สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน บริหารแบบคนจนอย่างไรให้ยั่งยืน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน บริหารแบบคนจนอย่างไรให้ยั่งยืน ฟ่องฟ้าว่า… ในสันติอโศกมีสองหน่วยงานคือ สขจ. กับ โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก(สส.สอ.) สองหน่วยงานนี้ บริหารงานแบบคนจนอย่างไรคะ พ่อครูว่า...การบริหารของโรงเรียน หรือสขจ. เป็นเรื่องสังคมศาสตร์ทั้งนั้นเอาคนเป็นหลัก สขจ.เกี่ยวกับวัตถุข้าวของเครื่องใช้ที่เขาบริจาคมา เอามาจัดการให้เป็นคุณค่า ให้เป็นรายได้ขึ้นมา ก็สำคัญที่คนจัดการ ผู้ทำ ส่วนโรงเรียนนั้น ทั้งครูและนักเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนของเรานั้นเป็นโรงเรียน อย่างบุญนิยม หรือโรงเรียนแบบชาวอโศกมีนัยลึก สังคมศาสตร์โลกุตระ เป็นเรื่องพิเศษกว่าทางโลก เป็นงานของคนโดยตรง สขจ.หรือขยะวิทยาก็เป็นเรื่องของคน มีปัญญาเสียสละเต็มที่ สขจ.ทำงานคือคน นอกนั้นไปจัดการวัตถุ ก็อยู่ที่คนเป็นสำคัญ สำคัญที่สุดคือคนต้องมีคุณธรรม เป็นคุณธรรมที่ไม่เห็นแก่ตัวจริงๆ เห็นแก่ผู้อื่น ตัวเองไม่ต้องมีรายได้ ต้องได้อะไรแลกเปลี่ยน อย่าว่าแต่มีน้อย แม้มีอาศัยกินใช้เท่านั้นก็พอแล้ว จึงอยู่ที่คนจริงๆว่าไม่เห็นแก่ตัวเพื่อประโยชน์ตน แต่เห็นแก่ประโยชน์ผู้อื่นประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ที่จะเอาไปใช้แก่ส่วนรวมแท้ๆ ส่วนโรงเรียนนั้นเสียสละที่ ไปเน้นที่ครู ครูต้องเอาใจใส่มากเพราะเป็นการศึกษา ต้องดูแล ของเราเป็นโรงเรียนแบบบุญนิยม เป็นโรงเรียนประจำ อยู่อาศัยเป็นลูกเป็นหลาน เป็นญาติอย่างแท้จริง เลี้ยงดูกันอย่างพ่อแม่ลูกเลี้ยงดูลูกหลานแท้ๆ หวังประโยชน์แค่ให้เจริญและเน้นเข้าหาเป้าว่าต้องเจริญอย่างโลกุตระ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ใช่เจริญแบบโลกโลก เน้นไปที่ความเจริญแบบโลกุตระด้วย ให้ผู้ที่เราเลี้ยงดูเป็นลูกหลานจะต้องมีคุณธรรมถึงโลกุตรธรรมอย่างแท้จริง ถ้าจะว่าไปแล้ว สขจ.คนนี่ต้องดีจริงๆ เพราะทำกับวัตถุ วัตถุมันไม่ม

อ่านต่อ

ีฤทธิ์เดชอะไร แต่นักเรียนมีฤทธิ์เดช เด็กมันมีฤทธิ์เดชยากกว่า ครูจะต้องเสียสละซ้อน ต้องมีความรู้ความสามารถ ความรู้ทั่วไปให้ความรู้แก่เด็ก ความสามารถที่จะสอนถ่ายทอดความรู้อะไรอีกต่างๆ ก็จะต้องมีเทคนิคแทคติก และก็จะต้องดูแลควบคุมทั้งด้านทุกอย่าง ความเป็นอยู่นิสัยใจคอ ที่สุดเรื่องของจิตวิญญาณ ก็ต้องเลี้ยงหรือรักษา พัฒนาการให้แก่ผู้ที่เราจะสั่งสอน ซึ่งมันไม่ง่ายเหมือนกับทางโลกเขาสอน จะว่าไปแล้วทางโลกไม่มีความลึกซึ้ง ไม่มีความเอาจริงเอาจัง ไม่ครบพร้อมทั้งด้านจิตวิญญาณเสียสละจริงๆ ทั้งด้านความรู้ความสามารถ ที่จะให้มีความรู้เท่าเทียมกับหลักสูตรเขา และเราเน้นที่ทำได้ด้วย อยู่ทางโลกเขาเน้นที่ความรู้ประดับโลก จะทำได้หรือไม่ได้ ไม่รู้ แต่ของเราเน้นให้ทำได้แม้แต่รู้น้อย ให้รู้เท่าทำ ถ้าทั้งรู้และทำได้ก็ยิ่งดี มีความคิดก้าวหน้าสร้างสรรพัฒนาใหม่ขึ้น ก็ยิ่งดีใหญ่ การบริหารแบบคนจนนี้ การเสียสละเป็นแก่นของความเป็นคนจน การไม่สะสมเป็นของตน การเสียสละออกไป ไม่ต้องสะสมแก่ตัวเอง ก็เป็นแก่นของความเป็นคนจน ถ้าจิตมีปัญญา ใจมันจริงด้วย ปัญญาก็ชัดเจน มันก็สละได้จริง ทั้งใจมันก็สละได้ ยอม ทั้งปัญญาก็รู้ว่าสละมันดีอย่างไร เพื่ออะไร มาเป็นคนจนมันดีอย่างไร เท่ตรงไหน ทางโลกไม่ได้ยกย่องคนจน เขาจะดูถูกดูแคลนแทนด้วยซ้ำไป ไม่อยากโอภาปราศรัยด้วย มันซ้อนในโลกีย์ ที่เขาจะคบที่มีส่วนได้เปรียบ แต่ของเรามาจนแล้ว มันจะมาสนใจมาคบคุ้นซับซ้อน สภาพหมุนรองเชิงซ้อน ดูเหมือนจะยิ่งไม่ดีแต่ยิ่งดีขึ้น มันเป็นความซับซ้อนที่ใช้ภาษาได้ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นการทำให้คนจน ยิ่งจนที่มีความสูงส่ง ยิ่งมีความเป็นประโยชน์คุณค่ามากในโลก ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มันจึงเป็นเรื่องที่เป็นคนจนที่มีปัญญา เห็นความจน เห็นประโยชน์คุณค่า ทุกอย่างเลย สิ่งที่เป็นคุณค่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่เป็นความจริง ผู้รู้จริงเห็นแจ้งจริงถึงทำด้วยความเต็มใจ ด้วยความตั้งใจเต็มที่ ให้มันบริบูรณ์ ให้ครบพร้อม ก็มันจบในตัวของมันเอง มันดี มันอธิบายอย่างไร ก็ดีที่สุด เพราะฉะนั้นก็ต้องทำให้จบ ที่ว่ามันไม่เสียเลย มันมีแต่ดี

ฟ่องฟ้าว่า...จะเชื่อมโยง เศรษฐกิจสังคมสิ่งแวดล้อม พ่อครู แน่นอน ความเป็น เศรษฐกิจสังคมสิ่งแวดล้อม หรือจะใช้ว่า เศรษฐกิจสังคมการเมือง เศรษฐกิจคือการเจริญ การเมืองคือการทำให้องค์รวมของสังคม ของหมู่กลุ่ม อยู่อย่างดีสงบ เป็นไปได้ดีด้วยความเรียบร้อยต่างๆนานา อุดมสมบูรณ์ ไม่มีช่องว่างเยอะ ทุกคนเสมอภาค เป็นเรื่องของสังคมการเมือง ที่ผู้มีปัญญาเข้าใจกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของ เราเรียนธรรมะโลกุตระ ความร่วมกันสังเคราะห์สังขาร ปรุงแต่ง ส่งเสริม หรือลดทอนอยู่ในตัวของมันเองได้สัดส่วน ที่มีความพอเหมาะพอดี ทั้งส่งเสริมและลดทอนที่ให้ได้สัดส่วนสมบูรณ์ในการที่จะร่วมสร้างสรร ให้มันตั้งอยู่ได้นานได้ทน มีอัตราหมุนเวียน การโคจร มีอัตราการดำเนินไปที่มันได้ยั่งยืนถาวร

ฟ่องฟ้าว่า...มีความมั่นคงกับความจนได้อย่างไร ต้องพัฒนาอะไรให้เข้มแข็งถึงจะยั่งยืน พ่อครูว่า...ลดกิเลส ไปพัฒนาความยั่งยืนความจนต้องลดกิเลส กิเลสมันเป็นตัวต้องการ มันเป็นตัวทำลาย หนึ่งต้องการมาให้แก่ตัวเองอย่างยิ่ง ในหมวดราคะโลภะ และหมวดของการทำลาย ทำลายผู้อื่น เราจะเหลือเป็นผู้โดดเด่นยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เป็นผู้ที่แก่งแย่ง มาจน ก็เป็นหลักประกันสำคัญของเรา เรามีน้อยเราจนเราไม่ไปแย่งใครและเราไม่มีมากที่จะให้ใครแย่งด้วย ไม่มีมากให้ใครแย่ง และเราก็ไม่แย่งใครด้วย เพราะฉะนั้นมันจึงปลอดภัย ปลอดภัยจากคนที่เป็นศัตรูจะมาแย่งอะไรจากเรา ก็ไม่มาแย่ง และเราก็ไม่มีให้คนมาแย่ง ก็เลยปลอดภัยมั่นคง เราเองก็ไม่คิดจะตาย ยิ่งศาสนาพระพุทธเจ้านั้นเรียนรู้พลังงานด้าน สัมประสิทธิ์ Coefficient พลังงานที่จะเกิดปฏิภาคทวี เป็นความเจริญซ้อนอยู่ได้ สร้างพลังงานต้นเหตุ พลังงานละเอียดที่เป็นต้นเหตุเลยที่รู้ยาก เราก็รู้ได้ พลังงานตัวละเอียดเป็นพลังงานที่เป็นต้นทาง จนถึงละเอียดยิ่งกว่านิวเคลียร์ ทางด้านจิตวิญญาณ ที่เป็นพลังงานฟิสิกส์มันหยาบกว่า ก็ยิ่งรู้พลังงานสัมประสิทธิ์นี้ ซึ่งเป็นตัวอัตราก้าวหน้าๆ สามารถรู้และสร้างสรร ทำให้มันเกิดอยู่ ทำให้มีพลังงานนี้ มีชีวิต มีพลังที่เดินต่อๆไปได้ สามารถที่จะมีทศนิยม เพิ่มทศนิยมให้ทวีคูณขึ้นไปได้ และรู้จักความพอเหมาะพอดี ทวีเพิ่มขึ้นด้วยเรื่อยๆอย่างพอเหมาะพอดี ถ้ามันจะลดก็ให้เพิ่มอย่างพอดี ไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นพลังงานนามธรรม เป็นอรูปหรือนามธรรม ก็สามารถมีธาตุรู้ญาณหยั่งรู้ได้อย่างแท้จริง จัดสรร เอามาประกอบการเอามาให้เกิดความเป็นไปได้ อย่างแท้จริง ศีลธรรมต้องประกอบด้วยจิตวิญญาณ และคำว่าศีลธรรมนี้ อาจหมายถึงศีลธรรมโลกีย์ ไม่มีจบไม่มีสูญ โลกีย์จบไม่เป็นสูญไม่ได้ นี่คือโลกีย์ ส่วนโลกุตระนั้นจบเด็ดขาดได้ หรือจะต่อก็ต่อได้ตามประสงค์ อยากจะต่อไปอีกก็ได้ ให้เกิดหรือตายสูญก็ได้ พลังงานตัวนี้เป็นประธานลดกิเลส ต้องมีความรู้ความสามารถจิตวิญญาณมีความรู้ความสามารถ แล้วมันก็จัดสรรได้ตามต้องการ

ฟ่องฟ้าว่า...ทั้งสองหน่วยงาน สส.สอ. กับ สขจ. มีอุปสรรค จุดอ่อน หรือปัญหาภายในใดบ้าง พ่อครูว่า...ปัญหาภายในคือแรงงานไม่พอ คนที่จะมาเสียสละเป็นจิตอาสา ทำอย่างเข้าใจและเห็นคุณค่าจริงๆ มีน้อย มันยาก ที่คนจะมีปัญญาความรู้และเสียสละ มาทำอันนี้ เพราะไม่มีโลกธรรม ไม่มีลาภยศสรรเสริญ มีแต่โลกุตรธรรม ก็เลยหาคนทำยาก งานจะก้าวหน้า ที่มีทั้งปริมาณหรือคุณภาพก็ตาม ให้มันจริงกว่านี้ได้หรือไม่ก็ได้ แต่คนไม่พอ แรงงานไม่พอ เราไปบังคับก็ไม่ได้เพราะอยู่ในระบบบุญนิยม ไม่ได้จ้าง แม้แต่คำประโลมใจคำชื่นชมก็มีน้อย จึงต้องมีคนเต็มใจเสียสละจริงๆ เสียสละนี้จบในตัวแล้ว ถ้าผู้รู้เสียสละมันจบก็ดีที่สุดที่ได้มันเสีย เราเสียนี่แหละคือเราได้อย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสก็จบแล้ว ถ้าเราได้มาอีกมันก็ยังมีเรา เราเสียไปแล้วไปเลยจบ เออ มันก็ไม่มีเรา ถ้าเสียไปแล้วก็ทำไมเขาไม่เห็นบุญเห็นคุณ อ้าว คุณยังเอาอยู่อีกก็ไม่จบ ไปต่อ

ฟ่องฟ้าว่า ...จุดอ่อนหรือปัญหาภายใน พ่อครูว่า...ปัญหาภายในก็มีน้อย เพราะคนก็มีน้อยและคนมีปัญญาด้วย คนมีภูมิโลกุตระ ไม่ทะเลาะวิวาทแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เอาความเด่นดังสูงก็ไม่แล้ว มันซ้อน เพราะฉะนั้นคนที่สับสนในโลกีย์จะแย้ง แต่คนชัดเจนในโลกุตระจะไม่แย้ง ฟ่องฟ้าว่า...อย่างนี้ดี ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มาทำอีกเยอะ พ่อครูว่า...อันนี้เป็นความอยากของเรา คนรุ่นเก่าคนรุ่นใหม่ แต่อันนี้หมดความรู้แล้วจำนน ไม่มีความสามารถ ใครเก่งกว่าจะช่วยอาตมาได้ก็เชิญ ให้คนรุ่นใหม่มาเยอะๆ คนรุ่นเก่าเติมมาอีก อาตมาทำสุดเก่งแล้ว คนไหนที่ดูอาตมาสัมพันธ์อาตมาศึกษาอาตมามาแต่ไหนแต่ไร เท่าที่รู้และสามารถบอกได้ บางอย่างอาตมาก็ธิบายตนเองไม่ได้ว่าทำไมทำอย่างนี้ ปีกรักว่า...ถ้าพวกเราลดกิเลสมากๆ แล้วเรามีความสุข คนก็เห็นก็คงจะทำตาม พ่อครูว่า...อาตมาถึงเน้นสุขสำราญเบิกบานใจ ก็เห็นตามที่เรามีพฤติกรรม เป็นตัวอย่างอยู่ คนเห็นก็ใช้ปฏิภาณปัญญาความรู้ตัดสินว่า คนเรามันเสแสร้งว่าไม่ทุกข์ก็ได้ แต่นี่มันเป็นจริงหรือดรามาติก เป็นการสร้างภาพหรือจริง คบคุ้นไปใช้เวลานาน มีหลักฐาน มีความสอดคล้อง ให้ศึกษาให้เห็นของจริงได้ไปเรื่อยๆ ปีกรักว่า...วันนี้มีคนมาถามท่านฟ้าไท เขาเป็นตากล้อง พ่อครูว่า..คนที่แสวงหาจุดสูงสุดก็จะมา เขาคิดไม่ออก คนทีรู้แล้วว่าอย่างนี้ดีแต่เขาก็ยังเอาไม่ได้ คนอื่นเห็นตัวอย่างที่ทำได้ก็จะเอาตัวเขาเข้ามา และถ้าเขาสามารถเอาตัวเข้ามาร่วมสร้างร่วมศึกษาไปด้วยกัน คนคิดได้ก็จะมา ฟ่องฟ้าว่า...ก็เชิญอาจารย์มาดูงานที่นี่ พ่อครูว่า...อาตมาแน่ใจว่า ทำไปเถอะมันยาก ถ้าเผื่อว่ามันไม่ยาก สังคมมีแต่คนดีๆทำดี มันก็ช่วยสังคมที่ไม่ดีส่วนน้อยได้ แต่นี่คนไม่ดีเป็นส่วนมาก คนดีมีน้อยต้องรับผิดชอบอีก จะไปเกื้อกูลคนไม่ดีมีเยอะกว่ามันก็ยาก หากคนดีมากกว่าคนไม่ดี แบ่งเบาคนละเล็กน้อยก็ทำได้แล้ว นี่ไม่ใช่ไปลงโทษหรือว่ากล่าว แต่เป็นสัจธรรมมีจริง คนไม่ดีมีมาก คนดีมีน้อย มันจึงหนักยาก หากคนดีมีมากกว่ามันไม่ยาก สบายเบา ฟ่องฟ้าว่า..อาจารย์บอกว่าหัวข้อนี้มันยากนะแต่น่าสนใจ จะวิพากษ์พิพาทวิจัยวิจารณ์ให้มากเลยนะหัวข้อนี้ พ่อครูว่า...ที่บอกว่าเอาคนรุ่นใหม่นั้นมันตื้นตื้น คนรุ่นใหม่เพิ่งจะมีประสบการณ์ทำอะไรไม่เป็นก็ได้ คนรุ่นเก่านี้ มันแก่แล้วจะตายแล้วขุนไม่ขึ้นแล้ว มันทำอะไรอีกต่อไปไม่ได้แล้ว บอกว่าคนใหม่เผื่อมันจะได้ ก็ได้ วิธีการ ถ้ามันมีวิธีการดีกว่าก็บอกด้วย เราไม่ได้อ่อนข้อออมมือเลย เราเก่งเท่านี้ คุณนี้แหละจะมาช่วยได้ไหม ไม่ได้พูดยัดเยียดหรือท้าทาย เพราะคุณอาจจะยังไม่ถึงเวลา ถ้ามันถึงเวลาคนเราจะมีความรู้พิเศษพลังงานวิเศษเอามาใช้ แต่นี่มันยังไม่ถูกดึงออกมา คนเรามีความรู้พิเศษนี้ลึกลึก ถ้าถึงความจำเป็นแล้วมันจะเอามาใช้ได้ เป็นพลังงานแฝง Potential จะดึงออกมาใช้งานได้ อย่างพวกวิ่งเข้าเส้นชัย 100 เมตร ถึงเวลานั้นหมดแรงมาตายนะ

ฟ่องฟ้าว่า...การปฏิบัติตนเป็นคนจนอย่างยั่งยืนแบบสันติอโศกมันจะเป็นไปได้ดีอย่างไร พ่อครูว่า...อาตมาไม่มีคำตอบ เป็นไปได้ดีอย่างไร ก็ต้องเอาความเป็นจริง หรือวิชาการ ตามสูตรตามลักษณะ ทฤษฎีโครงสร้างของมัน เป็นโครงสร้างที่มีความเป็นจริงของการสังเคราะห์สังขาร มีพลังานบวกลบคูณหาร อย่างที่มีพลังงานดี เสริมขึ้น เป็นทศนิยมก้าวหน้าขึ้นไปตามลำดับที่ไม่ไปขี้โกง เป็นไปตามลำดับอย่างนั้น จะยาวยืนก้าวหน้าได้นานและได้สมบูรณ์สูงสุด เป็นลำดับอย่างได้สัดส่วนพอเหมาะสูงสุด ภาษาบาลีว่า ปโหติ เป็นไปอย่างพอเหมาะ อันนี้แหละจะได้สัดส่วนดีที่สุด พระบาลีใช้คำว่า ปโหติ ในมรรค 8 ผล 2 ท่านไล่ สัมมาทิฏฐิพอเหมาะ ทำให้สังกัปปะพอเหมาะได้ ..ทำให้วาจาพอเหมาะได้...ทำให้กัมมันตะพอเหมาะได้...ทำให้สัมมาอาชีวะพอเหมาะได้...ทำให้วายามะพอเหมาะได้...ทำให้สัมมาสติพอเหมาะได้... ...ทำให้สัมมาสมาธิพอเหมาะได้ อาตมาถึงบอกว่าต้องใช้เวลา ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน

610407_พ่อครูตอบปัญหางานวิจัยของคุณฟ่องฟ้า ศรีวรพรกุล ป.โท ม.นิด้า

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน