นานาสังวาสนั้นต้องท้วงติงกันได้ พาดพิงบุคคลได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข30 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

นานาสังวาสนั้นต้องท้วงติงกันได้ พาดพิงบุคคลได้ _@benjapornamm เบญจมาภรณ์ แอม 9770 • พูดได้ครับแต่ทำไมต้องว่าถึงหลวงปู่เสาร์หลวงปู่มั่นหลวงปู่มหาบัวหรือครูบาอาจารย์ ทั้งๆที่ท่านก็บวชที่หลังและท่านก็เคยไปกราบไหว้ไม่ใช่เหรอครับเช่นหลวงปู่พุทธทาสไม่ใช่เหรอครับ (ใต้คลิปพ่อครูเทศน์เรื่องความเป็นทิพย์ของพ่อครูอยู่ที่ไหน 6 มิ.ย.66) พ่อครูว่า... อันนี้ถูก อาตมาบวชทีหลังท่าน อาตมาบวชที่วัดอโศการาม จะว่าสายหลวงปู่มั่นก็ใช่ อาจารย์ลีเป็นศิษย์หลวงปู่มั่นอยู่วัดอโศการาม อาตมาไม่ทัน อาจารย์ลีตายก่อนอาตมาจะบวช อาตมาบวชอุปัชฌาย์ไม่ใช่อาจารย์ลี อุปัชฌาย์เป็นพระราชวรคุณ ตอนหลังท่านก็เป็นพระเทพวรคุณ เป็นอุปัชฌาย์ทางด้านธรรมยุต แล้วอาตมาก็มา สวดญัติที่วัดหนองกระทุ่มอีกทีเป็นมหานิกาย ก็หลวงอาเป็นอุปัชฌาย์เป็นผู้สวดญัติให้ อาตมาเลยเป็นพระทั้งสองนิกาย เข้าพิธีบวชเป็นพระทั้งธรรมยุตและมหานิกายและอาตมาก็ลาออกมาเป็นนานาสังวาสในวันที่ 6 สิงหาคม 2518 วันที่ 7 สิงหาคมก็เป็นนานาสังวาสกับทั้งมหานิกายและธรรมยุต ประกาศผลเองออกมาตามพระธรรมวินัยไม่ได้ผิดพระธรรมวินัยเลย แต่ท่านไม่รู้เรื่องธรรมวินัยนานาสังวาส เพราะมันลึก ลึกซึ้งสุด ในยุคพระพุทธเจ้าก็มีนานาสังวาสที่พระพุทธเจ้าประกาศธรรมวินัยกับพระเทวทัต ท่านไม่ได้ประกาศนิกายกับพระเทวทัตแต่ท่านประกาศนานาสังวาส ส่วนเทวทัตจะถือว่าท่านเป็นคนละนิกายก็เป็นเรื่องของเทวทัต เช่นเดียวกันกับอาตมาประกาศนานาสังวาสกับมหาเถรสมาคมที่มีทั้งธรรมยุตและมหานิกาย แต่ทางโน้นทั้งธรรมยุตและมหานิกายถือว่า อาตมาเป็นนิกายซึ่งอาตมาไม่ได้ถือว่าพวกท่านเป็นนิกาย เรื่องนี้ลึกซึ้งมาก ธรรมะซับซ้อนเป็นสิริมหามายา มันก็ต่างคนต่างยึด ต่างคนต่างถือ ต่างคนต่างเห็น เขาก็เป็นอย่างนั้นอาตมาก็เป็นอ

อ่านต่อ

ย่างนี้ จิตก็คนละสัญญา คนละกำหนดหมาย ก็เป็นคนละอย่าง ศึกษาไปอันนี้ลึกซึ้ง นานาสังวาสนี้ลึกซึ้งสุด มันเป็นเครื่องตัดสินสุดท้ายที่เป็นการจำนนแล้ว ระหว่างมนุษย์ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เมื่อความเห็นของเธอกับความเห็นของเรามันเห็นกันคนละอย่าง ก็อยู่เป็นสุขเป็นสุขกันเถอะ ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเข้าใจว่า อันนี้เราเข้าใจอย่างนี้ถือว่าเป็นธรรม อันนี้ถือว่าอย่างนี้เป็นอธรรม คุณก็ถือธรรมอันนี้ แต่อีกคนเห็นว่า อันนี้เป็นธรรมะ แต่อันนี้มันเห็นขัดกัน อันโน้นเป็นอธรรมก็ต่างคนต่างเข้าใจต่างคนต่างยึดถือ ต่างคนต่างปฏิบัติไปก็แล้วกัน และผลมันจะออกมาตามสัจธรรม สัจธรรมไม่มีใครไปบิดพลิ้วมันหรอก มันเป็นของมันเอง มันเป็นของมันจริง และอาตมาก็ไม่งง ไม่สงสัย ไม่ประหลาดว่า พวกเราจะเป็นหมู่น้อย ไม่สงสัย ไม่ประหลาด อย่างพวกเราชาวอโศกที่เป็นโลกุตรธรรมเป็นหมู่น้อยที่เป็นยอดพีระมิด มหานิกายธรรมยุตของมหาเถรสมาคมก็เป็นอีกหมู่หนึ่ง แน่นอนมหานิกายกับธรรมยุตก็ยังจะเป็นหมู่น้อยของเทวนิยม ซึ่งเทวนิยมเขาเป็นฐานพีระมิดส่วนใหญ่มากเลย แม้ว่าของเถรสมาคมหรือสงฆ์หมู่ใหญ่ กระแสหลักของประเทศ จะไม่เป็นโลกุตรธรรมเหมือนอย่างชาวอโศก แต่ก็มีเชื้อของธรรมะพระพุทธเจ้า มากกว่าเทวนิยมอีก เป็นสัจจะ เทวนิยมเขาก็มีหลายขั้น อาตมาก็ไม่อยากจะไปวิจารณ์เขามาก หลายอย่างหลายขั้นแล้วเขาก็เข้ากันไม่ได้ อยู่ด้วยกันไม่ได้ด้วย ไม่เป็นสังวาสเดียวกันไม่ร่วมกัน มันเกินกว่าจะเรียกว่านิกายแล้ว มันคนละศาสนา ไม่ใช่แค่ต่างนิกายเท่านั้นแต่คนละศาสนาเลย ดีไม่ดีฆ่ากันด้วย แข่งดีแข่งเด่นกันนั้นแน่นอน ทีนี้กลับมาหาเรา อย่างเราชาวอโศกกับเถรสมาคม เราไม่ได้ไปแข่งดีแข่งเด่นกับเขานะ มันไปตามสัจจะ คนเข้าใจว่าอย่างนี้ดี น้อยด้วย อย่างอโศกนี้คนเข้าใจว่าดีมีน้อยด้วยก็ไม่เห็นเป็นปัญหา เราอยู่แล้วว่าสัจจะนั้นยอดพีระมิดก็จะมีน้อยแค่นั้น มันก็เป็นสัจจะ เราจะไปงงไปสงสัยอะไร ทางโน้นเขามีมากกว่าดีแล้ว ท่านก็ทำของท่านให้ดีอย่าให้มันเสื่อมยิ่งกว่านี้ แต่มันก็ยาก เพราะลักษณะที่ไม่เสื่อมกับลักษณะที่ยังเสื่อมอยู่ แน่นอนเสื่อมอยู่ก็ต้องเสื่อม อันที่ไม่เสื่อมแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ตกต่ำ อวินิปาตธรรม ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา ไม่เสื่อมแล้ว ดีไม่ดีมันนิยตะเที่ยงด้วย ที่ไม่เสื่อมนั้นก็ยังยึกยักอยู่นะ ไม่เที่ยง ยังขยับไปขยับมา สุขบ้างทุกข์บ้างมีเยอะ แต่นิยตะนี้ จะยิ่งน้อยลงไปแล้วใช้ศัพท์คำว่าเที่ยงได้ มีแต่ไม่ยึกยักแล้วมีแต่จะ สัมโพธิปรายนะ ไปสู่ที่สูงที่สุดที่จบ นี่คือลักษณะสัจธรรมพวกนี้ พระพุทธเจ้าสอนไว้หมด พยัญชนะบาลีอาตมาเอาของพระพุทธเจ้ามาใช้ อาตมารู้สภาวะพวกนี้ ของเรามีตรงกันกับของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น 4 ขั้น โสตาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยตะ สัมโพธิปรายนะ พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นคุณสมบัติขั้นพระโสดาบัน ตอนนี้อาตมากำลังอธิบายถึงพลังงานที่เข้ามาเป็นชีวะ มันเริ่มตั้งแต่ สัตตะ ปาณะ ภูตะ ชีวะ เพราะฉะนั้นพลังงานที่จะเริ่มมาเป็นชีวะ มันเริ่มมาตั้งแต่ สัตตะ แปลว่า 7 เช่น 7 หน่วยแล้วเริ่มมาเป็น ปาณะ ซึ่งไม่ใช่ตื้นเลย มันลึกขนาด อาตมากำลังอธิบายอยู่ค่อยๆขยายไป กำลังพูดถึงขั้น ปาณะ มันจะเลยจากสัตตะคือ 7 ซึ่งยังไม่เป็นชีวะเต็มรูปด้วย พอเริ่มเป็นชีวะเต็มรูป แต่มันลึกซึ้งละเอียดเล็กน้อยเป็นเยื่อ ชีวะ มันอันที่ 4 คือ ปาณะ อาตมากำลังขยาย เช่น ปาณาติปาตะ ก็คือปาณะ เชื้อชีวิตเยื่อชีวิต ใครทำให้ตกร่วง..บาป ละเอียดขึ้นไปอีกนะบาปไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะฉะนั้นถ้ายิ่งขั้น ภูตะ พลังงานนั้นโตกว่า ปาณะ ยิ่งพลังงานชีวะโตกว่าภูตะ เอาไว้แค่นี้ก่อน ฝากไว้ก่อนโอฬาร การอธิบายนั้นต้องอธิบายอย่างมีรูปธรรม มีบุคคลจริงจึงจะเป็นที่น่าเชื่อถือ เข้าใจกันได้ง่าย อาตมาทำนี้อย่างฉลาด คุณเองยังคิดไม่ถึงอย่างอาตมาก็ตามประสา ขออภัยอาตมาไม่ได้ว่าคุณโง่แต่คุณยังฉลาดไม่ถึง คุณยังไม่รู้ร่วม ยังไม่รู้ครบ คุณรู้หนึ่งเดียวยังไม่ถึง 6 ยิ่ง 7 คุณยิ่งไม่เข้าข่ายเลย ฉฬะคือ 6 ก็อธิบายสังขยาเลขนิดหน่อย พลังงานความเข้าใจของคุณอาจจะแค่ 1 เท่านั้น เทวนิยมนี้แค่หนึ่งเดียว คุณจะเลยเทวนิยมได้มากกว่านั้นจะ 2 จะ 3 ได้แค่ไหนก็ไม่รู้เพราะอาตมายังวัดคุณไม่ได้ เพราะไม่รู้จักกัน ก็ค่อยๆทำความเข้าใจศึกษาให้ดีๆ ตอบ สรุปก่อนว่าทำไมอาตมาต้องไปว่า เพราะอาตมาเวทนาหรือว่าสงสาร แต่ก็สงสาร ท่านก็เสียไปหมดแล้ว สงสารหลวงปู่เสาร์สงสารหลวงปู่มั่น มหาบัวแต่สงสารท่านก็เสียไปหมดแล้วก็คือต้องสงสารลูกศิษย์ อาตมาจึงจำเป็นจำนนต้องว่าเพราะท่านผิดเพราะท่านยังไม่สัมมาทิฏฐิ ท่านยังมิจฉาทิฏฐิ อาตมาก็พูดความจริง พวกคุณยึดถือว่าของอาจารย์มั่น อาจารย์เสาร์ อาจารย์มหาบัวสัมมาทิฏฐิ แน่นอนคุณก็ต้องค้านแย้งกับอาตมา แต่อาตมาก็ต้องพูดความจริง ว่าอันนั้นยังมิจฉาทิฏฐิ ถูกมันอันนี้ คุณก็ค่อยแง้มใจดูสิ แง้มใจมาฟังอาตมาหน่อย อย่าปิดใจมาฟังอาตมาเลย ถ้าปิดใจมาฟังอาตมา มันก็รับอะไรไม่เข้า ต้องแง้มๆหน่อย ขอแง้มๆก็พอก่อน แล้วถ้าคุณเจตนาดี แสวงหาจริงๆนะ ให้แง้มมาเถอะแล้วฟังอาตมาบ่อยๆ 660628 ความเป็นอรหันต์นั้นมีลำดับอันน่าอัศจรรย์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานี

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน