สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การสร้างนักการเมืองที่ดีต้องใช้วิถีพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การสร้างนักการเมืองที่ดีต้องใช้วิถีพุทธ พ่อครูว่า..นักการเมืองก็ดีประชาชนก็ดีก็คือคน ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานแน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นคนแล้วต้องสร้างคนให้เป็นคนที่มีความจริงที่มีจิตที่สะอาดปราศจากกิเลส จิตบริสุทธิ์ปราศจากกิเลส หลักสูตรของศาสนาพุทธมีแล้ว คุณเชื่อพระพุทธเจ้าไหม อาตมาเชื่อและอาตมาก็สร้างอยู่นี่ บอกเลยว่าชาวอโศกรู้จักกิเลสและล้างกิเลสออกจากจิตได้จริงแต่ทุกวันนี้คนยังไม่เชื่อน้ำมนต์ของพระโพธิรักษ์ มันจริงหรือ มันสะอาดหรือมันดีหรือ แล้วคนที่สะอาดหรือกิเลสลดของพระพุทธเจ้าไม่ใช่คนป่าเถื่อน ไม่ใช่คนอยู่หลังเขา แต่เป็นคนเจริญที่รู้จักโลกะวิทู มีโลกุตรจิต มีโลกานุกัมปา เป็นคนอยู่ในโลกรู้จักความเป็นโลก โลกระดับอบาย ระดับกาม โลกียะ รู้ระดับความเป็นรูปโลก อรูปโลก รู้ความเป็นเหล่านั้นและไม่ติดยึดในโลกเหล่านั้นอยู่เหนือโลกเหล่านั้น จึงเป็นคนอาริยะเป็นคนโลกุตระจริงๆ เพราะฉะนั้นมาสร้างคนอย่างนี้สิ ทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามีอยู่แล้วคนไทยนับถือศาสนาพุทธ 95 เปอร์เซ็นต์ ขออภัยทางเถระสมาคม อย่าไปเชื่อน้ำมนต์เถรสมาคมอย่าไปพึ่งพาเลย เพราะว่าเถรสมาคมไม่รู้จักโลกุตรธรรม สอนไม่ได้ แล้วยังสอนเดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์สารพัด มันไม่ได้ ต้องมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้าจริงๆ ก็ต้องค่อยๆศึกษากันไป เพราะฉะนั้นนักบริหารผู้ที่รับผิดชอบ ทำหน้าที่ของผู้บริหารประเทศ ควรจะต้องชัดเจนในประเด็นนี้ หาแหล่งการศึกษา หาทฤษฎีที่ถูกต้องที่ดีๆของพระพุทธเจ้า เพราะว่าผู้บริหารส่วนใหญ่ก็เป็นชาวพุทธอาจจะมีศาสนาอื่นบ้าง ก็ค้านแย้งไม่ได้หรอกเพราะว่าชาวพุทธมีเยอะมีเปอร์เซ็นต์เยอะกว่ามาก 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปนี้ไม่มีปัญหาหรอก แล้วก็พากันมาฝึกจริงๆไม่สายเกินไปหรอกไม่มีอะไรสายเกินไปเริ่มต้นวินาทีข

อ่านต่อ

้างหน้านี้ได้เลย เริ่มดีลมาเลย แล้วก็มาพัฒนาการกันต่อ สู่แดนธรรมว่า เขาจะเชื่อถือพ่อครูเมื่ออายุ 108 ปี พ่อครูว่า..มีกูรูหมอดูเขาบอกว่าต้องอายุ 108 ปีเขาถึงจะเชื่อถือ เหลืออีก 23 ปี ได้ๆฮึดๆ อีกแค่ 22 23 ปีเท่านั้น อาตมาจะให้เกิน108 ตั้งเป้าไว้ที่ 151 กระเสือกกระสนไปเพื่อจะให้มนุษยชาติดีขึ้นเจริญขึ้นจริง อาตมาเชื่อว่ามันเป็นทฤษฎีที่พิสูจน์แล้วมีพวกเราเป็นอริยบุคคลได้จริงเป็นคนมาเสียสละเป็นคนไม่โลภโมโทสัน ลดโลภะโทสะได้จริง ชาวอโศกเป็นคนที่อยู่กันอย่างเหมือนกับเขาเอาไก่มาจับใส่ในเข่งร่วมกัน หากไก่พวกนี้ไม่สงบและเห็นแก่ตัวมันก็จิกตีกันตาย แต่ชาวอโศกมาจับใส่เข่งร่วมกันได้ ต่างคนต่างช่วยกันด้วย คนนี้ขยับทีคนนั้นขยับทีแบ่งปันกันที ไม่ไปทำร้ายทำเลวใส่กันด้วย พิสูจน์มาแล้ว อาตมาอธิบายไม่เก่ง สิ่งที่มีน้อยตามหลักเศรษฐศาสตร์ แต่ก็เฉลี่ยแบ่งแจกกันอยู่กินได้อย่างแบ่งปัน นี่คือเศรษฐศาสตร์เจริญ ต่างคนต่างสร้างสรรค์ผลผลิตให้เกินกินเกินใช้ของตัวเองกินใช้ แล้วก็เอาไปแบ่งแจกเฉลี่ยกันไปโดยไม่ต้องสะสมไว้เป็นของตัวเอง นี่เป็นคุณธรรมแท้ๆที่ชาวอโศกศึกษาและฝึกฝนและเป็นคนอย่างนี้ได้ เพราะฉะนั้น ในรูปธรรม แวดวงของชาวอโศกที่มีคนเช่นนี้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ต่างคนต่างตื่นเช้าขึ้นมาก็เราจะทำงานอะไรก็ไปหางานทำ ไม่มีใครจ้างวาน ไม่ได้เงินทอง ดีไม่ดีแถมถูกด่าถูกต้องถูกกว่า พวกที่เขารู้กว่าและมีอัตตาหน่อยก็ด่าว่า ผู้อัตตาน้อยก็ค่อยประนีประนอม คนด่าในชาวอโศกเขาก็จะด่าให้ดีไม่ได้ด่าให้ชั่วหรอกเก่งอย่างนั้นเลย ก็พยายามช่วยกันประคับประคองกัน อยู่กันอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ พูดขยายความไปอย่างไรมันก็มาจากรากฐานคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งอาตมาไม่ได้เป็นคนหลงใหลคลั่งไคล้อะไรในพระพุทธเจ้า แต่อาตมาเห็นคำสอนและเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้จริงๆ ตนเองก็ใช้แล้วเอามาให้ผู้อื่นใช้พิสูจน์ด้วยแล้วว่าสัจจะเป็นหนึ่งเดียวกันตรงกันไปในทิศทางเดียวกัน มีทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา ไม่ออกนอกลู่นอกทาง เพราะฉะนั้นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดมาศึกษากันให้มีสัมมาทิฏฐิดีๆ เริ่มต้นตั้งแต่ศีล ทำตั้งแต่คู่แรก 1 คู่ ได้ขัดเกลากิเลสได้เรียนรู้ตั้งแต่สัมผัส 1 คู่ ตั้งแต่คนกับคนด้วยกันก็คือศีลข้อที่ 1 สัตว์กับสัตว์ สัมผัสสัมพันธ์กันแล้วเกิดอะไรที่เป็นภาวะที่มันจะทำความเสื่อมแก่กันและกัน ดูจะทำความบรรลัยจักรแก่กันและกัน ก็มาทำให้เป็นคุณค่าประโยชน์แก่กันและกันต่อกันไป ศึกษาระหว่างคนด้วยกันนี่แหละในศีลข้อที่ 1 คนที่เขาไปเจอสัตว์นั้นจากนี้แล้วไปฆ่าแกงนั้นเลิกไปเลย อย่าไปทำไม่ต้องเสียเวลาแรงงานทุนรอนไปทำเลย ให้มาสัมผัสสัมพันธ์กับคนที่ควรจะต้องสัมผัสสัมพันธ์กัน แล้วก็ทำอะไรร่วมกันที่เกิดประโยชน์สร้างสรรค์ที่ดี พยายามมาทำอันนี้อันโน้นก็ปล่อยไปเลย ซึ่งมันมีไปอีกหลายอย่างที่เป็นกรรมวิบากที่จะต้องไปกำจัดคนเหล่านั้นเอง ขอให้เราทำสิ่งที่ดีมีพฤติกรรมที่ดี คนที่มีพฤติกรรมเลวร้ายเขาจะถูกพลังกัมมันตภาพรังสีกั้นไว้ คนที่มีคุณภาพที่ดีร่วมกันจะช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่ดี มารวมกับหมู่คนที่ดี จะรู้ว่าหมู่คนดีจะช่วยพัฒนาคนให้เป็นคนดีได้ ไม่มีจิตแม้แต่เศษเสี้ยววินาทีที่จะไปทำร้ายกัน มีแต่จะช่วยกันทำให้ดีด้วยกัน พิสูจน์กันได้ คนที่มีกลุ่มหมู่สัมปวังโก มิตรดี สหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี มีสถานที่สัปปายะ อาหารสัปปายะ บุคคลสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ แล้วก็เข้ามาสร้างสรรค์พัฒนากันไปวันแล้ววันเล่า เจริญไปตามลำดับจนกระทั่งเป็นพระอรหันต์กันไป ผู้ที่เป็นพระอรหันต์ก็ถ่ายทอดต่อ เพิ่มภูมิต่อ การจบเป็นพระอรหันต์ของแต่ละคนขีดเขตของมันคืออะไร ขีดเขตของมันคือกิเลสในตัวเราเองหมด แล้วกิเลสของเราดับหมดทุกตัวสิ้นอาสวะทุกตัว นั่นคือพระอรหันต์ จากนั้นก็ศึกษากิเลสที่เราไม่เคยมี จากคนนั้นคนนี้มีกิเลสแบบนั้นแบบนี้ เราไม่เคยมี กับคนนี้ก็มีอีกเป็นไม่รู้กี่ล้านคน โพธิสัตว์ก็เรียนรู้คนอื่นๆต่อไป กิเลสอย่างนี้ก็มีเนาะ ดีไม่ดีบางชาติ ต้องไปเกิดเป็นคนชนิดอย่างนี้ เพื่อที่จะมีกิเลสตัวนี้เป็นตัวจริงๆเลย มันไม่ชัดเจนต้องไปเกิดเป็น แม้ที่สุดเป็นสัตว์เดรัจฉานบางตัว กิเลสแบบนี้สัตว์เดรัจฉานมันมีอย่างนี้เราสงสัยมันเป็นอย่างไร ต้องไปเกิดเป็นสัตว์ตัวนั้นเพื่อที่จะรู้จริงๆว่าตัวเราเองเป็นมันเป็นอย่างนี้เองหรือ โพธิสัตว์บางองค์ต้องถึงขนาดนั้น การเรียนรู้ความจริงนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาไม่รู้กี่ล้านๆๆชาติ แล้วมันก็ได้ความจริงจากการเวียนตายเวียนเกิด ไม่ใช่ได้แต่พูดเอาคิดคำนึงเอา ยิ่งไปบอกว่าเกิดแล้วตายชาติเดียวมันสั้นเกินไป แต่นี่มันไม่รู้กี่ล้านชาติ ซึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก เพราะฉะนั้นเวลานี้เป็นเรื่องไม่จำกัด ไม่มีสิ้นสุดง่ายๆหรอกคุณจะเป็นอีกเท่าไหร่ก็เชิญเลยเวลา นิมนต์จิบน้ำ

สมณะเดินดินว่า...เวลาที่เราต้องเรียนรู้เป็นล้านชาติมันยาวนานมาก แต่พ่อครูบอกว่าเราเอาแค่ตัวเราในชาตินี้ที่ดูว่าตัวเรามีความติดยึดในเรื่องอะไร เราก็ล้างความติดยึดให้ได้ เป็นพระอรหันต์แล้วก็มีหลักประกันในชีวิตที่จะไม่ไปตกต่ำอีกแล้วก็ค่อยเรียนรู้อย่างอื่นต่อไป 620621_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก โลกุตรธรรมนำการเมืองไทย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน