ฟังธรรมสรุปธรรมปฏิบัติได้ดี ตัดเขตอนาคามีจนถึงอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข10 มกราคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ฟังธรรมสรุปธรรมปฏิบัติได้ดี ตัดเขตอนาคามีจนถึงอรหันต์ _กราบนมัสการพ่อท่าน ทั้งพักผ่อนทั้งฟุ้งเขียน วันนี้จะเขียนธรรมะในการรู้ทั่วถึงธรรมะ 2 อย่างคือ 1 ไม่สันโดษในกุศลธรรม อสันตุฏฐิตา 2 ไม่ย่อหย่อนในความเพียร อปฏิกาณิตา 3 ข้อนี้เป็นธรรมะที่เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม (ยกมาจาก พระไตรปิฎกบาลีเล่ม 20 ปฐมปัณณาสก์ ข้อ 201) จุดประสงค์ในการเขียนธรรมะที่ได้ศึกษามาจากการสอนของพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์เพื่อ 1. ได้ทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้งขึ้น จากที่ฟังและอ่านมา 2. ฝึกสมอง ตา มือ ทำงานสัมพันธ์กัน 3. ทำให้ความจำดีขึ้นชะลอความเสื่อมด้านสมอง 4. จิตใจไม่ฟุ้งซ่านเพราะไม่ต้องคิดสังขารเรื่องไร้สาระ 5. ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ทุกปัจจุบัน 6. เนื้อหาข้อความเกิดความกระจ่างมากยิ่งขึ้น สอนผู้อื่นได้ พ่อครูว่า... นี่ เห็นไหม มันมีรายละเอียดของผู้ที่ปฏิบัติธรรมมีสัมมาทิฏฐิที่ดีๆมันจะค่อยๆได้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า อานิสงส์ในการฟังธรรมหรือการศึกษา 5 ประการ อานิสงส์ในการฟังธรรม 5 ประการ ๑. ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง (อัสสุตัง สุณาติ) ๒. ย่อมเข้าใจชัดในสิ่งที่ได้ฟังแล้ว (สุตัง ปริโยทเปติ) ๓. ย่อมบรรเทาความสงสัยเสียได้ (กังขัง วิหนติ) ๔. ย่อมทำความเห็นให้ถูกตรง (ทิฏฐิง อุชุง กโรติ) ๕. จิตของผู้ฟังย่อมเลื่อมใส (จิตตมัสสะ ปสีทติ) (พตปฎ. เล่ม ๒๒ ข้อ ๒๐๒)

พ่อครูว่า... ฟังธรรมด้วยดีย่อมเกิดปัญญา และยิ่งเอาไปปฏิบัติจบครบจิตผ่องใสประภัสสรเลย ธรรมะพระพุทธเจ้าที่พ่อครูเอามาอบรมสั่งสอนนั้นเราต้องใช้สติปัญญาศรัทธาเชื่อมั่น

พ่อครูว่า... อาตมาเคยแยกความเชื่อไว้ 3 ความเชื่อ 1.เชื่อฟัง 2.เชื่อถือ 3.เชื่อมั่น เชื่อฟังก็คือพอเชื่อจากการฟัง

อ่านต่อ

เชื่อถือก็มาปฏิบัติตาม ปฏิบัติตามและก็เห็นมรรคเห็นผลก็เชื่อมั่น

ทุกครั้งที่ฟังธรรมต้องทำความเข้าใจเนื้อหาด้วยธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ แยกแยะรายละเอียดจนเข้าถึงธรรมะได้ เข้าถึงธรรมะได้ เช่น 1 ประโยคคำว่า อสันตุฏฐิตา คำแปลว่า ไม่สันโดษในกุศลธรรม พ่อครูว่า... ที่จริง อสันตุฏฐิแปลว่าไม่สันโดษ ที่จริงทั้งบุญด้วย บุญไม่ใช่สะสม บุญให้สำเร็จกิจเลยได้ มีคำสองคำคือคำว่าสันโดษและไม่สันโดษ แล้วนำมาทำความเข้าใจให้รู้ถึงความหมาย 1.1 คำว่าสันโดษ ใจพอ คำนี้อาตมาเป็นคนแปลว่า ใจพอ ใจพอนี้ แยกได้หลายลักษณะตามพฤติกรรมของคนว่าพอขนาดไหน พอในเรื่องอะไร ทำไมจึงพอ หรือ พอโดยไม่อยากได้ อยากมีอยากเป็น อะไรอีกเลย หลงไปทำตัวอยู่นิ่งเฉยๆ ประโยชน์ตนก็ไม่สร้าง ประโยชน์ผู้อื่นก็ไม่ต้องสร้าง หรือ รับแต่ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นไม่ต้องสนใจ หลับไปวันๆ ถึงเวลาคนหลงก็เอาไปให้ได้กิน ได้จ่ายไปวันๆ จนกว่าจะตายจากไป ก็มาจากกิเลส อุปาทานขันธ์ 5 ตัณหา 3 เป็นตัวทำให้เกิดเหตุสมุทัย ทำอย่างไรจะนิโรธหลุดพ้นจากทุกข์ ต้องการหลุดพ้น ต้องปฏิบัติมรรคองค์ 8 ให้เป็นสัมมามรรคก่อน ปฏิบัติตามที่พ่อท่านสอนไว้ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิเป็นข้อต้น 1. ไปตามลำดับ ถึงสัมมาสมาธิข้อปลาย ถ้าปฏิบัติได้ครบ 8 ข้อจะเกิดสัมมาญาณะ สัมมาวิมุตติ นิโรธ ก็จะหลุดพ้นจากทุกข์ ก็หมดทุกข์หมดกิจ พูด พอสังเขป ตามสภาวะ เมื่อนำมาใช้ผู้ฟังพอรับได้เข้าใจ ผล คือ เกิดกุศล

2.ไม่สันโดษในกุศล คือถ้าแปลง่ายๆตามความเข้าใจ ใจยังไม่พอในการสร้างกุศล (กุศลคือสมบัติสะสม) ดังนั้นกุศลกับบุญต่างกันอยู่ (บุญ เป็นวิบัติ ทำลายมือประหารกิเลส ทำแล้วไม่สะสม ทำลายและหมดไป) พ่อครูว่า... กว่าจะมีผู้เข้าใจอย่างที่ผู้เขียนมานี้เข้าใจอย่างที่อาตมาสาธยาย มันเพี้ยนมันผิดไปหมดแล้ว คำว่ากาย คำว่า บุญ คำว่า ปัญญา คำว่าสมาธิ คำว่า ฌาน อะไรมันก็เพี้ยนผิดไปหมดเลย ขออภัยที่พูดใหญ่เหลือเกิน แต่มันจริง มันก็เลยไม่มี มรรคผลอะไรของศาสนาพุทธ ไม่มีเลย กลายเป็นศาสนาเล่นไป เลยไม่มีผลต่อมนุษย์จริง _คนที่มีความรู้จริงจับได้อย่างที่ชาวอโศกทำ ถึงได้ผลของศาสนาพระพุทธเจ้ามา ให้แก่ชีวิต เป็น กัมมปฏิสรโณ เป็นที่พึ่งที่อาศัยกันได้เท่าที่แต่ละคนจะสามารถ กำจัดกิเลสได้ จบ กัมมปฏิสรโณ ก็เป็น อรณะ เป็นกัมมะที่อรณะเลย คือ ไม่ต้องมี สงครามในจิตอีกแล้ว กิเลสหมด ดังนั้น กุศลสร้างเท่าไหร่ก็ไม่พอนั้น ถูกต้อง กุศลเป็นสมบัติ สร้างขึ้นมาเพื่อยันอกุศล พ่อครูว่า... อาตมาเคยพูดว่าพระอรหันต์ไม่ทำชั่วอีกแล้วทำแต่ดี มันก็เลยมีแต่ดีเป็นแต่กุศล และกุศลก็ยิ่งเร็วด้วย อกุศล มันเหมือนหมาไล่เนื้อวิ่งตามไม่ทัน คุณนี้ใช้คำศัพท์ว่า ยันอกุศลไว้ ทำแต่กุศลอกุศลเกิดยาก(ทำความเข้าใจกุศลอกุศลให้ดี ) บุญนั้นสร้างเมื่อกิเลสตัณหาเกิด บุญ จะทำหน้าที่ประหาร ทำลาย ฆ่าให้หมดไป ไม่มีบุญไม่มีบาปอีก ( ปุญญปาปปริกขีโณ ) สรุป จงทำกุศลให้ถึงพร้อม กุสลัสสูปสัมปทา จิตใจจะเย็นสบาย แจ่มใส ผ่องแผ้ว (สจิตตปริโยทปนัง)

_2. ไม่ย่อหย่อนในความเพียร อปฏิกาณิตา ในข้อนี้ต้องพูดถึงธรรมะ 3 ข้อคือ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง คือเอาความรู้จากสัตตบุรุษ แล้วนำมาทำความเข้าใจและปฏิบัติให้เกิดมรรคผล ทำความเข้าใจในข้อธรรมให้เกิดมรรคผลโดยทำแล้วทำอีกซ้ำๆไม่เบื่อหน่ายในการศึกษา ปฏิบัติจนเข้าใจ และปฏิบัติได้ถูกต้องตามที่พ่อท่านสอนมา สรุปง่ายๆคือ ความเพียรจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องมีความพอใจ อ่าน เขียน ฟัง ปฏิบัติและฝึก ซ้ำแล้วซ้ำอีกบ่อยๆ จนเกิดความศรัทธายิ่งขึ้นๆ เห็นความถูกต้องไม่มี โทษภัย มีแต่ทำให้เกิดประโยชน์แก่ตนและสังคมโลก ความเพียรจึงเกิดจากฟังมาก ศึกษามาก รู้จริงปฏิบัติได้จริง มีความพอใจที่จะสร้างประโยชน์ทั้งตนและท่าน เป็นกุศลไม่ใช่อกุศล ไม่มีแล้วทั้งบุญทั้งบาปนะครับ พ่อครูว่า... นี่เข้าใจกันดีมาก ผู้เขียนมา ผมออกมา พักร่างกายข้างนอก ไม่ได้อยู่เฉยๆทั้งอ่านทั้งเขียน มีอะไรจะเขียนได้ตามสภาวะที่เขียน ป้องกันสมองเสื่อมตามอายุ เขียนแล้วสามารถนำมาอธิบายให้ผู้อื่นเขาฟัง บางคนฟังได้เราก็พูดให้เขาฟังได้ยาว เขาก็รับฟัง แต่ถ้าคนไหนฟังไม่ได้เราก็หยุดพูดเสีย ถือว่าไม่ได้ แต่ก็ไม่เสีย การมาอยู่ข้างนอกในนิคมโลกีย์ จะได้เห็นความต่างของคน เราศึกษามาทำความเข้าใจสาราณียธรรม 6 และพุทธพจน์ 7 ที่มีความรู้ความเข้าใจพอประมาณจึงเห็นชัดว่า ลาภธัมมิกา แบบสาธารณโภคีนั้นในสังคมใหญ่คงไม่ง่าย แต่ถ้าระดับครอบครัวทำได้บ้าง ศีลสามัญญตา หยิบเอาเรื่องที่พ่อท่านเคยสอนเช่น เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ สิ่งของ พืช รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แค่ศีล 5 ข้อ 1 2 3 แล้วขยายออกไป ศีล 5 จะง่ายในการที่จะทำให้เขาเข้าใจได้ และสามารถลด ละกิเลสเลิกได้บ้าง แต่ตัวเราก็เป็นคนจริง อยู่ตรงไหนก็กล้าพิสูจน์ตนเองได้ ถ้าศีล 8 เราปฏิบัติอยู่ประจำของเรา เขาคงเห็นอยู่ ศีล 10 เขาเห็นได้ชัด เรายังต้องใช้เงินอยู่ แต่ไม่หามาเพิ่มอีกแล้ว ส่วนศีล 43 หรือ 26 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล คงยากสุดยาก ที่จะทำให้เขาเข้าใจ พระภิกษุยังไม่รู้ธรรมนูญ 48 ของพระพุทธเจ้า ที่ตรัส ให้ปฏิบัติ ชี้ชัดว่า แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง ตัวผมเองที่รู้ก็เพราะว่าพ่อท่าน สมัยก่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องศีล ปัจจุบันถ้าไม่เอาจริงก็คงยาก ต้องทวนกระแส แต่จะพยายามทำในครอบครัวเล็กๆไป ในญาติพี่น้อง และที่ออกมาต้องการสิ่งนี้ ได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ตามที่พิจารณาคงจะไม่สูญเปล่า ทิฏฐิสามัญญตาเกี่ยวกับความเห็นนี้แหละ เขากับเราต่างกันจริงๆ ความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง แต่เรารู้ตัวต้องนิ่งไว้ก่อน ทำจิตให้ผ่องใสผ่องแผ้ว แล้วจะรู้ว่าจิตเราเกิด สโทสจิต หรือวีตโทสจิต เราต้องอยู่ในการศึกษาจิตตัวเองให้ได้ด้วย นี่แหละเป็นการสร้างประโยชน์ตน ประโยชน์เพื่อผู้อื่น ประโยชน์ท่านอย่างแท้จริง สำหรับผมนะ แต่ข้อสำคัญจะต้องไม่หยุดสร้างจิตให้เจริญด้วยการพิจารณาจากที่เราศึกษา “เจโตปริยญาณ 16” เราต้องประเมินจิตตนเองตลอดว่า มหัคตจิตหรืออมหัคตจิต หรือถึงขั้น สอุตรจิตหรืออตุตรจิต ว่าจิตของเราเจริญขึ้นหรือตกต่ำ ต้องประเมินได้ตามจริง ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเป็นไปตามนี้หรือไม่ ว่า สิ่งที่ศึกษาปฏิบัติมาเที่ยงแท้ยั่งยืนตลอดกาลไม่เปลี่ยนแปลงอีก ไม่มีอะไรหักล้างได้ ไม่มีอะไรกำเริบอีก พ่อครูว่า... อาตมาพูดมา เขาจำได้หมด คุณนี่ เก็บมาเรียบเรียง มา

_มารักษากายครั้งนี้ มีโอกาสฟังเขียนมากขึ้น มีความกล้าในการเขียน เพราะจะได้รู้ความจริงของจิต ธรรมะภาคปฏิบัติให้ได้เหมือนอยู่ต่อหน้าพ่อท่าน ผลที่จะได้ มหัคตจิตอมหัคตจิต ก็พิสูจน์กันได้ แต่ในการปฏิบัติก็ขึ้นอยู่กับ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง เหมือนพ่อท่านอยู่คอยเตือนสติและชี้ทางให้อยู่ไม่ห่างจากเราเลย พ่อท่านคือธรรมะ ธรรมะคือพ่อท่าน ถ้าเขาเคารพศรัทธาพ่อท่านอย่างมั่นคง พ่อท่านบวกธรรมะก็จะอยู่ในจิตวิญญาณของเราตลอดกาล ไม่ว่าเราอยู่ที่ไหน พ่อท่านบวกธรรมะ จะตามเราไม่ห่างไกลจากที่มั่นคง ของมันไม่เปลี่ยนแปลง พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่เราจะข้ามโอฆะ ห้วงน้ำ อันคือกิเลสที่ท่วมทับจิตใจ ข้ามได้ด้วย 1. เราไม่พักอยู่ (อัปปติฏฐัง) เท่ากับยังเพียรต่อไป ฆ่ากิเลสให้หมดไปจากจิตวิญญาณของเรา เราไม่เพียรอยู่ (อนายูหัง) เท่ากับพักหรือไม่ต่ออายุอิทธิบาท เราเป็นผู้ข้ามโอฆสงสารได้แล้ว (โอฆมตรินติ) คือการหยุดสร้างหยุดกระทำกิเลสใหม่ ที่จะเกิดขึ้นให้หมดไปจากจิตวิญญาณ ความเข้าใจไม่พักเราไม่เพียร เป็นเรื่องของกิเลสไม่ใช่เรื่องของการงาน ถ้าเรื่องของการงานคือต้องรู้พักรู้เพียร เช่น 1. ถ้าเหนื่อย ป่วย เหตุอื่นทางร่างกายอายุมากแล้วก็ต้องรู้จักใช้ปัญญาพิจารณาให้ดี 2. ถ้ามีพลังงานมากร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยอายุยังอยู่ในวัยทำงาน ก็ต้องเพียร เพื่องานที่มีคุณภาพสร้างสรรค์มีปริมาณที่พอเหมาะกับตน และสังคม เขียนมาเพื่อฝึกสมองอย่าให้อยู่นิ่ง ถ้าไม่บริหารสมองอาจทำให้สมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ได้ มีข้อผิดพลาดหรือรบกวนพ่อท่านอภัย ด้วยครับ กราบขอบพระคุณพ่อท่าน + ธรรมะด้วยความเคารพสูงสุดครับ ...สินสมนึก พ่อครูว่า... เขียนตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2565 ดีมากเลย อาตมาไม่ต้องแนะนำหรอก ที่คุณพูดมา เรียบเรียงคำมาทั้งหมดนั้น ถ้าคุณปฏิบัติจริงได้แล้ว คุณอย่างต่ำเป็นอนาคามี อย่างสูงก็เป็นอรหันต์ได้เลย ที่คุณพูดมาบรรยายมา ถ้าคุณปฏิบัติได้ตรงตามที่พูดมา อย่างต่ำขึ้นเป็นอนาคามี อนาคามีที่เป็นนี่เพราะอะไร ที่จริงคุณจะจบอรหันต์แล้วเท่าที่ฟัง แต่มันสรุปไม่เป็น พวกเรานี้สรุปไม่เป็น ก็เลยไม่จบสักทีอรหันต์ อาตมาพูดมาหลายทีแล้วเรื่องนี้ มันรู้มากแล้วก็ไปหลงสัญญา หลงพยัญชนะเอามาเรียงสัญญาวนอยู่นั่นแหละ มันก็สนุกดี มันรู้นะ อะไรมันก็เป็นอิทัปปัจจยตา เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เหตุนี้เป็นผลนี้ ดีไปหมดเลย มันก็เพลินไป ไม่สรุปจบสักที นี่คือคนมีสภาวะไม่สรุปเอง ส่วนคนไม่มีสภาวะนั้นไปเพลิดเพลินกับพยัญชนะไปออกนอกโลกเป็นโลกจินตา เอาคำอรรถกถาจารย์มา ธรรมชาตินี้ไม่เรียนอรรถกถาอาจารย์เลยเอาพระไตรปิฎกอย่างเดียวก็เหลือกินแล้ว อรรถกถาจารย์พระออกนอกรีตแม้แต่คัมภีร์วิสุทธิมรรคของท่านพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งไม่ใช่พุทธโฆษาจารย์ของเมืองไทยนะ แล้วสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ที่เป็นคนไทยก็นับถือด้วย นับถือวิสุทธิมรรค ซึ่งวิสุทธิมรรคนี้มิจฉาทิฏฐิอยู่ครึ่งค่อน เพราะฉะนั้นความจริงที่อาตมามีเอามายืนยันนี้ มันบอกได้โดยอาตมาพาทำ พาศึกษาและพาทำ แล้วได้คนมาปฏิบัติจนกระทั่งเกิด เป็นสาราณียธรรม 6 เป็นสังคมที่มีการเป็นอยู่ร่วมกัน น้ำไหลไปหาน้ำ น้ำมันไหลไปหาน้ำมัน อยู่ร่วมกันเป็นทิฏฐิสามัญญตา ศีลสามัญญตา มันก็มารวมกัน ก็อยู่กันเป็นสังคมกลุ่มที่ครบพร้อมด้วยสาราณียธรรม 6 แล้วก็มีคุณสมบัติวรรณะ 9 อย่างแท้จริง หรือตรวจสาราณียธรรม 6 เพราะว่าจิตเป็นพุทธพจน์ 7 จิตมีการระลึกถึงกัน แทนที่ผู้ที่จิตเข้ากระแสแล้ว แทนที่จะไประลึกถึงชาวโลกๆ แม้แต่พี่น้อง มันจะระลึกถึงญาติธรรมมากกว่า สาราณียธรรม สาราณียธรรมแล้วก็ ระลึกถึง รักกัน ปิยกรณะ เคารพกัน มันรู้ขั้นตอนของชั้นผู้น่าเคารพ แล้วก็เกื้อกูลกัน สังคหะ ไม่ทะเลาะวิวาทกัน อย่างชาวอโศกไม่ทะเลาะวิวาทกัน ตำรวจไม่เคยจะต้องเข้ามาอะไรมากมายเลย ถ้ามีคนอย่างชาวอโศกตำรวจไม่ต้องมีหรอก ประเทศไทยมีคนอย่างชาวอโศกอยู่ครึ่งค่อนประเทศ ตำรวจไม่ต้องมีหรอก เพราะจ้างมาทำไมมาให้ว่างงาน ตำรวจไม่มีอะไรทำ ดีไม่ดีจะมาคอรัปชั่นในนี้ ขออภัยที่ว่าตำรวจ 660109 ตอบปัญหาให้ถึงปัญญาวิมุติ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชเมืองเรือ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน