บุญ ไม่มีวิบาก.docx
เนื้อหาในไฟล์
บุญ ไม่มีวิบาก _ทองแก้ว...สิ่งที่ดิฉันเข้าใจถูกหรือไม่...เรื่องวิบาก ชาตินี้เราไม่ได้ทำ แต่ชาตินี้เราได้รับคือวิบากเก่า แต่เมื่อเราทำใจยอมรับปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆก็จะกลายเป็นบารมี พ่อครูว่า... ถูกต้อง _ทองแก้ว...วิบากชาตินี้ เมื่อก่อนเราจับกิเลสไม่ทัน เกิดวิบาก เมื่อต่อมาเราจับกิเลสทัน อ่านเวทนา เราทำให้เวทนาเป็น 0 ทันที่ ไม่มีวิบาก ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะ พ่อครูว่า... จริงๆแล้ววิบากที่เป็นบุญ คำว่าวิบากที่เป็นบุญมันเข้าใจยาก อย่าเอาคำว่าบุญไปใช้กับวิบาก วิบากคือทำบุญตัดกิเลสตายแล้ว 0 จะไม่มีอะไรที่เป็นคำว่าบุญเป็นส่วนของบุญ คำว่าส่วนของบุญหรือส่วนบุญที่ได้นั้น มันหมายความว่า ได้สิ่งที่ไม่ได้ คือกิเลสนั้นเองมันหายไป ส่วนที่กิเลสถูกฆ่าไปส่วนหนึ่ง เช่น กิเลสเรา บางคนชอบลูกแก้วมังกร แต่ก่อนชอบ 100 หน่วย เปอร์เซ็นต์ที่เราชอบมีน้ำหนักถึงร้อยหน่วย เดี๋ยวนี้ความชอบลดลงไปเหลือ 40 หน่วย ก็แสดงว่าเราเกิดบุญไปแล้ว 60 ได้ฆ่ากิเลสไปแล้ว 60 ซึ่งบุญนั้นไม่มีหรอกแต่เหลือส่วนบุญอีก 40 นั่นเรียกว่าส่วนบุญที่เหลือ หรือจะใช้สำนวนภาษาว่าได้บุญไป 60 แต่คุณได้สิ่งที่ไม่ได้ คุณได้ให้กิเลสมันสูญไป ได้สิ่งที่ไม่ได้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสว่าเราเสียคือเราได้ขาดทุนคือกำไร ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าให้ดีๆ เมื่อได้สภาวะจริงจะชัดเจน อาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาเปิดเผยให้ศึกษาพวกเรารับได้จนมีสภาวะ คนที่ไม่รู้เรื่องก็ยังจะไม่รู้เรื่อง ไปบังคับกันไม่ได้ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องเห็นใจเขา ก็ได้แต่น่าสงสาร เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่มนุษย์จะต้องรู้ ผู้ที่เป็นโลกุตระได้โลกุตระแล้ว จะรู้ทั้งสองอย่าง ของโลกียะ ที่เราทิ้งมาได้ก็จะรู้ แล้วโลกุตระที่เราได้ก็จะรู้ ได้อะไรได้สิ่งที่ทิ้งไปจากสิ่งที่เราทิ้งไป เป็นสิ่งที่เลอ
อ่านต่อ
ะเทอะสิ่งที่ไม่ควรยึดถือเป็นเราเป็นของเรามันทิ้งไปได้ มันก็จะเป็นอย่างนี้ ผู้ที่มีความแม่นจริงในสภาวะตรงกันจะไม่สับสนไม่ขัดแย้งกันมันจะฟังแล้วชัดเจนยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ สัจธรรมมันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นธรรมะของพระพุทธเจ้า โลกุตรธรรมที่มันสูญไป จนกระทั่ง 2,500 ปีกึ่งพุทธกาล จึงเป็นยุคเสื่อมที่แท้จริง เพราะศาสนาของพระพุทธเจ้าสมณโคดมมีถึง 5,000 ปี ก็ถ้ากลางนี้มันไม่อยู่ในฐานะเสื่อม แล้วมันจะเสื่อมตอนไหน?.. เสื่อมตอนปลายเท่านั้นหรือ มันไม่ใช่ มันเสื่อมตอนนี้แหละ ถึงต้องมากอบกู้ อาตมาต้องมากอบกู้ เป็นเรื่องจริงที่สุดเป็นเรื่องดีอย่างที่อาตมาพูด บุญคุณก็เข้าใจผิดๆ ทาน คุณก็เข้าใจผิดๆ ฌาน สมาธิ คุณก็เข้าใจผิดๆ มันผิดไปทั้งนั้น ผู้ที่ติดยึด ผู้ยังมิจฉาทิฏฐิ มีอคติยึดถือตัวเองก็หาว่าอาตมาไปว่า อาตมาไม่ได้ไปว่าใครแต่อาตมาพูดความจริงทั้งนั้น ซึ่งผู้ที่ไม่มีจิตใจติดยึดไม่ลำเอียงติดยึดตัวเองแล้วเปิดจิตฟังให้ดีๆ ก็ค่อยๆทำความเข้าใจเพิ่มขึ้นก็จะชัดเจน ว่าโลกุตระมันเป็นเช่นนี้เอง โลกียะที่เคยยึดถือมันเป็นเช่นนี้เอง ธรรมะพระพุทธเจ้านี้ อาตมาถึงเห็นว่าเราตายไม่ลง เพราะคนที่จะได้ คนที่จะรู้ ทำมา 50 ปีได้เท่านี้ แล้วคนตั้ง 7,000 ล้านคิดดูสิในโลกลูกนี้ เข้าใจดีๆสัก 70 700 หรือ 7,000 ก็เริ่มจะมารับรู้ด้วยกัน ถ้าหาก บ้านราชเมืองเรือ บ้านไม้เมืองหิน บ้านดินเมืองน้ำ บ้านงามเมืองพุทธ บ้านพิสุทธิ์เมืองอมตะ ...ถ้าเผื่อว่าในหมู่บ้านราชธานีอโศกไม่สนต้องถึง 7,000 แต่มี 700 คนหรือ 777 คนเท่านั้น ก็จะเห็นหน้าเห็นหลังเลยเห็นรูปธรรมที่ชัดเจนดีมากเลย ถ้าโลกุตรธรรม มีโลกุตระบุคคลมีถึง 7 พันคนรวมกลุ่มกันอยู่เป็นเอกภาพถิ่นเดียวกันนี้อยู่ในบ้านราชฯ บ้านราชฯ ก็จะกลายเป็นหมู่บ้านหลักของตำบลนี้ กระจายอยู่ในหมู่บ้านอื่นๆอีก อีกหลายหมู่บ้าน เป็นเนื้อหาโลกุตรธรรมทั้งนั้น มันจะเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้มันยังไม่เป็นยังไม่จริงก็ได้แค่นี้ไป อาตมาก็เลยดูแล้วยังไม่น่าไว้ใจ ก็ทำไปก่อน จนกว่าจะเข้าร่องเข้ารอย นี่อายุ 87 ปี ย่างเข้าไป 88 ปีล่ะ 640809_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 4