09. บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัย อ.ปรับให้แล้ว_240461.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experiment Research) เพื่อศึกษาผลของการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นต่ออาการปวดเข่าของผู้สูงอายุโดยกลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่าอาจจะโดยความเสื่อมของวัยหรือเนื่องจากอาการป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ไม่รุนแรง ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชากร คือ กลุ่มผู้สูงอายุในเขตเทศบาลต าบลดอนตาล อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 120 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลต าบลดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ที่มีอาการปวดเข่า อายุตั้งแต่ 60-79 ปี ไม่จ ากัดเพศ มีอาการปวดเข่าและข้อฝืดขัดเรื้อรังระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปไม่มีโรคประจ าตัวรุนแรง ไม่ได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นมาก่อนเป็นระยะเวลา 7 วัน เป็นผู้ที่ได้รับการประเมินระดับความรุนแรงของอาการปวดเข่าก่อนการเข้าร่วมงานวิจัย และยินยอมเข้าร่วมงานวิจัยจ านวน 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ขั้นตอนกำรเลือกกลุ่มตัวอย่ำง ก าหนดคุณสมบัติเกณฑ์คัดผู้เข้าร่วมโครงการ (Inclusion Criteria) มีดังนี้ 1. เป็นผู้ที่มีอายุ 60-79 ปีไม่จ ากัดเพศ 2. มีอาการปวดเข่าและข้อฝืดขัดเรื้อรังระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป 3. ในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการไม่กินยาแก้ปวดหรือยาสมุนไพรอย่างอื่นที่มีผลในการลดอาการปวดเข่า อย่างน้อย 1 เดือน 4. ไม่มีปัญหาในการติดต่อสื่อสารสามารถเข้าใจและสื่อสารภาษาไทย 5. ยินดีเข้าร่วมการวิจัย เกณฑ์การคัดออกจากโครงการ (Exclusion Criteria) มีดังนี้ 1. มีภาวะพร่องด้านการรับรู้ ความคิด และความจ า 2. มีปัญหาสุขภาพทางร่างกายหรือจิตใจที่ไม่สามารถเข้าร่วมการวิจัยต่อได้ 3. ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเบื้องต้นของการวิจัย วิธีด ำเนินกำรวิจัย รูปแบบกำรวิจัย การศึกษาครั้งนี้
อ่านต่อ
เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลัง (Pre test-Post test) เก็บข้อมูล สัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นเวลา4 สัปดาห์รวมเป็นการทดลอง 12 ครั้ง 26 กลุ่มตัวอย่ำง O1 X O2 โดยก าหนดให้ O1 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการทดลอง O2 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลอง X หมายถึง การพอกด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น (ครั้งที่ 1-12 แทนด้วย X1-X12) แผนกำรทดลอง X1 X2 X3 X4 X5 X6 X7 X8 X9 X10 X11 X12 กลุ่มตัวอย่าง O1 O2 สัปดาห์ที่ 1 2 3 4 ขั้นตอนกำรวิจัย 1. ขอพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 2. คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงตามคุณสมบัติของโครงการ 3. ท าข้อตกลงกับผู้ร่วมวิจัยในการเลือกวัน เวลา นัดหมายท าการทดลองพอกสมุนไพร สัปดาห์ละ 3 ครั้ง จ านวน 4 สัปดาห์ โดยก าหนดวันพอกสมุนไพรทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ในรอบสัปดาห์ 4 สัปดาห์ 4. นัดหมายกลุ่มตัวอย่างมารับการวัดและประเมินอาการปวดเข่าก่อนที่จะท าการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นบันทึกผลการการประเมินแนะน าสมุนไพรฤทธิ์เย็นซึ่งมีในท้องถิ่นและขอความร่วมมือร่วมกันจัดหา (ถ้ามี) ส่วนผู้วิจัยและทีมงานจัดเตรียมหาแหล่งสมุนไพรและวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นอื่น ๆ 5. เตรียมแบบประเมินอาการปวดเข่า วัดผลหลังการพอกสมุนไพร บันทึกผลการพอกทุกครั้งตลอด 4 สัปดาห์ 6. วิเคราะห์และสรุปผลการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย 1. เครื่องมือที่ใช้ในการคัดกรองกลุ่ม ประกอบไปด้วยเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ (Inclusion Criteria) และคัดออกจากโครงการตามเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ในเบื้องต้นดังกล่าวแล้วเช่น อายุ 60-79 ปี มีอาการปวดเข่า และไม่เป็นโรคร้ายแรงหนัก หรือการคัดออกเพราะไม่สามารถสื่อสารกันเป็นที่เข้าใจได้ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบไปด้วย 2.1 แบบสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ดังนี้ 27 2.1.1 ส่วนที่ 1 แบบสอบถาม ข้อมูลทั่วไปได้แก่ ชื่อ สกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด เชื้อชาติ สัญชาติ สถานภาพ ศาสนา ระดับการศึกษา ที่อยู่ปัจจุบัน อาชีพ โรคประจ าตัว ประวัติอาการปวดเข่าและระยะเวลาที่เป็น ประวัติการรักษาและประวัติการใช้ยาต่าง ๆ ทั้งทางเลือกและแผนปัจจุบัน เป็นข้อค าถามให้เลือกตอบค าตอบที่ตรงกับอาการของตัวเองมากที่สุด ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการประเมินค่าเฉลี่ยสุขภาพข้อเข่าของผู้สูงอายุในเบื้องต้นและอาจจะมีการปรับสภาพการทดลองให้เหมาะสมกับเหตุปัจจัยก็ได้ 1.2 ส่วนที่ 2 แบบประเมินอาการปวดเข่าที่วัดก่อนและหลังการพอกสมุนไพรตลอดจน สมุดบันทึก กล้องถ่ายรูป แบบบันทึกการวิจัย แบบประเมินความรุนแรงของอาการปวดเข่าของผู้สูงอายุ ผู้วิจัยได้ท าการดัดแปลงมาจากแบบประเมินระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือ Oxford Knee Score เพื่อให้เหมาะสมแก่สภาพของการทดลองที่เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ปวดเข่าทุกคนได้มีโอกาสได้ทดลองท าการพอกเข่าด้วยตัวเอง ผู้วิจัยได้ท าการดัดแปลงโดยการปรับเปลี่ยนค าว่า “ข้อเข่าเสื่อม” ให้เป็นค าว่า“อาการปวดเข่า” ธรรมดา แบบประเมินระดับความรุนแรงของอาการปวดเข่า ใช้แบบสอบถามที่ดัดแปลงจาก Oxford Knee Score ประกอบด้วยค าถามที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดของข้อเข่า 12 ข้อ คะแนนเต็ม 48 คะแนน โดยเก็บคะแนนก่อนการรักษา มีเกณฑ์การแปลความหมายของระดับคะแนน คลีเมนต์ (Clement et al. 2014 : 1933-1939) ดังนี้ ตารางที่ 1 เกณฑ์การแปลความหมายของระดับคะแนนของแบบสอบถามที่ดัดแปลงจาก แบบสอบถาม Oxford Knee Score ดังนี้ คะแนน ผลกำรประเมิน ข้อบ่งชี้ 0-19 มีอาการปวดรุนแรง ควรรีบรับการรักษาจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 20-29 มีอาการปวดเข่าปานกลาง ควรปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกและข้อเพื่อเอ็กซเรย์ข้อเข่า 30-39 เริ่มมีอาการปวดข้อเข่า ควรได้รับค าแนะน าจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กระดูกและข้ออย่างเหมาะสม 40-48 ไม่พบอาการผิดปกติ ควรตรวจร่างกายเป็นประจ าทุกปี 2.2 แบบการประเมินชุด Oxford Knee Score นี้จะถูกใช้ก่อนการทดลองเพียงครั้งเดียวเพื่อจ าแนกกลุ่มอาการปวดเข่าตามล าดับเกณฑ์ที่ระบุจากคะแนน 0-48 คะแนน เพื่อท าการจ าแนกกลุ่มที่มีอาการปวดเข่ามากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งจะมีขึ้นประมาณ 4 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มอาการปวดรุนแรง (2) กลุ่มที่มีอาการปวดปานกลาง (3) กลุ่มที่มีอาการปวดไม่มากพอทนได้เพื่อจัดกระบวนการทดลองวิจัยที่เหมาะสมต่อไป (4) กลุ่มที่มีอาการปวดแต่ไม่ผิดปกติ ไม่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม 2.3 แบบสอบถาม Modifide WOMAC (Westerm Ontario and MacMaster Universities Osteaoar Thristis Index) ซึ่งมีข้อค าถาม 23 ข้อ ได้มีการน ามาใช้อย่างแพร่หลายทางคลีนิคและ มีการน ามาใช้ในงานวิจัยต่าง ๆ ฉบับภาษาไทย เป็นมาตราส่วนเปรียบเทียบประเมินค่าด้วยสายตา 28 (Visual Analog Sacales) เชิงเส้นตรงมีความยาว 10 เซนติเมตร แสดงถึงการรับรู้ของอาการปวดและอาการแสดงของโรคข้อเข่าเสื่อม (ทัศน์วรรณ สังฆรักษ์. 2552 : 54) ส าหรับแบบสอบถามชุดนี้ ผู้วิจัยจะใช้ในการวัดผลและประเมินผลก่อนการทดลอง 1 ครั้ง และเมื่อเริ่มการทดลองก็จะมีการใช้แบบสอบถามชุดนี้วัดระดับความปวดเข่าก่อนเสมอ แล้ววัดหลังการพอกเสร็จทุกครั้งเพื่อดูความแตกต่างในแต่ละครั้งเพื่อเก็บบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง แบบสอบถาม Modifide WOMAC ที่น ามาใช้กับการทดลองวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้เป็นแนวโดยการปรับเปลี่ยนค าว่า “อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม” มาเป็น “อาการปวดเข่า”ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้คือการวัดผลอาการปวดเข่า ประกอบด้วยข้อค าถาม 3 ชุด ดังนี้ 1. แบบประเมินอาการเจ็บปวดข้อเข่า มีค าถาม 6 ข้อ 2. แบบประเมินอาการข้อเข่าติดแข็งหรือข้อเข่าฝืด มีค าถาม 2 ข้อ 3. แบบประเมินความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าในอิริยาบถ ต่าง ๆ มีค าถาม 15 ข้อ โดยให้ผู้สูงอายุประเมินด้วยตนเองว่าความรู้สึกเกี่ยวกับอาการนั้นๆตรงกับช่วงใดของเส้นตรงซึ่งเส้นตรงมีช่วงคะแนน 0-10 และไม่ว่าจะชี้ลงบนต าแหน่งใด จะไม่มีต าแหน่งที่ผิดหรือถูกเพราะเป็นความรู้สึกของแต่ละคนต่ออาการของตนในข้อนั้นๆ ดังนั้นผู้ร่วมโครงการทุกคนจึงต้องชี้ต าแหน่งที่ตรงกับความรู้สึกของตนเองมากที่สุดการตอบแบบสัมภาษณ์ ให้ท าเครื่องหมายกากบาท (×) ลงบนเส้นตรง ณ ต าแหน่งที่ตนเองรู้สึกถึงอาการที่เป็นอยู่ในเวลานั้นมากที่สุด ทางด้านซ้ายสุดของเส้นตรง หมายถึง ไม่มีอาการตามข้อนั้นเลย ส่วนทางด้านขวาสุดของเส้นตรง หมายถึง มีอาการตามข้อค าถามนั้นมากที่สุด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไม่รู้สึกปวด ปวดน้อย ๆ รู้สึกปวดปานกลาง ปวดมาก รู้สึกปวดมากที่สุด (พอทนได้) (ทนได้ยาก) การแปลผล 0 = ไม่ปวดเลย 1-3 = ปวดน้อย 4-6 = ปวดปานกลาง 7-9 = ปวดมาก 10 = ปวดมากที่สุด แบบสอบถามชุดนี้จะใช้วัดผลตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการทดลองการวิจัย โดยการวัดผลก่อนการทดลอง หนึ่งครั้งเพื่อเป็นตัวตั้งต้นที่จะเปรียบเทียบผลของการพอกสมุนไพรครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 ตามล าดับ จึงจะน าไปสู่การประเมินการทดลองจนจบกระบวนการ และจะเป็นข้อมูลส าคัญที่จะถูกน ามาวิเคราะห์วิจัยสรุปเป็นผลการวิจัยอย่างแท้จริง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการพอกสมุนไพร ได้แก่เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆที่น ามาใช้เพื่อการศึกษาวิจัยในครั้งนี้รวมทั้งสมุนไพรต่างๆ 29 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัย 1. กะละมังส าหรับล้างสมุนไพร 3 ใบ 2. ตะกร้าพรุนพลาสติกใส่สมุนไพร 3 อัน 3. กะละมังหรือหม้อขนาดกลาง 1 ใบ 4. เครื่องชั่งกิโล 1 อัน 5. เครื่องบดสมุนไพรหรือเครื่องปั่น 1 เครื่อง 6. เขียงรองหั่นสมุนไพร 3 อัน 7. มีดอีโต้ส าหรับตัด 1 เล่ม 8. มีดบางส าหรับหั่น 4 เล่ม 9. ทัพพีขนาดกลาง 2 อัน 10. ครกหิน 1 ชุด 11. ผ้าพันหัวเข่าขนาด 10 X 25 นิ้ว สมุนไพรที่ใช้ในการพอกเข่าในครั้งนี้ มีอยู่ 6 ชนิด ประกอบด้วย 1. สมุนไพรสด 4 ชนิด ได้แก่ 1.1 ย่านางสด 2 กิโลกรัม 1.2 ว่านกาบหอยสด 1 กิโลกรัม 1.3 เบญจรงค์ 1 กิโลกรัม 1.4 ต้นกล้วยสด 2 กิโลกรัม 2. สมุนไพรแห้ง 2 ชนิด 2.1 ผงถ่าน 1 กิโลกรัม 2.2 ดินสอพอง 10 กิโลกรัม จ านวนสมุนไพรที่จะใช้พอกเข่าในการทดลองครั้งนี้ จะท าการพอกสมุนไพรที่เข่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ ละ14 กิโลกรัม รวม 4 สัปดาห์ รวมเป็นพอกสมุนไพร ทั้งสิ้น 12 ครั้งรวมเป็นสมุนไพรทั้งหมด 168 กิโลกรัม วิธีกำรเตรียมต ำรับสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกเข่ำ 1. เก็บสมุนไพรสดทั้ง 4 ชนิดมาตามจ านวนที่ระบุไว้ 2. ล้างด้วยน้ าสะอาด 2 น้ าวางใส่ตะกร้าพลาสติกพรุนระบายน้ าได้ 3. หั่นทุกอย่างเป็นชิ้นเล็กแล้วจึงใช้เครื่องบดสมุนไพรสดหรือเครื่องปั่นสมุนไพร ปั่นอย่างหยาบกะใช้ทั้งหมดไม่แยกน้ าหรือกาก บดทุกอย่าง 4. น าดินสอพอง 5 กิโลกรัมผสมผงถ่าน 1/2 กิโลกรัม 5. น าสมุนไพรทั้งหมดมาผสมกันตามสัดส่วนที่ก าหนดไว้ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะได้ สมุนไพรที่ผสมกันแล้วประมาณ 14-20 กิโลกรัม (รวมกับน้ าหนักของน้ าในการปั่นสมุนไพร วัสดุอุปกรณ์กำรพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น 1. สมุนไพรที่ผสมแล้ว ส าหรับเข่าข้างละ 300-500 กรัม (ตามขนาดเข่าเล็กใหญ่) 2. ผ้าพันกันสมุนไพรหลุด คนละ 1-2 ผืน (บางคนพอก 1 ข้างบ้าง 2 ข้างบ้าง) 30 สมุนไพรฤทธิ์เย็นที่ใช้พอกในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ย่านาง ว่านกาบหอย อ่อมแซบหรือเบญจรงค์ ต้นกล้วย ดินสอพอง ผงถ่าน ในการพอกครั้งนี้ก าหนดให้กลุ่มตัวอย่างใช้สมุนไพรพอกเข่าข้างละ 300-500 กรัม (3-5ขีด) เพราะส่วนใหญ่จะต้องพอกทั้งสองข้างๆละ 300-500 กรัมเป็นเวลา 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงตามหลักการแพทย์วิถีธรรม (ใจเพชร กล้าจน. 2558 : 335) กลุ่มตัวอย่าง 30 คน จะใช้สมุนไพรรวมทั้งสิ้นครั้งละประมาณ 30,000 กรัมหรือ เท่ากับ 30 กิโลกรัมโดยประมาณ ขั้นตอนกำรพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น 1. ใช้สเปรย์น้ าสกัดสมุนไพรฤทธิ์เย็นฉีดพ่นบริเวณเข่าข้างที่จะท าการพอกเพื่อความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนพอก 2. ชั่งสมุนไพรให้ได้คนละ 300-500 กรัม (3-5 ขีดตามขนาดของเข่าเล็กและใหญ่) ส าหรับเข่า 2 ข้าง และ 300-500 กรัม หรือ 3-5 ขีดต่อเข่า 1 ข้าง ผู้ที่จะพอก 2 ข้างเพราะปวดเข่า 2 ข้าง พอกข้างเดียวเพราะปวดเข่าข้างเดียว 3. แจกผ้าชุบน้ าสมุนไพรพันรอบเข่ากันสมุนไพรหลุด ส าหรับเข่าข้างละ 1 ผืน 4. เอาสมุนไพรโปะตรงจุดที่ปวดมากๆอย่างหนาแล้วเอาผ้าชุบน้ าสมุนไพรฤทธิ์เย็นพันไว้กันหลุดเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหวระหว่างการพอก 5. พอกไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง 6. ระหว่างการพอก ถ้าสมุนไพรแห้งก็ให้เอาน้ าพรมหรือสเปรย์ฉีดพ่น ในระหว่างที่รอ 2 ชั่วโมงก็สอนองค์ความรู้เรื่องการพอกเข่าและการดูแลสุขภาพแบบ แพทย์วิถีธรรมควบคู่ไปด้วยกัน วิธีกำรพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น 1. สมุนไพรที่ผสมแล้ว/เข่าข้างละ300-500 กรัม(ตามขนาดของเข่า เล็ก ใหญ่) 2. ผ้าพันกันสมุนไพรหลุดและให้ชุ่มอยู่นาน พันกันสมุนไพรหลุด คนละ 1- 2 ผืน ขนาดผ้า 6X20 นิ้ว (บางคนพอก 1 ข้างบ้าง 2 ข้างบ้างตามอาการเข่าที่ปวด) ภาพที่ 5 แสดงวิธีพอกเข่าด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น 31 3. วางผ้าใต้เข่าข้างที่ปวดและเอาสมุนไพรบางส่วนวางไว้ใต้เข่า 4. เอาสมุนไพรที่เหลือ วางโอบรอบเข่าด้านบนให้ทั่ว (ดังภาพ) 5. ดึงชายผ้าด้านหนึ่งขึ้นมาพันทับและพันอีกข้างหนึ่งปิด ดึงให้แน่น 6. เอามือทั้งสองบีบเกลี่ยสมุนไพรไปให้ทั่วรอบ ๆ เข่า ดึงผ้าให้กระชับแล้วจึงผูกเชือกกับผ้าหลุดให้เรียบร้อย ภาพที่ 6 ลักษณะเข่าที่พอกแล้ว ต ำรับยำพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น สมุนไพรฤทธิ์เย็นที่น ามาใช้ในการทดลองครั้งนี้ มีสมุนไพร 6 ชนิด คือ 1. ดินสอพอง 1 กิโลกรัม 2. ผงถ่าน 2 ช้อนโต๊ะ 3. สมุนไพรย่านาง 1 ก า 4. สมุนไพรว่านกาบหอย 1 ก า 5. สมุนไพรต้นกล้วยหั่นแล้ว 1 ถ้วยแกง 6. สมุนไพรเบญจรงค์หรืออ่อมแซบ 1 ก า วิธีท ำ สมุนไพรสดทั้งหมดบดหรือปั่นแบบใช้น้ าน้อยเทผ่านกระชอนแยกเนื้อสมุนไพรและน้ าไว้ต่างหาก ส่วนผสมใช้อัตราส่วนดินสอพองผสมผงถ่านแล้ว 1 ส่วนต่อสมุนไพรสดบดหรือปั่นแล้ว 1 ส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าส่วนผสมฝืดหนืดเพราะน้ าน้อยก็สามารถเติมน้ าสมุนไพรที่แยกไว้นั่นได้เท่าที่ต้องการ 32 ภาพที่ 7 สมุนไพรที่ผสมแล้ว แบ่งให้พอกเข่าข้างละ 300-500 กรัม ภาพที่ 8 ผ้าพันกันสมุนไพรหลุด คนละ 1-2 ผืน ภาพที่ 9 การพอกหัวเข่าโดยใส่สมุนไพร พร้อมเชือกมัดข้างละ 2 เส้น 33 ขั้นตอนกำรเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ผู้วิจัยเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์และเครื่องมือการวิจัยต่อคณะกรรมและส่งขอพิจารณาเพื่ออนุมัติจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ 2. น าจดหมายการผ่านการพิจารณาจริยธรรมเสนอต่อผู้อ านวยการวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อขออนุญาตเข้าด าเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล 3. ผู้วิจัยประชุมเตรียมความพร้อมและนัดหมายเพื่อท าความเข้าใจรายละเอียดและแผนงาน ตลอดจนวิธีการปฏิบัติและการบันทึกผลการวิจัยให้เข้าใจถูกต้องตรงกันกับเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการปฏิบัติกิจกรรมของวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง 4. จัดเตรียมเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ และสถานที่ในการใช้ท ากิจกรรมเก็บข้อมูลการวิจัย 4.1 ผู้วิจัยเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และจัดหาสมุนไพร 4.2 วางแผนการด าเนินงานให้เป็นไปได้ตามแผนที่วางไว้และหาแนวทางแก้ไข 4.3 สรุปผลการปฏิบัติงานทุก ๆ ครั้ง 5. ผู้วิจัยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง และนัดหมายเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ขั้นตอนกาด าเนินงาน 6. เก็บข้อมูลก่อนการทดลอง (Pre-test) 1 ครั้ง โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินข้อมูล และการพิทักษ์สิทธิ์อาสาสมัครในโครงการวิจัยอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม และแบบวัดระดับอาการปวดเข่า 7. ด าเนินการทดลองโดยผู้วิจัยจัดกิจกรรมการพอกสมุนไพรให้กับกลุ่มตัวอย่าง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมเวลาทั้งหมด 4 สัปดาห์ ซึ่งใช้อาคารของวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่าไทกะเลิง อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นสถานที่จัดกิจกรรม 8. เก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลอง (Post-test) แต่ละสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวมเวลาทั้งสิ้น 4 ครั้ง (4 สัปดาห์) โดยใช้แบบวัดระดับอาการปวดเข่าของโรงพยาบาลศิริราช สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ในการอธิบายลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าต่ าสุด (Minimum) และค่าสูงสุด (Maximum) สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เพื่อทดสอบสมมติฐานของงานวิจัย คือ เปรียบเทียบความแตกต่างคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลองด้วยสถิติ Paired Sample t-test