10 บทที่ 5.pdf

โฟลเดอร์PDF แยกบท
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์2.00 MB
วันที่แก้ไข18 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 เภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นาที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว การศึกษาเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นาที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้วิจัยได้น าเสนอข้อมูลจากการศึกษาภาคสนามร่วมกับการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแนวชาติพันธุ์วรรณนา โดยใช้การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมจากสถานการณ์จริงของชุมชน ร่วมกับการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณี ความคิด ความเชื่อ ความศรัทธา พิธีกรรม ข้อห้าม ในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นาที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ผู้น าชุมชน ผู้สูงอายุ พระภิกษุและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในช่วงวันที่ 20 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ผู้วิจัยน าเสนอข้อมูล 5 ประเด็นหลัก คือ 1) บริบทการใช้เภสัชวัตถุของหมอพื้นบ้านที่แขวงสะหวันเขต 2) บริบทการใช้เภสัชวัตถุของหมอพื้นบ้านที่แขวงจ าปาสัก 3) บริบทเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 4) บริบทความสัมพันธ์ของเภสัชวัตถุกับบุญในการรักษาโรคของผู้สูงอายุในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีรายละเอียดดังนี้ บริบทการใช้เภสัชวัตถุของหมอพื้นบ้านที่แขวงสะหวันเขต แขวงสะหวันนะเขต ตั้งอยู่ภาคกลางห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ 480 กิโลเมตร ทิศเหนือ ติดกับแขวงค าม่วน ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดกวางจิและกวางบินของเวียดนาม ทิศใต้ ติดกับแขวงสาละวัน ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดมุกดาหาร นครพนม อ านาจเจริญและ อุบลราชธานีของประเทศไทย โดยมีแม่น้ าโขงเ

อ่านต่อ

ป็นเขตแดน มีเนื้อที่ 21,774 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ราบร้อยละ 58.5 เนินเขาและภูเขาร้อยละ 41.5 การแบ่งเขตการปกครอง 15 เมือง ได้แก่ ไกสอน - พมวิหาน อุทุมพอน อาดสะพังทอง พิน เซโปน วีละบูลี สองคอน นอง จ าพอน ท่าปางทอง ชนบูลี ไซบูลี อาดสะพอน ไซพูทอง และ พะลาน ประชากร ประกอบด้วย 11 ชนเผ่า คือ ลาวลุ่ม ผู้ไท ไทด า กะตาง มังกอง จาลือ ละวา ลาวส่วย ปาโกะ กะเลิง และ ตะโอ้ย ประชากรร้อยละ 90 ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อบริโภคในครัวเรือน โดยมีผลผลิตเหลือส่งออกต่างประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติที่ส าคัญ ที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ า และแร่ธาตุ ได้แก่ หินอ่อน หินแกรนิต แร่ลิกไนต์ แร่เหล็ก ทองค า ทองแดง ยิปซัม โดยมีบริษัท Minerals and Metals Group or MMG ของจีน เป็นผู้ลงทุนผลิตทองค า และทองแดงส่งออก 137 ด้านการเกษตร กสิกรรมที่ส าคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ฝ้าย ไม้ยูคาลิปตัส ยาสูบ อ้อย ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ละหุ่ง มันส าปะหลัง กระเทียม อ้อย ปศุสัตว์ที่ส าคัญ ได้แก่ วัว แพะ จากการลงส ารวจภาคสนามที่แขวงสะหวันะเขตในวันที่ 20 มีนาคม 2561 เส้นทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ด่านมุกดาหาร - สะหวันนะเขต มุ่งสู่บ้านหลวงโพนสิน ที่ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าบรรพบุรุษของชาวมุกดาหารอพยพจากหมู่บ้านนี้ จุดแรกที่ลงส ารวจคือวัดพระธาตุอิงฮัง พบว่าบ้านนี้ไม่มีหมอพื้นเมือง ต้องไปหมู่บ้านอื่น และมีสุขศาลาอยู่ใกล้ เมื่อเจ็บป่วยชาวบ้านจึงไปหาหมอแผนปัจจุบัน สอดคล้องกับค าสัมภาษณ์ ดังนี้ “การใช้สมุนไพร ไม่ค่อยใช้ส่วนใหญ่ไปพบแพทย์ สมุนไพร เมื่อก่อนมีหมอลาว ได้สมุนไพรมาต้มกิน ใช้รากไม้ ใบไม้ ตากแดด มากินแต่ไม่รู้จักชื่อ เคยใช้ ไม่ดีขึ้นบ้าง ดีขึ้นบ้าง ไม่ดีขึ้นก็ไปพบแพทย์” (ดวง. 2561, มีนาคม 20) “หายาพื้นบ้านไม่ดีขึ้นไม่เหมือนสมัยก่อนจึงไปหาหมอ” (ทองสา. 2561, มีนาคม 20) คณะผู้วิจัยได้เดินทางต่อไปเพื่อค้นหาหมอพื้นเมืองด้วยเทคนิคสโนว์บอล ในที่สุดผู้วิจัยได้พบกับพ่อเฒ่าป่า หมอพื้นเมืองแห่งบ้านโพนสว่าง เมืองไกสอนพรหมวิหาร แขวงสะหวันเขต ท่านมีชื่อเสียงเรื่องการรักษาโรคริดสีดวงทวาร พ่อเฒ่าป่า อายุ 69 ปี มีอาชีพท านาและเป็นหมอยา ท่านได้เรียนรู้เรื่องเภสัชวัตถุจากอาจารย์หลายคนหลายที่ เรียนที่เมืองบัวทองก่อนถึงศรีโคตรบูรณ์ และได้เรียนวิชาเป็นหมอยาเพิ่ม ช่วงปี ค.ศ. 1986 ถึงปี ค.ศ. 1990 ที่เมืองหลวงพระบาง เมืองเวียงจันทน์ จากนั้นกลับมาอยู่บ้าน ตอนไปเรียนอาจารย์พาเข้าป่า แล้วก็พาดูต้นนั้นต้นนี้เราก็วาดรูปเอาไว้ เวลาสอบเขาก็ให้เข้าป่าไปหาตามที่บอก ถ้าหามาถูกก็ได้ 10 คะแนน ถ้าหามาไม่ถูกก็ได้ศูนย์ ยาทั้งหมดท่านเก็บเองหมดเก็บจากในป่าในดงแถวบ้าน และน ามาสับตากแห้งแล้วใส่ถุงไว้ เก็บไว้ให้ผู้มารักษา เวลาจะไปเอายาต้องท่องนะโมก่อน 3 จบ เวลาขุดยาก็มีคาถา ก็ขุดไปท่องคาถาไป แล้วก็ต้องขอเจ้าที่เจ้าทางด้วย ในแต่ละวันจะไปเวลาไม่เหมือนกัน อย่างวันพุธเป็นเวลานี้วันพฤหัสหรือวันศุกร์เป็นเวลานี้ ต้องไปให้ถูกเวลา แล้วแต่วัน ส่วนของเภสัชวัตถุที่ใช้ ใช้ได้ทุกส่วนทั้งแก่นทั้งล า ทั้งใบครบชุด ตัวไหนเอารากก็เอา ตัวไหนเอาใบก็เอา ส่วนไหนไม่มีแรงเอารากเอาล ามันก็ได้ แต่ให้เอาให้ถูกยาม ถ้าไม่ถูกยามมันจะไม่เข้า เอามาก็เป็นไม้ธรรมดา กินไม่ดี เอาส่วนต าราก็ใช้จากหลายต าราหลายอาจารย์ บางครั้งก็เอามาผสมกัน บางตัวพ่อก็พลิกแพลงถ้ายาตัวนั้นมันหายาก อย่างงูขบ แมงงอดต่อย ถ้าเอาตามต ารามันต้องไปหาตามภูผา พ่อก็ไปไม่ได้เพราะมันไกล ถ้าไปมันจะเสียค่าเดินทางเยอะ และพออายุมากขึ้นก็เก็บแต่เภสัชวัตถุในป่าที่ไม่ไกล พ่อเฒ่าเล่าถึงการหาเภสัชวัตถุในป่าว่า “ออกไปเก็บยาแต่ละครั้งประมาณสามมื้อพุ่นแหล่ว (ประมาณสามวัน) ไปหลายบ่อน (ไปหลายที่) บางเทื่อมันกะไก บางเทื่อมันไก้ ไปซอก (ไปหา) มาจนพอพุ่นแหล่วค่อยได้มาประกอบเข้า 138 ป่าอยู่หายไปสี่ห้าหลัก (ประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร) มีบางโตที่หาบ่ได้กะมี กะบ่เอากะบ่ไซ่ เปลี่ยนบางโตใส่แทนบางเทื่อกะบ่ดีบางทื่อกะบ่ถืกบ่แน่นอน” (พ่อเฒ่าป่า. 2561, มีนาคม 20) ภาพที่ 15 หมอพื้นบ้านชาวสะหวันนะเขต กับยารากไม้ส าหรับโรคริดสีดวง ที่มา (ทาริการ์ แหลมโคกกรวด, ภาพถ่าย. 2561, เมษายน 4) พ่อเฒ่าป่ามียาหลายขนานจัดใส่ถุงเก็บไว้ ท่านไม่ได้ไปขายยาในตลาด แต่มีคนมาหาท่านที่บ้าน ซึ่งบางเดือนก็ถึง 10 คน บางเดือนก็ไม่ถึง ส่วนใหญ่คนที่มาหาได้รับการบอกต่อจากคนที่เคยได้ผลดีจากยาของพ่อเฒ่า บางคนก็มาซื้อ ราคายาส่วนใหญ่อยู่ที่ 20 - 40 บาท อย่างยาแก้ถ่ายยากราคาสิบพัน บางคนก็แต่งขันธ์มา คือมาขอบูชาเพราะไม่มีเงิน พ่อเฒ่ากล่าวว่า “เขาบ่มีเขาหั่นอยากดีกะนโยบายกันไป (ท าไงได้เขาไม่มีเงินแต่เขาอยากหายป่วย ก็ช่วยกันไป)” (พ่อเฒ่าป่า. 2561, มีนาคม 20) ท่านมีชื่อเสียงในการรักษาโรคริดสีดวง ท่านเล่าว่าคนที่มาหาบางคนก็ไม่ได้ไปหาหมอแผนปัจจุบัน บางคนไปหาหมอแผนปัจจุบันแต่รักษาไม่หายก็มาให้ท่านรักษา และท่านเล่าถึงผลการรักษาโรคริดสีดวงของท่านว่า “หายเกือบทุกคน มาจากต่างเมืองกะมีเช่น มาจาก เมืองท่าแขก กะมา พะลาน เมืองพิงกะมา มาทั่ว” (พ่อเฒ่าป่า. 2561, มีนาคม 20) โรคที่ท่านรักษามีโรคริดสีดวง ปันดง มีลงขาว (ตกขาว) ฆ่าแมงท้อง (ฆ่าพยาธิในท้อง) ยาแก้ถ่ายยาก แข่วแมง (ฟันผุ) ซึ่งมีตัวยาเก็บไว้ที่บ้าน บางคนมีอาการไม่ตรงกับยาที่มี พ่อเฒ่าบอกว่าสามารถหาให้ได้ ยามะเร็งท่านก็มี อย่างไรก็ตามถ้าหาไม่ได้ ก็บอกว่าหาไม่ได้ ไม่โกหก ไม่เอาเงินเพราะมันบาป ดังที่ท่านกล่าวว่า “บางคนคัน บางคนมีกลิ่นเหม็นบางคนเป็นบ่เซา(เป็นเรื้อรัง) บางคนกะเจ็บเลือดออกบ่เซา มันมีหลายลักษณะ ถ้าบ่อมีกะได่หามาให่ …พวกตับแข็งหรือตับพิการบางเทื่อมันบ่อมียากะได่หา ถ้ามีคนมาให่ปัว (ปัว = รักษา) ...ยามะเร็งก็มี กินยานี้แล้วถ้ามีอนุมูลอิสระมากมันจะขับออกมา ขับออกจากเลือดจากเส้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีทุกคน…ถ้าหากเฉาซอกยาได่ ซอกบ่อได่กะจาวไป 139 (จาว หมดปัญญา กลับมือปล่าว ท าใจ เสมอตัว) ผู้เป็นกะอยากซาวเนาะ หาบ่ได้กะบอกว่าบ่มีโลด ตั๋วบ่ได้ตั๋วเอาเงินเอาค ามันบาป” (พ่อเฒ่าป่า. 2561, มีนาคม 20) ตารางที่ 2 รายการโรคหรืออาการและเภสัชวัตถุของหมอพื้นบ้าน - พ่อเฒ่าป่า โรคหรืออาการ เภสัชวัตถุ โรคริดสีดวง แก้อาการขับถ่ายเป็นเลือดเป็นเนื้องอกที่ทวารหนัก กกเคนตัวผู้ กกหญ้ากะจาย ทับแทบ หนามแท่ง เครือมะขามป่า (เถามะขามป่า) โดยการเอาสมุนไพรทั้งหมดมาสับรวมกัน อาการกระเพาะบาด (แก้แผลในกระเพาะอาหาร) กกห่ม3 เมืองหรือกกสามห่ม บกคายหรือบกเห ข้าหลามดง ยานิ่ว หญ้าแห้วหมู หญ้ายุบ (ไมยราบ) หญ้าคาเอา ทั้งต้นทั้งราก แคด้าว กกตีนนก ยาแก้ปอด ขี้ไพรนกขุ่ม รากบักเอิ๊ก สะมัดน้อย สะมัดใหญ่ นิ้วกระต่าย ข้อห้าม : ยาสูบ ปลาดิบ กุ้งดิบ หรือว่าของดิบ ยานอนหลับ ใช้ใบหูกวง (ใบต้นหูกวาง) เอามาตากแดด แล้วเอามาต้มรับประทาน เฮ็อให่นอนหลับดี โรคภูมิแพ้ กันขึ้กะยือ (โรคหอบหืด) ใบแคขาว ยากินข้าวแซ่บ ใช้ดอกแคหนู ลักษณะต่างจากดอกแคบ้าน ยาบ ารุงเลือด เฮ็ดให้เลือดแลน (วิ่ง)สะดวก เนื้อหนังสงเฮาสิเค่ง (ท าให้ผิวพรรนเต่งตึง) โสมเกาหลี วิธีรับประทานยาข้างต้นใช้วิธีเดียวกัน คือต้มในน้ าประมาณ 1 -1.5 ลิตร ท่วมตัวเภสัชวัตถุ ต้มประมาณ 20 นาที ดื่มแทนน้ า ปริมาณการจ่ายยาของพ่อเฒ่าป่า แล้วแต่อาการหนักเบาของผู้ป่วย ข้อคะล า หรือข้อห้ามของผู้มารักษาแตกต่างกันในแต่ละโรค ส่วนใหญ่เป็นการห้ามรับประทานของต่าง ๆ เช่นห้ามรับประทานไขมัน ห้ามดื่มเหล้า ห้ามยาสูบ ห้ามรับประทานยาแก้ปวด ห้ามรับประทานเครื่องดองห้ามรับประทานของดิบ อาหารประเภทเนื้อดิบ ปลาดิบ พ่อเฒ่ามีสุขภาพแข็งแรงไม่ป่วย แต่เมื่อ 2 - 3 ปี ก่อนได้รับอุบัติเหตุขี่รถมอเตอร์ไซต์ไปชนกับรถเทเลอร์ ได้รับการผ่าตัดที่ท้อง ท่านเล่าว่าเกิดจากท่าน 140 ดื่มเหล้ากับคนในหมู่บ้านที่มารักษากับพ่อ ก็เลยเกิดอุบัติเหตุ คนที่มารักษาและดื่มเหล้าด้วยก็ไม่หายป่วยจากยาท่าน หลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้ไปป่า ท าให้เภสัชวัตถุบางตัวไม่มี อย่างเช่น ตะไก้ ตะกวง ที่ใช้ในยาแก้ปวดเมื่อยก็หมด ตอนนี้ท่านยังไม่มีทายาทสืบทอดความรู้ของท่าน และท่านคิดว่าการอ่านต าราที่ท่านบันทึกไว้ก็ไม่ได้ช่วยให้ความรู้ของท่านสืบต่อได้ ดังค าสัมภาษณ์ของท่านที่ว่า “ตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้สืบทอด ไม่ได้คิดมาก ถ้าไม่มีมันก็สูญหายไป …คนมาเรียนตาม ถ้ามาดูแต่ต ารามันก็จะท าไม่เป็น เพราะมันต้องพาเข้าป่าต้องพาไปดูต้นจริงมันถึงจะรู้ ไม่งั้นจะเอามาผิดตัว” (พ่อเฒ่าป่า. 2561, มีนาคม 20) คุณธรรมของการเป็นหมอพื้นเมือง จะมีฤทธิ์ช่วยให้เภสัชวัตถุมีฤทธิ์ในการรักษา พ่อเฒ่าบอกว่าการเป็นหมอมีข้อห้าม คือ ห้ามกินงู,ห้ามกินสุนัข, มังสัง 10 ไม่โกหก ถ้าโกหกยาจะเปลี่ยนสภาพ ยามันจะหมดฤทธิ์ นอกจากนี้พ่อยังถือศีล 5 และแนะน าผู้มารักษาให้ปฏิบัติศีล 5 และในการรักษาโรคพ่อเฒ่าป่าก็มีความเชื่อเรื่องบุญ รักษาโรคด้วย สอดคล้องกับที่ท่านกล่าวว่า “เวลามันจะดีกินอะไรก็ดี เวลามันไม่ดีกินอะไรก็ไม่ดี เรื่องบุญเรื่องบาปพ่อก็เชื่อ ไปวัดไปวาตักบาตรหยาดน้ าแล้วก็ถือศีล ถือศีล 5” (พ่อเฒ่าป่า. 2561, มีนาคม 20) สรุปหมอพื้นบ้านที่สะหวันนะเขต สะหวันนะเขตมีพื้นที่เนินเขาและภูเขาร้อยละ 41.5 ของเขตท าให้มีความอุดมสมบูรณ์เรื่องของเภสัชวัตถุ ซึ่งเป็นส่วนส าคัญของการคงอยู่ของหมอยาพื้นบ้าน แต่ด้วยความเป็นแขวงเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ท าให้ประชาชนมีรายได้ดี พื้นที่มีความเจริญทางด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านการศึกษา และสาธารณสุข เป็นปัจจัยที่ท าให้การเข้าถึงแพทย์แผนตะวันตกได้ง่าย ท าให้ความนิยมในการแพทย์พื้นบ้านมีน้อย ยิ่งไปกว่านั้น หลายหมู่บ้านไม่มีหมอพื้นบ้านแล้วเนื่องจากหมอพื้นบ้านเสียชีวิตและไม่มีผู้สืบทอด หมู่บ้านที่มีหมอพื้นบ้านอยู่ หมอก็มีอายุมาก มีข้อจ ากัดในการเข้าป่าหายา ท าให้การเข้าถึงหมอพื้นบ้าน และการให้การรักษาของหมอพื้นบ้านถูกจ ากัด นอกจากนี้หมอพื้นบ้านในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตว่าโรคริดสีดวง เป็นโรคที่สังคมมองว่าน่าอาย ชาวบ้านมักไม่ค่อยไปหาหมอปัจจุบัน หรือไปหาตอนที่เป็นมากแล้ว ท าให้การรักษาใช้ระยะเวลานาน และหลายคนเสาะแสวงหาวิธีการรักษาโรคนี้ในทุกศาสตร์ ทุกแผน หมอพื้นบ้านที่มีประสบการณ์รักษาโรคนี้ แล้วหาย ก็มีความมั่นใจในการรักษา ยิ่งมีชาวบ้านบอกต่อถึงประสิทธิภาพในการรักษา ยิ่งท าให้หมอพื้นบ้านมีความมั่นใจ ความศรัทธาในองค์ความรู้ ในเภสัชวัตถุของตน ยิ่งส่งเสริมให้ยามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 141 บริบทการใช้เภสัชวัตถุของหมอพื้นบ้านที่แขวงจ าปาสัก แขวงจ าปาสัก ตั้งอยู่ตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ 610 กิโลเมตร. ทิศเหนือ ติดกับแขวงสาละวัน ทิศใต้ ติดกับกัมพูชา ทิศตะวันออก ติดกับแขวงเซกอง แขวงอัตตะปือ ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่บน 2 ฝั่งแม่น้ าโขง มีพื้นที่ 15,410 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ราบ และพื้นที่สูง พื้นที่ราบคิดเป็นร้อยละ 74 ของพื้นที่แขวง อากาศร้อนชื้น เหมาะส าหรับการปลูกข้าวและพืชตระกูลถั่ว พื้นที่สูงคิดเป็นร้อยละ 26 ของพื้นที่แขวง เหมาะปลูกพืชเพื่อการเกษตร เช่น ผัก เร่ว (หมากแหน่ง) กาแฟ ชา ไม้เศรษฐกิจ เป็นแขวงที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยส าคัญที่ท าให้แขวงสามารถผลิตพืชผลทางเกษตรเพียงพอส าหรับการบริโภคและการส่งออก เช่น ข้าว เมล็ดกาแฟ ผักผลไม้ และพืชไร่ต่าง ๆ โดยเฉพาะเมือง ปากช่อง ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูง มีสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี และมีฝนตกชุก เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมส าหรับการเพาะปลูก นอกจากนั้น แขวงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ เช่น น้ าตกหลี่ผี คอนพะเพ็ง และประสาทหินวัดพู เป็นต้น การแบ่งเขตการปกครองมี 10 เมือง ได้แก่ ปากเซ บาเจียงจะเลินสุก ปะทุมพอน จ าปาสัก สุขุมา มูนละปาโมก ซะนะสมบูน ปากซอง โพนทอง เมืองโขง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมร้อยละ 74 บริการ ร้อยละ 23 ว่างงานร้อยละ 3 มี 18 ชนเผ่า ได้แก่ ลาวลุ่ม ลาวส่วย ละเวน ผู้ไท กะตาง ตะโอย ยาเหิน ขะแมลาว ละแว ออง อาลัก แงะ กะตู เจง อินหรือโอย กะเสง ม้ง และตะเหลียง มีพื้นที่กสิกรรม คิดเป็นร้อยละ 37 ของพื้นที่แขวง สินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว ไม้แปรรูป กาแฟ พืชผักและผลไม้ โค กระบือ มีพื้นที่ป่า 931,349 เฮกตาร์ คิดเป็นร้อยละ 58 ของพื้นที่แขวง มีป่าสงวนแห่งชาติขนาดใหญ่ 3 แห่ง รวมเนื้อที่เป็น 309,000 เฮกตาร์ มีป่าสงวนของแขวง อีก 11 แห่ง จากการลงส ารวจภาคสนามที่แขวงจ าปาสักในวันที่ 4 เมษายน 2561 โดยใช้เส้นทางข้ามด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ช่องเม็ก ข้ามสะพานมิตรภาพลาว - ญี่ปุ่น สู่ตลาดเช้าเมืองปากเซ หรือตลาดดาวเรือง ซึ่งน่าจะเป็นแหล่งจ าหน่ายสมุนไพรใหญ่ ผู้วิจัยเริ่มค้นหาแพทย์พื้นเมืองจากแม่ค้าที่มาจากเมืองโพนทอง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ตลาดช่องเม็ก พบว่า “หมอสมุนไพรที่โพนทองชื่อพ่อใหญ่ง่ าเป็นหมอฮากไม้แต่พ่อเฒ่าหมดบุญแล้วล่ะและก็ไม่มีใครสืบทอด เวลาลูกป่วยก็ไปโรงหมอ กินยาเม็ด” (นารี. 2561, เมษายน 4) เมื่อถึงตลาดดาวเรือง พบร้านขายยาสมุนไพรอยู่บริเวณทางเท้าหน้าตลาดดาวเรือง เป็นร้านเล็ก ๆ ไม่สะดุดตา ส่วนใหญ่ขายโดยชาวลาวสูง มีอยู่ประมาณ 4 -5 ร้าน เป็นแผงลอย ไม่ติดกัน คั่นด้วยร้านขายมือถือ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายน้ าที่เป็นลูกค้าสามารถยืนเลือกซื้อสินค้าได้เลย ไม่ต้องก้มลง หรือนั่งซื้อ ร้านขายสมุนไพรร้านแรกผู้ขายคือสาวชาวม้งวัย 18 ปี เธอรู้ชื่อของเภสัชวัตถุที่อยู่ในชุดยาถุงที่เธอขายน้อยมาก เธอรู้ตามสรรพคุณของยาตามป้ายที่เขียนไว้และสามารถบอกวิธีใช้ได้ 142 สอบถามได้ใจความว่า ยาพวกนี้พ่อแม่เธอไปเก็บมาจากภูเขาควาย เวียงจันทน์ และน ามาขายที่นี่เป็นประจ า มีหน้าร้านเป็นแผงลอย อยู่ 3 ร้านในตลาดดาวเรือง ร้านที่แม่เธอเฝ้าอยู่ห่างจากเธอไปประมาณ 5 - 6 ล็อค ส่วนร้านที่พ่อเฝ้าอยู่หัวตลาด ผู้วิจัยจึงเก็บข้อมูลจากนางหมวงฟง ซึ่งให้ข้อมูล ดังนี้ นางหมวงฟง อายุ 60 ปี เป็นชาวม้ง อาศัยอยู่ที่ภูเขาความ เวียงจันทน์ เป็นพื้นที่สูงมีอากาศหนาวเย็น เภสัชวัตถุที่น ามาจ าหน่ายส่วนใหญ่ไม่สามารถปลูกได้ในที่ราบ เภสัชหลายชนิดจึงมีแต่ชื่อที่เป็นภาษาม้ง ไม่มีในภาษาลาว วิธีการใช้เภสัชวัตถุของนางหมวงฟง มีทั้งแบบฝน รับประทานสด น าไปต้มน้ าดื่มแบบชา ต้มแล้วสูดดมเอาไอ ทาภายนอก ส่วนของเภสัชวัตถุที่ใช้ มีทั้งราก เครือ เถา ล าต้น หน่อ ใบ น ามาตากแห้งเก็บไว้ นางหมวงฟงเรียนรู้เรื่องเภสัชวัตถุจากแม่ ซึ่งเป็นหมอยาในหมู่บ้าน ด้วยวิธีแม่น าพาให้ท า สอนให้เก็บ และเก็บไว้ในความทรงจ า ไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร นางหมวงฟงมีลูก 4 คน ได้เรียนหนังสือทุกคน สองคนได้เรียนหนังสือไทยด้วย ตอนนี้ทุกคนจบการศึกษาหรือเลิกเรียนแล้ว ทุกคนท าไร่ ท านา ไม่ได้สืบต่อความรู้นี้ ลูกสาวที่มาช่วยขาย เพิ่งออกจากโรงเรียน บอกขี้เกียจเรียน แต่อ่านออกเขียนได้แล้ว อยู่ระหว่างหางานอื่นท า นางหมวงฟงและครอบครัวขายยาฮากไม้ที่ตลาดดาวเรือง มา 15 ปีแล้ว โดยเช่าบ้านอยู่แถวตลาด ปีหนึ่งจะกลับบ้านที่ภูเขาควาย เพื่อไปหายาในป่าลึก ใช้เวลาเก็บประมาณ 1-2 เดือน รวมถึงเก็บเภสัชวัตถุที่ปลูกไว้ที่บ้าน เพื่อน ามาขายที่ตลาดดาวเรือง สาเหตุที่ไม่ต้องเก็บยาบ่อย เพราะไม่ค่อยมีลูกค้ามาซื้อ นางหมวงฟงเล่าว่าค่าเรียนของลูก ๆ นั้นได้จากการขายยา ร่วมกับขายไก่ ขายหมู ขายวัว ที่บ้านมีรถ เพราะเงินจากลูก ๆ ท านาบ้างขายของบ้าง ไม่ใช่จากการขายยา การขายยาแค่พอใช้จ่ายในครอบครัวเท่านั้น ร้านของนางหมวงฟง นอกจากมียาฮากไม้ที่นางเก็บมาจากป่า จากสวนของตัวเองแล้ว ยังมีรับมาจากเพื่อนเช่นยาแก้โรคเบาหวาน โรคความดัน ซึ่งนางจะไม่สามารถบอกได้ว่าประกอบด้วยเภสัชวัตถุอะไรบ้าง พระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ ที่รับจากเพื่อนมาขาย ทั้งที่ตนไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ น้ ามันเลียงผา เป็นต้น ส่วนน้ ามันมะพร้าวที่ชาวลาวนิยมมาทาเพื่อแก้ปวดเมื่อยนั้น นางท าเองและบรรจุขวดเล็ก ๆ ขาย ขวดละ 40 บาท ร้านของนางหมวงฟงจะมีเภสัชวัตถุบรรจุเป็นถุง และใส่ในกระสอบไว้ แต่ละกระสอบจะมีป้ายบอกว่าเป็นยารักษาโรคหรืออาการอะไรได้บ้าง ซึ่งมีประมาณ 15 สูตร ที่พร้อมขายได้เลย โดยส่วนใหญ่ถุงละ 20 บาท ผู้วิจัยสังเกตว่านางหมวงฟงไม่ได้ขายยาชุด ส าเร็จรูปแบบนั้น แต่จะจัดยาใหม่ตามอาการผู้ป่วย เช่นผู้ซื้อมาซื้อยาแก้กระเพาะ นางหมวงฟงจะถามว่ามีอาการอะไรบ้าง เขาบอกว่า ปวดแสบท้อง และมีอาการตึงบริเวณสะบักด้านซ้าย อุจจาระแข็ง นางหมวงฟง จัดยาชุดแก้กระเพาะ บวกด้วยสมุนไพรบางตัวที่แก้เรื่องคลายเส้น เพื่อแก้เรื่องตึงบริเวณสะบัก และเพิ่มยาถ่ายเข้าไปด้วย ส่วนปริมาณที่ขายขึ้นกับความหนักเบาของอาการ ของผู้ซื้อรายนี้ นางจัดยากระเพาะให้ 3 ชุด ส่วนของเภสัชวัตถุแก้ตึงสะบัก และยาถ่าย เพิ่มให้แต่ปริมาณน้อยเพราะเป็นไม่มาก รวมเป็นเงิน 80 บาท 143 ภาพที่ 16 หมอพื้นบ้านชาวม้ง กับแผงขายยา ตารางที่ 3 รายการโรคหรืออาการและเภสัชวัตถุของหมอพื้นบ้าน - นางหมวงฟง โรคหรืออาการและเภสัชวัตถุ รูปถ่าย 1. แก้โรคกระเพาะ ปวดกระเพาะ ปวดเอว เภสัชวัตถุ : กะพ้อ วิธีใช้ : ซอยกะพ้อผสมกับน้ า รับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ รับประทานวันละ 3 ครั้ง รับประทานติดต่อกันก็ไม่เป็นอันตราย แหล่งเภสัชวัตถุ : ในสวนที่บ้าน ใช้หน่อปลูก 2. แก้ประดงเส้นประดงไฟ แก้ปวดเข่าปวดเส้น เภสัชวัตถุ : มีตัวยา 7 ชนิด คือ เครือเจ็บเส้น ม้าโจ้ ม้าจิกุลโย่ มันจั่ว ยาแดง เตี้ย และหนวดพระฤาษี วิธีใช้ : ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ า 1 ลิตร รับประทาน 3 วัน วันละหม้อ แหล่งเภสัชวัตถุ : เก็บจากป่าจากดอย ถ้ารู้จักก็จะหาเจอได้ถ้าไม่รู้จักก็ไม่ได้ เก็บได้นานเป็น ปีสองปีก็ไม่เป็นไร ข้อห้ามขณะรับประทานยา: ขณะรับประทานยา ห้ามรับประทานเนื้อไก่ หน่อไม้ดอง ของหมักดองของเปรี้ยว 144 ตารางที่ 3 ตารางที่ 3 (ต่อ) โรคหรืออาการและเภสัชวัตถุ รูปถ่าย 3 ส าหรับเพิ่มน้ านม เภสัชวัตถุ : รากเต้านม วิธีใช้ : ต้มกับน้ าจนสียาออก ดื่มแทนน้ า 4. แก้ปอดอักเสบ มีเสมหะ เภสัชวัตถุ : มีตัวยา 6 ชนิด คือ ดีไอ ดีหื้อ โหโจ้ไก๊ มัดลูกโก๋ เล่าตื๊อกู่ และมันจั่ว วิธีใช้ : ล้าง แล้วต้มกับน้ า 1 ลิตร รับประทาน 3 วัน วันละ 1 หม้อ 5. เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ 5.1 แก้ปวดไส้เลื่อน กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ส าหรับผู้ชาย เภสัชวัตถุ : สิเด้าจั๊วะ ใช้ด้านเรียบ วิธีใช้ : ทาขึ้นทาเข้าหาตัวแล้วทาวนวนไป 5.2 แก้ปวดมดลูก มดลูกหย่อน มดลูกบวม กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ส าหรับผู้หญิง เภสัชวัตถุ : สิเด้าจั๊วะ ใช้ด้านไม่เรียบ วิธีใช้ : ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาไปต้มน้ ารับประทานหรือฝน ๆ กับน้ าแล้วรับประทาน แหล่งเภสัชวัตถุ : ในป่า ด้านเรียบส าหรับผู้ชาย ด้านไม่เรียบส าหรับผู้หญิง 6. บ ารุงเลือด ปวดหัว เภสัชวัตถุ : หัวทองเลือด วิธีใช้ : หยิบมา 1ข้อนิ้วมือ ต้มกับน้ าจนสียาออก ดื่มแทนน้ า 7. แก้ตกขาว ปวดท้องน้อย เภสัชวัตถุ : มีตัวยา 6 ชนิด คือ ม้ามบมไบ ล้างบมไบ ปะหลังไจ๋ หญ้าอี่ไหม ยาแดง และโกโต้ไค้ วิธีใช้ : ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ า 1 ลิตร รับประทาน 3 วัน วันละหม้อ 145 ตารางที่ 3 ตารางที่ 3 (ต่อ) โรคหรืออาการและเภสัชวัตถุ รูปถ่าย 8. แก้มดลูกอักเสบ มดลูกหย่อนบวม ริดสีดวงทวาร เภสัชวัตถุ : ว่านโฮ้ วิธีใช้ : ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ า 1 ลิตร ต้มจนสียาออก ดื่มแทนน้ า หรือรับประทานสด หรือใช้ฝนแล้วทาจะท าให้ไม่มีหนอง แหล่งเภสัชวัตถุ : ในสวนที่บ้าน ปลูกได้ที่อากาศหนาว 9. แก้พิษงูกัดหรือแมลงสัตว์กัดต่อย เภสัชวัตถุ : ไม้สักพันปี วิธีใช้ : ฝนแล้วทา 10. หายใจอ่อนแรง กระตุ้นการท างานของการเต้นของหัวใจ เภสัชวัตถุ : เครือหัวใจ วิธีใช้ : ต้มกับน้ าจนสียาออก ดื่มแทนน้ า 11. อยู่ไฟ รับประทานอาหารผิด เบื่อเห็ด เบื่ออาหาร เภสัชวัตถุ : ไม้เยี่ยวด า วิธีใช้ : ฝนแล้วรับประทาน 12. แก้กระเพาะ ปัสสาวะเป็นเลือด เภสัชวัตถุ : มันกึนจัว วิธีใช้ : ต้มกับน้ าจนสียาออก ดื่มแทนน้ า 13. แก้เวียนหัวมึนหัว แก้มึนชา ลืมตาไม่ขึ้น เภสัชวัตถุ : สิดไคต้ง วิธีใช้ : ต้มแล้วสูดดมเอาไอของยา มีกลิ่นหอม 14. แก้ประจ าเดือนมาน้อยแล้วปวดหัว เภสัชวัตถุ : หญ้าหนวดแมว วิธีใช้ : ต้มกับน้ าจนสียาออก ดื่มแทนน้ า 146 ตารางที่ 3 ตารางที่ 3 (ต่อ) โรคหรืออาการและเภสัชวัตถุ รูปถ่าย 15. แก้เบาหวาน ตับ เภสัชวัตถุ : เครือดีงูป่า วิธีใช้ : ต้มกับน้ าจนสียาออก ดื่มแทนน้ า รสขม มีหวานเล็กน้อย 16. ยาหยุดเลือด เลือดไหลไม่หยุด กินแล้วช่วยหยุดเลือด เภสัชวัตถุ : ไม่ทราบชื่อ ซื้อจากเพื่อนอีกที ผู้วิจัยน าเภสัชวัตถุของแม่หมวงฟงบางส่วนมาให้หมอพื้นบ้านชาวไทยช่วยดูว่า มีชื่อภาษาไทยหือไม่ พบว่ามีเพียง ก าลังเสือโคร่ง ที่หมอไทยสามารถระบุได้ นอกจากนั้นบางชนิดไม่พบในเมืองไทย ซึ่งน่าจะเกิดจากภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่ไม่เหมือนกันท าให้ไม่มีเภสัชวัตถุดังกล่าวในภาคอีสาน บางส่วนไม่สามารถบอกได้เนื่องจากส่วนที่ผู้วิจัยน ามาเป็นส่วนของเนื้อไม้อย่างเดียวไม่มีเปลือก และเมื่อชิมรสก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคือเภสัชวัตถุอะไรในเมืองไทย แต่รสของยาท าให้ท่านพอสรุปได้ว่าใช้รักษาอาการอะไร ซึ่งตรงกับโรคหรืออาการที่ระบุไว้หน้าถุงยา จะเห็นว่าพื้นที่ที่มีภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่ไม่เหมือนกัน มีพืช สมุนไพรที่ต่างกัน แต่ถ้ามีความรู้ ก็จะสามารถหาเภสัชวัตถุในพื้นที่ใช้ได้ ในแต่ละพื้นที่แม้มีพืช สมุนไพรที่ต่างกัน ขณะเดียวกันการมีพืช สมุนไพรอยู่รอบตัว แต่ถ้าไม่มีความรู้ ก็ไม่สามารถใช้เภสัชวัตถุนั้นได้ และฤทธิ์ของเภสัชวัตถุนั้น ไม่ต่างจากฤทธิ์ของยาแผนปัจจุบัน ดังค ากล่าวของนายหมวงฟงว่า “พอแม่กลับบ้านก็ยังมีคนให้แม่ช่วยหายาให้อยู่ แม่บ่ไป เขาก็ไม่ไปเอา เขาไม่รู้ยา เขาไปเอาก็ไม่ถูก กินแล้วก็ไม่ดี ...ตัวแม่เองเคยกินยานี่ (หน่อกะพ้อ) มาตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ แล้วก็ไม่เป็นอะไร อยู่ที่โน่นไม่มีโรงหมอ เวลาปวดกระเพาะก็จะกินยาตัวนี้แหละก็หาย เดี๋ยวนี้อยากกินยาโรงหมอก็กิน กินยาตัวนี้ก็กิน บ่มีเวลาก็กินยาโรงหมอ กินยาโรงหมอกับกินยาตัวนี้ดีเท่ากันเลย ขึ้นกับเวลา” (หมวง ฟง. 2561, เมษายน 4) 147 บริบทการแพทย์พื้นบ้านในแขวงจ าปาสัก มีลักษณะเช่นเดียวกับที่แขวงสะหวันเขต หมอพื้นบ้าน คือผู้สูงอายุที่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีผู้สืบทอด บางหมู่บ้านไม่มีหมอพื้นบ้านแล้ว องค์ความรู้สูญหายไปพร้อมการเสียชีวิตของหมอพื้นบ้าน และเนื่องจากพื้นที่ของเขตจ าปาสักส่วนใหญ่คือพื้นที่ราบลุ่ม ไม่ค่อยมีป่าและต้นไม้มากนัก ท าให้ไม่ค่อยมีหมอพื้นบ้านที่เป็นชาวลาวลุ่ม ส่วนใหญ่หมอพื้นบ้านจะเป็นชาวลาวสู

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน