที่เป็น 1 ภาวะที่เป็น 2 ไปเรื่อยๆจนถึงภาวะเยอะแยะมากมาย ถึงมงคล 38 ยืนยันสัจจะพระพุทธเจ้าได้เลย อาตมาจึงเชื่อว่าคนที่ชื่อว่าพระพุทธเจ้านี้จริง มีจริงเป็นจริง และเป็นความรู้ที่สุดประเสริฐสุดยอดจริงๆ ใครไม่เชื่อใครไปขัดแย้งก็แย้งไปเถอะ อาตมาว่าอาตมาไม่ขัดแย้ง นอกจากคนที่เขายึดถือคำสอนพระพุทธเจ้าผิดเพี้ยนไป อาตมาก็มาตรวจสอบมันไม่ตรงก็ขัดแย้งไปก็ต้องรู้ให้ได้ อันไหนที่มันตรงก็ใช่ของพระพุทธเจ้า สรุปเข้าเป้าที่มามีพฤติกรรมจริงของมนุษย์ก็แล้วกัน มนุษย์ที่คุณยังมีชีวิตแต่ละคน คุณอยู่ไหนที่ไหน คุณก็ทำตนเองขึ้นมาให้ดี ก็จะเป็นประโยชน์ในที่นั้น ถ้าหากคุณทำตนเองมาไม่ดีมันก็เป็นโทษในที่นั้น เป็นสัจจะที่คุณขัดแย้งไม่ได้ แต่ความจริงที่จะตัดสินว่าใครที่จะเป็นโทษภัยใครมีดีหรือไม่มีดีมันก็เป็นสัจจะ สัจจะต้องตัดสินใจสัจจะเอง สัจจะก็ต้องไม่ผิดเพี้ยน ถ้าหากสัจจะมีความผิดเพี้ยนมันก็ไม่ใช่สัจจะ แล้วจะเอาตัวไหนมาเป็นตัวถูกล่ะทีนี้มันไม่มีแล้วภาษาก็พูดได้แค่นี้ ตัวสภาวะเองก็ต้องเป็นเช่นนั้น เมื่อเข

อ่านต่อ

้าใจตัวสภาวะกับพยัญชนะเป็นหนึ่งเดียวแล้วก็จบ อาตมาพยายามขยายความว่าทุกอย่างนี้มันมีแค่ 2 แล้วรวมเป็น 1 ได้ก็จบ มันไม่มีความย้อนแย้งอะไร หากเขาจะย้อนแย้งอยู่ก็รู้ว่าเขาย้อนแย้งมากหรือน้อยต่างกันมากต่างกันน้อยก็เท่านั้น ส่วนคุณจะปักใจว่าด้านไหน คุณก็ปักใจไว้ด้านนั้น ถ้าหากด้านหนึ่งของคุณถูก อีกด้านหนึ่งเขาก็ผิด ก็เกิดการกลับไปกลับมาเท่านั้นเองถ้าอันนั้นถูกอันนี้ก็ผิด แล้วที่ว่าถูกผิดนี้มันใช้ได้ตามเหตุปัจจัยจริงในกาละนี้ไหม ถ้าใช้ได้กับเหตุปัจจัยต่างๆกับบุคคลที่มันเป็นความจริงเป็นประโยชน์คุณค่าที่แท้จริง ก็จบตรงนี้ เป็นการใช้พยัญชนะกับสภาวะที่เข้าใจได้ยาก ยกตัวอย่างพวกเรามาจน ไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง แต่จนแล้วเป็นไง จนแล้วมีเยอะ อุดมสมบูรณ์ เห็นไหมมันพยัญชนะย้อนแย้งกัน เขาก็ว่าพูดผิด ความจนกับการมีเยอะนั้นมันขัดกัน ค้นหาพยัญชนะคำว่าจนกับคำว่ามีเยอะมันเป็นพยัญชนะทั้งคู่ แต่ความจริงแล้ว ตัวคนหรือมนุษย์ ที่เขาไม่มีทรัพย์สินเงินทองในตัวเองเขาจนจริงๆแต่เขาขยันสร้างสรรค์มันก็เลยมีมากจริงๆ สภาวะมันก็เลยจนจริงๆมีมากจริงๆหรือเหลือเฟือจริงๆ อันนี้ต่างหากที่มันเป็นสภาวะของจริงแต่คุณไปติดอยู่ที่พยัญชนะ 2 ตัวคุณตีไม่แตกแยกไม่ออกแล้วคุณก็รวมเป็นหนึ่งไม่ได้ คุณตีไม่แตกแยกไม่ออกระหว่างอุดมสมบูรณ์กับจน คุณก็ยืนยันถ้าจะพยัญชนะว่ามันขัดกัน ซึ่งที่จริงแล้วมันไม่ขัด ก็โดยตัวบุคคลคนนี้เขาไม่มีจริงๆเขาก็จน แต่เขาขยันสร้างสรร สร้างแล้วก็เอาไปให้ส่วนกลาง ให้แก่ผู้อื่นเขาก็ไม่มีอยู่อย่างเก่า แต่ส่วนกลางมันมีอีกเยอะมันอุดมสมบูรณ์มันก็เลยมีทั้งศูนย์และทั้งอุดมสมบูรณ์อยู่ 2 อย่าง นี่เป็นสภาวะนะ620623_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ธรรมะ 2 รวมเป็น 1 ของสภาวะกับพยัญชนะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน