สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน รูป 24 กับผีมีจริงที่จิตและผีไม่มีจริง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน รูป 24 กับผีมีจริงที่จิตและผีไม่มีจริง _ผู้น้อยดูรก.สารพันผีลี้ลับเขาถ่ายคลิบติดวิญญาณคนตายมาให้เห็นก็บ่รู้ว่าจริงฤาปลอม?รู้แต่ว่าสัจธ.ของจริงที่สัมผัสได้จากบุญบาปที่กระทำกันคือกฏแห่งกรรมสะท้อนวิบากกรรมใครกรรมมันชัดเจนที่สุด! พ่อครูว่า...เขาถ่ายภาพจริงๆ ต่อให้เขาถ่ายติดมาจริงๆ ก็คือของปลอมทั้งนั้น ถ่ายภาพได้ก็คือปลอมซ้ำปลอม เพราะวิญญาณหรือธาตุรู้เท่านั้นที่เป็นผี วัตถุดินน้ำไฟลม อากาศอะไรก็แล้วแต่ เป็นผีไม่ได้ ไม่ใช่นามธรรม ดินน้ำไฟลมไม่ใช่นามธรรม เป็นผีเป็นผีไม่ได้ ผีอยู่ที่นามธรรม อยู่ที่จิต มโน วิญญาณ ถ้าไม่มีจิตมโนวิญญาณแล้วไม่มีผี เอากล้องถ่ายรูปถ่ายผีแล้วมีผีที่รูปกล้อง แสดงว่าอันนั้นไม่ใช่นาม ก็เป็นของเก๊ ก็รูปที่ติดมามันนามหรือรูป ก็รูป แล้วผีอยู่ในจิตวิญญาณ หรือเทวดาอยู่ในนาม อยู่ในรูปไม่ได้ สงสารที่ถ้าคนไม่ได้เรียนรู้ไปถึงคำว่ากาย ไม่เข้าใจคำว่ากายให้ได้ตลอด ศึกษากายให้ครบรูป 28 มหาภูตรูป 4 อุปาทยรูป 24 รูปเหล่านี้ ยกเว้น มหาภูตรูป คือวัตถุธาตุ ส่วนรูป 24 คือจิต มโน วิญญาณ แต่คนไทยเข้าใจว่ารูปคือสภาพไม่ใช่นาม รูปคือสิ่งที่ไม่มีความรู้สึก ก็เลยหมดทางปฏิบัติธรรม เพราะไปตัดประตูความจริง ว่าจะต้องไปศึกษารูป 24 เป็นสำคัญ เพราะความทุกข์ความสุขอยู่ในรูป 24 อาริยสัจ คือทุกข์อาริยสัจ จะสิ้นทุกข์ได้ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป ต้องทำให้ดับให้ได้ นี่คือจุดหมายปลายทางของศาสนาพุทธ ก็เลยจบเห่เลย คนไหนที่เข้าใจว่า รูป 24 อุปาทยรูป 24 คือวัตถุ ไม่ศึกษารูป 24 นี้ก็สูญเลย รูป 24 นี้คือนามธรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะจิตเจตสิก เจตสิก 52 จิต 89 หรือ 121 ก็อยู่ในนี้หมด ทำเสร็จแล้วบรรลุธรรมเข้าใจสภาวะ อุปาทายรูป 24 ผู้สมบูรณ์สุดจะจบด้วย อากาศว่าง
อ่านต่อ
ในแต่ละปริเฉทรูป อยู่ในอาหารคือเครื่องอาศัย อาหารรูป ตาหูจมูกลิ้นกายเป็นเครื่องอาศัย ก็ทำให้ใจว่างได้ ตากระทบรูปก็ทำให้จิตว่างได้ หูกระทบเสียงก็ทำให้จิตว่าง จมูกกระทบกลิ่นจิตก็จิตว่าง ลิ้นกระทบรสก็จิตใจว่างได้ กายสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งก็จิตว่าง ก็เป็นอรหันต์ ทำจิตว่างได้ตั้งแต่ อาหารรูป ต่อจากนั้นก็ศึกษา วิญญัติรูป 2 กายวิญญัติ วจีวิญญัติ แล้วมีวิการรูป 5 ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ยกตัวอย่าง อาตมาแสดงท่าทีลหุ ใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 เบาที่สุดเหมาะสมที่สุดในยุคการนี้แล้ว ปริสัญญุตา อย่างนี้ ดีไม่ดีบางคนแรงกว่านี้ ปุคลปโรปลัญญุตา อาตมาพูดแสดงท่าทีแรงกว่านี้ ถ้าคนนี้ต้องใช้อย่างแรง เรียกว่าลหุตา ถ้าเบาแล้วเขาไม่เข้าใจ ยุคนี้เป็นยุคด้าน ยุคดื้อ ยุคแข็ง มันด้านหนา กิเลสมันหนามันด้านมาก จึงต้องใช้แรงๆ ไม่ได้แก้ตัวนะ ลหุแปลว่าเบา แต่ต้องสมกับสัปปุริสธรรม 7 ต้องมีอัตตัญญุตา รู้ตัวว่าอาตมาคือใคร ตัวเราก็เท่านี้ อาตมาจะต้องมาทำอะไรก็ต้องรู้ตัว ก็ต้องจัดสรร ธัมมัญญุตา ให้เหมาะสม อาตมาทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ จะเอาสำลีมาเช็ดทุเรียนให้ผิวเรียบไม่มีทางสำเร็จหรอก สมัยนี้ยุคนี้ จึงยากมากที่จะประมาณอย่างเหมาะควร ส่วนลักษณะ 4 ของรูป เป็นตัวจบ ผู้ที่รู้จบจะเข้าใจว่าทุกอย่างอยู่ในลักษณะ 4 คือจะให้เกิด อุปจยะ สองจะให้ต่อก็สันตติ จะให้เกิดท่านก็ต่อ ถ้าไม่ให้เกิดท่านก็ตัด ไม่ต่อ แต่สิ่งที่เกิดแล้วต้องมีชรตา หรืออนิจจตา หากไม่ต้องการให้มันอนิจจตา ก็เสริมพลังงานให้สูงขึ้น ถึง Coefficient สัมประสิทธิ์ ก็จะมีความสูงไม่รู้จบง่ายๆได้ นี่คือธรรมะ อาตมาพูดด้วยความรู้ความเข้าใจขยายความจริง สรุปคำว่าผี ลี้ลับ ผีจริงๆแล้วคือกิเลสคืออวิชชา คือความไม่รู้นั่นคือผี คือจิต ผี เทวดา อยู่ได้แต่ในจิต ที่อื่นไม่มี ผู้ใดที่อธิบายธรรมะว่ามีผีมีเทวดาอยู่ในจิต แล้วไม่พูดให้เข้าใจชัดเจนว่า คุณสามารถทำให้หมดความเป็นผีเทวดาในจิตได้ ไม่มีผี เทวดาหรอกในศาสนาพุทธ ผู้ที่พูดว่าไม่มีผีหรือเทวดาในศาสนาพุทธได้และทำอย่างนั้นได้คือพระอรหันต์ ถ้าไม่ใช่ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ก็เอาโวโวหารบัญญัติภาษามาพูดก็ได้ ก็บอกว่านี่เป็นคำพูดคำสอนพระพุทธเจ้าว่า ผีเทวดามันไม่มีหรอก ผู้ที่มียังอวิชชาอยู่ ผู้หมดอวิชชาแล้วผีและเทวดาไม่มีในจิต คนใดที่มีผี มีเทวดา คนนั้นก็ยังไม่หมดผี ยิ่งลี้ลับก็แสดงว่าคุณเองยิ่งไม่รู้เรื่อง แล้วมาสร้างเป็นหนังหลอกกัน พวกที่สร้างหนังผีคือผู้ที่ก่อบาปให้กับตัวเองอย่างหนัก ได้บาปมาก คือ ไปเสริมความหลงให้แก่คน ยกเว้นคนสร้างหนังผีและมีเจตนาล้างกิเลส คนไปเข้าใจว่าผีนั้นมันมีอย่างนั้น จนหมดความยึดถือผี จนรู้แจ้งว่าผีไม่มีได้ คนนั้นทำหนังได้เป็นโลกุตระ แต่ถ้าทำหนังแล้วคนกลัวผีเพิ่ม ตื่นเต้นเรื่องผีอยากเสพรสความตื่นเต้น แล้วก็ไปดูหนังผีให้มันตื่นเต้นได้เงินได้ทองจากความตื่นเต้น คนนี้บาปกินหัวหนักมาก แล้วก็ยังเสริมความอวิชชาแก่มนุษย์อีกเยอะ แถมหาเงินจากคนโง่คุณก็โง่ ทำไมคนอื่นโง่หนักเข้าไปอีก ห้องดับเบิลโง่ ทริปเปิ้ลโง่ ศึกษาให้ดีมาล้างอุปาทานความยึดติดว่ามีผี เมืองนอกเขาก็ไม่ได้กลัวมากเท่าไหร่ แต่เมืองไทยทำไมถึงได้โง่เง่ากลัวผี มีผีคนตายมาหลอก อาตมาเคยยกตัวอย่างสึนามิ มีศพคนตายกองเป็นเบือ ไปตามหาพ่อแม่พี่น้องกันเยอะ ถ้าผีมันมีตัวตนมันตายโหงด้วยตอนมีสึนามิก็ต้องวิ่งไปหาพ่อแม่ลูกเต้าพี่น้อง ถ้ามีวิญญาณก็คงจะไปสะกิดให้มาหาศพได้ พวกเราก็ไม่กลัวผีกันได้ แม้แต่นอนกองฟอน นอนโลงศพก็ได้ เขาเอาแต่ศพข้างในไปเผา เหลือโลงไว้ก็ไม่เคยเห็นกลัวกัน 600813_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ มาเป็นคนจนมหัศจรรย์ จนสำเร็จ