สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน เอาธรรมบทสวดพร้อมกันตั้งแต่สองรูปต่อหน้าฆราวาสเป็นอาบัติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.63 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน เอาธรรมบทสวดพร้อมกันตั้งแต่สองรูปต่อหน้าฆราวาสเป็นอาบัติ _เชวง กิจจะบรรณ์ ..เพื่อนส่งมาว่า.. วันที่ 20นี้ ที่หลักเมืองคับว่างๆเชิญนะคับ,สวดดาวนพพระเคราะห์อีกคับ โดยอาจารย์ สมนึก วัดหรงบนคับ บวงสรวง 9.00น. สวดดาวนพเคราะห์ 13.00น. ผมตอบเขาว่า.. เพื่อนรักเราศิษอโศกแต่ก็ไม่ได้ต่อต้านความเชื่อของคนอื่นนะเพื่อน พ่อครูว่า…การสวดมนต์จะลากเสียงยาวไม่ได้ใส่ทำนองไม่ได้ ก็ผิด เป็นคีตะ ทุกวันนี้น่าสงสารศาสนา ไปพูดพยัญชนะ สระ สวดก็คือการแสดงธรรมะเป็นภาษาออกมา ก็ต้องให้มันตรง ไม่เช่นนั้นมันกลายเป็นแบบโลกๆ ไม่เช่นนั้นก็เหมือนกับศาสนาอื่นเขาก็สวดแบบที่มีทำนองทั้งนั้น แต่ศาสนาพุทธไม่ให้ทำแบบร้องเพลงหรือลากเสียงอันยาว พวกที่พาเพี้ยนตอนแรกคือพระฉัพพังคีย์ ก็พาสวดผิดเพี้ยนไป คำสวดท่านอนุญาตแค่สรภัญญะคือออกเสียงตามสระ พยัญชนะ ไม่ลากยาวหรือใส่ทำนอง ศาสนาพุทธต่างจากเขาอย่างนั้น แต่ทุกวันนี้ไม่เหลือเลย เอาธรรมบทมาสวด ถ้าหากว่าจะสวดแบบปณามคาถา เป็นคำแต่งขึ้นในภายหลังเพื่อยกย่องเชิดชูพระพุทธพระธรรม พระสงฆ์ ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรง ทำแบบนั้นก็เป็นการร้องแบบคนทั่วไป มันไม่ได้อยู่ในแนวของศาสนาพุทธ แต่ศาสนาอื่นเขาก็สวดกันแบบมีทำนองแข่งขันกันด้วยซ้ำ แต่ศาสนาพุทธนั้นห้าม และเป็นอาบัติด้วย ประเด็นสวดในมุสาวาทวรรค ข้อนี้ ผู้รู้ในศาสนาพุทธตอนนี้ไม่เข้าใจกัน จะเป็นปราชญ์ทางศาสนาขนาดไหนก็ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่ท่านไม่เอาถ่าน ประเด็นที่พระพุทธเจ้าห้ามคืออย่าเอาธรรมบทมาสวดพร้อมกัน 2 คนต่อหน้าสาธารณะ เพราะจะกลายเป็นกิจที่ใช้เลี้ยงชีพหากิน แต่ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องหาเงิน ท่านกันเอาไว้อย่างนั้นเลย ให้คุณไม่ต้องมาบวชเป็นพระแล้วอาศัยการท่องบ่นการสวดให้แก่ฆราวาส คุณไม่ต

อ่านต่อ

้องกังวลหรอก ปฏิบัติธรรมให้ดีให้บรรลุธรรมให้ได้ ท่องสวดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ถนัดเราก็ไม่ต้องท่อง ทำให้บรรลุธรรมแล้วก็พูดภาษาของเรา พูดและอธิบายให้ฟังเป็นภาษาของเรา เอาที่เราบรรลุนี้พูดได้ ก็ได้ แล้วพวกคนธรรมดา ฟังคนที่ไม่ท่องเป็นภาษาธรรมะมันยิ่งเข้าใจดีด้วยซ้ำไป เอาคำพวกนี้มาทำอย่างยึดถือ โดยไม่เข้าใจเจตนาที่ท่านมุ่งหมาย เอามาใช้เอามาทำ ก็เลยเสียไปหมดเลย จนกระทั่งไม่เข้าใจจริงๆ เอาธรรมบท เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาทำเสียเละเทะ เละจนกระทั่งทุกวันนี้ศาสนาพุทธเหลือแต่การสวด ในราชพิธีก็มีแต่การสวด งานทางการศาสนาก็มีการสวด พิธีการทางสังคม ถึงขั้นราชพิธี สวดเท่านั้นแหละเป็นใหญ่ และคนฟังก็นั่งประนมมือ นั่งไป มันน่าสงสาร ถ้าราชพิธีเอาผู้รู้มาสาธยายธรรมะ ก็ติดตามอยู่นะ ถึงราชพิธีก็จะมีมานั่งตามเป็นลำดับ มีกำหนดยศชั้นแต่งเครื่องทรงด้วยนะ พระก็มีหน้าที่มา แต่ก็มีแต่พิธีสวด ถือตาลปัตร ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองไม่ได้เป็นเรื่องของธรรมชาติไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ารู้ ราชพิธี มีใครมานั่งฟังเราติดตามอยู่นะงานท่านเป็นอย่างไร ขอแนะนำหน่อยนะ ในฐานะเราเป็นนักธรรมะให้ประโยชน์แก่ท่านเลยถึงจะเป็นคุณค่าอย่างมาก นี่ไปก็ไปนั่งทำพิธี นั่งสัปหงกเมื่อไหร่จะเสร็จเสียที อาตมาดูแล้วน่าสงสาร มันเป็นเรื่องเลวร้ายเป็นเรื่องเสียหายไม่เกิดประโยชน์อะไร สรุปอีกที ศาสนาพุทธทุกวันนี้กลายเป็นเหลือแต่การสวดแล้วเลี้ยงชีพหากินด้วยการสวดตั้งแต่ระดับต่ำ ล่อแรพ ล่อแหล่ สวดกันครึกครื้นเลย ญาติโยมเมื่อไหร่จะได้เงินสักที ว่าไปเรื่อย ทุเรศทุรังการ เบื้องบนก็แบบบนเบื้องล่างก็แบบล่าง เรามาบวชแล้ว เราทำอย่างไร ก็ท่อง 12 ตำนาน 7 ตำนาน คุณต้องท่องให้ได้นะ นี่เป็นบทที่ใช้หากินเลยนะ ไม่อย่างนั้นถือว่าไม่ได้บวชพระเพราะไม่มีบทหากิน 610810_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก สัตบุรุษผู้มาแจกแจงวิชชา 8 ของพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน