ทำไม วิราคะ จึงมาทีหลังสมาธิ ใน อานิสงส์ของศีลทั้ง 10 ข้อ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทำไม วิราคะ จึงมาทีหลังสมาธิ ใน อานิสงส์ของศีลทั้ง 10 ข้อ _ข้อ๖ เกิดสมาธิ(จิตตั้งมั่น) ข้อ๙ วิราคะ (คลายกิเลส)ลูกเข้าใจว่าข้อ๙วิราคะ น่าจะเกิดก่อนข้อ๖สมาธิ เพราะสมาธิน่าจะเป็นจิตที่หมดกิเลส ลูกจึงเข้าใจว่า วิราคะ น่าจะเกิดก่อนสมาธิ ข้อนี้ลูกเข้าใจผิดถูกประการใดคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... คำว่า สมาธิ เป็นคำกลางๆ ที่เรียกกันมาตลอด เอามาใช้ มันผิดเพี้ยนไปแล้ว สภาวะของสมาธิ แต่เขาก็ยังเรียกสมาธิอยู่ สมาธิทุกวันนี้เป็นสมาธิที่ไม่มีปัญญา ไม่มีปัญญาเป็นตัวกำกับสำคัญ ปัญญาเป็นตัวที่ปล่อยวาง ปัญญาเป็นตัวที่รู้ มีธรรมฤทธิ์ ที่ทำให้กิเลสมันยอม กิเลสไม่รอหน้า กิเลสไม่เข้ามาใกล้ กิเลสไม่กล้าเข้ามาแตะไม่ได้ ปัญญามีพลังฤทธิ์ในตัวเอง กิเลสไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะฉะนั้นมันจึงจบเด็ดขาด ตื่นๆลืมตา สัมผัสรู้ ว่ากิเลสมา หยาบ กลาง ละเอียด ตั้งแต่กิเลสใน กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร อวจรคือ ยังดำเนินไปอยู่ ในกาม ก็ยังดำเนินในกามภพ ลดลงได้แล้วก็ยังมีกิเลสให้ลดอีกนะ รูปภพ อรูปภพ หมดแล้ว ก็ยังลืมตาสัมผัสโลกมีกามคุณ 5 ที่มีตาหูจมูกลิ้นกายเปิดอยู่ อวจรอยู่ เหลืออรูป อวจรในจิต เป็นชีวิตินทรีย์อย่างไร ก็รู้ชัดเจน ดับกิเลสกับตัวชีวิตินทรีย์ อินทรีย์คือชีวิตของกิเลสต้องการขั้น อรูปก็จบ รู้ๆ ลืมตา เป็น จักขุมาปรินิพพุโพติ ไม่ใช่ไปหลับตาเลย พยัญชนะก็เป็นอย่างนั้นแต่มันผิดไปจากสภาวะแล้ว พระพุทธเจ้าจึงมาเรียงใหม่ เรียงใหม่ ให้เป็นตามที่เขาว่า สมาธิ แต่เขาเป็นสมาธิที่มิจฉา เขาก็ทำได้แค่นั้น เพราะฉะนั้นจึงตามด้วย วิราคะ หรือนิพพิทา ตามหลังคำว่า สมาธิ ของพระพุทธเจ้ามีความละเอียดรู้จักความจางคลาย รู้จักความเบื่อหน่ายเลย ทิ้งกิเลสเลย มันจึงสูงกว่าสมาธิ สามัญที่เขาใช้กัน ของพระพุท
อ่านต่อ
ธเจ้านั้นท่านชัดเจนว่า สมาธิของท่าน คือสมาหิโตหรือสมาหิตะ ที่มีเจโตปริยญาณ 16 1. สราคจิต (จิตมีราคะ) 2. วีตราคจิต (จิตไม่มีราคะ) 3. สโทสจิต (จิตมีโทสะ) ทำให้มันดับทำให้ไม่มีเป็น 4. วีตโทสจิต (จิตไม่มีโทสะ) 5. สโมหจิต (จิตมีโมหะ) 6. วีตโมหจิต (จิตไม่มีโมหะ)
สายเจโตก็เป็น 7. สังขิตฺตํจิตตํ. (จิตเกร็ง-จับตัวแน่น หด คุมเคร่งอยู่) สายปัญญาก็เป็น 8. วิกขิตฺตํจิตตํ . (จิตกระจาย-ดิ้นไป ฟุ้ง จับไม่ติด)
จนกระทั่งไม่ว่าสายไหนก็ทำให้มันเจริญได้เป็น 9. มหัคคตจิต (จิตเจริญยิ่งใหญ่ขึ้น) หากว่ามันไม่เจริญขึ้นไปเก่าก็เป็น10. อมหัคคตจิต (จิตไม่เจริญขึ้น) มันเจริญไปแล้วแต่ว่ามันก็ยังมีที่เจริญกว่านี้อีก 11. สอุตตรจิต (จิตมีดีแต่ยังมีดียิ่งกว่านี้-ยังไม่จบ) 12. อนุตตรจิต (จิตไม่มีจิตอื่นสูงยิ่งกว่า) . อาตมาพูดจากสภาวะ ให้ฟังดีๆจะรู้ว่า อาตมาไม่ใช่พูดธรรมดา เอาสภาวะละเอียด เจโตปริยญาณ 16 อาตมาขยายละเอียดมาอย่างนี้ จากสภาวธรรมที่อาตมามี ขยายเป็นภาษาไทยอย่างไรก็เอาสภาวะแท้ๆเป็นตัวยืนยันของตนเองอยู่ เพราะฉะนั้น รู้จักวิมุต อวิมุติ สอุตระหรืออนุตระ อนุตระ ต้องตรวจสอบสมาธิของพุทธคือ สมาหิโต อสมาหิโต 13. สมาหิตจิต (จิตตั้งมั่นเป็นประโยชน์ดีแล้ว) 14. อสมาหิตจิต (จิตยังไม่ตั้งมั่นไม่เป็นประโยชน์) เรายังต้องตรวจสอบวิมุติอีก 15. วิมุตตจิต (จิตหลุดพ้น) . . . 16. อวิมุตตจิต (จิตยังไม่หลุดพ้นสิ้นเกลี้ยง) . (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 135) มันเป็น อุภโตภาควิมุติ แน่นะ ก็ชัดเจนอย่างนั้น เพราะฉะนั้น การสลับภาษามันก็เกิดจากความผิดพลาดมาแล้ว พระพุทธเจ้าก็ต้องมาย้ำมาอธิบายใหม่ แล้วอาตมารู้ ที่ว่าสมาธินั้นมันไม่ใช่ สมาหิโต เขาแปลว่า จิตตั้งมั่นเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่ได้ตั้งมั่นจริง มันตั้งมั่นเก๊ ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ 660109 ตอบปัญหาให้ถึงปัญญาวิมุติ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชเมืองเรือ