สื่อธรรมะพ่อครู(การศึกษาบุญนิยม) ตอน มาช่วยกันสร้างสังคมพุทธที่เป็นโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การศึกษาบุญนิยม) ตอน มาช่วยกันสร้างสังคมพุทธที่เป็นโลกุตระ พ่อครูว่า...ที่มา แสดงว่าพวกเรานี้ มีบารมี หรือว่า มีภูมิธรรม มีความรู้ รู้ไปในความสำคัญเพื่อมนุษยชาติ ความเป็นสังคม คือ อาตมาเคยย้ำไม่รู้กี่ทีว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้สิ่งที่สูงที่สุดของความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคม สิ่งที่สูงสุดของความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคม ท่านตรัสรู้สิ่งนี้ได้อย่างแท้จริง ท่านเกิดมาไม่รู้กี่ล้านๆชาติ ท่านผ่านมาหมดไม่รู้กี่ยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นยุคแบบไหน ยุคที่เจริญแบบไหน ยุคที่จะเสื่อมแบบไหน ขนาดนั้นขนาดนี้ ผ่านยุคกาลมา ยุคกาลหนึ่ง ที่จะทรงสภาพแบบที่มันควรจะเป็น มันไม่ได้นานเท่าไหร่หรอก ประมาณอย่างเก่งก็ 100 ปี 200 ปี มันก็เปลี่ยนความยึดถือ เปลี่ยนสิ่งที่ควรจะใช้กัน ใช้วัฒนธรรมแบบนี้ใช้ความยึดถือแบบนี้ ใช้ความเข้าใจแบบนี้ ซึ่งจิตวิญญาณมันเป็นแบบนั้นจริงๆ มีการเปลี่ยนแปลง เป็นได้สารพัด เพราะฉะนั้นจึงรู้ความจริง จากสิ่งที่เคยเกิดผ่านมาทั้งนั้น อย่างอาตมาที่รู้ต่างๆ ยืนยันได้ อย่างอาตมาพวกเราก็รู้ว่าไม่ได้ผ่านการศึกษาอะไรมามาก ไม่ได้ไปต่างประเทศไม่ได้รู้อะไรกว้างขวางเลย พวกเรานี้เป็นอาริยบุคคล อาริยะนี้ไม่ใช่เรื่องยืดยาวไปทางระเริง อย่างโลกียะ ระเริงในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสบ้าบอ จึงยาวนานมาก และมันก็ต้องทุกข์ต้องสุขเป็นวิบาก ต้องใช้หนี้ เวรภัยกันทั้งนั้น น่าเบื่อน่าเจ็บปวดที่สุด ผู้ที่เลิกแล้วจึงมาทางนี้ อย่างพวกเรานี้ พอมาสบายนิดหนึ่งก็ไม่ทำให้เจริญต่อ มันก็ประมาทก็เสียเวลา เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียเวลาตรงนั้นหรอก เมื่อเราเข้ามาสู่กระแสแล้ว เราควรไปให้ตลอด ขณะนี้นะ คน 7 พันล้าน งานนี้มาฟังแค่นี้ คิดดูซิ ถึง 70 คนไหม? 700 ไม่ถึงแน่นอน 100
อ่านต่อ
จะถึงไหมแค่นี้ ก็เห็นได้ว่าโลกมันก็ร้อนขึ้น ไม่ใช่ร้อนแค่อากาศ แต่ร้อนเรื่องของสังคม เรื่องของความเป็นอยู่โลกีย์ พวกเราจะมีภูมิคุ้มกันอย่างหนึ่ง มีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี จิตวิญญาณเราเป็นประธาน ก็รู้แล้วไม่ไปบ้าบอกับภายนอก คนไหนที่ไปบ้าบอกับภายนอกก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เขาไม่มีภูมิปัญญา ก็คะนอง ก็เป็นไป เขาจะไปรับเชื้อโรคของโลกโลกีย์ ผู้ที่ได้เป็นอย่างนี้แล้วได้แล้ว อาตมาก็ขอสำทับว่าอย่าไปประมาท พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่ายินดีในความเนิ่นช้า อย่าหลงระเริงยินดีในความเนิ่นช้า ปปัญจรามตา ส่วนตัวใครก็ตัวมัน อาตมาพูดไปนี้ไม่ได้ประเหลาะหรือบังคับ ไม่ ก็ให้รู้ด้วยปัญญาของตัวเอง อะไรเห็นควรหรือไม่เห็นควร สังคมประเทศชาติ หรือโลกต้องการสังคมแบบนี้เพื่อกอบกู้มนุษยชาติ ลัทธิใดๆก็กู้ไม่ได้ กอบกู้ประเทศกอบกู้มวลมนุษยชาติไม่ได้ มีลัทธินี้ ลัทธิของพุทธนี้เท่านี้ โลกุตระนี้ ที่จะกอบกู้ช่วยเหลือได้จริง บริสุทธิ์สะอาด ลัทธิอื่นใดไม่มีบริสุทธิ์สะอาดไม่ได้จริงเหมือนเรา ถ้าพวกเราใช้ความเป็นจริงของตัวเอง ใครก็แล้วแต่ ตรวจสอบความจริงดูว่า การเสียสละให้แก่ผู้อื่น ของชาวอโศก บริสุทธิ์สะอาด การเสียสละ โดยเฉพาะส่วนกลาง อาตมาเป็นตัวกลางที่พาเสียสละ อย่างอาตมานี้บอกได้เลยว่าเพราะอ่านจิตตัวเองออกจริงๆ อ่านอาการของจิตตัวเองออกจริง ว่าเรามีเลศเล่ห์ มีความแฝงซ้อนเพื่อตัวเพื่อตนหรือไม่ หมายความว่าอย่างไรก็ใช้ปัญญาคิดเอาเอง มีความจะเอาเพื่อตัวตนของตนอยู่หรือเปล่า แม้น้อยแม้นิดแม้มาก มากที่บังคับไม่ได้เลยควบคุมไม่ได้เลยอย่างโลกเขา มากพอควบคุมได้บ้างบางครั้งบางคราว มากพอควบคุมได้เลย แต่ยังมีส่วนเศษอยู่ในใจ จนกระทั่งไม่มีเลย ที่สุดก็คือไม่มีเลยในใจเรา ไม่มีอะไรเอามาให้แก่ตัวเอง เสียสละแก่โลกอย่างสะอาดบริสุทธิ์ เราไม่มีอะไรแฝงที่อยากได้อะไรตอบแทนมา ส่วนบารมีจะมาตอบแทนเราเอง เราไม่มีหน้าที่จัดสรร มันจะจัดสรรโดยสัจธรรมตามวิบากของแต่ละคน เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของสัจธรรม ไม่มีหน้าที่ของใครที่จะบันดาล มันจะจัดสรรไปตามหน้าที่สัจธรรม บวกลบคูณหาร ไปตามสัจธรรมเท่านี้ๆ มันจะเป็นไปตามธรรมเลย สัจธรรมไม่มีเบี้ยว ไม่มีโกง ไม่มีหลอกลวง สัจธรรมนี้ตรง 100% เป็นจริงตามความเป็นจริง ก็ฝากไปคิด ฝากไปไตร่ตรอง หนึ่งเราอยากจะมาช่วยส่วนกลาง หรือไม่ ก็ของตัวเองเป็นผู้ตัดสินใจ โดยความต้องการของสังคม ความต้องการของอาตมาของหมู่กลุ่มเรา ไม่ต้องถามเลยว่าต้องการหรือไม่ ก็ต้องการแน่ เหลือแต่พวกเราจะมา เราทำนี้ช่วยโลกด้วย เราสัมพันธ์กับมนุษยชาติทุกด้าน ทั้งด้านศาสน์กษัตริย์ สังคมประเทศชาติ อาตมาพูดอยู่เสมอว่าเมืองไทยเป็นเมืองประชาธิปไตย ถ้ามาศึกษาดีๆ จะรู้ จะเข้าใจความเป็นประชาธิปไตยจริงๆคืออะไรกันแท้ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งเป็นตัวชี้วัดประชาธิปไตยอย่างที่เขาถือ อย่างพวกแดง บอกว่าไม่ใช่การเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของประชาชน ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้ง อย่างนี้แล้ว อาตมาว่ามันตื้นเขินมาก โลกเขาหลงแบบนี้เยอะ ติดยึดแบบนี้เยอะ พวกนี้มีไม่มากหรอก คนเชื่อแบบนี้มีไม่ถึงครึ่งของมวลมนุษย์โลก เขาจะยืนยันว่าการเลือกตั้งนี้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง ถ้าไม่มีเลือกตั้ง ไม่ใช่ เอาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหลักในปัจจุบัน ไม่ใช่แบบเลือกตั้ง มาแบบปฏิวัติด้วย แต่สังคมประเทศสังคมโลกยอมรับ ที่ยอมรับไม่ใช่เพราะว่าพลเอกประยุทธ์ขู่ด้วยปรมาณูหรืออาวุธหรือเศรษฐกิจความรวย แต่เป็นเรื่องสัจจะการบริหารประเทศอย่างจริงใจ ที่สวยงามสัจจะ ต่างประเทศกำลังมอง อีกหน่อยก็จะมาดูงานหรือมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นๆ พวกนักศึกษา พวกที่ใส่ใจศึกษาสังคมจะมา ไม่ได้ล่อด้วยโลกๆ ล่อด้วยความดัง สวย เด่น กีฬา นางงามการละเล่น ไม่ใช่เลย แต่เป็นเรื่องลึกซึ้ง เรื่องความเป็นอยู่สุขของสังคมมนุษยชาติ เรื่องซื่อสัตย์สุจริต มีน้ำใจ นี่คือสัจจะของสังคมมนุษย์ ที่ต้องศึกษาให้ดี มนุษยชาติและโลกจะได้ประโยชน์ จะเป็นความเจริญที่ซับซ้อนแม้แต่อายุก็จะยืน หลุดพ้นหลีกเลี่ยงจากทุกข์ ที่จะต้องเจอวิบากเลวร้าย จะทุกข์เรื่องสุขภาพ ทุกข์ขันธ์ทุกข์ทรมานต่างๆ จะลดน้อยๆ ทุกข์อาริยสัจเราเข้าใจดีขึ้นมาอยู่แล้ว จะพ้นทุกข์ต่างๆที่โลกเขาหนีไม่พ้น คนที่ทุกข์ด้วยความรัก ทุกข์ด้วยหลงลาภยศ ทุกข์ด้วยหลงรสชาติ ทุกข์ด้วยการยึดศักดิ์ศรีอัตตา สิ่งเหล่านี้เขาไม่ได้ศึกษากัน แต่ศาสนาพุทธเราศึกษาครบ พ้นทุกข์ อย่างที่กล่าวคร่าวๆนี้อย่างแท้จริง แล้วเราจะเป็นประโยชน์ พูดถึงความจริงที่น่ายินดี ที่จริงไปติดยินดี ปราโมทย์ อุพเพงคาปีติอีก ไม่มีหรอก แม้แต่เป็นขณะที่แรงเป็นขณิกาปีติ ขณะที่แรง หรือว่าแรงอย่างเหมือนคนเตะบอลเข้าโกลเลือดพล่าน ขุททกาปีติ หรือยินดีแรงมาก ตีลังกาช็อคตาย เป็นอุพเพงคาปีติก็ไม่ดี เอาแค่ผรณาปีติ น่ายินดี ที่ควรรับสิ่งควรได้ ไม่ได้รับพิษภัยอะไร เราก็เอาเชื้อโลกโลกีย์ออก แล้วเราได้สอนได้บอกเขา อยู่ภายนอกเลวกว่านี้ แต่มาอยู่ในนี้ต้องสังวรสำนึก ไม่เชื่อก็ลองทำวิจัยดู คนมาที่นี้จะต้องสำนึก ในโลกเขาไม่ประพฤติดีแบบนี้ แต่คนมาที่นี่จะสำนึกว่าชีวิตดีเป็นแบบนี้ เป็นความซับซ้อน เราให้การศึกษาอบรม ให้สิ่งแวดล้อมที่ดีแล้วจะได้ ต้องมาบ่อยๆ มาอบรม โดยไม่รู้ตัว ได้ฝึกตนให้สังวร เขาต้องมารู้อะไรเพิ่มเติม เพราะเราให้ด้วยเจตนาดี อย่างคนมาขายไอศกรีม ที่นี่เราก็บอกกัน แต่เนื้อสัตว์อย่าเอามาขายนะ เป็นเหตุปัจจัย เป็นพฤติกรรมสังคมที่ละเอียดลึกซึ้งซับซ้อน หมุนรอบเชิงซ้อนเยอะ ก็มาช่วยกัน มาแค่นี้ก็อบอุ่นมากแล้ว แล้วมามากอย่างไรก็ไม่อบอ้าว วันนี้มีศิษย์เก่ามา นับยอดมา 102 คน เกิน 101 ก็ดีแล้ว ตอนนี้ก็มีตัวแสดงเป็นเครื่องชี้ที่สำคัญ ดูจริงๆ แค่ 95 นี้ก็ได้ เพราะลงบัญชีผิดก็ได้ ก็ไม่ว่า สรุปแล้วพวกเราศึกษาธรรมะก็จะเกิดการปัญญาซ้อนโดยอาตมาไม่ได้บอกชี้มาก แต่จะเกิดปัญญาด้วยตัวเอง จะรู้โลกียะกับโลกุตระ โลกียะที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นโทษ เข่นฆ่าแก้แค้น เป็นวิบากต่อกัน มันเป็นตัวชั่ว เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติทั้งสิ้น อย่างน้อย ผู้ที่ไม่ค่อยได้มาก็ดูโทรทัศน์ ฟังธรรม ได้ยินข่าว พวกเราให้สัญญาณว่าเราควรช่วย หมู่ต้องการ ก็จะมีปฏิภาณระลึกตัวเอง ก็จะได้ประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ต่อไปแม้แต่สิ่งที่เป็นเหตุปัจจัย ที่อาตมาพยายามพิสูจน์ เราจะเป็นผู้สร้างเหมือนพระเจ้า จริงคือตัวพระเจ้า พระเจ้าบอกว่าสร้างโลกแต่สร้างยังไงก็ไม่รู้ แต่มันมีความจริงต้องระบุไว้ อย่างพวกเราเป็นพระเจ้าจริงๆที่สร้าง เช่น เราจะสร้างสิ่งที่มนุษย์ต้องกิน อาศัย เลี้ยงชีวิต พืชพันธุ์ธัญญาหาร จะสร้างได้มากกว่านี้ เลี้ยงโลกอื่นได้มากกว่านี้ เรามีสิ่งเพียงพอ เราไม่เอาสิ่งที่สร้างได้กอบโกยแลกเปลี่ยนค้าขายให้เรารวย นี่พูดอย่างมีหลักฐานตรวจสอบได้นะ เราจะช่วยโลกอนุเคราะห์โลกด้วยสิ่งเหล่านี้ด้วยของจำเป็น ไม่ต้องเอาแรงงาน แคลอรี่ไปคิดค้นอาวุธร้ายแรง เสียเวลาเต้นดีด เตะลูกบอลเพื่อจะเป็นแชมป์เปี้ยน ไปชกมวยเป็นนักแสดง ดาราใหญ่เหมือนนายโป๊บ เบลล่า อะไรอย่างนี้ อาตมาก็ไม่ชัดเจน ราณีอะไร ก็จะเป็นไป จริงๆแล้ว วัฒนธรรมไทย สังคมประเทศเขาก็มีวัฒนธรรมเป็นรากเหง้า เป็น root ของสังคมเขา อย่างไทยก็มี แต่ในความหมายสิ่งลึกซึ้งซับซ้อนกว่านั้น ไม่ใช่แต่รูปแบบแต่งตัว ไม่ใช่ ความเป็นวัฒนธรรมสิ่งที่ลึกซึ้งซับซ้อนในพฤติกรรมมนุษย์ ซ้อนในนี้หรือในชาติไหนก็คือความดีเหมือนกัน เป็นผู้มีประโยชน์ต่อผู้อื่น มีอายุต่อไปจะเห็นว่าพวกเรามีมวลมากขึ้นในอนาคต ตอนนี้มีเท่านี้ก็จริง แต่ที่อื่นสร้างแบบนี้ไม่ได้ แม้แต่ทางศาสนาก็ต้องสร้างแบบนี้ แล้วมีคณะไหนที่สร้างได้แบบนี้ คณะธรรมกายสร้างได้มากกว่า แต่มันเหมือนอย่างนี้ไหม ก็ไม่เหมือน จะว่าใช่ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ใช่ อย่างเขานั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรจะเป็น ธรรมะที่อาตมาพูดแค่นี้ เข้าใจซาบซึ้งและเป็นเหตุปัจจัยให้ตัวเองพัฒนาได้ จะมีไหมหนอ ...ไปทำ ...ไม่ถาม ก็ให้แต่ละคนให้คำตอบกับตัวเอง ถามแต่เพียงว่า ควรมีไหม...ควร มีที่อื่นเขาก็จะมีเทศกาลสงกรานต์ ยิ่งประเทศไทยตอนนี้ตื่นตัวก็จัดงานกันมาก เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่จัดงานสงกรานต์กับเขา จะเป็นรูปธรรม งานสงกรานต์อโศก พยายามให้สุจริต คือดัดจริตให้บริสุทธิ์ จะมีตลาดน้ำ พวกเราเป็นตัวประกอบที่สำคัญ หากคนข้างนอกไม่มาเอาด้วย มันจะไปสวยอะไร มันก็ต้องพอสมควร บุ่งเราก็ไม่เล็กนัก มันต้องมีรูปธรรมให้พอสมควร อุปกรณ์ก็พอมี ไม่ใช่เอาไว้โชว์เฉยๆ แต่ไม่มีลาภ ยศ สรรเสริญให้คุณ จะมาช่วยก็ช่วยด้วยน้ำใจด้วยปัญญา ไม่ว่าจะเป็นด้านโน้นก็สาระหน่อย มีการซื้อขาย ในตลาดอาริยะ คนมุ่งมาซื้อมันมากกว่าคนมาเที่ยว ในจุดต่างๆที่เราทำ อะไรที่ควรจะช่วยได้ ทางตลาดอาริยะ เราจะมีบทบาท ช่วยแรงงานช่วยอื่นๆ ให้ดีขึ้น
610412_โอวาทปิดประชุมสมาคมศิษย์เก่าสัมมาสิกขา ที่บ้านราช