08.บทที่4_180461 (drBig).pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์748 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

55 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัย เรื่อง ผลของการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมต่อการเปลี่ยนแปลงระดับน ้าตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 น้าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจ้านวน 35 คน ด้วยการบรรยายเป็นล้าดับตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังนี 1. ลักษณะข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง 2. เปรียบเทียบระดับน ้าตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมก่อนและติดตามผลหลังการอบรม 12 สัปดาห์ 3. ศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะเวลา 12 สัปดาห์หลังการอบรม ลักษณะข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ผลการศึกษาข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยอายุ ศาสนา เพศ ระยะเวลาการด้าเนินโรค ระดับน ้าตาลในเลือด ดัชนีมวลกาย สถานภาพ ระดับการศึกษา อาชีพ ความถี่ในการเข้ารับการอบรม รูปแบบการออกก้าลังกาย ความถี่และระยะเวลาที่ใช้ต่อครั งมีรายละเอียดตามตารางที่ 1 ตารางที่ 1 แสดงลักษณะข้อมูลส่วนบุคคลของอาสาสมัครผู้ป่วยเบาหวาน (n=35) ข้อมูลส่วนบุคคล จ านวน (คน) ร้อยละ เพศ ชาย 8 22.9 หญิง 27 77.1 อายุ น้อยกว่า 50 ปี 4 11.4 50-59 ปี 14 40 มากกว่า 60 ปี 17 48.6 Mean=57.25 S.D.= 6.40 สถานภาพ โสด 2 5.7 สมรส 27 77.1 หม้าย หย่า แยกกันอยู่ 6 17.1 56 ตารางที่ 1 (ต่อ) ข้อมูลส่วนบุคคล จ านวน (คน) ร้อยละ การศึกษา ประถม 12 34.3 มัธยม 4 11.4 อาชีวศึกษา 2 5.7 ปริญญาตรี 17 48.6 อาชีพ เกษตรกรรม 6 17 พนักงานบริษัท 3 8.6 รับราชการ 3 8.6 ค้าขาย 8 22.9 ไม่ได้ประกอบอาชีพ (เกษียณอายุ) 15 42.9 ดัชนีมวลกาย สมส่วน (BMI 18.5-22.9) 13 37.1 ท้วม (BMI 23.0-24.9) 15 42.9 อ้วน ระดับ 1 (BMI 25.0-29.9) 6

อ่านต่อ

17.1 อ้วน ระดับ 2(BMI > 30.0) 1 2.9 ระยะเวลาเจ็บป่วย ระยะเวลา <5 ปี 19 54.3 ระยะเวลา 5-10 ปี 12 34.3 มากกว่า 10 ปี 4 11.4 Mean =5.31 S.D.= 4.04 รูปแบบการรักษาเบาหวาน กินยาลดน ้าตาล 16 45.7 ไม่กินยาและไม่ฉีดอินซูลิน 19 54.3 จ านวนครั้งที่เข้าอบรม เข้าอบรมเป็นครั งแรก 19 54.3 เข้าอบรมมาแล้ว 2-3 ครั ง 13 37.1 เข้าอบรมมาแล้วมากกว่า 3 ครั ง 3 8.6 จากตารางที่ 1 พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 27 คนคิดเป็นร้อยละ 77.1 มีอายุเฉลี่ย 57 ปี ± 6.4 มีดัชนีมวลกายค่อนไปในเกณฑ์ท้วม (BMI 23.0-24.9) จ้านวน 15 คนคิดเป็น ร้อยละ 42.9 สมส่วน (BMI 18.5-22.9) จ้านวน 13คนคิดเป็นร้อยละ 37.1และเป็นผู้มี BMI>25 เพียง 1 คนป่วยเป็นโรคเบาหวานระยะเวลาเฉลี่ยที่ 5 ปี ± 4.04 โดยมีจ้านวน 19 คนที่ไม่รับประทานยาและ 16 คนที่ทานยาคิดเป็นร้อยละ 54.3 และ 45.7 ตามล้าดับ มีสถานภาพสมรสเป็นส่วนใหญ่ 57 คือ 27 คน คิดเป็นร้อยละ 77.1 มีการศึกษาระดับปริญญาตรี 17 คน หรือร้อยละ 48.6 รองลงมาคือระดับประถม 12 คน หรือร้อยละ 34.3 เป็นผู้เกษียณอายุ 15 คนประกอบอาชีพเกษตรกรรม 6 คน คิดเป็นร้อยละ 17.1 รับราชการและพนักงานบริษัทมีจ้านวนเท่ากันคือกลุ่มละ 3 คน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เข้าค่ายอบรมเป็นครั งแรก จ้านวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 54.3 มีเพียง 3 คนหรือร้อยละ 8.6 ที่เข้ารับการอบรมมากกว่า 3 ครั ง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่ออกก้าลังกายกล่าวคือมีความถี่ในการออกก้าลังกายเพียง 1 ครั งต่อสัปดาห์ถึง 30 คน คิดเป็นร้อยละ 85.7 มีเพียง 1 คนที่ออกก้าลังกายสม่้าเสมอคือมากกว่า 3 ครั งต่อสัปดาห์ ส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการออกก้าลังกาย ส่วนใหญ่ถึง 30 คนหรือร้อยละ 85.7 ใช้เวลาในการออกก้าลังกายน้อยกว่า 30 นาที มีเพียง 5 คนคิดเป็นร้อยละ 14.3 ที่ใช้เวลาในการออกก้าลังกายประมาณ 60 นาที เปรียบเทียบระดับน้ าตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมก่อนและติดตามผลหลังการอบรม 12 สัปดาห์ 1. เปรียบเทียบระดับน ้าตาลในเลือดขณะอดอาหาร Fasting Blood Sugar (FBS) รายบุคคลก่อนและติดตามผลหลังการอบรม 12 สัปดาห์ แผนภูมิที่ 1 กราฟเส้นแสดงระดับน ้าตาลในเลือดขณะอดอาหาร (FBS) รายบุคคล ก่อนและติดตามผลหลังการอบรม 12 สัปดาห์ (n=35) 0204060801001201401601802002202402602801357911131517192123252729313335FBS(mg/dl)ผู้ป่วยเบาหวาน (n = 35)กราฟเปรียบเทียบระดับน้ าตาลFBS ก่อนและหลัง 12 สัปดาห์FBSก่อนFBSหลัง 58 จากแผนภูมิที่ 1 ระดับน ้าตาล FBS ของกลุ่มตัวอย่างโดยรวม ส่วนใหญ่มีค่าลดลง จ้านวน 30คน คิดเป็นร้อยละ 85.71และมีส่วนน้อยที่ระดับFBSเพิ่มขึ น จ้านวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 14.29 (กลุ่มตัวอย่างล้าดับที่ 7 , 20 , 23 , 32 , 34) ตารางที่ 2 แสดงระดับน ้าตาลในเลือดขณะอดอาหาร(FBS) เฉลี่ย ก่อนและติดตามผลหลังการ อบรม 12 สัปดาห์ (n=35) FBS(mg/dl)ก่อนเริ่มวิจัย FBS(mg/dl) หลังวิจัย t p- value 173.57± 30.63 142.34± 19.11 6.485 <0.001* *นัยส้าคัญที่ระดับ 0.05 จากตารางที่ 2 โดยภาพรวม ระดับ FBS เฉลี่ย ของกลุ่มตัวอย่างหลังติดตามผล 12 สัปดาห์ (142.34 ± 3.23 mg/dl) ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับระดับ FBS ก่อนอบรม (173.58 ± 5.17 mg./dl)อย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t = 6.485, p-value <0.001) 2. เปรียบเทียบระดับน ้าตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) ก่อนและติดตามผลหลังการอบรม 12 สัปดาห์ . แผนภูมิที่ 2 กราฟเส้นแสดงระดับน ้าตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) รายบุคคลก่อนและหลังการอบรม 12 สัปดาห์ (n=35) 012345678910111213141357911131517192123252729313335HbA1c (%)ผู้ป่วยเบาหวาน (n = 35)กราฟเปรียบเทียบระดับน้ าตาลเฉลี่ยสะสม(HbA1c)ก่อนและหลัง 12 สัปดาห์HbA1cก่อนHbA1cหลัง 59 จากแผนภูมิที่ 2 ระดับน ้าตาล HbA1c ของกลุ่มตัวอย่างโดยรวม ส่วนใหญ่มีค่าลดลงจ้านวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 88.57 และมีส่วนน้อยที่ระดับ HbA1c เพิ่มขึ น จ้านวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 11.43 (กลุ่มตัวอย่างล้าดับที่ 16, 17, 30, 31) ตารางที่ 3 แสดงระดับน ้าตาลในเลือดเฉลี่ยสะสม (HbA1c) ก่อนและหลังการอบรม 12 สัปดาห์ (n=35) HbA1c (%) ก่อนวิจัย HbA1c(%) หลังวิจัย t p- value 8.2 ± 1.7 7.3 ± 1.5 5.870 < 0.001* *นัยส้าคัญที่ระดับ 0.05 จากตารางที่ 3 พบว่าโดยภาพรวม ระดับ HbA1c ของกลุ่มตัวอย่างหลังติดตามผล 12 สัปดาห์ (7.3 ± 1.5 %) ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับระดับ HbA1c ก่อนอบรม (8.2± 1.7 %) อย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t = 5.870,p-value <0.001) หมายเหตุ : เจาะเลือดโดยทีมเทคนิคการแพทย์จาก The Medical Lab ในวันที่ 2 ของการอบรมกลุ่มตัวอย่างที่สมัครใจทุกท่านได้รับการตรวจวัดค่าระดับน ้าตาลในเลือดขณะอดอาหาร (FBS) และบันทึกผลของค่าระดับน ้าตาลดังกล่าวเป็นค่าก่อนการวิจัย จากนั นท้าความเข้าใจวิธีการเจาะ FBS ในแต่ละสัปดาห์ คือให้เจาะเลือดในวันเดียวกันในแต่ละสัปดาห์ โดยเจาะช่วงเวลาเช้าหลังจากอดอาหาร 8 ชั่วโมง เจาะสัปดาห์ละ 1 ครั ง รวมทั งสิ น 12 ครั ง พร้อมบอกวิธีบันทึกค่า FBS ลงตารางบันทึกFBS ส้าหรับการบันทึกค่าระดับน ้าตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) ก่อนเข้าร่วมการวิจัย ใช้การรายงานผลจากห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลรัฐบาลภายในระยะเวลา 3 เดือนก่อนการวิจัย แต่ส้าหรับผู้ที่ไม่มีผลของ HbA1c ผู้วิจัยจัดให้มีการตรวจหาค่าของ HbA1c ในเช้าวันที่ 2 ของการเข้าค่าย (เจาะเลือดโดยทีมเทคนิคการแพทย์ จาก The Medical Lab) และบันทึกผลของค่าระดับน ้าตาลเฉลี่ยสะสมดังกล่าวเป็นค่าก่อนการวิจัย จากนั นผู้วิจัยท้าความเข้าใจ วิธีการเจาะ HbA1c หลังเสร็จสิ นการวิจัย 12 สัปดาห์ เพื่อเปรียบเทียบค่าก่อนและหลังการวิจัย เปรียบเทียบพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะเวลา 12 สัปดาห์หลังการอบรม การศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลฯของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ก่อนและหลัง 12 สัปดาห์ มีรายละเอียดดังตารางที่ 4 60 ตารางที่ 4 แสดงพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรม (n=35) รูปแบบอาหารปรับสมดุล รูปแบบการปฏิบัติ ระดับการปฏิบัติ ปฏิบัติ n (%) ปฏิบัติบางครั้ง n (%) ไม่ปฏิบัติ n (%) X̅±SD แปลผล 1.ปลอดสารพิษ 19 (54.2) 15 (42.9) 1 (2.9) 1.51±0.562 ปานกลาง 2. ไม่มีเนื อสัตว์ 15 (42.9) 17 (48.5) 3 (8.6) 1.34±0.639 ปานกลาง 3. ปรุงรสเล็กน้อย (30%) 22 (62.9) 12 (34.2) 1 (2.9) 1.57±0.608 ปานกลาง 4. ค้านึงถึงเย็นร้อน 10 (28.6) 24 (68.5) 1 (2.9) 1.40±0.553 ปานกลาง 5. เคี ยวให้ละเอียด 21 (60) 12 (34.3) 2 (5.7) 1.54±0.610 ปานกลาง 6. รับประทานอาหาร 31 (88.6) 4 (11.4) 0 1.85±0.429 ดี จากตารางที่ 4 สรุปข้อมูลจากสมุดคู่มือบันทึกอาหารบริโภค 3 day-food record โดยบันทึกรายการอาหารและปริมาณอาหารที่รับประทานแต่ละมื อ บันทึกสัปดาห์ละ 3 วันพบว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะเวลา 12 สัปดาห์หลังการอบรมกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติรูปแบบการรับประทานอาหารปรับสมดุลฯ เรียงตามล้าดับดังนี ล้าดับที่ 1 การกินอาหารตามล้าดับของการย่อยง่ายสามารถปฏิบัติได้ในระดับดีเป็นจ้านวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 88.6 ล้าดับที่ 2 พฤติกรรมการปรุงรสเล็กน้อย (30%) เท่าที่พลังชีวิตเต็ม สามารถปฏิบัติได้ในระดับปานกลางจ้านวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 62.9 ล้าดับที่ 3 เคี ยวให้ละเอียดสามารถปฏิบัติได้ในระดับปานกลางจ้านวน 21 คนคิดเป็นร้อยละ 60 ล้าดับที่ 4ปลอดสารพิษ สามารถปฏิบัติได้ในระดับปานกลางจ้านวน 19 คนคิดเป็นร้อยละ 54.3 ล้าดับที่ 5 ไม่มีเนื อสัตว์ สามารถปฏิบัติได้ในระดับปานกลางจ้านวน 15 คนคิดเป็นร้อยละ 42.9 และ ล้าดับสุดท้ายคือ ค้านึงถึงอาหารกลุ่มเย็นและร้อน สามารถปฏิบัติได้ในระดับปานกลางจ้านวน 10 คนคิดเป็นร้อยละ 28.6

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน