สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน บารมีสิบทัศ ทานศีลเพื่อเนกขัมมะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน บารมีสิบทัศ ทานศีลเพื่อเนกขัมมะ ที่คุณบอกว่า ธรรมกายสอนตามพระพุทธเจ้าสอน ทั้งทาน ศีล สมาธิ อาตมาก็ขอยืนยันว่าผิด สอนผิดจากพระพุทธเจ้าสอน ว่ากันเรื่องทานก่อน ทานคือการให้เพื่อล้างความโลภ เป็นข้อหนึ่งในสัมมาทิฏฐิ 10 การสอนไปรวยแล้วจิตคุณจะลดความโลภหรือเพิ่มความโลภ การตั้งจิตไว้ผิดก็ยิ่งกว่าโจรฆ่าโจร ข้อต้นนี้คือพระพุทธเจ้าสอนทาน แต่คุณตั้งจิตผิด ไม่ได้ลดโลภ แต่ตั้งจิตเพิ่มโลภ การทำทานเพื่อเพิ่มความโลภ ทำทานแล้วจะรวยใหญ่โตนี่คือโลภเพิ่มขึ้น สอนอย่างนี้ตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้าที่สอนให้เป็นกถาวัตถุ สอนนอกรีตนอกทาง ทำลายคำสอนพระพุทธเจ้าแหลกเหลวเลย การทำทานพระพุทธเจ้าสอนให้ลดจิตโลภ แต่ไม่ทำ อาจไม่รู้ว่าจิตโลภคืออะไร หรือไม่รู้แล้วยังสอนให้เกิดโลภเพิ่มอีก หรือว่ารู้อยู่แต่ยังทำ สอนให้ทำทานเสียของแล้วยังทำให้จิตเพิ่มโลภอีก ที่พูดนี้พูดด้วยเมตตานะ ต้องพูดแรงเพราะพูดในยุคนี้พูดเรื่อยเจื้อยมันก็หลับ อานิสงส์แห่งทานคือการลดกิเลส ประโยชน์ของการทาน ทานแล้วผู้ได้รับทานนั้นคือ ธัมมชโย วัดธรรมกาย ไม่ใช่เนื้อนาบุญ เอาไปเข้าบัญชีชื่อตนเองเป็นร้อยเป็นพันล้าน เขาบอกให้คืนก็จำนนก็เลยคืน กว่าจะคืนใช้เวลาตั้ง 7 ปี นี่คือกรณีหนึ่งนะ อีกไม่รู้กี่กรณี คนทำทานไปที่วัดธรรมกาย เสียของด้วย กิเลสก็ไม่ลด สีลกถา กล่าวคือ เขาว่า ศีลคืออธิบายคุณการรักษาศีล อานิสงส์รักษาศีล อานิสงส์การรักษาศีลไปอ่านใน กิมัตถิยสูตรเลย เล่ม 24 ข้อ 1 คนที่ไปธรรมกาย ให้ไปรักษาวินัย ขยัน ทำงานซื่อสัตย์สุจริต แต่เขาก็มีเชิงเอาเปรียบโกง เขาไม่กำชับเรื่องโกงเพราะว่า หัวหน้าเขาโกงอยู่นั่นเอง เขาก็บอก กลางๆ ให้ไปทำสุจริต แต่เล่ห์ทุนนิยมกลับมีอย่างหยำฉ่า วัดธรรมกายตั้งสหกรณ์ให้กู้เงินมา
อ่านต่อ
ทำทานสำหรับผู้ไม่มีเงิน แล้วไปเอาเปรียบคนอื่น มาเพื่อทำทาน คนเหล่านี้รักษาศีลแต่เดือดร้อนใจไหม ดีไม่ดีฆ่าตัวตายก็มี พ่อแม่ลูกเต้าทะเลาะกันเพราะว่าทำทานหมดเนื้อหมดตัว เขาบอกว่าปิดบัญชีทางโลกมาเปิดบัญชีทางธรรม การรักษาศีลของเขาไม่ได้เกิดอวิปปฏิสารหรือปีติปราโมทย์เลย แต่กลับไปยินดีแบบโลกๆ ที่จริงรักษาศีลเพราะเขาได้ลดโลภจึงไม่เดือนร้อนใจและปีติปราโมทย์ การทำทานเข้าวัดธรรมกายคือทำทานลงปากงูเห่า!!...พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ในศีลข้อ 2 คือสภาพปฏิสัมพัทธ์ หมุนรอบเชิงซ้อน ทานศีลภาวนานั้น จะทำอย่างใดก็เป็นไปเพื่อทานทั้งสิ้น เป็นสิ่งสูงสุด บารมี 10 ทัศ 1. ทานบารมี 2. ศีลบารมี 3. เนกขัมมบารมี 4. ปัญญาบารมี 5. วิริยะบารมี 6. ขันติบารมี 7. สัจจะบารมี 8. อธิษฐานบารมี 9. เมตตาบารมี 10. อุเบกขาบารมี (พระไตรปิฎก เล่ม 33 ข้อ 1) สี่ข้อแรกนี้ ทานศีลเพื่อเนกขัมมะ ออกจากกิเลส คือคุณทำได้ผล ลดกิเลสได้ ปัญญาชัดเจนว่าได้สละออกจากกิเลสจริง เนกขัมมะจริง ถ้าไม่มีปัญญาเห็นจริง ปฎิบัติบารมี 10 สี่ข้อต้นนี่ไม่ได้เลย เมื่อลดละจางคลายได้ จิตก็เสริมด้วยอีกสี่ข้อ วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน จะเพียรเพิ่มขึ้นเพราะเห็นผลลดกิเลส เกิดปราโมทย์ปีติ ไม่ใช่ผลวัตถุ แต่เป็นผลนามธรรม คือลดละหน่ายคลายกิเลสได้ ก็จะตั้งใจฝึกฝนอดทนขันติก็จะมากขึ้น สอดคล้องได้ทั้งสมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะ ยิ่งเพิ่มอธิฐานะ คือจิตฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ สรุปบารมี 10 สี่ข้อต้นเป็นตัวปฎิบัติ สี่ข้อกลางเป็นอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติ เสริมขึ้นเรื่อยๆ ผลสุดท้ายจะเกิดจิต เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จนเต็ม เป็นอรหัตตผล ก็อยู่ทำงานด้วยเมตตากับอุเบกขา เมตตาคือการทำงาน อุเบกขาคือฐานพักของพระอาริยเจ้า สิ่งที่ทำอยู่กับโลกคือทาน ศีลกับเนกขัมมะคือไม่ต้องขัดเกลาแล้ว ปัญญาเต็มแล้ว วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เต็มรอบแล้ว
590308_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เมื่อธรรมะกลาย ตอน ๑