000 Thesis-แก่นศีล-กล้าจน-Final-250665.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์8.09 MB
วันที่แก้ไข4 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ ศึกษากสิกรรมวิถีพุทธในมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย : กรณีศึกษาชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ A STUDY OF BUDDHIST FARMING IN THE BUDDHIST MEDICINE FOUNDATION OF THAILAND : A CASE STUDY OF PHU PHA FAH NAM COMMUNITY, MAE TAENG DISTRICT, CHIANG MAI PROVINCE นายแก่นศีล กล้าจน วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ (ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) ศึกษากสิกรรมวิถีพุทธในมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย : กรณีศึกษาชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายแก่นศีล กล้าจน A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2022 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) A Study of Buddhist Farming in the Buddhist Medicine Foundation of Thailand : A Case Study of Phu Pha Fah Nam Community, Mae Taeng District, Chiang Mai Province Mr. Kaensila Klajon ก ชื่อวิทยานิพนธ์ : ศึกษากสิกรรมวิถีพุทธในมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย :กรณีศึกษาชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ผู้วิจัย : นายแก่นศีล กล้าจน ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ : พระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยาภินนฺโท, ผศ. ดร., ป.ธ. ๔, พธ.บ. (พุทธจิตวิท

อ่านต่อ

ยา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) : รศ. ดร.เทพประวิณ จันทร์แรง, พธ.บ. (ศาสนา), ศศ.บ. (ไทยคดีศึกษา) M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and buddhism) วันสำเร็จการศึกษา : ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ บทคัดย่อ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาหลักการทำกสิกรรมตามหลักพระพุทธศาสนาและกสิกรรมทางเลือก ๒) เพื่อศึกษาหลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ณ ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ๓) เพื่อวิเคราะห์หลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธในมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ณ ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ผลการวิจัย พบว่า หลักการทำกสิกรรมตามหลักพระพุทธศาสนา บนพื้นฐานการประพฤติปฏิบัติศีล ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นสัมมาอาชีวะ และกสิกรรมทางเลือก ล้วนยังมุ่งเพิ่มผลิต ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ พึ่งตนเองและไม่เบียดเบียน เน้นในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก หลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ใช้หลัก พันธุ์ดี ดินดี น้ำดี แสงดี ศีลดี และมิตรดี โดยปฏิบัติศีล อย่าขี้เกียจ อย่าใจร้อน อย่าโลภ พอประมาณ และรู้จักแบ่งปัน มีรูปแบบนาแปลงเล็ก ปลูกพืชพันธุ์พื้นเมือง พืชป่า ดูแลสุขภาพที่สมดุลร้อนเย็น เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พืชผัก ข้าว ถั่ว ธัญพืชที่จำเป็นแท้ เพื่อวิถีชีวิตผาสุก ทั้งประหยัด เรียบง่าย พึ่งตนและแบ่งปัน มีการคบและเคารพมิตรดี ศีลดีและมิตรดี คือ สมบัติแท้จริงของทุกชีวิต ผลกสิกรรมวิถีพุทธเชิงสุขภาวะ ด้านร่างกาย สุขภาพแข็งแรงปรับสมดุลร้อนเย็นได้ ด้านจิตใจ จัดการความวิตกกังวลได้เหมาะสม เชื่อและเข้าใจเรื่องกรรมและผลของกรรม ด้านสังคม สร้างสิ่งที่ดีงามมีประโยชน์ อยู่ในสังคมอย่างเป็นศานติสุข ด้านปัญญา พัฒนาศักยภาพทางจิตวิญญาณ ใจไร้ทุกข์ ใจดีงาม ทำประโยชน์ช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืน ข Thesis Title : A Study of Buddhist Farming in The Buddhist Medicine Foundation of Thailand : A Case Study of Phu Pha Fah Nam Community, Mae Taeng District, Chiang Mai Province Researcher : Mr. Kaensila Klajon Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Phrakhudhammathorn Chaiwichit Jayābhinando, Asst. Prof. Dr., Pali IV, B.A. (Buddhist Psychology), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D.(Buddiest studies) : Assoc. Prof. Dr. Thepprawin Chanraeng, B.A. (Religions), B.A. (Thai studies), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Pali and Buddhism) Date of Graduation : June 22, 2022 Abstract The objectives of this research were to 1) investigate the principles of farming practices based on Buddhism principles and Alternative Farming, 2) investigate the Buddhist Farming principles of the Buddhist Medicine Foundation of Thailand at Phu Pha Fah Nam Community, Mae Taeng District, Chiang Mai Province, and 3) analyze the Buddhist Farming principles of the Buddhist Medicine Foundation of Thailand at Phu Pha Fah Nam Community, Mae Taeng District, Chiang Mai Province. The research findings revealed that Buddhist farming practice is an agricultural practice based on Buddhist ideals of not disturbing oneself or others, which is the proper livelihood. Alternative farming strives to enhance productivity, decrease expenditures, boost revenue, be self-sufficient, and avoid mistreatment, with an emphasis on economic, social, and environmental problems. In the Phu Pha Fah Nam community, the principles of Buddhist farming include the utilization of excellent seeds, good soil, good water, good sunshine, good commandments, and good companions who practice the following: don't be lazy, don't be impatient, don't be greedy, modesty, and know how to share. Buddhist ค agricultural techniques include small-scale farming and nurturing high-nutrient native plants. Buddhist farming produces food security and medicines, such as herbs, fruits, vegetables, rice, nuts, and grains, which are required to live a happy life. The true jewels of every life are the precepts of Buddhist farming in valuing excellent relationships and morality. The physical health consequence is good health and chemical-free and fresh balanced hot and cold foods. The mental result can correctly handle anxiety, believe in and comprehend karma, and the repercussions of karma. The societal result is to serve others and to live happily in society. The wisdom outcome is to enhance spiritual potential and serve society. ง กิตติกรรมประกาศ “ตถาคเต เอกนฺตคโต อภิปฺปสนฺโน” ผู้วิจัยขอถือเอาพระพุทธเจ้า ขอถือเอาพระธรรม ขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งระลึกถึง ขอกราบขอบพระคุณพระครูธรรมธรชัยวิชิต ชยาภินนฺโท, ผศ. ดร. ประธานที่ปรึกษา รศ. ดร.เทพประวิณ จันทร์แรง กรรมการที่ปรึกษา คณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่เมตตาให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาชี้แนะแนวทางในการเรียนรู้และแนวทางการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ ขอกราบขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย ดร.พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ รศ. ดร.ปรุตม์ บุญศรีตัน ผศ. ดร. สยาม ราชวัตร ที่กรุณาให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา ตลอดจนชี้แนะแนวทางการสร้างเครื่องมือในการทำวิจัยในครั้งนี้ ดร. ศักดา พรึงลำภู ที่เมตตาให้กำลังใจและคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษา ผู้วิจัยกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ ขอกราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยเขตเชียงใหม่ คุณบุญมี แก้วตา ที่คอยให้ความช่วยเหลือปรับปรุงแก้ไขรูปแบบ การพิมพ์งานวิจัยให้มีความถูกต้อง ผู้วิจัยกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ ท้ายสุดนี้ ขอนอบน้อมกราบขอบพระคุณพ่อครู สมณะโพธิรักษ์ ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวอโศก และท่านอาจารย์ ดร.ใจเพชร กล้าจน ผู้ให้กำเนิดทางจิตวิญญาณแก่ผู้วิจัย ตลอดถึงเหล่าพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือคอยบำเพ็ญช่วยเหลือเกื้อกูล เพื่อนนิสิตระดับปริญญาโท สาขาพระพุทธศาสนาทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุน บิดามารดาผู้มีพระคุณของผู้วิจัย ตลอดถึงผู้แต่งหนังสือตำราทุกท่านและทุกเล่ม ที่ผู้วิจัยใช้อ้างอิงในงานวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ตลอดถึงท่านที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของการการวิจัยนี้ที่ไม่ได้กล่าวนาม ผู้วิจัยกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ นายแก่นศีล กล้าจน ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ จ สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ง สารบัญ จ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ ซ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๑ ๑.๒ คำถามวิจัย ๕ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๖ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๖ ๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย ๗ ๑.๖ ทบทวนหนังสือและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๗ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย ๑๗ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย ๑๘ บทที่ ๒ หลักการทำกสิกรรมตามหลักพระพุทธศาสนาและกสิกรรมทางเลือก ๑๙ ๒.๑ หลักการทำกสิกรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ๑๙ ๒.๑.๑ ความหมายของคำว่ากสิกรรม ๒๐ ๒.๑.๒ แนวคิดของการทำกสิกรรมในพระพุทธศาสนา ๒๑ ๒.๑.๓ ความสำคัญของการทำกสิกรรมในพระพุทธศาสนา ๒๒ ๒.๑.๔ รูปแบบการทำกสิกรรมที่ประยุกต์จากพระพุทธศาสนา ๒๓ ๒.๑.๕ หลักธรรม, พระสูตร, พุทธพจน์ การทำกสิกรรมในคัมภีร์พุทธศาสนา ๒๔ ๒.๒ กสิกรรมทางเลือก ๕๑ ๒.๒.๑ ความหมายกสิกรรมทางเลือก ๕๑ ๒.๒.๒ ความสำคัญของกสิกรรมทางเลือก ๕๒ ๒.๒.๓ รูปแบบกสิกรรมทางเลือก ๕๓ ๒.๓ แนวคิดเกี่ยวกับกสิกรรมทางเลือก ๖๐ ฉ ๒.๓.๑ ที่มาของแนวคิดกสิกรรมทางเลือก ๖๐ ๒.๓.๒ แนวคิดกสิกรรมธรรมชาติฟูกูโอกะ ๖๔ ๒.๓.๓ แนวคิดเกษตรกรรมธรรมชาติคิวเช ๖๕ ๒.๓.๔ แนวคิดเกษตรธรรมชาติเกาหลี ๖๗ ๒.๓.๕ แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๖๘ ๒.๓.๖ แนวคิดกสิกรรมไร้สารพิษของชาวอโศก ๗๑ ๒.๔ สรุปท้ายบท ๗๕ บทที่ ๓ หลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ๗๖ ๓.๑ โครงสร้างพื้นฐานชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๗๖ ๓.๑.๑ ความเป็นมาของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ๗๖ ๓.๑.๒ บริบทพื้นที่ศึกษาของชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๘๖ ๓.๑.๓ วัฒนธรรมและกิจกรรมชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๘๘ ๓.๒ หลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม ๙๔ ๓.๒.๑ ความเป็นมาของการทำกสิกรรมวิถีพุทธ ๙๔ ๓.๒.๒ แนวคิดในการทำกสิกรรมวิถีพุทธของแพทย์วิถีธรรม ๙๕ ๓.๒.๓ หลักธรรมอันเป็นองค์ประกอบในการทำกสิกรรมวิถีพุทธ ๙๙ ๓.๒.๔ ปัจจัยส่งเสริมศักยภาพการทำกสิกรรมวิถีพุทธในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๑๔๒ ๓.๒.๕ ปัจจัยส่งเสริมเชิงสุขภาวะการทำกสิกรรมวิถีพุทธในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๑๔๖ ๓.๓ ปัญหาและอุปสรรคในการทำกสิกรรมวิถีพุทธ ๑๕๔ ๓.๓.๑ ไฟป่าและหมอกควัน ๑๕๔ ๓.๓.๒ สภาพดิน ๑๕๙ ๓.๓.๓ สภาพน้ำ ๑๖๐ ๓.๓.๔ สภาพอากาศ ๑๖๓ ๓.๔ แนวทางส่งเสริมการทำกสิกรรมวิถีพุทธอย่างมีประสิทธิภาพ ๑๖๖ ๓.๕ สรุปท้ายบท ๑๖๘ บทที่ ๔ วิเคราะห์หลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธในมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งไทย ในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ๑๖๙ ๔.๑ วิเคราะห์หลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๑๖๙ ๔.๑.๑ วิเคราะห์แนวคิดในการทำกสิกรรมวิถีพุทธในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๑๖๙ ช ๔.๑.๒ วิเคราะห์หลักการทำกสิกรรมทางเลือก ๑๗๖ ๔.๑.๓ วิเคราะห์หลักการทำกสิกรรมวิถีพุทธในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๑๘๕ ๔.๑.๔ วิเคราะห์วิธีการดูแลสุขภาพสมดุลร้อนเย็น ๒๐๓ ๔.๑.๕ วิเคราะห์วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ๒๑๑ ๔.๑.๖ วิเคราะห์วิถีสังคมหมู่มิตรดี ๒๑๕ ๔.๑.๗ วิเคราะห์วิธีการใช้ธรรมะชำระกิเลส ๒๒๐ ๔.๒ ผลเชิงสุขภาวะจากการทำกสิกรรมวิถีพุทธในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ๒๒๔ ๔.๒.๑ ผลทางด้านร่างกาย ๒๒๖ ๔.๒.๒ ผลทางด้านจิตใจ ๒๒๗ ๔.๒.๓ ผลทางด้านสังคม มิตรสหายและสิ่งแวดล้อม ๒๒๘ ๔.๒.๔ ผลทางด้านปัญญา ใจไร้ทุกข์ ใจดีงาม ๒๒๙ ๔.๓ สรุปท้ายบท ๒๓๐ บทที่ ๕ สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ ๒๓๓ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๒๓๓ ๕.๒ ข้อเสนอแนะ ๒๓๗ บรรณานุกรม ๒๓๙ ภาคผนวก ๒๕๐ ภาคผนวก ก หนังสือขอเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ๒๕๑ ภาคผนวก ข แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย ๒๕๘ ภาคผนวก ค หนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ๒๖๒ ภาคผนวก ง กิจกรรมเฉพาะในฝ่ายงาน ๒๗๘ ภาคผนวก จ ภาพถ่ายผู้ให้สัมภาษณ์ และหนังสือขออนุญาตเก็บข้อมูลดําเนินการวิจัย ๒๘๖ ภาคผนวก ฉ ภาพถ่ายภาคสนาม ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ และภาพที่เกี่ยวข้อง ๒๙๕ ประวัติผู้วิจัย ๓๒๒ ซ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ อักษรย่อในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ใช้อ้างอิงจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในการอ้างอิง โดยระบุ เล่ม/ข้อ/หน้า หลังคำย่อชื่อคัมภีร์ เช่น ที.สี. (ไทย) ๙/๓/๓๖ หมายถึง สุตฺตนฺตปิฎกทีฆนิกาย สีลกฺขนฺธวคฺคปาลิ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๙ ข้อที่ ๓ หน้าที่ ๓๖ เป็นต้น ก. คำย่อชื่อคัมภีร์พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.มหา. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวิภังค์ (ภาษาไทย) วิ.ม. (ไทย) = วินัยปิฎก มหาวรรค (ภาษาไทย) วิ.จู. (ไทย) = วินัยปิฎก จูฬวรรค (ภาษาไทย) พระสุตตันตปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ.ส. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (ภาษาไทย) สํ.นิ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ.สฬา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (ภาษาไทย) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปญฺจก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.อฏฺฐฺก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (ภาษาไทย) ฌ คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.เอกาทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ขุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ.ธ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท (ภาษาไทย) ขุ.อิติ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.เถร. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา (ภาษาไทย) ขุ.ชา.เอกก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกกนิบาตชาดก (ภาษาไทย) ขุ.ชา.จตฺตาฬีส. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จัตตารีสนิบาตชาดก (ภาษาไทย) ขุ.ชา.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิบาตชาดก (ภาษาไทย) ขุ.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส (ภาษาไทย) ขุ.ป. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค (ภาษาไทย) ขุ.อป. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน (ภาษาไทย) พระอภิธรรมปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา อภิ.ก. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การทำกสิกรรม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปัจจุบัน ที่เน้นพัฒนาในกรอบของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ใช้กลไกในการเร่งสร้างผลผลิตและให้ความสำคัญแก่การผลิต เพื่อเป็นสินค้าที่มุ่งแสวงหากำไรให้ได้มากที่สุด แนวคิดดังกล่าวนี้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนในสังคมไทยเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เคยดำรงชีวิตด้วยการทำกสิกรรมเพื่อการยังชีพ ที่ผลิตเพื่อบริโภคในครอบครัวและเผื่อแผ่เกื้อกูลกันภายในชุมชน มีการทำนาเป็นสำคัญ โดยอาศัยแรงงานคนและสัตว์เป็นปัจจัยหลัก อาศัยน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติและฝน เป็นการทำกสิกรรมที่พึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติเป็นแหล่งอาหารและสมุนไพร เป็นการดำรงชีวิตแบบวิถีชาวบ้าน ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างพอเพียง และลักษณะความสัมพันธ์ของคนในชุมชน มีความผูกพันภายในที่ลึกซึ้ง เป็น“ชุมชนวิถีไทยบุพกาล อันมีรากฐานทางประวัติศาสตร์และสังคมวัฒนธรรมไทย มาจากพระพุทธศาสนา”๑ ในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา การพัฒนาด้วยระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบโลกตะวันตก ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในด้านต่างๆ รวมทั้งแนวทางการทำ กสิกรรมแบบดั้งเดิม การยังชีพที่พออยู่พอกิน เรียบง่าย พึ่งตนเองเป็นหลัก หันไปสู่แนวทางการทำ กสิกรรมที่มุ่งเน้นเร่งสร้างให้มีผลผลิตจำนวนมาก เพื่อเป็นสินค้าและการส่งออกเป็นสำคัญ แนวทางดังกล่าวนี้ ทำให้สังคมกสิกรรมเพื่อการยังชีพแบบ “ชุมชนวิถีไทยบุพกาล” จากอดีตที่เคยเป็นวิถีชีวิตที่พึ่งพาตนเอง เรียบง่าย และมีน้ำใจแบ่งปัน มีความสงบร่มเย็นมาอย่างยาวนาน ได้เลือนหายไปจากสังคมไทย กสิกรไทยกลายมาเป็นผู้เร่งสร้างผลผลิตทางกสิกรรมเพื่อสนองต่อการบริโภคของสังคม จนเกิดการแก่งแย่งแข่งขันกัน การเอารัดเอาเปรียบเห็นแก่ตัวที่จัดจ้าน เพื่อแสวงหาและกอบโกยกำไรให้ได้มากที่สุด ๑ ธันวา ใจเที่ยงและคณะ, “เศรษฐกิจพอเพียงกับเศรษฐกิจวัฒนธรรมชุมชนและความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชนหมู่บ้านไทย”, การบริหารปกครอง, ปีที่ ๖ ฉบับพิเศษ (กันยายน ๒๕๖๐): ๖๒-๗๐. ๒ ดังเห็นได้ว่า “ปัจจุบันการทำกสิกรรมในชนบทไทยส่วนใหญ่แล้ว ไม่ได้ผลิตสิ่งที่ผู้ผลิตเองต้องการบริโภคเป็นหลักอีกต่อไป แต่จะมุ่งเน้นผลิตทั้งในเชิงปริมาณ และเพื่อสนองความต้องการของตลาดผู้บริโภคเป็นสำคัญ ทำให้กสิกรหรือตัวผู้ผลิตเอง จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอก การจัดซื้อปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช มีต้นทุนที่สูงขึ้น”๒ เพื่อเร่งเพิ่มผลผลิตให้ได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึง “นโยบายจากภาครัฐที่สนับสนุนส่งเสริมในการใช้สารเคมีเป็นหลักและอย่างแพร่หลาย การหาซื้อได้ง่าย สะดวก และสามารถเร่งสร้างผลผลิตให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงละเลยความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดประโยชน์ การปลูกพืชพันธุ์หลากหลายชนิดผสมผสานในพื้นที่เดียวกันลดน้อยลง เป็นผลให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว”๓ เกิดผลกระทบทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เช่น โรคภัยไข้เจ็บที่เรื้อรัง รุนแรงเพิ่มสูงขึ้น “ตลอดสิบปีที่ผ่านมา แนวโน้มความเสี่ยงและความไม่ปลอดภัยจากพิษร้ายของสารเคมียิ่งสูงขึ้น โรคภัยไข้เจ็บเพิ่มมากขึ้นทั้งโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไขมัน โรคภูมิแพ้ เป็นต้น ซึ่งได้กลายเป็นโรคภัยร้ายแรงอันดับต้นของคนไทยไปแล้ว จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ จึงพยากรณ์ได้ว่าประเทศไทยกำลังสูญเสียสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ความสามารถพึ่งพาตนเองของคนในชุมชน และการสูญเสียความมั่นคงทางสังคมวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย”๔ จากข้อมูลเรื่อง “ปัญหาสุขภาพของคนไทย” สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปี ๒๕๖๓ พบว่า “การใช้สารเคมีทางการเกษตรและอาการผิดปกติ ในครัวเรือนที่ยังมีการใช้สารเคมีทางการเกษตร จำนวนทั้งสิ้น ๒,๖๓๖,๒๖๐ ครัวเรือน พบว่า มีครัวเรือนที่ยังคงใช้สารเคมีทางการเกษตรจำนวน ๖๗๗,๕๒๒ ครัวเรือน (ร้อยละ ๒๕.๖๐) พบว่ามีอาการผิดปกติ ได้แก่ มือสั่นร่วมกับเดินเซ (โรคพาร์กินสัน) ๑๒,๕๕๔ คน, ชาปลายมือ-ปลายเท้า ๗๙,๖๔๕ คน, ผิวหนังอักเสบ ๒๒,๕๖๙ คน, เนื้อเน่า ๖๔๑ คน, ไตเสื่อม (ฟอกไตเป็นประจำ) ๒,๓๔๙ คน, มะเร็งเม็ดเลือดขาว ๓๗๐ คน, ๒ กนกวรา พวงประยงค์ และสานิตย์ หนูนิล, “สังคมชนบทไทยสมัยใหม่กับปัจจัยกำหนดวิถีการดำเนินชีวิต”, สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒ (กรกฏาคม-ธันวาคม, ๒๕๖๑): ๓๔-๖๔. ๓ สุธาสินี อั้งสูงเนิน, “ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช”, มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ปีที่ ๙ เล่มที่ ๑ (มกราคม-เมษายน, ๒๕๕๘): ๕๐-๖๓. ๔ บำเพ็ญ เขียวหวาน, “อาหารและเกษตร (ไม่) ปลอดภัย: แนวคิดและการจัดการเกษตรอินทรีย์เชิงระบบ”, สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร, ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน, ๒๕๖๒): ๑-๘. ๓ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ๙๒๒ คน, และปัญญาอ่อน ๑,๑๓๒ คน”๕ ชี้ให้เห็นได้ว่า สุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพิษภัยของสารเคมี ที่ใช้ในทางการเกษตรมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เมื่อการพัฒนาที่เคยคาดหวังไว้ว่า จะสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้กรอบแนวคิดของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม เกิดผลประจักษ์แล้วว่า กลับเป็นเหตุให้เกิดปัญหาในด้านต่างๆ อย่างมากมาย และรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เช่น ปัญหาในการบุกรุกทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก การพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ การใช้เครื่องจักรกล เชื้อเพลิง ปุ๋ยและยาเคมีภัณฑ์ปราบศัตรูพืชและฮอร์โมนพืชสังเคราะห์ สารพิษสะสมปนเปื้อนในผลผลิต ความเสื่อมโทรมทางทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ อากาศ๖ และปัญหาในเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ปัญหาหนี้สินและความยากจน ความเลื่อมล้ำในสังคมเรื่องคุณค่าชีวิต สิทธิ ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดถึงความเจ็บป่วย ความพิการทางร่างกายและความตึงเครียดทางจิตใจ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี๗ ดังที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นนี้ ทว่า หากเราได้ย้อนกลับมาศึกษาทบทวนถึงรากเหง้าแห่งความสามารถในการพึ่งตนของคนในชุมชน ตลอดถึงความมั่นคงทางสังคมและวัฒนธรรมที่ดีงามของ“ชุมชนวิถีไทยบุพกาล ที่มีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ” การได้นำเอาองค์ความรู้ที่เคยทรงประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์สูงสุดมาฟื้นฟูพัฒนาตั้งแต่ระดับชุมชนเล็กๆ ไปจนถึงระดับประเทศของเราสู่ความเป็นสมัยใหม่ในแบบฉบับของประเทศเราเอง ทั้งเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชีวิตและสังคมวัฒนธรรมไทย เป็นการกลับคืนสู่สภาพของชีวิตที่อยู่เย็นเป็นสุขอย่างมั่นคงยั่งยืนนั้นเอง แนวทางการทำกสิกรรมวิถีพุทธ ในมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีสภาพสังคมวัฒนธรรมเสมือนว่า “ชุมชนวิถีชาวไทยบุพกาล”ที่สมาชิกในชุมชนเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่มีรูปแบบการพึ่งพาตนเองและเกื้อกูลกันในชุมชน “มีการปฏิบัติศีล กินมังสวิรัติ ทำกสิกรรมไร้สารพิษ สร้างผลผลิตเพื่อกินเพื่อใช้กัน ๕ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, สธ.ย้ำจุดยืนแบน 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2 /news / detail /49/1887 [๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔]. ๖ จตุรภัทร จันทร์ทิตย์, “เศรษฐกิจหมู่บ้านไทยในอดีตและการเป็นสมัยใหม่กับแนวคิดชุมชน โดย ฉัตรทิพย์ นาถสุภา”, ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๙): ๒๖๗. ๗ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ้งภาภรณ์, โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมไทย: ความเปราะบางท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.pier.or.th/abridged/2021/16/ [๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔]. ๔ ในชุมชน ทั้งยังผลิตซ้ำได้ด้วยตัวเอง มีการใช้แรงงานสมาชิกจิตอาสาฯ เป็นหลัก สมาชิกจิตอาสาฯ ในชุมชนและเครือข่ายมีความเป็นมิตรดี สหายดี ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญอย่างยิ่งของชุมชนแห่งนี้” อันสอดคล้องสัมพันธ์กับ“วิถีเศรษฐกิจหมู่บ้านไทยในอดีตและการเป็นสมัยใหม่กับแนวคิดชุมชน”๘ ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาในเรื่องการทำกสิกรรมสร้างอาหารไร้สารพิษได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างสุขภาพที่แข็งแรงและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่พอเพียง ด้วยวิธีการที่ประหยัด เรียบง่าย พึ่งตนเองได้เกิดเป็นชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและมั่นคง ยั่งยืน นอกจากนี้ สมาชิกจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันด้วยระบบสาธารณโภคี ที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกัน กินใช้ร่วมกัน ทุกคนทำงานโดยไม่รับค่าตอบแทน มีความพอเพียงในตัวเอง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในการสร้างผลผลิตด้านกสิกรรม มีการพัฒนาฝึกฝนตนเองด้วยการปฏิบัติตาม“หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาองค์ความรู้ท้องถิ่นที่นำมาบูรณาการร่วมกัน” เพื่ออนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ว่า “พืชปกคลุมดิน ความชุ่มชื้น น้ำ ภูมิอากาศ ความหลากหลายของพืชพันธุ์ สัตว์ป่า ไปจนถึงการไม่ตัดฟัน พื้นที่ให้เตี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน