สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศาสนาพุทธกลายเป็นศาสนาพระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศาสนาพุทธกลายเป็นศาสนาพระ พระพุทธเจ้าว่า ถ้าถือโคตรตระกูล กษัตริย์เหนือกว่าพราหมณ์ แต่ถ้าถือธรรมะ พราหมณ์เหนือกว่ากษัตริย์ ซึ่งยุคพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นศาสนาพุทธยังไม่มี คำว่าพุทธเป็นภาษาบาลีมีอยู่แล้ว แปลว่า ความรู้ เป็นความรู้พิเศษเลย พราหมณ์แปลว่าผู้รู้ ถ้าไล่เรียงเอาความรู้แล้วพราหมณ์เหนือกว่ากษัตริย์ คำว่าพระนี้ยังไม่เกิด แต่พระนี้แทนนักบวชของพุทธ นักบวชสมัยนั้นเรียกว่าสมณพราหมณ์ คำสอนหรือมนตราทั้งหมดของศาสนาพราหมณ์ทั้งหมดจริงๆแล้วอันเดียวกันกับของศาสนาพุทธ แต่ก่อนนั้นพราหมณ์ก็เหมือนกับพุทธ แต่ว่าพราหมณ์นั้นได้เสื่อม เป็นพราหมณ์มหาศาล เหมือนกับพระตอนนี้เป็นพระมหาศาล เสื่อมกันเกือบหมดแล้ว พระพุทธเจ้าก็เอาบทมนต์เดิมของพราหมณ์มายืนยัน แต่ตัวเองได้เพี้ยนไปหมด พระพุทธเจ้าก็เลยย้อนว่าอย่างไหนถูก เขาจึงจำนนทั้งหมด อาจารย์ โปกขรสาติ ฉลาดกว่า ไม่ยึดมั่นถือมั่นเท่าลูกศิษย์คืออัมพัฏฐมานพ พระพุทธเจ้าท่านก็เอาบทมนต์ของพราหมณ์มาแก้ใหม่หมด ทั้งเรื่องโคตรและเรื่องธรรมะ เหมือนตอนนี้เลย พระพุทธเจ้าตั้งศาสนาใหม่ แต่จะไปเรียกพราหมณ์นั้นไม่ได้ เพราะมันเสื่อมไปหมด แต่คำยืนยันว่าเป็นพระพุทธเจ้าคือ สัมมาสัมพุทโธ เป็นบทพุทธคุณ 9 ท่านเป็นเจ้าของความรู้เจ้าของธรรมะ แม้เขาถือธรรมะแต่เก๊ ที่เป็นของจริงอยู่กับพระพุทธเจ้า ท่านไม่เคยเรียกตนเองว่าพระพุทธเจ้า แต่เรียกตนเองว่าตถาคต แต่ตถาคตมีพุทธคุณ 9 มีสัมมาสัมพุทธ เรียกว่ามีพุทธคือความรู้ มีพุทธคุณที่มีสัมมาสัมพุทโธ ท่านก็มาแก้ความรู้ที่เพี้ยนไปแล้ว จากพราหมณ์ที่แท้ เหมือนยุคนี้ อาตมาก็มารื้อฟื้นสัมมาสมาธิ ที่เป็นสัมมาอาริยมรรคมีองค์ 8 บทมนต์มรรคมีองค์ 8 ก็ยังมี แต่วิชชาจรณะก็คือมรรคมีองค์ 8 พราหมณ์ก็ยอมรับก
อ่านต่อ
ัน แต่วิชชาจรณะของพราหมณ์มันได้ล้มเหลวแล้ว พระพุทธเจ้าว่าเธอและอาจารย์เธอ (อัมพัฏฐะ) ได้เพี้ยนไปแล้วแม้สิ่งผิดก็ทำผิด เช่น สมาธิสะกดจิตหลับตา ขอถามว่าสมาธิสะกดจิตหลับตา พระที่บริหารสงฆ์ตอนนี้มีสมาธิหลับตาสู้พระป่าได้ไหม ก็ไม่ได้ ทั้งที่เป็นสมาธิแบบผิด พระที่บริหารสงฆ์ตอนนี้ แม้สมาธิผิดๆ เขาก็ยังไม่ได้เลย คือเหมือนพราหมณ์มหาศาลตอนโน้นที่พระพุทธเจ้าว่าไว้เลย สมาธิแบบพระป่าก็ไม่ได้บ้าบอเท่าสมาธิแบบธรรมกายวัดปากน้ำเลย คือแม้แต่สิ่งผิดเธอกับอาจารย์ก็ยังไม่ได้เลย ไม่ได้พระเวทย์เก่าเลย พระพุทธเจ้าก็เอามากลับคืน แล้วกลับคืนมากลายเป็นความรู้แบบสัมมาสัมพุทธะ คือพุทธคุณ เป็นสัมมาวิชชา สัมมาญาณ สัมมาวิมุติ ไม่ได้หนีโลก อยู่กับโลก แต่โลกทำอะไรท่านไม่ได้ เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว คนก็เลยเรียกความรู้อย่างพระสมณโคดม ที่เป็นพุทธ แล้วพุทธอย่างสัมมา ของสมณโคดม ท่านก็เรียกตนเองว่าตถาคต ไม่ได้เรียกท่านว่าเป็นพระพุทธเจ้า แต่แท้จริงท่านเป็นนั้นแหละ ต่อมาคนก็มาเรียกว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ ศีลก็ต้องเป็นสัมมาศีล จิตหรือสมาธิก็ต้องเป็นสัมมาสมาธิ ปัญญาก็ต้องเป็นสัมมาปัญญา วิมุติก็ต้องเป็นสัมมาวิมุติ นิโรธก็ต้องเป็นสัมมานิโรธ สรุปคือ ศาสนาพุทธต้องสัมมา ความรู้ต้องเป็นสัมมาสัมพุทธะ คำว่าพุทธคือความรู้ที่พาไปนิพพาน แม้ในยุคพราหมณ์ก็พาไปนิพพานหากถูกจริง เหมือนกับยุคนี้เป็นศาสนาพระ ไม่เป็นศาสนาพุทธแล้ว ความรู้ของพราหมณ์ในยุคพระพุทธเจ้าก็ไม่หลงเดรัจฉานวิชชาขนาดนี้เท่ายุคนี้เลย ยุคนี้จัดจ้านกว่ามาก เช่น ยุคโน้นไม่มีตำแหน่งพระ เหมือนข้าราชการ แต่ยุคนี้กลับเอาตำแหน่งโลกๆ มาใช้เหมือนข้าราชการ ที่เรียกตำแหน่งนั้นเป็นของไทยโบราณ สมเด็จ พระยา เจ้าคุณ เหมือนกันนั่นแหละ แต่เขาเลิกกันแล้วในประเทศไทย แต่พระยังเอาอยู่เลย ยุคนี้ธรรมยุตกับมหานิยายรวมตัวกันเพื่อสู้กับรัฐบาลและประชาชนที่ถือสัจจะ อยากถามว่า ประชาชนจะเห็นด้วยข้างไหน?
590307_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แพ้คือชนะเท่ากับขาดทุนคือกำไร