สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิพุทธทำให้รู้ความจริงตามความเป็นจริง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.87 KB
วันที่แก้ไข21 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิพุทธทำให้รู้ความจริงตามความเป็นจริง มาเข้าสู่เนื้อหาของความเป็นตัวเราจิตวิญญาณของเรา สู่แดนธรรมคัดจากพระไตรปิฎกมา 2 หลักฐาน การทำสมาธิอาริยะ ล.9 ข้อ 321 อริยสมาธิขันธ์ [321] ส. ข้าแต่ท่านพระอานนท์ สมาธิขันธ์อันเป็นอริยะที่ท่านพระโคดมได้ตรัสสรรเสริญ และทรงยังประชุมชนนี้ให้สมาทาน ให้ตั้งอยู่ ให้ดำรงอยู่นั้น เป็นไฉน. อ. ดูกรมาณพ อย่างไร ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย? ดูกรมาณพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ เธอย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้น ชื่อว่ารักษาจักขุนทรีย์ ชื่อว่าถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ภิกษุฟังเสียง ด้วยโสต ... ดมกลิ่นด้วยฆานะ ... ลิ้มรสด้วยชิวหา ... ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ... รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ เธอย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมมนินทรีย์ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามกคืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้น ชื่อว่ารักษามนินทรีย์ ชื่อว่าถึงความสำรวมในมนินทรีย์ ภิกษุประกอบด้วยอินทรีย์สังวรอันเป็นอริยะเช่นนี้ ย่อมได้เสวยสุขอันไม่ระคนด้วยกิเลสในภายใน ดูกรมาณพ ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย.

เช่นสีแดงนี้ มันมีสีแดงของจริง แต่คุณบอกว่าชอบหรือไม่ชอบสีแดงนี้ สีแดงนี้ไทยบอกว่าแดง ฝรั่งบอกว่า red จีนบอกว่าอั๊ง สีแดงก็เป็นของมันเองสีแดง แต่ว่า ความชอบหรือไม่ชอบนี้มันเป็นอุปาทานของแต่ละคน เป็นเวทนาแฝงเวทนาเก๊ เวทนาปลอม เป็นได้สอง คือไม่ชอบก็ชัง หรือเป็นสามก็ได้คือมีเฉยๆอีก แต่เฉยๆที่รู้ว่าไม่ชอบไม่ชัง ก็เฉยๆแบบ

อ่านต่อ

รู้ๆแบบนี้ดี คุณก็เห็นความจริงตามความเป็นจริง แดงก็คือแดง หนึ่งดียว ภาษาก็ต่างกันไปได้ อธิบายชัดแล้วนะ จบไม่มีดิ้นอะไรหรอก หากคุณมีดิ้น มีชอบนิดนึงก็ดิ้นนิด มีชังนิดก็ดิ้นนิด มีมาร ผี ซาตานความไม่จริงไม่แท้ ธรรมะมีอยู่เท่านี้ คุณก็ดูให้ได้ คุณมีแต่คุณปฏิเสธว่าไม่มีก็โกหกตัวเอง แต่หากแยกไม่ออกก็มีภูมิเท่านี้ก็จำนน แต่หากแยกออกแต่คุณไปโกหกซ้ำซ้อนก็บาปซ้ำซ้อน หากรู้แล้วอย่าไปสร้างบาปทับถมก็ยอมรับก็จบ ในโลกนี้พระพุทธเจ้าสรุปจบที่เวทนา เวทนา 108 คำว่า สุขนี้ขอยืมภาษามาใช้ว่าสุข สุขไม่ระคนด้วยกิเลส สุ คือ ดี ข คือ ว่าง ว่างนี่แหละดี แต่เขาแปลไปเป็นรสโลกีย์ไม่ดี แต่อันนี้นิรามิสสุข คือสุขไม่ปนด้วยอามิส

มีอีกอันหนึ่ง ล.7 {647} หลักฐานที่ 2 อรหันต์บอกกันว่าเป็นอรหันต์

ท่านพระสัพพกามีกล่าวว่า “ท่านเรวตะ ทราบว่า เวลานี้คุณอยู่ด้วยวิหารธรรมที่เรียบง่าย นั่นก็คือเมตตา” ท่านพระเรวตะตอบว่า “ท่านผู้เจริญ เมื่อก่อนคราวเป็นคฤหัสถ์ ผมได้ประพฤติสั่งสมเมตตา ฉะนั้นเวลานี้ผมก็ยังอยู่ด้วยเมตตาวิหารธรรมเป็นส่วนมาก แต่ผมบรรลุอรหัตตผลนานแล้ว ท่านผู้เจริญ เวลานี้พระเถระอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไรเล่าเป็นส่วนมาก” ท่านพระสัพพกามีตอบว่า “ท่านเรวตะ เวลานี้ผมอยู่ด้วยสุญญตวิหารธรรมเป็นส่วนมาก” ท่านพระเรวตะกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ทราบว่า เวลานี้ พระเถระอยู่ด้วยวิหารธรรมของพระมหาบุรุษ นั่นก็คือ สุญญตสมาบัติ” ท่านพระสัพพกามีกล่าวว่า “ท่านเรวตะ เมื่อก่อนคราวเป็นคฤหัสถ์ ผมได้ประพฤติสั่งสมสุญญตสมาบัติ ฉะนั้นเวลานี้ ผมก็ยังอยู่ด้วยสุญญตวิหารธรรมเป็นส่วนมากแต่ผมบรรลุอรหัตตผลนานแล้ว”

พ่อครูว่า...แล้วคนสมัยนั้นท่าน พูดความจริงไม่ได้พูดความเท็จกัน ก็เป็นธรรมดา เมตตาคือ dynamic สุญญตาคือ static คุณไม่ทำงานก็อยู่กับสุญญตา แต่หากทำงานก็อยู่กับเมตตา ปรุงไปทำงานไป เมตตาคือปรารถนาให้คนอื่นพ้นทุกข์ กรุณาก็ลงมือช่วย ช่วยเสร็จกฺ็จบเขาพ้นทุกข์แล้วเป็นสุขสบาย แล้วก็จบ มุทิตาคือยินดีด้วยกับเขา แล้วก็อุเบกขาจบเลยวาง แล้วจบไม่ทวงบุญคุณจบแล้วก็จบไป นี่คือพรหมวิหาร 4 ที่สมบูรณ์แบบ

สมณะเดินดินสรุปจบ 620623_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ธรรมะ 2 รวมเป็น 1 ของสภาวะกับพยัญชนะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน