ประชาธิปไตยต้องมี 2 ขา จึงสมบูรณ์แบบ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ประชาธิปไตยต้องมี 2 ขา จึงสมบูรณ์แบบ _ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ ในระบอบระชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข จึงเป็นประชาธิปไตย ๒ ขา จึงจะสมบูรณ์แบบประชาชนต้องเป็นอิสสระ พ่อครูว่า... อาตมาเป็นคนพูดเองว่าประชาธิปไตยต้องมี 2 ต้องมีทั้งรูปและนามเป็นสภาวะ 2 ถ้าเป็นสภาวะเดียวมันไม่เต็มเต็งกับคน เพราะว่าคนมีจิตกับร่างกาย มีกายมีจิต แต่ถ้าไปมีแต่ภายนอกไปมีแต่ ร่างกาย ไม่เอาจิตเข้าไปร่วมอย่างสำคัญ ซึ่งจิตนั้นเป็นประธานสำคัญด้วย เพราะฉะนั้นการขาดจิต ซึ่งมันลึกซึ้งซับซ้อนมาก อาตมาอธิบายถึงขั้นว่าจะต้องมีการสืบทอดสันตติวงศ์มีการสืบ dna มีกฎมณเฑียรบาล สืบสันตติวงศ์ของพระเจ้าแผ่นดินต้องสืบทอดกันมา ราชวงศ์มาเลย มีการสั่งสมทศพิธราชธรรมกัน ผู้ที่มีรัฏฐาธิปัตย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินของมวลประชาชน จะต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมมีทศพิธราชธรรม ประธานาธิบดีที่ได้ด้วยวิธีเลือกตั้ง ไม่มีเลย ไม่มีเค้า ไม่มีกฎเกณฑ์ระบบอะไรที่จะเป็นได้ เป็นประชาธิปไตยสะเปะสะปะ ใครมีกลวิธีมีแทคติกมีวิธีการอะไรที่ทำได้ เขาก็ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เป็นรัฏฐาธิปัตย์ของประเทศ ซึ่งมันไม่จริงเลยมันเป็นการสมมุติเล่นลิเกละครกันเฉยๆ นั่นคือประชาธิปไตยในมุมมองผู้ความรู้ของอาตมาซึ่งรัฐศาสตร์การเมืองที่เขาเรียนกันมาจากตำราของเทวนิยม ตำราของพวกตะวันตก ตำราของพวกที่เป็นศาสนา พระเจ้า ไม่ใช่เป็นตำราของศาสนาพระพุทธเจ้า แต่ประชาธิปไตยของอาตมา เป็นประชาธิปไตยจากศาสนาพระพุทธเจ้ามันคนละตำรามันเป็นโลกุตรธรรม อันนี้จึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่คนคิดไม่ออกได้ง่ายๆ มันเป็นเรื่องสมบูรณ์ จึงจะสมบูรณ์แบบประชาชนต้องเป็นอิสระ ของเราแบบโลโก้ตะระนี้จึงสมบูรณ์แบบเป็นอิสระ อย่างชาวอโศกนี้ มีค
อ่านต่อ
วามสมบูรณ์แบบ มีทั้งรูปและนาม แต่เราไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นเป็นอิสระเสรีภาพเท่าเทียมกัน แต่ปัจจุบันนี้ คุณซึ้งซื่อให้ข้อสังเกต _แต่ปัจจุบันนี้ตัวอย่าง คุณชัชชาติผู้ว่า กทม.ฯคนปัจจุบันเขาใช้เล่ห์กลจนทำให้คนเลือกคะแนนท่วมท้น และต่อไปผมคิดว่า ถ้าเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งต่อไป พวกเขาก็จะใช้เล่ห์กลอันนี้มาอีก อยากกราบ เรียนพ่อ ช่วยสอนพ่อแม่พี่น้องชาวไทยว่า ควรจะทำอย่างไร ไม่ให้ไปเชื่อน้ำยา ของพวกนักการเมืองที่เตรียมตัวมาโกงชาติอีก กราบขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า... เหมือนอย่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้รับเลือกเป็นนายกนี้ ไม่ได้รับเลือกมาจากการเป็น ส.ส ได้รับเลือกมาจากเหตุปัจจัยที่มาจากประชาชน ในรอบ 4 ปีแรก ประชาชนเราไปปฏิวัติ ไปประท้วงไล่จนเรียบร้อย แล้วอาตมาก็ยืนยันว่า รัฐบาลถูกล้มด้วยประชาชน แต่คนเขาไม่เชื่อไม่เข้าใจว่าอันนั้น พอเราไปประท้วงจนจบแล้ว เราก็รอผู้มารับไม้ช่วง พลเอกประยุทธ์มารับไม้ช่วงต่อยืนในฐานะตอนนั้นพอดี ก็มาใช้ภาษาบอกว่า ผมขอยึดอำนาจ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงไม่ได้ใช้มีดใช้ปืนใช้รถถัง มันสงบเรียบร้อยหมดแล้วก็ยึดไปเลย แล้วนายกประยุทธ์ก็บริหาร 4 ปีนั้นมา เขาก็เอาพฤติการณ์นี้ มายืนยันว่า เป็นเผด็จการทหาร ทหารยึดอำนาจแล้วมาบริหาร 4 ปี หลังจากนั้นก็มีเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จก็ได้นายกประยุทธ์อีกทั้งที่ไม่ได้เป็น ส.ส เขาเลือกตั้ง ส.ส.กันแล้วมาโหวตเสียงให้นายกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้นายกประยุทธิ์ จึงเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบเลย แต่คนเขาก็ยังไม่เข้าใจ นักรัฐศาสตร์ก็ยังไม่รู้ บอกว่า เขาเป็นทหารอยู่นั่นแหละ ทั้งที่นายกประยุทธ์เอง บอกว่าตอนนี้ผมไม่ใช่ทหารแล้วนะ ใช่ผมเคยเป็นทหารมา แต่ตอนนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี คนก็ยังบื้อไม่เข้าใจความจริงอันนี้ นี่คือความซับซ้อน ที่ทำให้คนแยกไม่ออก ว่ามันคืออะไรแท้ มันเป็นลักษณะสิริมหามายา เป็นสภาพสอง เพราะฉะนั้นถ้ามีการเลือกตั้งครั้งต่อไป พวกทักษิณก็ยึดเอาคำว่าประชาธิปไตย เป็นของเขาไปแล้ว เขาบอกว่าพวกนี้เป็นพวกเผด็จการทหาร เขาก็จะใช้กลยุทธ์แบบนายชัชชาติ คุณซึ้งชื่อก็เป็นห่วง เป็นห่วงประชาชนจะตกเป็นเยื้อ ของนักเลือกตั้ง อาตมาอธิบายหลายครั้งแล้วว่า นายกประยุทธ์เป็นนายกแบบประชาธิปไตย ตั้งแต่ครั้งแรกที่เป็นนายกเลย เพราะว่าประชาชนปฏิวัติแล้วนายกมารับไม้ต่อแล้วบริหารมา มันเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เชื่อกัน จนกระทั่งมีเลือกตั้ง แล้วเขาก็เลือกนายกประยุทธ์ขึ้นมาซึ่งคู่กับธนาธรตอนนั้น ตอนนี้ยิ่งเป็นประชาธิปไตยเต็มใบชัดเจนอีก เขาก็ยังบอกว่าเป็นทหารอยู่ คือเป็นพวกตามืดตาบอดไม่มีความรู้อะไรเลย มันก็ซื่อบื้ออยู่อย่างนั้น ปึ๊กขนาดพวกนี้ ภาษาอีสานคือโง่ขนาดหนัก อยู่อย่างนั้นไม่เคยโง เคยเงยอะไรขึ้นมาเลย อาตมาก็บอกอย่าไปหลงคารมนะ จบ ก็มันง่ายๆชัดๆอยู่แล้ว จริงๆแล้วประชาชนยังเต็มใจยินดีที่จะให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกอยู่ พลเอกประยุทธ์ก็เต็มใจที่จะทำงานต่อ แต่ว่านักประชาธิปไตยหรือแม้แต่นักกฎหมาย ก็ไปทำกฎหมายให้บอกว่า 8 ปีไม่ให้ต่ออีกมันก็เลยยาก ก็เลยมีคนดำริว่า ควรจะแก้รัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายนั้นเสีย อยากให้นายกประยุทธ์ทำต่อ ก็มีคนดำริเห็นจริงอันนี้ แต่จะปลดล็อคได้แค่ไหนก็ไม่รู้ได้ ก็มีช่องทางกฎหมายซ้อนอยู่ ถ้าเป็นได้ ตอนนี้บอกว่าถ้าจะเป็นก็เป็นได้อย่างมากอีก 2 ปี ซึ่งเขามีกฎหมายที่เป็นบทเฉพาะกาล บอกว่าถ้าเป็นได้ก็เป็นได้อีก 2 ปี อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องบัญญัติขึ้นมาในแต่ละยุคสมัยตามควร ไม่น่าจะเอากฎเกณฑ์มาเป็นหลักใหญ่ แต่ว่าน่าจะเอาพฤติกรรมจริงของมนุษย์ ผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ เป็นนายกคือรัฏฐาธิปัตย์แทนประชาชน มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นรัฐธาธิปัตย์องค์พระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้ว และก็มีอีกคู่หนึ่ง ประชาธิปไตยจะต้องมี 2 เป็นธรรมดามีทั้ง ราชประชาสมาสัย (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... ประชาธิปไตยไทยก็คิดแต่จะเลือกตั้ง พ่อครูว่า... นั่นก็เป็นพฤติการณ์ของเมืองไทย อาตมาก็พยายามชี้ให้เห็น ค่อยๆบอกข้อสังเกตต่างๆนานาไปตามลำดับให้เห็นว่า จริงๆแล้วประชาธิปไตย ของพระพุทธเจ้ามันเป็นประชาธิปไตยที่มีทั้งรูปทั้งนาม เป็นประชาธิปไตยที่มีวิญญาณ ไม่ใช่ประชาธิปไตยเอาแต่เน้นเอียงโต่งไปทางรูป หรือทางหลักเกณฑ์กฎหมายเท่านั้น แต่จริงๆแล้วถ้าจะว่าเอียงก็เอียงมาทางจิตวิญญาณด้วยซ้ำ ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า จิตวิญญาณเป็นใหญ่ ถ้าจะว่าแล้วเป็นจิตนิยม มากกว่าวัตถุนิยม หรือการบริหารเรื่องของมนุษย์ เรื่องของสังคมนั้น จิตวิญญาณเป็นใหญ่ เป็นประธาน เพราะฉะนั้นของพระพุทธเจ้าคือจิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง จะไปบริหารสังคมเป็นอยู่มนุษยชาติก็ไม่มีปัญหาเป็นใหญ่ จะบอกว่าเอียงโต่งก็ต้องเอียงโต่งมาทางจิตนิยาม แต่เขาไม่เข้าใจความลึกซึ้งอันนี้ เมืองไทยเป็นเมืองที่มีความจริงที่ยืนยันความจริงนี้ชัด จิตวิญญาณเป็นประธานจึงรอดตัวมาได้ตลอดหมดเลย ไม่ได้เที่ยวรบไปทั่วเหมือน ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาตลอด เหมือนกัน อย่างอังกฤษเขาเป็นต้นสำหรับประชาธิปไตย มารวมกับของไทยก็ให้เป็น ประชาธิปไตยไทยๆภายหลังเหมือนกัน แต่มันต่างกันตรงที่อังกฤษนั้นเป็นศาสนาเทวนิยม เมืองไทยเป็นศาสนา อเทวนิยม เป็นศาสนาพุทธ อันนี้แหละเป็นเรื่องที่เข้าใจกันไม่ได้ ในเรื่องโลกุตรธรรม ที่อาตมาพยายามขยายความ นักรัฐศาสตร์ก็ยังไม่กระดิกหู เพราะยังไม่มีตำราเรียน รัฐศาสตร์เขาถือว่าเป็นของตะวันตกเป็นของศาสนาเทวนิยมขาเดียว ซึ่งมันไม่ได้เลย มันไม่เหมือนกันเลย มันมีความลึก คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ต้องเป็นบัณฑิตอย่างแท้จริงเท่านั้น แต่ว่าบัณฑิตเทียมที่ศึกษาจากตะวันตกนั้นไม่ใช่ บัณฑิตจริงต้องจบของพระอรหันต์คือเป็นพระอรหันต์ขึ้นไปเป็นต้น ที่เป็นบัณฑิตแท้ อาตมาพูดว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ทุกวันนี้สบายใจเปิดเผยหมดแล้ว พูดไปจนกว่าจะตาย ยังไม่ยอมตายก็ไปเรื่อยๆ แต่บอกตรงๆว่า อาตมาก็ฝืนตลอดเวลา ฝืนที่จะยังไม่ยอมตาย แม้แต่ที่นั่งพูดอยู่ตรงนี้ มันก็พยายาม ซึ่งมันก็ไม่ถึงกับขนาดลำบากลำบนอะไรเกินเพราะมันได้อยู่ มีฌาน มีปัญญา ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง 4 อยู่ อาตมาก็ไม่ได้ยากอะไรใช้ปัญญาใช้ฌาน ใช้อุตสาหะวิริยะทำงาน นี่เขาก็ให้นอน นอนมาจนกระทั่ง 10 นาทีก่อนจะลงมา จะลุกก็ไม่ได้เขาให้นอน เขาก็ปรารถนาดีก็ไม่เป็นไร ช่วยกัน 660113 ศีลกับอปัณณกปฏิปทา 3 ในวิชชาจรณะ พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก