ใครก็เป็นครูของเราได้จริงหรือไม่ในปัญญา 8.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.81 KB
วันที่แก้ไข9 สิงหาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ใครก็เป็นครูของเราได้จริงหรือไม่ในปัญญา 8 _สมณะเดินดิน... เมื่อกี้นี้มีคำถามที่ว่า ควรเอาทุกคนมาเป็นครู ซึ่งคำพูดนี้อยู่ในหนังสือกฎระเบียบของชาวอโศก อันนี้หมายถึงว่าอยู่ด้วยกันพยายามให้ทำตัวเองให้สามารถที่จะเอาคนทุกคนเป็นครูของเราได้ทั้งนั้น พ่อครูว่า... คำว่า คนเราทุกคนเป็นครูเราได้ คนที่อยู่ในโลกียะ ยังยึดติดอยู่แค่ดีกับชั่ว เขาทำดีเขาทำชั่ว คนที่ทำชั่วก็เป็นครูเราได้ว่า ถ้าอย่างนี้แล้วเราไม่ควรเอาอย่าง อย่าไปทำตาม คนที่ทำอย่างนี้เป็นการทำชั่วเราก็อย่าไปเอาอย่าง เขาก็เป็นครูเราได้ หรือเอาอย่างคนที่เขาทำดี บางทีดีก็คือเขาไม่ทำชั่วอย่างที่คนชั่วทำ แล้วยังมีดีที่เขาทำได้มากกว่าอีก คนชั่วเขายังทำดีอันนี้ไม่ได้ แต่คนดีอันนี้ทำดีที่เป็นโลกีย์อันนี้ได้ ก็เอาตัวอย่างคนทำดี เป็นนัยยะที่ซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆสู่สูง สูงสุดก็เป็นศาสดาองค์ใดองค์หนึ่ง ทำดีให้ดีที่สุดแล้วก็สอนคนอื่นให้ทำดีได้ ศาสดาเองไม่รู้เรื่องกรรมวิบาก ของศาสนาเทวนิยม ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้เรียนรู้ดีชั่วขึ้นมา เป็นคำสอนของตัวเองก็ไม่รู้แต่ไปฝากไว้ว่าเป็นคำสอนของพระเจ้า ไม่กล้ารับว่าเป็นของตัวเองเพราะว่าไปโยนให้กับพระเจ้า บอกว่าเป็นคำสอนของพระเจ้าตนเองเอามาประกาศเองซะงั้น นี่คือความซับซ้อนที่ไม่มีจบ แต่เขาจบที่เขาโง่เขาไม่รู้ว่าอะไรต่อเขาก็จะทนอยู่กับสิ่งที่เขาเป็นเขามีแล้วก็รับใช้ ใช้ว่าความรู้นี้ไม่ใช่ของเราแต่เป็นของพระเจ้าเขาก็ใช้ และเขาไม่รู้ทั่ว เพราะเขาไม่รู้จักตัวเองคืออัตตา ไม่รู้เรื่องกรรมวิบากของตัวเองที่เป็นสัมภาระวิบากสะสมมา เทวนิยม ถ้าของตัวเองแล้วก็ยึดถือของตัวเอง ว่าของตัวเองเท่านั้นนะอย่าไปรับนับถือของศาสดาองค์ใดองค์อื่น ต้องเอาของเราเท่านั้นนะ ของอันอื่น 1 อย่าไปสนใจ ถ้าสนใจก็บาป ถึงขนาดนั้นเลย เรียก

อ่านต่อ

ว่าตีกรอบกันไว้ถึงขนาดนั้น อย่าไปสนใจ ผู้ที่ยึดถือจัดๆ ก็จะไม่เอา เอากรอบของศาสดาองค์เดียว องค์อื่นไม่ใช่ อันอื่นเป็นบาป ต้องเอาอันนี้เท่านั้น จะไม่เหมือนของพระพุทธเจ้าที่เปิดเผยให้เปรียบเทียบเลือกเอา ทนได้เท่าไหร่ก็ตนเองเป็นตัวตัดสิน ศึกษาไปสะสมไป เพราะฉะนั้นศึกษาอย่างจิตเปิดกับศึกษาอย่างจิตปิด จิตปิด ก็อยู่ได้ในกรอบ ถ้าหากจิตเปิดก็จะได้กว้างขึ้นมา อาจจะใช้เวลาไม่รู้กี่ล้านชาติก็จะรู้ แต่ทางโลกียนั้นจะใช้เวลายาวนานกว่าศาสนาพุทธอีก แล้วไม่รู้ด้วย ไม่มีทางรู้ด้วย ยาวนานกว่าแล้วไม่รู้ด้วย จนนิรันดร แต่ชาวพุทธจะรู้ไม่ทำให้ยาวนาน ตัดกรอบ ทำกาละได้ ตัดกาละสั้นลงๆ เป็นครั้งสุดท้ายไม่ทำกาละ จบในกาละ นั้นคือสุดคำพูดแล้ว นี่คือสุดยอดของ พระพุทธเจ้า 640809_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 4

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน