620510_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แม้พระพุทธเจ้ายังต้องตรัสรู้ด้วย จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโ (2).docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข17 มิถุนายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

620510_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แม้พระพุทธเจ้ายังต้องตรัสรู้ด้วย จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่ http://www.boonniyom.net/45607.html สรุปแล้ววัฏฏะของอุตุ พีชะ เราไม่ต้องยุ่งเกี่ยว วัฏฏะที่มีธาตุจิตวิญญาณอยู่นี่แหละอันนี้เราต้องศึกษาเรียนรู้ จนกว่าคุณจะรู้ว่า ถ้าคุณกระทบกับเหตุปัจจัยอะไรที่เป็น 2 เราไม่วนกับคุณอีกแล้ว 1. ไม่วนโดยไม่ต้องไปเกี่ยวข้องคุณไกลห่างเลยอย่างเช่นอบายมุข เราก็อยู่ของเราคุณก็อยู่ของคุณ คุณจะเป็นอย่างไรก็อยู่ของคุณเราก็อยู่ของเราไม่เกี่ยวกันเลย 2. เกี่ยวกันแต่เราไม่เสพกับคุณ แต่มันสัมพันธ์กันอยู่ สัมผัสกันอยู่เกี่ยวข้องกับโลกเขา คนชั่วคนอะไรก็มีอยู่ในสังคม แต่เราก็อยู่ร่วมได้ แล้วเราจะมีปฏิภาณรู้ว่าไม่ให้เขาเอาอะไรร้ายมาใส่เรา เราไม่ทำร้ายอะไรเขาแล้ว แต่เราก็จะไม่ให้เขามาทำร้ายเราได้ด้วย ก็คนมันไม่ดีมันทำร้ายเราได้เราเองก็จะเจ็บ จะต้องมีอะไรแปดเปื้อนมันไม่ดี สูงกว่านั้นแม้เขาจะทำร้ายเราก็ไม่ถูกทำร้ายเราไม่แปดเปื้อน ไม่มีปฏิกิริยาเลยเราเหมือนความว่าง เหมือนเขารู้สึกเองคนเดียวเราไม่เป็น อันนี้สูงสุดเป็นผู้เป็นเช่นนั้นเลยในจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นเราก็มาเรียนรู้วัฏฏะที่มีจิตวิญญาณร่วมด้วย ให้มันเป็นความสูญเป็นความว่างเป็นความหลุดพ้น ความหลุดพ้นก็จะมีละเอียดลออลึกซึ้งขึ้นไปอีก หลุดพ้นแล้วจะมาทำงานตอแยยุ่งกับเขาได้ อาตมาอย่าว่าแต่ตอแยเลย ด่าว่าเขาได้ด้วย แต่ต้องมีบารมีจริงๆ ถ้าหากไม่มีบารมีจริงๆคุณตาย ไม่รอดนะ อย่านึกว่าคนอื่นเขาไม่ทำร้ายนะ เขามีกิเลส ไม่เหลือ วัฏฏะมีทั้งพีชะ และวัตถุ เรียนรู้ที่มีอยู่ในจิตวิญญาณของเรา ถามว่ามีวัฏฏะอื่นอีกไหมนอกจากวัฏฏะดังกล่าวก็เอาแค่นี้ก่อน เอาวัฏฏะที่คุณไปยุ่งเกี่ยว แล้วมีความสุขความ

อ่านต่อ

ทุกข์ให้มันไม่มีอิทธิพลให้มีจิตที่ วัสสวัตตี มีอำนาจจิตอยู่เหนือมันได้นี่เป็นอำนาจจิตสมบูรณ์

_1614 จิตมันขุ่นมัวบ่อยๆ กุศลจิตเกิดขึ้นเพื่อรับรู้อะไรๆ สารพัด ใช้ข้อธรรมใดเพื่อละ อกุศล จิตนี้ได้บ้าง ปิติ ฉันทะ ขันติ พ่อครูว่า...คุณก็ทำจิตให้เป็นกุศลรับรู้อะไรสารพัด แต่ถ้ารู้บ่อยๆว่าเป็นอกุศล แต่พูดไปแล้วเหมือนมีแต่บัญญัติ ไม่เป็นสภาวะ ถ้าสภาวะคุณมีฉันทะตัวนี้เป็นตัวต้นเลย มีความเข้าใจความยินดีพอใจถ้าจิตใจคุณมีฉันทะในการที่จะไม่มีจิตขุ่นมัว จะล้างจิตขุ่นมัวเป็นต้นหรืออกุศลจิตตัวนี้ คุณอ่านอาการของจิตใจที่ขุ่นมัวเป็นอย่างไรแล้วก็รู้ว่าคุณเคยมีไหม จิตที่มันไม่มีอาการขุ่นมัวจิตมันใสสะอาดกว้าง กับจิตขุ่นมัว มันก็เป็นเทวะเป็นธรรมะ 2 อย่าง คุณก็ทำให้เป็นจิตที่ใสสะอาด คุณจะไปทำเป็นจิตใจขุ่นมัวทำไม มันง่ายออกจะตาย ใช่ไหม คุณก็เอ้อ ทำจิตสะอาดโปร่งใสสะอาดสว่างไม่ต้องไปขุ่นมัว คุณก็ทำอย่างนั้นสิ แต่คุณก็บอกว่าทำไม่ได้ ก็จิตใจคุณเป็นไปได้ไหมมีไหมถ้าคุณไม่มีเลยคุณต้องพยายามเลย เรียนรู้ให้ได้ว่าจิตที่มันว่างจากที่มันหยาบที่สุด อะไรที่จิตใจต้องขุ่นมัวที่มันร้อนที่สุดหยาบที่สุดฆ่ามันออกก่อนอันแรก ไม่อย่างนั้นคุณสับสนเยอะแยะไปหมดเลยไม่ชัดเจนคุณก็จะรบกวนสับสนแล้วคุณก็จะอะไรก็ไม่รู้มันก็จะเลอะเทอะไปหมด มันต้องเป็นลำดับเอาอย่างต้นก่อน หยาบๆก่อนคู่แรกให้ชัดแล้ว คุณจะไม่ถามวน คุณ 1614 ถามบ่อยถามวนนะ เอาก่อนสิ แล้วคุณจะรู้ตัวอย่างที่สำคัญแล้วจบ แล้วตัวอย่างที่ 2 ก็จะดีขึ้น ตัวอย่างที่ 3 4 5 6 ก็ยิ่งจะชัดเจน ถ้าไม่เช่นนั้นคุณก็จะทำอย่างนี้วนไปอีก ต้องเอาตัวอย่างคู่ใดคู่หนึ่งก่อน ความเป็นลำดับเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลาย 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 จึงอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยคนที่ตะกละตะกลามจะเอาทั้งหมด หนึ่งก็จะเอา 5 ก็จะเอา 100 ก็จะเอา รับรองคุณไม่ได้สักอย่าง เละ นะ สมณะเดินดินว่า...ถามตกในบ่อส้วม แล้วทำอย่างไรจะได้ความสะอาดบริสุทธิ์ คุณก็ดับจิตเลยไม่ให้รับรู้ คุณก็อย่าหายใจสิ แล้วก็ดับจิตไปเลยอย่าหายใจ หรือคุณหายใจก็ได้อากาศอยู่แต่คุณไม่รู้ว่ามันไม่บริสุทธิ์เท่านั้นเอง คือ สมมุติสิ่งที่คุณสมมุติแล้วมันเป็นไปไม่ได้ แล้วจะให้ตอบว่าเป็นไปได้ ก็โจทย์ของคุณมันเป็นไปไม่ได้แล้วแล้วจะให้อาตมาตอบอย่างอื่น อาตมาก็จนด้วยเกล้า มาถามปัญหาที่จนด้วยเกล้าอาตมาก็จนแต้มแต่ถ้าจะให้ตอบก็ตอบได้อย่างที่ตอบไป ให้เรียงลำดับ เรียนรู้จิตใสๆกับจิตขุ่นมัว ไม่ใช่ไปทำแบบลอยลม มีจิตใสๆอย่างไม่มีเหตุปัจจัย มันก็ขุ่นมัวอยู่ตลอดกาลเมื่อดับเหตุได้แล้วมันก็ใสเป็นสัจจะ มันต้องมีคู่หนึ่งมันมี 2 ต้องเรียนรู้ทีละ 2

_นักรบธรรม...ชาวพุทธเมื่อศึกษาธรรมะก็จะไปหลับตาอย่างเดียวไปศึกษาท่านพุทธทาสหรืออาจารย์มั่น คิดว่าการบรรลุอรหันต์แบบหลับตาก็ไม่น่ายาก เข้าถ้ำหลับตากันเลย เมื่อมาเจอพ่อครู ผมก็ถามท่าน ท่านก็ว่าให้ทำไปเรื่อยๆแบบที่พ่อครูสอน ถามว่า การบรรลุธรรมหลับตาจะถึงที่สุดแห่งทุกข์ พ่อครูว่า...มันได้ยิ่งกว่าหลับตา เพราะหลับตามันได้แต่เฉพาะสมถะมันได้แต่เฉพาะตอนนี้ แต่ลืมตานี่มันนิ่งด้วยและมันก็มีเร็วด้วย ได้ 2 อย่าง มันไม่ได้อย่างเดียวเหมือนกับหลับตา _นักรบธรรมว่า...แต่ว่าหลับตานี้สุดยอดมันเบาว่างสว่าง พ่อครูว่า...สว่างแบบหลับตาสว่างเก๊ หลับตาเข้าไปมันมืดแต่คนไปสร้างอุปาทานให้สว่างคนที่หลับตาแล้วเห็นแสงสว่างเกิดแสงสว่างในขณะหลับตาเป็นอุปาทาน เป็นแสงสี ม่วงเขียวแดง เป็นนิรมานกายของเก๊ทั้งนั้น เพราะหลับตามันยังมืด นอกจากว่าไปในที่สว่างหลับตาก็อาจจะมีสว่างอยู่บ้างแต่ถ้าไปในที่มืดจริงๆมันก็ควรจะมืดแต่ถ้าเห็นแสงก็คือของเก๊ทั้งนั้น ลืมตานี้เบาโล่งว่างสบายตลอดเวลา ก็คงจะไม่ง่ายๆ ไม่งั้นคนตาบอด ปฏิบัติได้ง่ายกว่าคุณแน่นอน พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสไว้ชัดว่าต้องมีจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา อาโลก คำว่า อาโลก กับจักษุ กำกับเลยว่าคนต้องลืมตามีแสงสว่างกับโลก มีพระอาทิตย์มีแสงมากระทบ มันจะต้องมีแสงสว่างพร้อมกับลืมตา มีแสงสว่างเข้าตามันบังคับเลย แล้วคุณจะต้องเกิดญาณ ปัญญา วิชา ความรู้ปัญญา ญาณ วิชชา เป็นลำดับ มันจะเกิดต้องมีแสงสว่างต้องมีตากระทบทำงานอยู่ นี่เป็นตัวอย่างประกอบ ชัดๆ เป็นกระบวนการของธาตุรู้ที่ตรัสรู้ในศาสนาพุทธ ขนาดคุณยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า ขนาดพระพุทธเจ้าท่านยังบอกว่าท่านต้องตรัสรู้ด้วย จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก ขนาดพระพุทธเจ้ายังต้องถูกบังคับด้วยเงื่อนไข 5 อย่างนี้แล้วคุณเป็นลูกศิษย์ ตรัสรู้จะไปเอาต่างจากพระพุทธเจ้าได้อย่างไรมันก็เป็นธรรมะที่แหว่ง วิธีของพระพุทธเจ้า ”มรรค มีองค์ ๘"นั้นคือ "ทางเอกทางเดียว ไม่มีทางอื่น"(เอเสวมัคโค นัตถัญโญ) ล.25 ข.30 จะไปหลับตาให้เสียเวลาทำไม หัดทำแบบลืมตาทีละนิดสักนิดนี่แหละ คุณลืมตาแล้วไปหลับตามันได้เลย แต่คนหลับตาแล้วมาเอาลืมตามันไม่ได้ แต่ถ้าคุณลืมตานี่มาได้ 2 อย่าง หลับตามันก็ยิ่งง่ายตายชัก แต่ถ้าหลับตาแล้วลืมตามันทำได้ยาก

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่ http://www.boonniyom.net/45607.html

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

620510_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แม้พระพุทธเจ้ายังต้องตรัสรู้ด้วย จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโ (2).docx | สารานุกรมชาวอโศก