สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ธรรมกายน่ากลัวสำหรับใคร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข28 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ธรรมกายน่ากลัวสำหรับใคร _ต่อไปจะอ่านความเห็นของคุณ Chuti Jay4 ใต้คลิปยูทูป รายการ ต่างคนต่างคิด ตอน ธรรมก(ล)าย ความลับธัมมชโย เรื่องราวของวัดพระธรรมกาย ลากยาวมากว่า 20 ปี ตั้งแต่ได้ยินชื่อนี้มา วันนี้จะไม่มานั่งแจงกรณีๆ ใดๆ ที่สื่อทุกค่ายกับคนพาล และมือที่มองไม่เห็น กำลังมะรุมมะตุมกัน ใครจะหาบาปใส่ตัวก็สุดแล้วแต่สติปัญญาสัมปชัญญะละครับ! เรามามองทะลุม่านมายาสื่อทั้งหลายแหล่และหลายแหลกเหล่านั้น มองดูผลงานของ วัดพระธรรมกาย แล้วเอาไปนึกตรึกตรองกันดูครับ ว่าตกลงวัดนี้น่ากลัวสำหรับใคร กันแน่? ก่อนเริ่ม แนะนำตัวชัดๆ ครับ ผมเป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกายหรือเปล่า? ตอบครับ ผมศิษย์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อในกฎแห่งกรรมครับ! เชื่อว่า ทำดีได้ดี, ทำชั่วได้ชั่ว เข้าเรื่องครับ 1. วัดพระธรรมกายสอนอะไร? คำถามนี้ จะตอบว่า ทำไมคนจึงมาวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง และมากมายขึ้นเรื่อยๆ หลักๆ เลยครับ ที่ผมจับประเด็นแบบค้นอดีตย้อนหลัง 46 ปี 1.1 สอน 3 เรื่อง ครับ ทานและอานิสงส์ของการให้ทาน ศีลและอานิสงส์ ของการรักษาศีล สมาธิและอานิสงส์ของการเจริญสมาธิ 1.2 สอนตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน คือ อนุปุพพิกถา คือ การ แสดงธรรมตามลำดับ เพื่อขัดเกลาอัธยาศัยของผู้ฟัง ให้พร้อมรับธรรมะขั้นสูงขึ้นตามลำดับ มี 5 ประการ 1. ทานกถา กล่าวคือทาน หมายถึง ชี้แจงแสดงคุณเรื่องการให้ทาน และอานิสงส์ของการให้ 2. สีลกถา กล่าวคือศีล หมายถึง อธิบายให้เข้าใจคุณเรื่องการรักษา ศีลและอานิสงส์ของการรักษาศีล 3. สัคคกถา กล่าวคือสวรรค์ หมายถึง การสาธยายคุณเรื่องสวรรค์ ซึ่ง เป็นผลที่ได้รับจากการให้ทาน รักษาศีล เป็นต้น (ข้อ 3 นี้ ผมขอตั้งประเด็นอย่างนี้นะครับว่า สำหรับคนที่ก่นด่าว่า

อ่านต่อ

วัดนี้เอาสวรรค์มาล่อ!!! แล้วคุณจะว่าอย่างไร ในกรณีอนุปุพพิกถาครับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้านะครับ ขอให้คิดให้ดี!!! ผมไม่เคยเข้าข้างใครครับ ผมว่าตาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า!!!) 4. กามาทีนวกถา กล่าวถึงโทษแห่งกาม หมายถึง การพรรณนาโทษ เรื่องของกามว่า แม้จะเป็นความสุข แต่ก็มีความทุกข์เจือปน 5. เนกขัมมานิสังสกถา กล่าวถึงอานิสงส์แห่งการออกจากกาม หมาย ถึง การพรรณนาถึงการออกจากกามและอานิสงส์ว่าเป็นความปลอดโปร่ง เพื่อน้อมใจให้เกิดฉันทะในการแสวงหาความสุขแท้จริง คือ ความสุขที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา ส่วนรายละเอียดการสอนนั้น เขาแจงกันละเอียดจริงๆ ครับ ด้วยตาและด้วยใจที่ผมเฝ้าดูมา นับตั้งแต่ เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร สาธุชน จะให้ความสำคัญเรื่องของความสะอาด ความมีระเบียบและมีวินัยอย่างเข้มข้น สะอาดขนาดไหน? เอาว่าสะอาดตั้งแต่โถส้วม ยันที่นอน หัวจรดเท้า เสื้อผ้า ทุกอย่างต้องสะอาด เรียบร้อย และความประพฤติต้องมีวินัย ก็คนที่มันมีวินัยที่ฝรั่งญี่ปุ่นเขามีกันละครับ มีคนไทยพันธุ์มีระเบียบวินัย ที่วัดพระธรรมกาย !!! ก็ในเมื่อทรัพยากรแรก คือ มนุษย์ มันได้คุณภาพขนาดนั้นแล้ว ผมไม่สงสัยเลยว่า ทำไมวัดพระธรรมกายจึงสามารถทำงานพระศาสนาระดับประเทศ ระดับโลกได้ ระดับที่ชาวบ้านตะลึงอยู่เรื่อย! แล้วคนทั้งประเทศไทยที่สบายสบายคือไทยแท้ ก็ไม่เข้าใจว่า ทำได้ยังไง? แล้วเราก็ทำความเข้าใจหรือเชื่อเอาง่ายๆ ตื้นๆ ว่า ที่เห็นมากันเยอะๆ เนี้ยะจ้างกันมา !!! ผมถึงไม่สงสัยอีกละครับ ว่าทำไมประเทศไทยชัยโยจึงอยู่ในโลกที่ 3 นิรันดร์! พูดแบบนี้เหมือนด่าตัวเอง เปล่าครับ! ผมพูดความจริงที่ผมเห็น ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคำด่า! เรื่องของความสะอาด มีระเบียบมีวินัย แปลให้เห็นชัด มันก็คือศีลนั้นแหละครับ ผมถามสั้นๆ ครับ ซึ่งแม้แต่แมว มันก็ตอบได้ ถาม: คนมีศีลดีไหมครับ? คุณก็ตอบได้ครับ! คราวนี้ แล้วไอ้เรื่องสอนผิดสอนเพี้ยนสอนบิดเบือนนั้นหล่ะ ข้อนี้ผมเห็น นักวิชาการแต่ละคนออกมาแสดงความคิดเห็น ก่นด่าวิจารณ์กันซะมันปาก! ผมขอถามอย่างไม่เข้าข้างวัดพระธรรมกายนะครับ เอาคำถามในฐานะชาวบ้านกันเลย ที่บอกว่า ธรรมกายไม่มีหลักฐานในพระไตรปิฎก ไม่มีอยู่ในพระพุทธศาสนา ถาม: คุณไปอ่านไปค้นไปศึกษามาดีแล้วเหรอครับ ผม: ก็แล้วทำไม ผมเห็นมีหนังสือ หลักฐานธรรมกายในพระไตรปิฎกเล่มเบ้อเร้อ ออกมาโชว์ในห้องสมุดได้ละครับ ไปหาอ่านเอานะครับ ผมไม่ได้อินอะไรกับพระไตรปิฎกมากหรอกครับ แค่เป็นพวก พอใจหาความจริงด้วยตัวเอง ผมเบื่อจะเชื่อพวกสื่อ พวกนักวิชาการวิชาเกิน พวกอวดตัวข่มท่าน โอ้ว่ารู้มากรู้ดี เรียนจบนู้นจบนี้ สูงส่งเหลือเกิน แต่ที่ตัวรู้มา ผิดทั้งเพ! แล้วก็อาศัยฐานะ วุฒิการศึกษา มาพล่ามให้ชาวบ้านฟัง ระวังนะครับ วจีกรรม! ก็มีนรกรองรับของมันนะครับ (ผมว่าตาม ไตรภูมิ นะครับ ไม่ได้ว่าตามใครทั้งสิ้น) นิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา!!! ผมถามจริงๆเถอะครับ คุณเคยไปหรือยัง? ผมมีวิธีแก้ง่ายๆ ครับสำหรับคนไทยทั้งประเทศ ที่กำลังบ้าบอเสียสติเถียงกันเรื่องนี้ คือ เราต่างก็ยังไม่มีใครไปนิพพาน เราก็มาพิสูจน์ด้วยกันไงครับ หุบปากซะ! แล้วก็ทำตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ อะไรละครับ ก็ ทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ บำเพ็ญมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติ!!!ครับ ไม่ใช่มานั่งเถียงกัน! ผมไม่เข้าข้างใครครับ ผมดูจากการกระทำ คนที่เที่ยวด่าเขาเนี้ยะ มันเคยทำคุณประโยชน์อะไรให้ประชาชนชาวบ้าน สังคม ประเทศชาติ บ้างไหมครับ? ครั้งหน้านะครับ เพื่อความดูดีมีปัญญา ดูเป็นคนมีวัฒนธรรม อารยธรรม มีเหตุผล ถ้าได้ยินคำว่า วัดพระธรรมกาย ถามหาผลงานของเขาก่อนไหมครับ ดูก่อนว่าเขาสร้างความดี ให้พี่น้องในชาติ ให้กับแผ่นดินเท่าไหร่แล้ว? พูดแบบนี้ก็บอกว่าผม Bias !!! ไม่ครับ คือผมแค่อยากบอกว่า ก่อนจะด่าใครๆ ตามที่เขาว่ามา ถามเขาก่อน สัมภาษณ์เขาหน่อย ทำความรู้จักกับเขาด้วยตัวเราเองก่อนดีกว่าครับ ที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าสงสารวัดพระธรรมกายหรือคนธรรมกายครับ แต่ผมสมเพชคนที่หลับหูหลับตา เชื่อสื่อ เชื่อคนพาล เลยจะพาลพากันไปตกนรกซะไม่ทันได้ดูตาพระตาคน ว่าเรื่องการสอนกันต่อครับ อย่างที่ผมบอกละครับ มีแค่ 2 ประเด็นใหญ่ๆ ข้างต้น 2 หลักใหญ่นั้น ถูกนำมาสอนผ่านรูปแบบการอบรม ในโครงการต่างๆ ที่มีเป็นร้อยๆโครงการครับ ทั้งโครงการบวชพระ บวชเณร บวชอุบาสก บวชอุบาสิกา โครงการอบรมครู นักเรียนนักศึกษา จะกี่โครงการ ผมไปค้นไปหาไปอ่านไปดูมาหมดละครับ เนื้อหาสาระก็ไม่พ้น 2 หลัก นี้!!! แล้วมันต่างกับกระบวนการอบรมสั่งสอนคนของสถาบันอื่นๆยังไง? จุดต่างมีอยู่อย่างเดียวครับ ขอให้อ่านสามรอบเลยครับ “ที่วัดพระธรรมกาย เขาฝึกคนให้เอาจริงกับการพัฒนาตัวเอง กับการทำความดี” ครับ หาคำสำคัญในประโยคครับ กุญแจอยู่ตรงนั้น คำว่า “จริง” ไงครับ คนที่นี้เขาเอาจริงกับความดีทุกอย่าง ณ จุดนี้ ละครับ ที่มันต่าง และมันเป็นเรื่องราวยาวเป็นมหากาพย์ ถึงวันนี้และไม่รู้วันหน้าวันไหน จะเข้าใจกันได้ ระหว่างคนไทยสบายสบายอะไรก็ได้ คือ ไทยแท้ กับ คนไทยพันธ์ที่มีระเบียบวินัยและจริงจังกับการทำดี แบบสาธุชนคนวัดพระธรรมกาย!! ผมนั่งดูนั่งชมก็เพลียจิตแทนครับ ทำทานเขาก็ทำจริง ก็เพราะเขาทำจริง! เขาจึงสามารถสร้างวัดได้ใหญ่โตมโหฬารปานนั้นครับ ผมไปพูดไปคุยกับหลายคน (คุยด้วยทั้งหมดไม่ไหวหรอกครับมากันเป็นแสน!!!) พวกเขาตั้งใจสร้างวัดเอาไว้ให้เป็น พุทธหลักฐาน ให้คนอีก 100 ปี 500 ปี 1000 ปี ข้างหน้า ได้มาศึกษาหลักธรรมะคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ เขามองไกล High Premium ไปนู้นแล้วครับ มันทำให้ผมคิดครับว่า ... ปัญหาของวัดพระธรรมกาย คือ พวกเขาพัฒนาศักยภาพของความเป็นมนุษย์ไปได้ไกลเกิน เกินธรรมดาสามัญของมนุษย์พันธ์ไทยไปแล้วครับ และมันก็เป็นปัญหาตรงที่ว่า พวกเขาไม่สามารถสื่อสารถ่ายทอด แนวความคิด วิถีแห่งการพัฒนาของพวกเขา ให้สังคม Get ได้ครับ มันก็เหลือวิธีเดียว คือต้องเข้ามาดูมารู้มาศึกษาด้วยตัวเอง ซึ่งคนที่มาก็เข้าใจได้ไม่ยากครับ เพราะระบบในวัดพระธรรมกาย ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ ทุกอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ มีเหตุผลรองรับ ชัดเจนทุกอย่าง แต่คนส่วนใหญ่ละครับ! ที่นั่งอ่านแค่หนังสือพิมพ์ ดูทีวีที่บ้าน!!! ผมว่ามันเป็นโจทย์ใหญ่ของวัดพระธรรมกายครับ ที่ต้องเร่งหาวิธีสื่อสารกับสังคมทั้งในและต่างประเทศ ให้เข้าใจองค์กรของตัวเอง เดี๋ยวออกอ่าวครับ เขาจริงกับการรักษาศีล แปลว่าอะไรครับ คือ เขาจริงกับความรับผิดชอบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทั้งตัวเองและผู้อื่น คุณก็คิดได้นี่ครับ ตรรกะง่ายๆ ถ้าคนไทยทุกคนสามารถรักษาศีล เป็นคนมีศีล ได้เหมือนอย่างคนที่วัดพระธรรมกาย บ้านเมืองมันก็สงบไปแล้วครับ ไม่ใช่แค่ 99 % แต่ 100 % ครับ !!! สำหรับการปฏิบัติธรรม ภาพนี้ เรียกว่าแทบไม่ปรากฎออกไปสู่สายตาสังคมเลยครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม? คงเป็นเพราะสื่อทั้งหลายประโคมสร้างภาพลวงปิดตาประชาชนไปแล้วว่า เป็นวัดที่เน้นการบริจาค จึงทำให้ภาพที่เป็นหัวใจของวัดพระธรรมกาย ซึ่งทางวัด นับตั้งแต่หลวงพ่อเจ้าอาวาส พระอาจารย์ทุกรูป เจ้าภาพ สาธุชน ให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง คือ การเจริญสมาธิภาวนา อ่อนด้อยเลือนลางไปเลย แต่ความจริงตลอดเวลา 20 ปีที่ผมเฝ้าสังเกตุการณ์ดู คือ การเจริญสมาธิภาวนาของที่นี้ เข้มข้นไม่แพ้ที่ไหนในโลกครับ โครงการทุกโครงการเน้นการฝึกคนที่ใจ ทาน ศีล นั้นเบื้องต้นครับ เบื้องสูงของการฝึกคน คือ ฝึกใจ คือ สมาธิ! ผมว่านี้ละครับ คือสุดยอดกลยุทธ์ของวัดพระธรรมกาย ที่ใครๆ เข้าไม่ถึง แต่เป็นอะไรที่ทางวัดเองป่าวประกาศ พยายามเชิญชวนผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามาพิสูจน์ ตั้งแต่สร้างวัด ปี 2513 ครับ วันนี้ผมบอกแล้วนะครับ!!! ที่นี้มีโครงการปฏิบัติธรรมสำหรับประชาชนตลอดทั้งปีครับ มีหลากหลาย สำหรับทุกเพศทุกวัยและทุกโอกาสด้วยครับ รู้ยังครับ? สิ่งที่เขาทำและเป็นผลดีต่อชีวิตของผู้คนนับหมื่นนับแสนนับล้านนั้นมีมากครับ คิดง่ายแบบชาวบ้านๆ ที่เราท่านต่างต้องการแสวงหา ความดี ความสุข ความสำเร็จ ให้กับชีวิต!!! อย่าไปคิดอะไรซับซ้อนบ้าบอเหมือน พวกนักการเมืองการปกครองครับ ถ้าไม่ดีจริง มันจะมีคนเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น แล้วก็เพิ่มขึ้น อย่างนี้หรือครับ? !!! และคนที่มาเพิ่ม ไม่ได้เป็นเศรษฐีมหาศาลอะไรที่ไหนเลยครับ ขอบอกจากสองตาที่ผมเห็นมานะครับ มีทุกระดับฐานะการศึกษาอาชีพครับ !!! ไม่ต้องเชื่อผม แต่ขอให้ไปดูเองครับ นาทีนี้ 20 กว่าปีที่เฝ้าดูมา ผมบอกเลยครับว่า วัดพระธรรมกาย คือ วัดของประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน! เป็นที่สร้างคนให้รักความสะอาด ให้เป็นคนสะอาด ให้เป็นคนมีระเบียบ ให้เป็นคนมีวินัย ฝึกสอนคน ให้รักษาศีล และเป็นคนมีน้ำใจเป็นผู้ให้ เป็นคนคิดดี พูดดี ทำดี และจริงกับการทำความดี! เขาสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลครับ วัดพระธรรมกาย เป็นมิตรกับชาวบ้านประชาชนทุกคนที่รักดี และใฝ่ดี อยากมีชีวิตที่พบความสุข มีแนวทางสู่ความสำเร็จในชีวิต ใครๆ เขามาแล้ว เขาได้พบกับความสุข ความสำเร็จ เขาก็บอกต่อ ชวนเพื่อน ชวนญาติพี่น้อง คนที่เขารักมา มันก็ง่ายๆ แค่นี้เองครับ ทั้งหมดทั้งมวลทั้งสิ้น!!! แต่วัดพระธรรมกายเป็นที่น่ากลัวสำหรับคนที่ไม่ต้องการเห็นคนดี เห็นคนเก่ง เต็มประเทศแค่นั้นครับ ผมจะกลับมาเล่าให้ฟังต่อครับ ว่าผมเห็นอะไรบ้างในวัดพระธรรมกาย !!! พ่อครูว่า...คุณเอาลงมาในสื่อ คอมเม้นมาในคลิปยูทูปเลย เขาบอกว่า คือความลับของธัมมชโย ก็คงหมายถึงว่า ธัมมชโยเองก็มีความลับอะไรอยู่ที่เปิดเผยให้โลกรู้ไม่ได้ คนนี้เขาก็เข้าใจเอาเองว่า ความลับอันนี้สำคัญ ว่าทำไมธัมมชโยไม่คลี่คลายขยายออกไป ท่านทำดีทำไมปกปิด ไม่พูด ที่จริงมีความลับที่ดีกว่านี้อีกทำไมไม่บอก อาตมาว่า คนมองเห็นแง่ดีของวัดพระธรรมกายคงมีอีกเยอะ ก็ถูกแง่ดี เพราะคนฉลาดไหนๆในโลกจะหลอกคน เขาไม่เอาสิ่งชั่วมาหลอกคนหรอก หรือให้ชัดอีก คือเอาสิ่งที่สมกิเลสเขาแล้วเขามองว่าเป็นสิ่งดี เช่น ยกตัวอย่าง คนที่จะเอาแง่ดีที่ประชาชนเห็นง่ายๆ แง่ดีคือมาที่นี่แล้วจะรวย คนส่วนใหญ่ก็มองว่าดีสิ เขาไม่เอาแง่นี้คือมาที่นี่แล้วจนมาพูดเลย แต่มันซับซ้อน เขากลับบอกว่าง่ายเห็นชัดๆ ว่ามาที่นี่มาแล้วรวย มีระเบียบ สะอาด ก็จริง แบบนี้ตื้นมาก แต่วรรณะการวัดชั้นของศาสนาพุทธคือ วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย บำรุงง่าย ใครทำแบบเจ้ายศเจ้าอย่างเป๊ะเคร่งก็เป็นคนเลี้ยงยาก และจะใช้ข้อบังคับมากก็ผิดจากศาสนาพุทธที่มีอิสรเสรีภาพ การบังคับให้คนเข้าแถวได้ก็ดูดี แต่ไม่ใช่ของพุทธ เลี้ยงยากแบบนี้ บำรุงให้เจริญได้ยาก จะเป็นคนไม่รู้จักอนุโลมปฏิโลม บังคับให้เป๊ะคือนอกพฤติภาพศาสนาพุทธ ขอวิเคราะห์ ศาสนาพุทธบังคับกรอบตื้นว่า มีศีล 5 นั่งสมาธิเคร่ง ขอแวะหน่อยว่าที่นั่งสมาธิคือนอกพุทธแล้ว ที่จะบอกว่าเรื่องระเบียบสะอาดนี่เป็นโลกีย์แท้ๆ ดีก็จริง แต่ไม่ใช่เนื้อหาสาระของพุทธ พระพุทธเจ้านุ่งผ้าห่มสีหมอง ผ้าบังสุกุล ไม่ได้สะอาดแบบพวกคุณเลย แล้วไม่มานั่งจัดแถวเลย ไม่บังคับให้ทุกคนเท่ากันหมดเป๊ะหรอก ให้เห็นว่าคุณคนนี้ยังเข้าใจศาสนาพุทธไม่ได้เลย ที่คุณChuti Ja เขาเข้าใจว่าสื่อที่วิจารณ์ธรรมกาย ทุกคนที่ไปว่าธรรมกายคือคนพาล คนอ่อนเยาว์คนเกเร คนโง่ไม่เดียงสา อาตมาขอแย้งว่าคนกำลังจัดการธรรมกายคือบัณฑิต ส่วนคนไปช่วยธรรมกายคือคนพาล ตั้งแต่จะเชิดชูใครเป็นสังฆราช แล้วเจ้าอาวาสวัดธรรมกายดึงดันต่อพระลิขิตพระสังฆราช ใครจะได้บาปหรือกุศลก็แล้วแต่ คุณไกลคำว่าบุญเกินไปที่จะพูดเรื่องบุญ ไม่เห็นมีเรื่องชำระกิเลสที่เป็นบุญเลย แต่ไปนั่งสมาธิแล้วเพิ่มความโลภ อาจไม่เห็นเรื่องโกรธมาก แต่ว่าเก็บกดเป็นพยาบาท สักวันจะระเบิดนิวเคลียร์ สักวันหนึ่งก็จะเห็น หมอมโนที่เอาเบื้องหลังธัมมชโยว่า เวลาโกรธต้องหยิบของเอามาทุ่มเลยนะ นี่คือวิธีคนเก็บกด นั่งสมาธิหลับตาสะกดจิต เก็บกดทั้งสิ้น ตกลงวัดนี้น่ากลัวสำหรับใคร? พ่อครูว่า... ก็น่ากลัวสำหรับบัณฑิต เพราะว่าเขาเป็นคนพาล เพราะว่ามันหยาดสุดเยิ้ม เลี่ยนสุดมัน เฟอะฟะ สุดฟรุ้งฟริ้ง ขอยืนยันว่าคุณเชื่อกฏแห่งกรรมอย่างงมงาย อาตมาไม่เชื่อว่าคุณเชื่อในกรรม การทำดี นั้นเป็นคุณธรรมชั้นโลกียะเท่านั้น แต่การทำให้กิเกสลดได้จริง จึงจะเป็นเนื้อแท้การกระทำกรรมของพระพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติธรรม กายกรรมวจีกรรมมโนกรรม ก็เป็นผลวิบาก วิ่งไปหานรกเต็มเบ้าแล้วนึกว่าเป็นสวรรค์ ที่คุณบอกว่าเชื่อกฏแห่งกรรม จะเชื่อกรรมระดับ สังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ คุณก็มิจฉา ไม่ได้ลดกิเลสในกรรมทั้งสี่นี้เลย เพราะไม่ศึกษาสัมมาทิฏฐิ คุณเชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ก็จริงแต่ภาษา คุณทำดีไม่เข้าสายพุทธ ไม่เป็นมรรคผลหรอก ทำดีได้ดีคือผลดี ผลดีของพระพุทธเจ้าคือ สจิตตปริโยทปนัง คือชำระกิเลสในจิตสันดานให้หมดไป คือ สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ คือปุญญะ คือบุญ นั่นคือการทำดีของพระพุทธเจ้า คือเป็นบุญ ส่วนกุศลจะได้ตามไปเอง ยกตัวอย่างเช่น ทาน การทำดีของพระพุทธเจ้าต้องเป็นบุญ และจะได้กุศลไปด้วย การทานคือการให้ เราก็ให้ จะให้เงินทองทรัพย์สมบัติ แม้ให้แรงกาย ให้แล้วคนที่ให้ก็ได้กุศลความดี คนที่ได้รับก็เป็นปฏิคาหก เป็นสังคมศาสตร์ได้กุศล เป็นสังคมศาสตร์ไม่ใช่พุทธศาสตร์ แต่จะได้อุภยัตถะ คือตนเองต้องได้บุญด้วยหากปฏิบัติเป็นพุทธ ตนเองทานก็คือได้ให้ของแก่คนอื่น เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แล้วเราก็มีบุญเพราะเราชำระกิเลสได้ ทานที่เป็นอัตถิทินนัง จะมีผลคือจิตลดความโลภ แต่ธรรมกาย ทานมีแต่โลภ สอนให้ตะกละ สร้างวิมานเพ้อพกได้มาก ตีราคาสวรรค์มากมาย ให้คนหลงใหล เป็นวิมานเพ้อพก ได้แต่กิเลสโลภ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จริงหรือไม่ไม่รู้ เพราะผู้ต้นธาตุต้นธรรมของคุณนั้นหลอกคุณ บุญคือเครื่องมือชำระกิเลส คุณทำทาน ใครก็เห็นว่าคนนี้ดีเสียสละ เป็นสังคมศาสตร์ ไม่ใช่ปรมัตถ์ ไม่ใช่สัจจศาสตร์

590308_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เมื่อธรรมะกลาย ตอน ๑

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน